“แม่นางขอรับ รู้ทางไปโรงเตี๊ยมประจำหมู่บ้านนี้หรือไม่”
“เจ้าคะ?” หญิงสาวชาวบ้านหันมามองก่อนพยักหน้า “คุณชายคงไม่ใช่คนในหมู่บ้านสินะเจ้าคะ โชคดีที่ข้ากำลังจะไปที่นั่นพอดี เดินตามข้ามาได้เลย”
“ขอรบกวนแม่นางด้วย” ในขณะที่กำลังเดินอยู่ หันมองดูทัศนียภาพรอบข้าง ที่นี่เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ เห็นพวกเด็กๆวิ่งเล่นกันสนุกสนาน เซียนซีไม่เข้าใจกับความสุข สัมผัสถึงสิ่งนั้นไม่ได้จริงๆ เขาเพียงแสร้งยิ้มตอบให้กลุ่มเด็กน้อยที่โบกมือมาให้
“เด็กที่หมู่บ้านดูท่าจะชอบคุณชาย”
“แม่นางคิดว่าเช่นไรกับเรื่องสิทธิของสตรี” ระหว่างที่กำลังเดินทางไปโรงเตี๊ยมพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่ทันรอให้หญิงสาวได้กล่าวตอบ จึงรีบพูดขึ้นซะก่อน “ความเหลื่อมล้ำทางเพศเป็นรากฐานของปัญหาจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่ออิสตรีและเด็กผู้หญิงอย่างเกินสัดส่วน ความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ ได้รับค่าจ้างต่ำ ไม่ได้รับการศึกษา สิทธิที่จะมีชีวิตโดยไม่ถูกใช้ความรุนแรงหรือถูกเลือกปฏิบัติ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกล่าวอย่างละมุนนุ่มนวล การที่อยากจะรณรงค์เรื่องนี้คงมาจากสิ่งที่เขานั้นไม่สามารถ เสียใจกับการที่มารดาฆ่าตัวตาย เนื่องจากถูกกดขี่ในเรื่องเพศรอง
“เรื่องนั้นข้าเข้าใจดีเจ้าค่ะ บางทีพวกเราก็ไม่มีปากไม่มีเสียงในการที่จะแสดงความคิดเห็น สิ่งที่คุณชายกล่าวนั้น ล้วนเป็นจริงทุกอย่าง เรื่องการศึกษาพวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น ต่างจากบุรุษเพศ”
“ข้ามีความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลง แม้ว่าตอนนี้มันจะเป็นเหมือนกับการฟังนิทานหรือเรื่องราวที่ดูไม่มีทางเป็นจริงได้ สักวันจะต้องเป็นจริงแน่นอน แม่นาง” พูดอย่างให้ให้เกียรติอีกฝ่าย ด้วยความนอบน้อมถ่อมตน
จากนั้นจึงแยกทางและมาจนถึงโรงเตี๊ยมอิงกู่หลง ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มีโรงเตี๊ยมที่ ออกแบบและการจัดวางของภายในตกแต่งงดงาม ทางเดินยาวปูผ้าแดงตัดสีทอง เสมือนเปิดทางต้อนรับคนใหญ่คนโต ทำให้เกิดความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง เซียนซีไถ่ถามเถ้าแก่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
เพียงไม่นานก็มีบุรุษอีกคนเดินตามหลังเถ้าแก่มา เซียนซีมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเฉกเช่นเดิม
“อ่า เจ้าคือใครงั้นเหรอ” พ่อครัวหนุ่มเดินมาหาคนที่เถ้าแก่ไปตามมาว่ามีคนมาขอพบเขา เขาก็เอะใจว่าไม่ได้นัดใคร ทำไมมีคนมาหาได้นะ
หยิบถุงย่ามที่ผู้ใหญ่บ้านมอบให้ซึ่งภายในนั้นบรรจุเครื่องเทศ ยืนให้ชายหนุ่มตรงหน้าเสมือนเป็นการยืนยันตัวตน “ท่านผู้ใหญ่บ้านซ่ง ให้ข้านำสิ่งนี้มาท่านขอรับ” เอาไว้ใช้สำหรับในการสอนทำอาหาร ในเรื่องด้านการทำอาหารพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะมาเรียนรู้เพิ่มเติม
อัจฉริยะไม่จำเป็นจะต้องเรียนอะไรให้มากความ แตกต่างจากพวกที่เก่งโดยใช้การฝึกฝน
“อืม... ผู้ใหญ่บ้านส่งเจ้ามางั้นเหรอ” พ่อครัวกล่าวพลางครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมา "ตามมา ไว ๆ ด้วยล่ะข้าจะสอนเจ้าแค่เมนูเดียวตามที่ท่านผู้ใหญ่บ้านบอกมา" เขากล่าวอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายไปยังอาณาจักรของเขา
เซียนซียิ้มอ่อนๆ เดินตามชายผู้นั้นที่ดูอารมณ์ฉุนเฉียว แต่ก็ยอมที่จะสอนทำอาหารไม่รู้ว่าเป็นเพราะผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ทำหรือว่าเจ้าตัวเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว? เดินตามเข้ามาด้านในซึ่งที่นี่เป็นห้องครัวที่มีเครื่องครัววางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทุกอย่างดูแวววาว บ่งบอกถึงการเอาใจใส่ในการดูแลข้าวของแต่ละชนิด ทั้งเขียง ที่ถูกแขวงไว้ตรงหัวมุม ทั้งหม้อและกระทะสะอาดเอี่ยมอ่องถึงแม้ว่ามันจะผ่านการใช้งานมา
“อย่าทำอะไรเสียหายชะล่ะ ไม่งั้นข้าให้เจ้าชดใช้!" พ่อครัวตู้หันมาเชิงกล่าวเสียงดุ "ไหนมาดูกันสิว่าเจ้ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง”
“ผักเก๋าฮะไฉ่ น้ำมันงา น้ำแกง ไข่ไก่ ถ่านหิน ฟืน สิ่งของที่ท่านผู้ใหญ่บ้านซ่ง มอบมาให้มีเพียงเท่านี้” ผักเก๋าฮะไฉ่ ถือได้ว่าเป็นชูโรง เดาได้ไหมอ่ะว่าเมนูที่จะทำนั้นคืออะไร มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้
“วัตถุดิบพวกนี้สามารถทำผัดผักเก๋าฮะไฉ่ได้ เช่นนั้นเจ้ามายืนตรงนี้และวางวัตถุดิบลงบนโต๊ะ” พ่อครัวเริ่มพูดเสียงแข็งและเข้มงวดปนรวมอยู่ด้วยเพื่อไม่ให้อีกคนไม่ตั้งใจเรียน
ทำตามทุกขั้นตอนที่อีกฝ่ายได้สอน พ่อครัวตู้ มีความเข้มงวด และคอยจับตาดูทุกการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องครัว หากเป็นคนอื่นถูกทำเช่นนั้นคงจะอึดอัดกันไม่น้อย สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องง่ายๆ เดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้านำวัตถุดิบมาวางไว้บนโต๊ะซึ่งบนโต๊ะมีมี่ทำครัววางไว้อยู่ “ขอรับแล้วข้าต้องทำเช่นไรต่อ ให้เริ่มลงมือทำอาหารได้หรือยัง” อัจฉริยะแห่งตระกูลเซียวเซี่ยเตรียมทำอาหาร
“ใส่ผ้ากันเปื้อนนี่ด้วย และเอาผ้าคาดหัวนี่รวบผมมัดให้ดี ๆ เดี๋ยวเส้นผมเจ้าตกลงไปในอาหารจะทำให้เสียอรรถรสในการกิน” พ่อครัวกล่าวพลางโยนผ้ากันเปื้อนสีขาวกับผ้าคาดหัวให้อีกฝ่าย ก่อนจะพูด “ต่อไปเจ้าก็ไปหยิบอุปกรณ์ทำครัว (เมนู My Status > เลือกเมนู ทักษะดำรงชีพ > และเลือก ผสมไอเท็ม ก็จะปรากฎรายการอาหาร ) และลงมือได้”
“จากนั้นเจ้าไปที่ 'อาหารจานหลัก' ค้นหา ผัดผักเก๋าฮะไฉ่ เพื่อลงมือหลอมรวมวัตถุดิบพวกนี้ออกมาเป็นอาหารจานที่เจ้าต้องการ” พ่อครัวอธิบายอีกฝ่าย ก่อนจะพูดต่อ “วัตถุดิบนอกจากหาซื้อได้จากตลาด (Market) แล้ว บางส่วนเจ้าก็ต้องไปผสมเองด้วยวัตถุดิบบางชนิดไม่อาจหาซื้อได้ทั่วไป เพราะราคามันจะสูง และ เครื่องเทศบางชนิดเช่นกัน”
นำผักไปล้างก่อนที่จะลงมือหั่น ทำทุกอย่างอย่างละเอียดไม่รีบร้อนจนเกินไป มีสายตาพ่อครัวจับจ้องมองดูอยู่ไม่ห่าง เพียงแค่ขยับตัวก็โดนบ่น เรื่องสูตรการทำอาหารบางคนไม่เหมือนกัน จะมายึดติดอยู่กับสูตรคนๆเดียวมันไม่ได้ ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้พอร้อน เซียนซีเลือกทำอาหารตามที่เขาเคยทำ ถึงจะมีอีกฝ่ายคอยโต้แย้งว่าห้ามทำอย่างนู้นห้ามทำอย่างนี้ ยังไงผลสุดท้ายมันก็ออกมาเสร็จสมบูรณ์ ได้กลิ่นหอมๆของผัดผักเก๋าฮะไฉ่ น่าเสียดายที่ไม่มีกระเทียม กระเทียมจะทำให้มีความหอมมากขึ้น และมีประโยชน์ในการบำรุงโลหิต เครื่องเทศที่ทำให้กลิ่นหอมก็ขาดไปหลายอย่าง ผู้ใหญ่บ้านให้เพียงแค่วัตถุดิบซึ่งพอทำอาหารได้อย่างพื้นฐาน ในเชิงด้านการปฏิบัติเริ่มต้นก็ถือว่าไม่ได้มีอะไรดีเป็นพิเศษ
“อ่าห์ ดูเหมือนทักษะการทำอาหารของเจ้าจะนับว่าใช้ได้ แต่ยังไม่ดีพอ ต้องปรับปรุงฝึกฝนอยู่สม่ำเสมอ” พ่อครัวกล่าวสอนอีกฝ่ายพลางตักอาหารในจานนิดนึงขึ้นชิม
“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น” วางแผนให้มันเป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรก จึงไม่ได้ลงมือการทำอาหารอย่างเป็นจริงเป็นจัง เป็นการใช้กลอุบายให้อีกฝ่ายนั้นมีความเอ็นดู…..ละมั้ง คำนั้นมันสามารถใช้กับคนที่อายุยี่สิบกว่าได้ใช่หรือไม่ เซียนซี มองดูจานอาหารที่ตัวเองได้ทำเสร็จ หน้าตาดูน่ารับประทาน แต่น่าเสียดายที่ยังไม่หิว
“เพียงแต่เจ้าต้องฝึกฝนฝีมืออีก สำหรับจานนี้พอได้สำหรับเจ้าหนูอย่างเจ้า” พ่อครัวหนุ่มกล่าวก่อนหยิบของให้อีกฝ่าย "นี่ของขวัญเล็กน้อยจากข้าในฐานะครูที่สอนเจ้า ขออวยพรให้เจ้าสำเร็จปณิธานที่ตั้งไว้”
“ขอบคุณ ขอรับท่านตู้ ปิงต๋าผู้น้อย น้อมรับคำสอน” รับของขวัญจากอีกฝ่ายมาและยกมือขึ้นคารวะ ใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มอย่างยินดี อวยพรถึงปณิธานที่ตั้งไว้ นั่นสินะ การจะทำงานใหญ่ให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแสวงหาและสร้างบารมีอำนาจให้เพิ่มพูนขึ้นกว่านี้ เป้าหมายของเขามันยิ่งใหญ่ ยิ่งเป้าหมายสูงก็ยิ่งทำยากแต่ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ
อ่า…..ไม่รู้เหมือนกันถ้ายอมแพ้เรื่องนี้แล้วจะไปทำอะไรต่อ เหมือนกับว่าการที่เขาตั้งปณิธานไว้ มันเป็นเหมือนกับของเล่นแก้เบื่อแก้เซ็ง “แล้วผัดผักเก๋าฮะไฉ่จานนี้ท่านจะเก็บไว้ทานเองหรือไม่”
“ข้าไม่แย่งของเจ้าหรอกหน่า เจ้าเก็บจานนี้ไว้ให้จอมยุทธ์หลิวเถอะ เขาคงชอบทานมัน” พ่อครัวตู้กล่าวพลางเดินไปส่งอีกฝ่ายที่หน้าประตูครัว “หากเจ้าไม่รีบนำวัตถุดิบชุดนี้ไปหาช่างตีเหล็กของหมู่บ้านตามแผนที่นี้สิ เขาจะสอนเจ้าเรียนรู้การหลอม”
“ขอรับ” การผูกมิตรและสร้างสัมพันธไมตรีเหมือนจะสำเร็จ ร่างสูงชำเลืองมอง พ่อครัวตู้เหวยเม่าอ รับวัตถุดิบ จากอีกฝ่ายและเดินไปตามเส้นทางในแผนที่ ในการเพื่อช่วยเรียนรู้ในเรื่องงานต่อไป เมื่ออำลากันเสร็จสิ้นจึงเดินออกจากโรงเตี๊ยม นำผัดผักเก๋าฮะไฉ่ ใส่ไว้ในกระเป๋าซึ่งเป็นคลังเสบียงส่วนตัว มีเรื่องให้เรียนรู้อีกหลายอย่าง
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+10 EXP จากการโรลสรรเสริญคู่สนทนาด้วยความจริง
+4 Point จากการโรลวางแผนใช้อุบาย
+30% คุ้มครองแผนการของคุณไม่ถูกเปิดโปง
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
+2 Point จากการโรลหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ
รวม 55 ความศรัทธา / 20 Point / +15 EXP
ระดับเริ่มต้น - คนจรเล่าเรื่อง
ทุกค่า EXP ที่ได้รับจากการโรลเพลย์ / +40 ความศรัทธา