[นอกเมืองผูโจว] น้ำตกจินเซียง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-1 22:57:13 |โหมดอ่าน


น้ำตกจินเซียง
{ นอกเมืองผูโจว }






【น้ำตกจินเซียง 】

『 เจ้าอาจหลอกใครบางคนได้บางครั้ง แต่เจ้าไม่สามารถหลอกคนทุกคนได้ทุกครั้ง』

บึงน้ำตกจินเซียงนั้นตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือผูโจว
เป็นบึงน้ำตกที่มีความสวยงามไหลลงมาจากสถานที่แห่งหนึ่ง
ที่เล่าขานกันว่างดงาม ตรงกลางบ่อนั้นเป็นเหมือนเกาะกลางที่จะเป็น
สถานที่ให้นั่งพักผ่อนหรือตกปลาได้ เห็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเกิดขึ้น
จากสิ่งที่เรียกว่า "ผู้คน" เป็นคนสร้างมันขึ้นมา เขานั้นได้สร้างไว้เพื่อมอบให้
หญิงสาวที่เขารัก... แต่ทว่าน่าเสียดายที่หญิงที่รักนั้น เป็นเพียงลมปากที่แสนน่าเศร้าสร้อย...

เพราะฉะนั้นสถานที่แห่งนี้มักจะทำให้ใครหลายคนได้พบความจริง
แต่ความจริงนั้น...เจ็บปวดเสมอ



{ วิถีชีวิตคนสันโดษ }

[ดูคู่มือการเก็บทรัพยากรส่วนตัว]

(1) ติดตั้ง "เบ็ดตกปลา" ชนิดใดก็ได้ (สามารถหาซื้อได้จากร้านอุปกรณ์)

(2) เขียนโรลตกปลาตามคู่มือด้านบน
(3) ระบุท้ายโพสต์เลือกปลาที่จะตก โดยแต่ละพื้นที่จะมีปลาแตกต่างกัน

{ โบนัสพิเศษ }
(1) หากเป็นคนลักษณะนิสัยสันโดษ ได้รับโบนัส x2

{ ปลาที่พบบริเวณนี้ }
(1) ปลาเฉา
(2) ปลาจาระเม็ด
(3) ปลากง
* โอกาส 0.1% ได้ปลามังกรพ่วงมาด้วย หากนิสัยสันโดษ 0.5% *



 เจ้าของ| โพสต์ 2021-9-19 23:18:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[เฉพาะชาว Alpha Test] The Watcher

The Watcher
(ผู้เฝ้าดู)



::.คำอธิบายเควส.::
- คำในวงเล็บ อาทิ (พ่อหนุ่ม/สาวน้อย) เลือกคำใดคำหนึ่งมาใช้ ให้เข้ากับคุณ -
- [...] สีน้ำเงิน คือ โรลคำพูดเฉพาะคนมีลักษณะนิสัยตามที่ระบุ -
- ใครมายังมีวงเล็บ [..] โผล่ในโรลจะไม่ส่งรางวัลให้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องหลังโพสต์ -




.: เงื่อนไขเควส :.
- เฉพาะคนที่สมัครช่วง Alpha Test เท่านั้น : รวมคนรีเช็ตตัวละคร CBT -
- เข้าร่วมได้คนละ 1 ครั้ง -
- หากรับสิทธิพิเศษ Alpha แล้ว ไม่สามารถไปรับรางวัลผู้พิชิตแห่ง Alpha Test ได้ (แนะนำให้รับรางวัลผู้พิชิตแห่ง Alpha Test ก่อน) -
- ระยะเวลาทำเควส 1- พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม2564 -
* หมดเขตแล้วหมดเลย รับไม่ทันอด *
* หากคุณเคยไปรับพรแต่กำเนิดจาก [เฉพาะชาว Alpha Test] พรแต่กำเนิด แล้วให้ปรับเนื้อหาโรลเพลย์เป็นเคยเจอแล้ว *



.: โรลเพลย์เปิด :.

#อย่างที่ทุกคนรู้ รางวัลสิทธิคนสมัคร Alpha Test ได้รับหมดแล้วแต่เหลือเงินทำไมไม่ได้ นั่นก็เพราะจะให้หลังจากคุณมั่นใจแล้วว่าจะเล่นตัวเดิมหรือสร้างใหม่


       - เขียนโรลเพลย์เข้าฉากคัทซีน กำลังเจอชายคนหนึ่งยืนมองทิวทัศน์น้ำตกบนโขดหิน -

       @Everyone

       "มาแล้วเหรอ [ชื่อทางการคุณ][ชื่อทางการคนที่สอง (กรณีจะมาพร้อมกันมากกว่า 2 ก็เพิ่มไป)] ข้ารอเจ้าอยู่เลย" ผู้เฝ้ามองกล่าวขึ้นในขณะที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมาถึงตามที่ตนเองคำนวณไว้แล้ว สำหรับกลุ่มผู้มีปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับ

       @Everyone

       "ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า" ผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติใบนึงวางอยู่

       @Everyone

       "ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา" ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบอีกฝ่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดหีบเงินจำนวนหนึ่ง

       @Everyone

       "[หนุ่มน้อย/สาวน้อย] วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ" ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค "ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"

       @Everyone

       ทันทีที่คุณหันเผลอกระพริบตาเพราะฝุ่นละอองเข้าตาชั่วครู่ เมื่อมองชัดเจนอีกครั้งก็ไม่พบชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนนึงให้คุณ

      - สร้างสตอรี่โรลเพลย์จบ -





รางวัล: 1,000 ตำลึงทอง , 1,000 ตำลึงเงิน , 10,000 อีแปะ




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-10-1 16:13:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การพบกันของคนแปลกหน้า

        ชายพเนจรผู้ร่อนเร่ทั่วแผ่นดิน  ทุกที่  ทุกเมือง  ล้วนคือบ้านพักอันชั่วคราวของเขา  ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งส่งผลให้รักอิสระไปโดยปริยาย  การได้เดินทางตามสถานที่  เมือง  ทำให้ได้พบเจอผู้คนมากมาย  ได้รับประสบการณ์หลากหลาย   วันเวลาที่ผันผ่านได้หล่อหลอมหลี่ซีซวนจนกร้าวแกร่ง  ใบหน้ามีหนวดเคราบ่งบอกว่าได้เติบโตเข้าสู่ความเป็นหนุ่มใหญ่  ไม่หล่อเหลาเท่าใครเขา  หากแต่ปฏิภาณ  ไหวพริบ  ความเฉีบคมด้านการมองคนก็ไม่เป็นรองใครในแผ่นดินนี้  
        หลี่ซีซวนออกเดินจากเมืองฉางอันในอีกสองวันถัดมา  หลังจากเสร็จสิ้นงานพามู่อิงไปยังอู๋เว่ยได้อยู่พักสำราญใจทำงานที่โรงน้ำชาโดยการอ้อนแกมบังคับของหลี่หย่งเมี่ยวผู้เป็นน้องสาว  เนื่องจากพี่ชายผู้ไม่ค่อยโผล่หน้ามาที่บ้านอีกเลย  ซึ่งหลี่ซีซวนในเวลานี้รูปร่างเหมือนพวกบริกรอยู่แล้วจึงไม่มีใครสงสัยอันใด  ยังได้มีโอกาสดูน้องสาวประชันต่อบทพิชัยสงครามซุนวู่อีกด้วย  นึกแล้วยังขบขันมิหายขุนทหารของราชสำนักคุยโต  โอ้อวดว่าชำชอง  ลึกซึ้งในกลศึก  พอประชันกับหลี่หย่งเมี่ยวก็ไปได้ไม่เท่าไหร่แถมยังแก้ปัญหาที่น้องสาวตั้งไว้ให้ได้แย่ที่สุด  โรงน้ำชาไม่ได้ครึกครื่นเช่นนี้มานานหนักหนาแล้ว  สมแล้วที่ไม่ได้สวยแค่รูป  ปัญญาญาณยังเด่นล้ำ  นี่ต่างหากอัจริยะในรอบ 100 ปีของตระกูหลี่โดยแท้
        มันเป็นการออกเดินทางที่ไม่เร่งไม่รีบเหนื่อยก็นอนพักตามเส้นทางต่างๆ  รู้ตัวอีกทีได้เดินทางมาถึงภาคเหนือแล้ว  หลี่ซีซวนเดินทางเข้าซีเหอไม่ได้แวะเข้าเมืองซีเหอเพราะไม่มีอะไรให้ทำอีกต่อไปแล้ว  จึงเดินทางมาผูโจวแทน  ลัดเลาะตามเส้นทางไปเมืองผูโจวจามาถึงบริเวณน้ำตก  มันมีบรรยากาศที่ดีมากเหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างมาก  ไม่ทันไรสายตาเห็นว่าน้ำตกแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่หลี่ซีซวนคนเดียว  มีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่บนโขดหินคล้ายว่ามาถึงก่อนหน้าหลี่ซีซวนนานแล้ว
         หลี่ซีซวนเห็นบุรุษผู้มาก่อนตนเองกลับยืนเงียบไม่พูดจาทักทาย  ราวกับไม่อยากรบกวนการชมทิวทัศน์ของผู้มาเยือนน้ำตกแห่งนี้  ผู้ใดล้วนอยากเสพสุขชมความงามของสถานที่ธรรมชาติสรรค์สร้าวมันขึ้นมา

       ชายพเนจรอย่างหลี่ซีซวนยืนนิ่งเงียบไม่พูดจา  เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเขามาอยู่สถานที่เดียวกัน

       "มาแล้วเหรอ หลี่ซีซวน ข้ารอเจ้าอยู่เลย" ผู้เฝ้ามองกล่าวขึ้นในขณะที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมาถึงตามที่ตนเองคำนวณไว้แล้ว สำหรับกลุ่มผู้มีปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับ

       "รอข้า? ทั้งยังรู้จักชื่อของข้าเสียอีก  ไม่ทราบว่าท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร"  หลี่ซีซวนมุ่นนคิ้วด้วยความสงสัย  คนแปลกหน้าสองคนเจอกันอีกฝ่ายกับรู้จักชื่อตัวเอง  ทั้งที่ยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำ

       "ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า" ผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติใบนึงวางอยู่

       "คนอย่างหลี่ซีซวนมีอุดมการณ์เสมอ มิเคยละทิ้งมันไปไหน แล้วท่านอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนหรือไม่" ที่ผ่านมามันก็หนักหนาและยากลำบากพอแล้ว  หากวันข้างหน้ามันจะหนักหนามากกว่านี้  คนอย่างหลี่ซีซวนไม่เคยหวั่นไฟในใจอย่างลุกโชนเสมอ  แค่มันไม่โชติช่วงเท่านั้นเอง  พอคนแปลกหน้าผายมือมายังหีบใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านข้าง ทำเอาสงสัยมากกว่าเดิมอีก

       "ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา" ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบอีกฝ่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดหีบเงินจำนวนหนึ่ง

       หลี่ซีซวนไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ  เดินไปเปิดหีบขึ้นมาค่อยพบว่าด้านในหีบบรรจุเงินไว้มากมายจนลายตา  ทรัพย์สมบัติมหาศาลทำเอาคนแย่งชิงกับมันได้ง่ายดาย  ทว่าอุดมการณ์ของหลี่ซีซวนยังสมารถเก็บงำประกายรอโอกาสอันเหมาะสมมาถึงเท่านั้น
      
     "หนุ่มน้อย วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ" ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค "ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"

       "ขอบคุณท่านที่ช่วยสั่งสอนและตักเตือน"  ทำไมนึกถึงคำสอนคล้ายๆของบิดานะ  ตอนจะไปรับราชการทหารก็เคยเตือนทำนองนี้บ่อยเหมือนกัน แล้วบุรุษผู้นั้นทำท่าจะสลายไปราวกับภาพมายา

       ทันทีที่คุณหันเผลอกระพริบตาเพราะฝุ่นละอองเข้าตาชั่วครู่ เมื่อมองชัดเจนอีกครั้งก็ไม่พบชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนนึงให้คุณ

      หลี่ซีซวนรู้สึกแสบตาอยู่บ้างจึงกระพริบตา แถมยังมาโดนฝุ่นเข้าตาอีกยิ่งต้องกระพริบตาหนักกว่าเดิม  พอกลับมาเป็นปรกติพบวว่าชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ไดอยู่ตรงโขดหิน  ทิ้งไว้เพียงหีบสมบัติไว้ให้ 1 หีบเท่านั้น  ช่างแปลกประหลาดโดยแท้แล้วที่แท้คนแปลกหน้าผู้นั้นคือใครกันแน่  ทว่าหลี่ซีซวนไม่ได้ใส่ใจมากนักอยากรู้ไปก็ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ  จึงเดินไปหยิบหีบไว้บนอานม้า  แล้วออกเดินทางต่อ





←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
โพสต์ 2021-10-8 15:02:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

พานพบผู้เฝ้าดูอีกหน
.
.
.

           ในยามเซินหลังส่งจดหมายให้แก่สหายเสร็จสิ้นจิ้นอิ๋งก็เร่งม้ากลับมาหาเหล่าสหายผู้ติดตามที่เหอตง และด้วยกลัวจะพาลพากันเบื่อหน่ายที่ต้องมารอจิ้นอิ๋งคอยตามพูดคุยกับสตรีแซ่เจิ้งอยู่ฝ่ายเดียว เด็กสาวจึงชวนให้ทั้งถานเจ๋อและซูฮวาไปเที่ยวกันยังน้ำตกจินเซียงของเมืองผูโจวที่ถูกแนะนำมา ซึ่งซูฮวาที่ตามใจเด็กสาวอยู่แล้วก็ยินดีตามไปอยู่แล้ว ส่วนถานเจ๋อเพียงแค่รู้สึกว่าเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนขี้เกียจอยู่แถวน้ำตกให้เสียงน้ำกล่อมก็ไม่เลว

           ยามนี้ทั้งสามจึงมาเยือนถึงน้ำตกจินเซียงแสนงดงาม ลมพัดโชยอ่อนหอบกลิ่นธรรมชาติพัดพาให้ชวนผ่อนคลายไม่น้อย ซูฮวาจึงขอนั่งเงียบ ๆ ดูน้ำตกข้างจิ้นอิ๋งที่ตั้งใจมาตกปลาหาปลามังกรตามที่สตรีแซ่เจิ้งได้บอกเอาไว้ ส่วนถานเจ๋อก็อาสาอย่างขยันขันแข็งถึงการเฝ้าม้าให้หรือก็คือตั้งใจจะนอนพักใต้ร่มไม้กับเหล่าม้าไปเสียมากกว่า ซึ่งจิ้นอิ๋งที่รู้ทันก็เพียงหลุดขำแผ่วและไม่ได้เอ่ยค้านใด ปล่อยให้คนที่จะเตรียมลงแข่งในอีกไม่กี่วันได้พักสบาย ๆ ไป

           และเพราะความใจดีของผู้เป็นนาย ทำให้ก่อนที่มันจะแวะไปพักผ่อนได้มาช่วยสอนเด็กสาวถึงเรื่องเหยื่อที่จะตกปลาให้ใช้เป็นพวกสัตว์ตัวเล็กจะดีกว่าในการตกหาปลามังกรที่กินเนื้อ ถานเจ๋อเดินหาส่วนดินชื้นอยู่ครู่หนึ่งก็ขุดให้จิ้นอิ๋งได้ดูจนพบไส้เดือนอวบอ้วนหลายตัวบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ก่อนมันจะนำมาเสียบกับปลายเบ็ดให้ หลังเห็นดรุณีน้อยทำหน้าสงสารเจ้าพวกไร้ขาเหล่านั้นจนซูฮวาต้องเอ่ยปลอบกลับไป

           " ทุกสิ่งเป็นไปตามกฎธรรมชาตินะเจ้าคะ เหล่าสัตว์ทุกตัวถ้าไม่เป็นผู้ล่าก็เป็นผู้ถูกล่า คล้ายกับมนุษย์เรานี่แหละเจ้าค่ะอิ๋งเอ๋อร์ คนที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะอยู่รอดได้.. หากยังรู้สึกผิดต่อพวกมันอยู่ก็ต้องอย่าทำให้ชีวิตพวกมันเสียเปล่านะเจ้าคะ "

           คำกล่าวของอีกสตรีทำให้เด็กสาวนิ่งทบทวนไปเล็กน้อยก่อนจะพยักใบหน้ารับหนักแน่น และคิดว่าจะตกปลาตามจำนวนไส้เดือนที่ขุดได้เพียงครั้งเดียวนี้เท่านั้น ก่อนจิ้นอิ๋งจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมนำเบ็ดและเหยื่อเหล่านี้ไปทำการตกปลาเสียที โดยถานเจ๋อก็แยกไปนอนพักและซูฮวาก็ขอไปล้างไม้ล้างมือสักครู่แล้วจะตามดรุณีน้อยไปบริเวณตกปลาอีกที

           ยามนี้บนโขดหินที่ใช้นั่งตกปลาจึงมีจิ้นอิ๋งอยู่เพียงคนเดียว ก่อนในตอนที่เหวี่ยงปลายเบ็ดลงน้ำได้เพียงครู่ เสียงทักที่ดังข้างตัวก็ทำเอาเด็กสาวสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะเลื่อนตัวตกจากหินไปถ้าไม่เพราะมีสติพยุงตัวได้ทัน

          "มาแล้วเหรอกู่จิ้นอิ๋ง ข้ารอเจ้าอยู่เลย" ผู้เฝ้ามองกล่าวขึ้นในขณะที่สัมผัสได้ว่านางมาถึงตามที่ตนเองคำนวณไว้แล้ว สำหรับกลุ่มผู้มีปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับ

           " ท่าน!.. ทำไมรู้ชื่อข้าล่ะเจ้าคะ.. เรือนผมสีมุกนี้ ท่านที่ทะเลสาบไท่หูนี่เจ้าคะ เอ๊ะ… แต่ยามนั้นข้าฝันมิใช่หรือ? ท่านเป็นใครกันแน่เจ้าคะ "

           จิ้นอิ๋งแทบจะร้องทักหาเสียงหลงเมื่อได้ยินชื่อตนออกมาจากปากบุรุษแปลกหน้า ทว่าความคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ทะเลสาบทำให้นางเอ่ยทักขึ้น ทว่าเพราะครานั้นนางจำได้ว่ากำลังหลับฝัน ในตอนนี้ที่เจอทั้งที่เด็กสาวมั่นใจว่ายังตื่นอยู่ประโยคท้ายจึงพาลเอ่ยขึ้นอย่างสับสนไม่น้อยแทน

           "ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า" ผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติใบนึงวางอยู่

           ทางจิ้นอิ๋งที่นั่งตกปลายังโขดหินไม่ไกลนั้นพลันมองตามมือที่ผายส่งก็เลิกคิ้วติดฉงนขึ้นมา ท่าทางที่คล้ายอยากให้ลองเปิดหีบนั้นดูทำให้นางวางเบ็ดตั้งไว้ไว้กับโขดหินให้มั่นคงก่อนจะเดินไปเปิดดูตามที่ผู้เฝ้าดูเชื้อเชิญ ทว่าทันทีที่เห็นเงินทองมายมายภายในเด็กสาวก็ถึงกับส่ายหน้าหวือ รับไม่ไหวกับของมากมายที่ถูกแบ่งปันง่ายดายให้แก่สตรีแปลกหน้าเช่นนางนี้

           " ไอหยา.. ข้ารับไว้ไม่ไหวหรอกนะเจ้าคะ! " น้ำเสียงหวานกล่าวเสียขึงขัง

          "ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา" ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบจิ้นอิ๋ง เมื่อเห็นนางเปิดหีบเงินจำนวนหนึ่ง

           และยิ่งจิ้นอิ๋งได้ยินว่าไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนอีก เด็กสาวที่มักเป็นผู้ให้เสียมากว่าก็ยิ่งเร่งส่ายหน้าคืนไปอีกหน มือเลื่อนปิดหีบหอกลับคืนให้เรียบร้อยก่อนจะผายมือกลับหาบอกโดยนัยว่านางรับไว้ไม่ได้

           "สาวน้อย.. วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ" ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจนาง ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค "ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"

           " แต่.. ข้าก็ยังสามารถหาเงินได้เองนะเจ้าคะ... ท่านไม่จำเป็นต้องให้ข้ามากมายถึงเพียงนี้ อ้ะ! "

           จิ้นอิ๋งที่พยายามเอ่ยค้านจำต้องเผลอหลับตาไปครู่เมื่อมีลมพัดหอบพร้อมฝุ่นละอองไล้ผ่าน ก่อนทันทีที่เด็กสาวเผลอกระพริบตาเพราะฝุ่นละอองเข้าตาชั่วครู่นั้น ยามเมื่อมองชัดเจนอีกครั้งก็ไม่พบชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนนึงให้จิ้นอิ๋ง

           เด็กสาวที่คิดว่ากำลังฝันก็เกือบจะหยิกแก้มตัวเองไปแล้วถ้าไม่เพราะซูฮวาที่ไปล้างมือตอนนี้ได้กลับคืนหาจิ้นอิ๋งยังเกาะกลางน้ำตก ก่อนจะตกตะลึงไม่ต่างกันจากหีบห่อสมบัติข้างกายดรุณีน้อยนี้

           " สมบัติใครกันนี่เจ้าคะ "

           " ข้า.. ข้าก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ "

           ซูฮวาที่พอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ด้วยเพราะก่อนหน้าที่ทั้งสองมองไปยังเกาะกลางก็ยังไม่พบหีบนี้ มาครานี้นางหันหลังไปล้างมือให้แก่เด็กสาวเพียงครู่ก็ปรากฏหีบสมบัติปริศนาเหล่านี้ตรงเกาะกลางเสียอย่างนั้น ไหนจะสีหน้าลำบากใจของจิ้นอิ๋งแทนที่จะเป็นตื่นตะลึงเช่นนางนั่นอีก ไม่แคล้วเกี่ยวกับกับดรุณีน้อยสักทางเป็นแน่

           " คงเป็นวาสนาของอิ๋งเอ๋อร์เป็นแน่ทำให้พานพบสมบัติเช่นนี้… อย่างไรทิ้งเอาไว้ก็ไม่แคล้วอาจมีการปล้นชิงกันแน่ถ้ามีคนไม่ดีมาพบเห็น ไม่สู้อิ๋งเอ๋อร์เก็บไว้นำไปใช้ประโยชน์หรือแบ่งปันให้ผู้ลำบากคนอื่น ๆ จะดีกว่าหรือเจ้าคะ? "

           คำปลอบหาของสตรีแซ่เหมยยังช่วยประโลมจิตใจที่สับสนของจิ้นอิ๋งได้เสมอมา สุดท้ายดรุณีน้อยจึงพยักใบหน้ารับแผ่วอย่างจำยอมในที่สุด ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้สนใจจะเก็บหีบสมบัตินั้นในทันทีแต่หันกลับมาตกปลาต่อให้หมดเหยื่อที่ได้ขุดมาเสียก่อน ในหัวแทบไม่หวังตกได้ปลามังกรแล้วเพราะคิดมากกับการนำเงินที่เพิ่งได้รับไปหาทำประโยชน์หรือช่วยเหลือแก่ผู้อื่น

           กว่าจิ้นอิ๋งจะกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิมได้ก็ตอนตกปลาเสร็จสิ้นและได้ร่วมวงทานอาหารบะหมี่ตระกูลฟงที่ห่อมาด้วยกันกับสหายผู้ติดตามทั้งสอง ก่อนพากันเดินทางกลับพักผ่อนยังโรงเตี๊ยมในปลายยามโหย่ว



กู่จิ้นอิ๋ง ตก ปลากง
.
ลักษณะแต่กำเนิดหน้าผากกว้าง
+3 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

มอบอาหารให้แก่ NPC ในสภา
[159] มอบ บะหมี่ตระกูลฟง ให้
[ผู้ติดตามถานเจ๋อ] มอบ บะหมี่ตระกูลฟง ให้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-8 23:29:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ราชสีห์จรจัด
ผู้เฝ้าดู

เทียนโจวนั้นเดินทางมาอย่างเรื่อยเปื่อยเพียงเพื่อจะหาที่ดีๆเผยแพร่แนวคิดของตนเพียงเท่านั้น และในระหว่างทางเขาก็ได้เดินทางมาเรื่อยๆจนมาเจอกับน้ำตกแห่งหนึ่ง ก่อนที่สายจาของเทียนโจวนั้นจะเหลือบไปเห็นร่างของชายผมสีขาวซึ่งมีผมอันยาวสลวยราวกับหญิงสาวยืนมองทิวทัศน์ของน้ำตกที่แสนสวยงามอยู่บนโขดหิน เทียนโจวเริ่มจ้องมองไปที่ชายคนนั้นด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับปิงจวนที่กำลังยืนมองอยู่เช่นกัน

“เจา้เป็นใครกัน!”

เทียนโจวตะโกนถามชายที่ยืนอยู่บนโขดหิน ชายแปลกหน้าเริ่มหันมาทางเทียนโจวอย่างช้าๆ ก่อนที่รอยยิ้มของชายปริศนาผู้นั้นจะปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าที่เรียวยาว

"มาแล้วเหรอ เทียนโจว ปิงจวน ข้ารอเจ้าอยู่เลย" ผู้เฝ้ามองกล่าวขึ้นในขณะที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมาถึงตามที่ตนเองคำนวณไว้แล้ว สำหรับกลุ่มผู้มีปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับ

“รอข้า? เจ้าเป็นใครถึงได้มารอข้า!!!”

เทียนโจวเริ่มกล่าวออกมาพร้อมความหงุดหงิดชายคนนี้เป็นใครถึงได้บอกว่ากำลังรอคอยตนอยู่ และอีกอย่างชายคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าตนจะมาที่นี่

"ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า" ผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติใบนึงวางอยู่

“ให้ของข้างั้นรึ? เจ้าจะให้ของข้าโดยต้องการสิ่งใดตอบแทน?”

เทียนโจวกล่าวออกมาด้วยสายตาที่มิเชื่อใจมากนักถึงแม้เขาจะยังงงกับสิ่งที่ชายผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้เฝ้าดูอยู่บ้าง แต่คงไม่มีใครให้ของโดยไม่หวังผลตอบแทนง่ายๆแบบนี้แน่ แต่ว่าขณะที่กล่าวออกมาเช่นนั้น เขาก็แอบไปเปิดดูหีบเงินบ้างเล็กน้อย

"ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา" ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบอีกฝ่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดหีบเงินจำนวนหนึ่ง

“เช่นนั้นข้าก็จะรับมันไว้”

เทียนโจวกล่าวออกมาด้วยท่าทีอันหยิ่งยะโสโดยไม่แม้แต่คิดจะขอบคุณชายผู้ที่ให้ของกับตนแม้แต่น้อย

"หนุ่มน้อย วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ" ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค "ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"

“อ่าๆ ลาก่อน”

ทันทีที่คุณหันเผลอกระพริบตาเพราะฝุ่นละอองเข้าตาชั่วครู่ เมื่อมองชัดเจนอีกครั้งก็ไม่พบชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนนึงให้คุณ

“อะไรกันเนี่ย!?!”

เทียนโจวเริ่มเกิดความสับสนในใจอย่างรุนแรงก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังทางเดิม ซึ่งในระหว่างทางเขาเจอร่างของโจรคนหนึ่งพยายามขัดขวางเขา ซึ่งสิ่งที่ถืออยู่ในมือของโจรคนนั้นคือเบ็ตตกปลา

“ข้าขอเตือนเจ้าอย่าขวางข้าดีกว่า ไม่งั้นขาเจ้าได้ขาด หรือไม่ก็โดนผีที่หลอกพวกข้าแน่ๆ”

โจรปลาเมื่อได้ยินสิ่งที่เทียนโจวกล่าวออกมาก็เต็มไปด้วยความงุนงง แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วจะให้เขาถอยไปก็คงไม่ได้ โจรภูเขาเริ่มเหวี่ยงเบ็ตของตนไปมาอย่างรวดเร็ว ปลายตะขอเบ็ตสร้างบาดแผลมากมายบนร่างของเทียนโจวจนเป็นแผลเป็น ทิศทางของเบ็ตนั้นยากที่จะจับทางอย่างมาก แต่ด้วยสายตาและหูที่ดีนั้นช่วยให้เขาขาดเดาทิศทางของเบ็ต ก่อนจะใช่มือข้างหนึ่งจับสายเบ็ตนั้นไว้ก่อนจะเหวี่ยงร่างของโจรภูนั้นไปพร้อมกับเบ็ตจนสลบลงไป แต่สายเบ็ตที่คว้ามาได้นั้นก็บาดมือของเทียนโจวจนเป็นแผลเหมือนกัน

“รีบไปกันเถอะ ปล่อยเจ้ากระจอกไว้ที่นี่แหละ”

เทียนโจวพลันกล่าวออกมา ส่วนทางด้านของปิงจวนนั้นเห็นตำราเล่มหนึ่งอยู่กับโจรภูเขาตนนั้นจึงได้แอบหยิบออกมาด้วยก่อนจะขึ้นม้าไปพร้อมกับเทียนโจวออกจากที่แสนวุ่นวายแห่งนี้




เอฟเฟคจากตัวละคร
Points
Exp
ความสัมพันธ์
+4 จากโรลอวดเบ่ง (หยิ่งยะโส)
+7 เมื่อชนะการดวลพร้อมหยิ่งทะนง (หยิ่งยะโส)
+3 โรลต่อสู้ (ขี้โมโห)
+6 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (แข็งแกร่งดุจเซี่ยงอวี่)
+3 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (หูดี)
+3 เมื่อโรลต่อสู้พร้อมข่มขู่อีกฝ่าย (ฟันเขี้ยว)
+2 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (สายตายาว)
+2 เมื่อโรลต่อสู้ผ่านระบบและแพ้หรือชนะ แต่เขียนให้เกิดแผลเป็น (มีแผลเป็น)
+5 จากโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (หูดี)
+15 เมื่อโรลข่มขู่อีกฝ่าย (ฟันเขี้ยว)
+20 เมื่อโรลหยิ่งในศักดิ์ศรีและภาคภูมิในแผลเป็นทุกแผลบนร่าง (มีแผลเป็น)
(ไม่มีเพราะรู้สึกว่าไม่ได้คุยกับปิงจวนเท่าที่ควร)
ผลรวมของแต่ละอัน
+30
+40


https://rotk.xyz/dzs_npccomrade-fight.html?aid=232



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-10-10 10:53:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:46

   
⌜85⌟
บทที่ 14
คราวดีในเคราะห์ร้าย
ฉากที่ 7
                    
          ออกเดินทางด้วยรถม้าแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ที่ฟ้ายังไม่สางเพื่อไม่ให้ถึงลั่วหยางจนมืดค่ำ เพิ่งรู้ว่ารถม้าก็ไม่ได้ช้าหากเป็นเต่าหากสั่งแบบส่วนพิเศษแต่ก็แลกกับต้องเสียค่าพาหนะมากกว่าปกติ ตามแผนการเดินทางจะมีการแวะพักอยู่สองเมืองก็คือบริเวณเขตเมืองเจียซิ่วและน้ำตกที่นอกเมืองผูโจว เพื่อให้ผู้โดยสารได้แวะทำธุระส่วนตัวที่ข้างทางกันบ้าง เพราะระยะทางของซีเหอระหว่างเมืองต่าง ๆ ค่อนข้างไกล
         
          จนมาถึงจุดแวะพักที่สอง เฟินเยว่ก็ลงมายืดเส้นยืดสายปลีกตัวไปล้างหน้าล้างตาที่น้ำตกเพียงลำพังเสียหน่อย และเมื่อพลันเงยหน้าขึ้นเด็กสาวก็เห็นร่างสีขาววูบไหวอยู่บนโขดหินจนต้องเพ่งสายตามอง เด็กสาวเคยพบกับคนผู้นี้มาก่อน เขาคือเทพเจ้าปลาไป๋จี้ถุน (?) ที่เด็กสาวเคยพบกับเขาครั้งแรกที่ทะเลสาบไท่หู ในครานั้นนางมีเรื่องใคร่รู้เกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่ายจวบจนวันนี้ก็ยังสงสัย สาวน้อยจึงพาตัวเองเดินเข้าไปหาบุรุษสีพิสุทธ์ที่กำลังชื่นชมความงามของน้ำตกจินเซียง
         
          “มาแล้วเหรอซุนเฟินเยว่ข้ารอเจ้าอยู่เลย”
      
          บุรุษชุดขาวเอ่ยทักทันทีที่เด็กสาวย่างเท้าเดินเข้าไปหา ราวกับว่าเขามีญาณหยั่งรู้ถึงผู้ที่มีปณิธานแรงกล้าและเปลวไฟไม่มอดดับ
      
          “สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านเทพปลาไป๋จี้ถุน”
      
          เฟินเยว่ค้อมศีรษะพร้อมทั้งคุกเข่าทำความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทว่าบุรุษกายหิมะเพียงแค่ยิ้มและส่ายหน้าราวกับว่าปฏิเสธคำเรียกนั้น
      
          “ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น... วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า”
      
          ชายผู้นี้ยังคงเน้นย้ำว่าเขาคือผู้เฝ้ามองเหมือนครั้งแรกที่มีวาสนาได้พานพบ หรือว่าเขาจะไม่ใช่เทพปลาจริง ๆ แต่เป็นผู้เฝ้ามองอะไรสักอย่างที่ทำตัวลึกลับ เฟินเยว่ได้แต่กะพริบตาแต่ก็เออออตามไป นางมองไปทางฝ่ามือของบุรุษที่ผายไปยังหีบสมบัติใบหนึ่งวางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
      
          “เอ๋.. แต่ข้าไม่ได้ต้องการทรัพย์สินหรอกนะเจ้าคะ” จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่เชิงว่าถูกเสียทีเดียวเพราะตอนนี้นางก็มุทำงานหาเงินมาไถ่บ้านอยู่ นั่นจะเรียกว่าอุดมการณ์ได้หรือไม่ ทว่านั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายหลักในใจอยู่ดีเพียงแต่ในยามนี้เด็กสาวคิดถึงเพียงเรื่องใกล้ตัวก่อนเท่านั้น และเฟินเยว่ไม่ต้องการทรัพย์สมบัติจากผู้อื่น “ข้าไม่อาจรับเอาไว้ได้หรอกเจ้าคะ แต่หากว่าทำงานแลกเงินล่ะก็.. ข้ายินดีช่วยเหลือเจ้าค่ะ”
              
          “ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา”
      
          “เดี๋ยวสิเจ้าคะ เอ่อ.. หรือว่าท่านจะช่วยข้าไถ่บ้านคืนอย่างนั่นเหรอ?”
      
          เด็กสาวเอียงคอมอง ยังคงไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อเท่าใดนัก
      
          “สาวน้อย... วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ” ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจ ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค “ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ”
      
          “จะไปแล้วหรือเจ้าคะ แต่ว่า..”
         
          ไม่ทันที่จะแย้งกระแสลมแรงก็พัดผ่านใบหน้าจนต้องหลับตาหนี และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ไม่พบกับชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนหนึ่ง
      
          “อะไรกันเนี่ย… ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเลย...”
      
          เฟินเยว่นึกสงสัยตัวตนของผู้เฝ้ามองเข้าไปทุกที บุรุษผู้นั้นเหมือนกับเทพ เหมือนกับผี จะมาก็มาจะไปก็หายแว้บไปราวกับว่านางกำลังฝันอยู่ ทว่ามีหีบตรงหน้าอยู่จริงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
      
          เด็กสาวหยัดกายเดินเข้าไปหาหีบใบนั้นก่อนที่จะเปิดดูข้างใน แสงวาววับของเงินและทองที่สะท้อนเข้าดวงตาทำเอาเด็กสาวตาพร่า หรือว่านี่คือหนึ่งในบททดสอบความละโมบกันแน่นะ แต่มันไม่ได้ผลเฟินเยว่ไม่ใช่คนที่มีนิสัยอย่างนั้น นางปิดฝาหีบลงก่อนชั่งใจอยู่ชั่วครู่
      
          ‘เมื่อครู่ผู้เฝ้ามองกล่าวว่าอะไรนะ.. ภายภาคหน้าจะมีสงครามอย่างนั้นหรือ…’
      
          เด็กสาวขมวดคิ้วคิดไม่ตกจนเหงื่อซึมไหลลงจากข้างขมับ หากว่าคำกล่าวนั้นเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ในเมื่อคนที่อารักขาหีบใบนี้ตั้งใจที่จะมอบมันให้กับนางเด็กสาวก็ควรจะเก็บเอาไว้สำหรับช่วยเหลือผู้อื่นในยามที่เกิดคราวเคราะห์ขึ้นจริง ๆ และถึงหากสงครามไม่ได้เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เงินส่วนที่เหลือจากการไถ่บ้านคืนค่อยนำไปบริจาคแก่ผู้ยากไร้ก็ไม่เสียหาย
      
          สาวน้อยตั้งมั่นในใจเอาไว้เช่นนั้นก่อนที่จะยกหีบเงินทองขึ้นมา
      
          “แม่นางซุนจะออกเดินทางแล้ว พร้อมหรือยัง?”
      
          เสียงขานเรียกของบัณฑิตเหลียงดังขึ้นจากทิศทางที่รถม้าจอดอยู่ จากนี้จะได้เวลาเดินทางต่อแล้ว
      
          “เจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเจ้าค่ะ!”
      
          เฟินเยว่ขานรับด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง แต่กลับไปพร้อมกับหีบแบบนี้คงต้องอธิบายให้สหายทั้งสองฟังกันเสียยกใหญ่เสียกระมัง...
         
.
.
.
         
   
ลักษณะนิสัยรักสงบ
-10 ลดความเครียด

ลักษณะนิสัยขยัน
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 ความเครียด เมื่อต้องทำอะไรก็ตามในช่วงเวลากลางวัน
-20 EXP จากการโรลทำงานในช่วงกลางวัน หรือ โรลเดินทางช่วงกลางวัน (เรียลไทม์)



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-10 16:08:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเจอชายลึกลับอีกครั้ง



หลังจากที่เดินทางตามเสียงเรียกของในหัวตนเองมาอีกครั้งนั้นจีเทียนเต๋าก็สามารถที่จะเดินตามเสียงจนมาถึงสถานที่แห่งนี้

       "ทำไมสถานที่ในหัวของเรามันถึงเหมือนที่เราเคยไปมาแล้วหรือว่าจะเป็นเหมือนความฝันคราวแล้ว?"

ก่อนที่สายตาของตัวเองนั้นจะเหลือบไปมองเห็นชายคนหนึ่งที่ยืนมองน้ำตกบนโขดหินอยู่โดยที่ว่าตนเองนั้นกลับคุ้นๆกับอีกฝ่ายมากเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

ไม่ไม่ใช่ความฝันมันเป็นความจริงในคราวที่แล้ว นั้นท่านนั้นเองท่านที่ข้าเจอในคราวที่แล้วนั้นเอง!!!"


       "มาแล้วเหรอ จีเทียนเต๋า[ชื่อทางการคนที่สอง  ข้ารอเจ้าอยู่เลย"

ผู้เฝ้ามองกล่าวขึ้นในขณะที่สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมาถึงตามที่ตนเองคำนวณไว้แล้ว สำหรับกลุ่มผู้มีปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับ


       "ห่ะท่านรู้ชื่อของข้าด้วยอย่างงั้นหรอท่านเรียกข้ามาในครั้งนี้อย่างงั้นหรอข้านึกว่าข้าจะไม่ได้เจอกับท่านอีกแล้วจากเมื่อครั้งนั้นข้าสงสัยท่านมาตลอดว่าท่านคือใครกันแน่? หรือว่าคือสิ่งใดกันที่มีพลังอำนาจขนาดนี้?"


       "ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า"

ผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติใบนึงวางอยู่


       "ห่ะนั้นคือหีบอะไรกันแบบนั้น ข้างในมันมีอะไรกันหรือว่ามันจะมีของมีค่าที่อยู่ข้างในกัน? ข้าไม่ได้ต้องการของมีค่าจากผู้อื่นมาฟรีๆหรอกนะต่อให้เป็นท่านก็ตามทีต่อให้ท่านนั้นให้สิ่งนั้นกับข้าฟรีๆแต่ว่าข้าก็ไม่ได้มีอะไรที่จะตอบแทนกับสิ่งที่ท่านนั้นให้กับข้าได้ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ที่ข้าไม่สามารถที่จะตอบแทนท่านนั้นคืนได้"

ก่อนที่ตนเองนั้นจะค่อยๆพูดไปแล้วเดินไปเปิดหีบนั้นดูว่ามีสิ่งใดอยู่ในหีบนั้นกันแน่


       "ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา"

ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบอีกฝ่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดหีบเงินจำนวนหนึ่ง


       "นี้มันเงินทองนี้ทำไมท่านถึงมอบมันให้กับข้า ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่ที่ท่านทำไปทั้งหมดนี้นั้นท่านมีจุดประสงค์อะไรกันแน่แล้วที่บอกว่าเรียกหาผู้ที่มี อุดมการณ์แรงกล้าแบบนี้ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้านั้นมี อุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือประชาชนในแผ่นดินให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น!!!"


       "หนุ่มน้อย วันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ"

ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค


"ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"


       จีเทียนเต๋านั้นกำลังคิดถึงการกระทำของการกระทำของตนเองที่ตนเองนั้นคิดว่าจะต้องทำตาม อุดมการณ์ของตนเองนั้นให้ได้จะไม่ให้ประชาชนนั้นจะต้องทนทุกข์อีกต่อไปเมื่อตนเองนั้นไร้ซึ่งพลังของตนเองคงจะมีแต่จะต้องแสวงหาพลังของตนเองที่จะต้องช่วยเหลือผู้คนเพราะว่าตอนนี้นั้นตนเองยังคงไร้ซึ่งพลังคงไม่สามารถที่จะช่วยเหลือผู้คนได้คงมีแต่พลังและอำนาจที่จะช่วยให้ตนเองนั้น ทำในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นได้

"ถึงเวลาที่ข้าจะต้องทำเพื่อหาพลังของตนเองเพื่อที่จะช่วยเหลือทุกคนได้!!!"


       ทันทีที่คุณหันเผลอกระพริบตาเพราะฝุ่นละอองเข้าตาชั่วครู่ เมื่อมองชัดเจนอีกครั้งก็ไม่พบชายเส้นผมสีเงินคนนั้นอีกแล้ว ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงโขดหินกลางน้ำตกนั่นนอกจากหีบใต้ต้นไม้ที่บรรจุเงินจำนวนนึงให้คุณ

"เค้าไปไหนแล้วแบบนั้น...ทำไมมันเหมือนกับความฝันแบบนั้นเลยแต่ไม่มีทางเป็นความฝันได้อย่างแน่นอน ในเมื่อหีบเงินยังอยู่แบบนั้น"

พร้อมกับที่สายตาของตนเองนั้นจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่ตอนนี้เหล่านกต่างบินกันเต็มท้องฟ้าโดยที่ภายในใจของตนเองนั้นก็กำลังคิดที่จะหาวิธีที่จะทำให้ตนเองนั้นสามารถที่จะช่วยเหลือผู้คนให้จงได้ถึงแม้ว่าวิธีการนั้นมันจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดแต่ว่าตราบใดที่มันเป็นวิถีที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้แล้วล่ะก็ตนเแงก็พร้อมที่จะทำมันอย่างไม่ลังเลทันที


@Webmaster


      



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-10 18:33:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เพราะที่ตกลงกันเอาไว้ว่าจะพักเมืองเหอตงดันเจอเจ้าถิ่นที่นั่นจึงต้องเดินทางออกมาหาที่พักผ่อนเพียงชั่วครู่ใหม่ ซุนหยางพาจ้าวเพ่ยข้ามผ่านเหอตงมายังเมืองผูโจวคิดว่าจะให้หยุดพักที่กลางป่าเพียงชั่วครู่ แต่เสียงน้ำกระทบดังมาเนืองๆทำให้เขาตัดสินใจตามเสียงน้ำตกนั้นจนมาเจอแหล่งเสียง แม้เขาจะเป็นผู้ที่รู้ทางไปที่ไหนมาไหนได้ดีแต่น้ำตกแห่งนี้ซุนหยางพึ่งจะรู้จักเพียงครั้งแรก บ่งบอกว่าตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะรู้ไปเสียทุกอย่างอย่างที่เคยกล่าวอ้างจ้าวเพ่ยเอาไว้

"เจ้าเองก็หาที่งดงามเช่นนี้เป็นเหมือนกันนี่ คิดว่าจะรู้จักแต่โรงเตี๊ยมขายสุราชั้นดีเสียอีก" จ้าวเพ่ยกล่าวออกมาหลังจากที่นางเห็นน้ำตกอยู่ตรงหน้า แม้จะไม่สวยงามตระการตาเฉกเช่นน้ำตกแห่งอื่นแต่เสียงน้ำไหลกระทบจากเบื้องบนสู่เบื้องล่างดังอย่างต่อเนื่องก็สร้างความรู้สึกเย็นสบายไม่น้อย ส่วนหนึ่งจากละอองน้ำแผ่ตัวไปทั่วบริเวณแหล่งน้ำตกด้วย

ซุนหยางผูกม้ากับต้นไม้บริเวณใกล้เคียงพอที่จะไม่ให้หลุดหายไปได้ง่ายๆ ขณะนายของเขาก็เดินตรงดิ่งไปยังน้ำตก นางนั่งลงตรงขอบแอ่งน้ำใหญ่พลางดึงแขนเสื้อสัมผัสกับน้ำเย็นเฉียบของที่นี่ จ้าวเพ่ยหันไปหาซุนหยางทันทีเมื่อเห็นเหล่าปลาเวียนว่ายอยู่ที่นี่ไม่น้อย

"ที่นี่มีปลามาก หากตกปลาสักยามคงจะได้ปลามากมายนัก" นางกล่าวกับผู้ติดตามเพื่อสั่งเป็นนัยให้เขามาตกปลาบ้าง ซุนหยางเมื่อได้ยินดะงนั้นก็จับเบ็ดตกปลาเกินมาหานางสร้างรอยยิ้มประกับใบหน้างามขึ้นมาทันที ที่นางคิดว่าผู้ติดตามคนนี้กำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่นางคาดหวังเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้

คันเบ็ดถูกยัดเข้าให้มือเรียวสวยจับมันเอาไว้ ส่งผลให้สตรีหุบยิ้มทันที ซุนหยางยืนมองจ้าวเพ่ยที่ยังคงนั่งตรงหน้าเขาก่อนจะบิดขี้เกียจและเดินออกไปอย่างไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย คันเบ็ดในมือของสตรีแทบจะหักลงเมื่อนางจับมันแน่นด้วยความโกรธ จ้าวเพ่ยมองซุนหยางเดินไปนอนพิงโขดหินด้วยท่าทีสบายๆและหยิบสัมภาระมาเพื่อจะหาอะไรกินยามพักเสียหน่อย

"ขี้เกียจเช่นนี้หากได้มีเหตุต้องทำงานหนัก เจ้าจะไม่ขาดใจตายระหว่างทำงานก่อนรึ!" จ้าวเพ่ยบ่นออกไปพละนรีบลุกออกจากบริเวณนั้นเพื่อไปให้พ้นสายตาของผู้ติดตาม พอที่นางจะไม่หันมาเห็นชายผู้นี้แล้วเกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาได้ คราแรกอยากจะลงไปแช่น้ำทั้งตัวเสียหน่อยแต่คงจะทำไม่ได้ในเมื่อนางไม่ได้เตรียมชุดสำหรับเปลี่ยนมาเลยแม้แต่น้อย เรียกอีกอย่างคือนางไม่คิดจะเปลี่ยนชุดกลางป่ากลางเขาอีกคราให้อายฟ้าดิแน่นอน

ครั้นพอหันไปอีกทีกลายเป็นผู้ติดตามผู้นั้นหลับไปเสียแล้ว นางส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความเอื้อมระอาพลางใช้มือกอบชุดรุ่ยร่ายให้สามารถข้ามผ่านโขดหินได้โดยไม่ล้มเสียก่อน เพราะมัวแต่มองด้านล่างด้วยความระแวดระวัง นางเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนบนโขดหิน สายตาทอดมองออกไปยังทิวทัศน์แห่งนี้ไม่วางตา

"มาแล้วเหรอจ้าวเพ่ย ข้ารอเจ้าอยู่เลย" บุรุษผู้นั้นกล่าวขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ว่าจ้าวเพ่ยได้มายังที่นี่ราวกับคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว สายตามองมายังนางราวกับว่ารู้ถึงปณิธานแรงกล้าที่สัมผัสถึงความทะเยอทะยานและไฟไม่มอดดับของนาง

ใบหน้านั้น จ้าวเพ่ยจำไม่ผิดว่าเคยเจอกันคราหนึ่ง แต่นางคิดว่าเป็นเพียงแค่ความฝันเมื่อหลับงีบขณะตกปลาในครานั้นเพียงเท่านั้น พลันสีหน้าก็ปรากฏความสงสัยขึ้นมาราวกับว่านางไม่สามารถปิดบังความรู้สึกที่ก่อขึ้นมาได้ไม่มิด

"ท่าน.. ท่านเป็นใครกันแน่?" จ้าวเพ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยเสียเต็มประดา

"ข้าเป็นใครไม่สำคัญหรอก ข้าเป็นแค่ผู้เฝ้ามองเท่านั้น วันข้างหน้าต่อจากนี้ชีวิตเจ้าอาจจะต้องพบเจอความยากลำบากจากสงครามที่หนักขึ้น ขอเพียงเจ้าไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของเจ้าข้าจะมอบสิ่งนี้แก่เจ้า" บุรุษผู้กล่าวอ้างว่าเป็นผู้เฝ้ามองกล่าวก่อนผายมือนำสายตาจ้าวเพ่ยไปทางต้นไม้ที่มีหีบสมบัติวางอยู่

จ้าวเพ่ยเดินไปตามที่ผู้เฝ้ามองได้บอกนางด้วยความอยากรู้ หญิงสาวรวบชุดของนางเล็กน้อยขณะนั่งลงกับพื้นเพื่อเปิดหีบปริศนาอย่างช้าๆ หีบแง้มออกเห็นแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ทอประกาศส่องกระทบเข้าดวงตาสีอ่อน เกิดเป็นสีทองแวววาวไม่ต่างจากของที่อยู่ภายในหีบนั้น ตำลึงมากมายเรียงกองกันเอาไว้อย่างสวยงาม ความมากมายพอที่จะตั้งตัวในช่วงกลียุคได้สบายๆได้ทำเอาจ้าวเพ่ยรีบปิดหีบนั้นด้วยความตกใจ นางนิ่งเงียบกับสิ่งที่พบเห็นขณะที่สมองส่วนประมวลผลจะหยุดชะงักเล็กน้อย

"นี่มันอะไรกันเจ้าคะ… ตำลึงมากมายเช่นนี้ข้ารับเอาไว้เฉยๆไม่ได้หรอกนะเจ้าค่ะ.. "

"ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน สิ่งเหล่านั้นเรียกหาผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า ขอให้เจ้าใช้มันทำสิ่งที่พวกมันเรียกหา" ผู้เฝ้ามองกล่าวตอบจ้าวเพ่ย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปิดหีบเงินจำนวนหนี่ง

"สาวน้อยวันข้างหน้าเจ้าอาจต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแผ่นดิน โปรดตัดสินใจทุก ๆ อย่างที่พบเจออย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และอย่าให้อำนาจเหล่านั้นครอบงำมโนธรรมในใจ" ผู้เฝ้ามองกล่าวยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยอีกประโยค "ลาก่อน ข้าจะเฝ้าดูเจ้าเสมอ"

"ไม่ได้นะเจ้าคะ.. มากมายเช่นนี้ หากข้ารับเอาไว้ล่ะก็…" นางพยายามกล่าวค้านไป เพียงสายลมพัดมาเพียงครู่ ทำเอาฝุ่นละอองปลิวว่อนจนเข้ามายังนัยเนตรสีอ่อนของนางจนต้องหลับตาปกป้องดวงตาจากปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ แต่ครั้นเมื่อนางเปิดตาขึ้นมาก็ไม่พบผู้ใดแล้ว นางใช้หลังมือจับหางตาเล็กน้อยเพื่อพอเช็ดน้ำตาจากการขับฝุ่นผงออก ราวกับว่านางฝันไปแต่ว่าสัมผัสที่มือของนางบ่งยอกว่าสิ่งที่นางรับรู้ได้ว่าคือความจริง จ้าวเพ่ยลูบหีบนั้นแย่างเบามือก่อนจะรีบลุกและวิ่งไปปลุกผู้ติดตามของนางทันที

"อะไรของเจ้า.. ตกปลาเสร็จแล้วหรือ" ซุนหยางกล่าวถามจ้าวเพ่นเมื่อถูกปลุกกระทันหัน เขามองหญิงสาวดึงแขนเสื้อเพื่อพาไปยังอีกที่ด้วยท่าทีร้อนรนพลางอ้าปากหาวหวอดขึ้นมาอย่างเอื่อยเฉื่อย

"มีคนนำสมบัตินี้มาให้ข้า เจ้าดูสิ" จ้าวเพ่ยเร่งเปิดหีบสมบัตินั้นให้ซุนหยางดู พลันสายตาที่มีแต่ความเบื่อหน่ายของบุรุษก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที จ้าวเพ่ยมองตำลึงมากมายเหล่านี้โดยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปขณะที่สายตาผู้ติดตามของนางเหลือบมาจ้องมองนางทันที

"มากมายเช่นนี้หากโจรมาเห็นคงเป็นอันตรายกับเจ้าแน่ เร่งเก็บก่อนเถอะ" ซุนหยางกล่าวขณะยกหีบหนักนั้นขึ้นมาแบกเอาไว้ เพื่อนำไปเก็บเอาไว้ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นมาอย่างที่เขาพูดขึ้นมา "ผู้ใดให้เจ้ามาล่ะ"

"ผู้นั้นบอกว่าเขาคือผู้เฝ้ามอง ข้าเองก็ไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่ ทั้งยังบอกว่าวันข้างหน้า ข้าอาจจะเจอความวุ่นวายในแผ่นดิน" นางตอบไปตรงๆขณะที่มองซุนหยางยกสมบัติวางไว้ข้างตัวม้า

"หากรวมกับของที่เจ้ามีอยู่ก็คงจะมีมากไม่น้อย คงต้องเร่งนำไปที่โรงเงินเสียแล้วล่ะอยู่กับตัวก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป" ผู้ติดตามจ้าวเพ่ยแนะนำทางเลือกกับนาง จ้าวเพ่ยได้ยินดังนั้นก็บีบมือเข้าหากันแน่นเมื่อนางไม่คิดว่าชายผู้นี้จะคิดว่านางจะเป็นผู้มัสยัธจริงๆ นางเพียงแค่ตระหนี่กับสิ่งที่ไม่ควรตระหนี่แต่ก็ไม่สามารถกลบความอยากในสิ่งที่นางรักไม่ได้เลย

"จริงๆแล้ว" จ้าวเพ่ยก้มหน้าลง มือล้วงเข้าไปในชุดกี่เพ้าของนางและหยิบมุกสีสวยขึ้นมา "ข้านำเงินที่เก็บมาซื้อมุกพณาหวาซวีไปจนหมดแล้ว ขออภัยที่ไม่ได้บอกเจ้า"

มุกสีมรกตงามสะท้อนแสงพระอาทิตย์เกิดเป็นแสงประกายคล้ายน้ำอยู่ภายในนั้นถูกหยิบจากมือเรียวงามขึ้นมามองโดยซุนหยาง ผู้ติดตามของนางมองอย่างพิจารณาพลางจับมุกนั้นแตะหน้าผากของจ้าวเพ่ยและปล่อยมันลงเพื่อคืนแก่นาง จนจ้าวเพ่ยต้องรีบใช้สองมือประคองรับมันอย่างเร็วพลันก่อนที่จะตกลงสู่พื้นดินเสีย

"เจ้าบอกทุกอย่างกับข้าเสียหมด อย่าลืมสิว่าข้าก็เป็นโจรคนหนึ่งนะ" ผู้ติดตามนางกล่าวเตือนพลางปลดสายจูงม้าเพื่อเตรียมเดินทางต่อ จ้าวเพ่ยเก็บมุกนั้นเอาไว้กับตัวก่อนจะปีนหลังม้า หีบสมบัติถูกนำมาไว้กับตัวนาง ม้าเริ่มออกตัวอย่างไม่เร่งรีบ สายตาของผู้ติดตามเหลือบมองจ้าวเพ่ยเป็นระยะ ก่อนจะไล่ลงไปยังหีบสมบัติแต่ก็พยายามไล่ความคิดที่ไม่ดีออกจากหัวไปด้วย

เอฟเฟคสถานะผู้ติดตาม (ซุนหยาง)
+10 EXP เมื่อโรลนอนขี้เกียจ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-10-17 07:12:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด

         "แวะไปที่น้ำตกเพียงครู่ได้หรือไม่.. ข้าจะล้างตัวแมวจรตัวนี้เสียหน่อย"

         จ้าวเพ่ยเอ่ยถามซุนหยางขณะกำลังเดินทางเพื่อกลับไปยังซีเหอ หญิงสาวเกาหลังคอแมวสีดำขลับไปพลางมองบุรุษผู้นำทางนางหันมาหาเล็กน้อย

         "ได้สิ.. แต่อย่านานมากนัก อากาศเช่นนี้ข้าคิดว่าจะทำให้เจ้าป่วยไข้ได้ง่าย" ซุนหยางตอบรับนางก่อนจะบังคับบังเหียนอาชาสีขาวปลอดไปอีกทางที่เขาตั้งใจจะตรงไปยังซีเหอ ก็ต้องเลือบออกไปอีกด้านเสียก่อน

         การเดินทางจากลั่วหยางมาถึงยังเมืองซีเหอจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นักหากเดินทางรวดเดียว เพราะจ้าวเพ่ยเอาแต่พูดเร่งผู้ติดตามแต่กลับเป็นคนพาออกนอกเส้นทางเสียเองเพราะความเอาแต่ใจกลายๆ การเดินทางจึงชะงักลงไปเสียเล็กน้อยเมื่อต้องแวะพักยังน้ำตกเย็นฉ่ำที่นี่เพียงครู่หนึ่ง

         ทันทีที่มาถึง เหล่าเสียงน้ำไหลกระทบเสียดแทงเข้ามายังแก้วหูของแมวน้อยให้เกิดเสียงร้องแง๊วง๊าวระงม จ้าวเพ่ยตัดสินใจปล่อยแมวตัวสีถ่านที่อุ้มลงเดินบ้าง ขณะที่นางเริ่มค้นสัมภาระส่วนตัวเพื่อทำการอะไรบางอย่าง

         "เจ้าอย่าคิดจะอาบน้ำที่นี่เชียวนะ"

         "พูดอะไรของเจ้า.. ข้าก็อายฟ้าดินเป็นเหมือนกันนะ" จ้าวเพ่ยตอกกลับคำพูดของซุนหยาง ทั้งชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจเมื่อถูกกล่าวเช่นนั้น คันเบ็ดตกปลาที่ติดกับเป้ถูกยกขึ้นมาเตรียมเอาไว้เพื่อจะหาอะไรทำระหว่างนั้น

         "มีเวลาว่างเสียจริงนะ.. ไหนเจ้าบอกว่าจะล้างตัวแมวไง"

         "ใครจะเอาแต่อยู่เฉยๆเช่นเจ้าล่ะ.. เอาล่ะ.. หากไม่คิดจะทำอะไรก็ไปหาพักผ่อนตามที่เจ้าต้องการเถอะ"

         หญิงสาวถือเบ็ดและอุ้มลูกแมวไปทางน้ำตกเขตน้ำตื้น ก่อนจะวางลูกแมวลงบนน้ำพอให้เดินไปและนางก็นั่งลงข้างๆแมวตัวดำกอดแขนนางแน่น

         ความน่ารักยิ่งทำเอานางยิ้มขึ้นมาบ้าง มือเรียวกวักน้ำมาราดตัวบนแมวพอให้ไม่โดนใบหน้าเล็กๆ ขนสีดำถ่านเปียกชุ่มลีบไปกับตัวถูกถูน้ำเบาๆ ขณะจ้าวเพ่ยบีบนวดตัวแมวเบาๆ แม้จะพยายามทำให้ผ่อนคลายแต่เจ้าแมวตัวน้อยก็เกร็งกลัวน้ำเย็นๆนั้นอยู่ดี

         "ขนสีดำปลอดสวยเสียจริง.. ชื่อเสี่ยวเฮยดีไหมนะ" จ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมาลอยๆขณะลูบขนเปียกจนคิดว่าพอสะอาดแล้วก็วางแมวน้อยบนโขดหินให้ตัวแห้งลงบ้าง เสียงแมวร้องดังขึ้นมาขณะมองจ้าวเพ่ยก่อนจะสบัดน้ำออกจากขนและเดินเตาะลงจากโขดหินไปยังหญ้าแถวๆนั้น

         เมื่อให้เวลาทั้งแมวและผู้ติดตาม นางก็ต้องให้เวลากับตัวเองบ้าง หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดขณะเหวี่ยงคันเบ็ดไปยังกลางน้ำ พอคิดว่าน่าจะลึกแล้ว ก็รวบกี่เพ้าที่นางใส่อยู่เพื่อไม่ให้ยับขณะนั่งทับบนโขดหินน้ำตกที่นี่

         เสียงน้ำไหลเคล้ากับเสียงสายลม สร้างความผ่อนคลายเป็นอย่างดี นางใช่สตรีผู้รักสันโดษแต่อย่างไร แต่ว่าการพบเจอความวุ่นวายมาตลอดเมื่อพบความสงบสุขบ้างก็ย่อมรู้สึกดีไม่ใช่น้อย อยากจะลืมเรื่องราวร้ายๆที่ผ่านมาทิ้งลงไปในน้ำตกแห่งนี้เสียจริง

         แต่ถึงนางจะทิ้งลงไปอย่างไร จ้าวเพ่ยสตรีผู้อยู่ในกลียุคก็หาทิ้งความรู้สึกออกไม่หมดหรอก หญิงสาวหลับตาเงยหน้าให้สายลมไล้ผ่านหน้าได้รูปของนาง พลันเสียงแมวตัวน้อยดังขึ้นข้างๆและใช้หัวถูกกับชุดของนางสร้างรอยยิ้มประดับใบหน้าขึ้น ยามเปิดตาและมองมัน

         "ว่าอย่างไร.. เสี่ยวเฮย เจ้าต้องการปลาสักตัวไหม" จ้าวเพ่ยกล่าวขณะเกาหัวเสี่ยวเฮยไปพลาง พลันเบ็ดตกปลาที่นางตกก็พลันกระตุกขึ้นให้นางรีบลุกขึ้นทันที

         คันเบ็ดราคาถูกเมื่อถูกแรงดึงจากใต้น้ำย่อมโค้งงอได้ง่ายดาย หญิงสาวใช้แรงดึงสู้แรงปลาจนคันเบ็ดงอน่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะสตรีผู้ไม่รู้เรื่องการตกปลามาลงมือเสียเองย่อมพังไม่เป็นท่าอยู่แล้ว ภาพของนางที่ลุกขึ้นสู้ปลาปรากฏให้ซุนหยางเห็นมันจนเรียกจ้าวเพ่ยเสียงดังและวิ่งมาหาทันที

         "เจ้าอย่าสู้แรงปลาเช่นนั้น" เบ็ดในมือของจ้าวเพ่ยถูกแย่งไปเพื่อเขาจะดึงมันเอง ซุนหยางลดแรงผ่อนลงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสตรียืนมองตนข้างๆก็ยอมคืนเบ็ดให้

         "ผ่อนแรงแล้วดึงสู้ อย่าใช้แรงทั้งหมดสู้ปลา คันเบ็ดจะหักเอาได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่" ซุนหยางเอ่ยสอนนาง ขณะมองจ้าวเพ่ยพยายามตกปลาให้ได้ในครั้งนี้ เขาส่งเสียงเชียร์อีกฝ่ายขณะหญิงสาวเริ่มขยับถอยอย่างลืมตัว ปลาตัวใหญ่ที่นางตกได้กระโดดขึ้นน้ำตามแรงกระชากและลงน้ำไปอีกครั้งจนน้ำใสกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

         "ว๊าย!!" น้ำสีใสกระเด็นเข้าหน้าทำเอาจ้าวเพ่ยเสียหลักล้มลงพื้นจนก้นจ้ำเบ้า คันเบ็ดในมือกลับนิ่งสงบบ่งบอกว่าปลาตัวนั้นได้หลุดไปแล้ว

         ซุนหยางเร่งรุดเข้าไปหา หญิงสาวขณะจ้าวเพ่ยใช้มือเช็ดหยดน้ำที่กระเด็นโดนใบหน้านาง เขาเกิดหวั่นๆว่าจ้าวเพ่ยจะต่อว่าหรือโมโหอะไรไหม แต่ทันทีที่มือบังหน้าลดลง ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มออกมาก่อนนางจะหลุดขำกับพฤติกรรมตัวเองเมื่อครู่

         "ตกปลาเช่นนี้ก็สนุกไปอีกแบบนะ" นางกล่าวทั้งหัวเราะคิกคักและดึงคันเบ็ดมาเตรียมอีกครั้งพลางเอียงคอมองซุนหยางไปด้วย "เจ้าสนใจหรือไม่"

         "...สนใจ" ซุนหยางกล่าวขึ้นมาลอยๆราวกับเพ้อฝันอยู่ กว่าเขาจะรู้ตัวคันเบ็ดก็ถูกยื่นมาให้ตน แต่ซุนหยางกลับเดินไปอุ้มลูกแมวแล้วเดินออกไปทิ้งให้จ้าวเพ่ยยืนเก้ออยู่คนเดียว

         เมื่อเห็นว่าซุนหยางเดินออกไปนางก็ได้แค่ยืนนิ่งอย่างงุนงง ก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิมเพื่อที่จะตกปลาต่อ เวลาผ่านไประยะหนึ่งจ้าวเพ่ยรู้สึกเบื่อหน่ายลงแล้วนางก็ลุกขึ้นจากกิจกรรมที่ทำอยู่ พลางเก็บอุปกรณ์ตกปลาของนางด้วย หญิงสาวล้างมือจนสะอาดกับน้ำก่อนจะลุกขึ้นไปหาซุนหยางเพื่อจะกลับออกจากน้ำตกเพื่อไปยังเมืองต่อไปอีกครั้ง

         แมวขนสีสวยสะอาดวิ่งเตาะแตะมาหานางทั้งส่งเสียงร้องขึ้นมาราวจะให้อุ้ม จ้าวเพ่ยยื่นอุปกรณ์ให้ซุนหยางเก็บเอาไว้ก่อนจะอุ้มเสี่ยวเฮยพาปีนขึ้นบนหลังม้าไปก่อน สายตากวาดมองไปทางน้ำตกที่ยังคงทิ้งร่องรอยเปียกน้ำบนโขดหินก็นึกเสียดายที่จะต้องออกจากที่สงบแห่งนี้ แต่งานที่ต้องทำผลักดันให้นางต้องเดินทางต่อมากกว่าจมปลักอยู่กับที่เดิมๆเช่นนี้


ตกปลาลดความเครียด :: ปล่อยปลาที่ตกมาได้ทั้งหมด

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-10 11:20:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-10 11:26

   
⌜128⌟
   
บทที่ 21
เดินทางกลับบ้าน
ฉากที่ 1

          เดินทางอย่างไม่รีบร้อนเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ จากซีเหอมาถึงผูโจวเอาช่วงบ่าย สามสหายนักเดินทางผู้มีจิตใจอยากฟื้นฟูแผ่นดินฮั่น (กันคนละทาง) จึงแวะพักล้างหน้าล้างตาหุงหาอาหารกันที่น้ำตกจินเซียง พักม้าให้ได้เล็มกินหญ้าและปล่อยหมูป่าให้วิ่งเล่น ดูเหมือนว่าจะมีเนื้อหมูเป็นเสบียงติดเอาไว้ เฟินเยว่แม่ครัวประจำคณะจึงจัดแจงนำมาปิ้งย่างทาเคลือบด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษจากแดนใต้จนได้กลิ่นหอมฉุยเตะจมูกไปทั่วผืนป่า ท่านคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ที่หุงด้วยกระบอกไม้ไผ่ เป็นมื้ออาหารอันแสนเรียบง่ายแต่ทว่ากลับได้บรรยากาศที่ดี
         
          “ถ้าไม่พอบอกได้นะเจ้าคะ ยังมีอีกเยอะเลยเจ้าค่ะ”
         
          เด็กสาวเอ่ยยิ้มบอกสองสหายมือก็ปิ้งย่างเนื้อหมูอย่างขมีขมัน ดวงหน้าอันอ่อนเยาว์อังความร้อนเสียจนมันเยิ้ม กระนั้นนางก็ไม่ได้มามัวห่วงสวยซับเหงื่อออกจากใบหน้าของตนเอง ปลายเล็บที่เคยแต้มสีชาดเมื่อวันงานเลี้ยงหน้ากากก็เริ่มหลุดลอกออกไปตามกาลเวลาจนแทบจะไม่เหลือสี หากพูดถึงซุนเฟินเยว่ ภาพลักษณ์นี้นี่แหล่ะคือภาพที่คุ้นตามิใช่สาวงามในชุดผ้าพริ้วไสว
         
          “เจ้ามัวแต่ย่างเนื้อให้พวกข้า ได้กินเองบ้างหรือยัง”
         
          เด็กหนุ่มคิ้วพยัคฆ์หรี่ตาต้องมองเด็กสาวที่เอาแต่ย่างหมูจนข้าวแทบไม่พร่อง เนื้อที่นางย่างให้ความสุขกำลังดี ไม่แห้งไปจนกระด้าง ยังคงมีความฉ่ำของเนื้อและมันหมูทว่าสุกทั่วถึง เขาอยากจะช่วยนางปิ้งย่าง แต่ก็เกรงจะย่างหมูกึ่งสุกกึ่งดิบหรือไม่ก็ไหม้เกรียมเป็นตอตะโก เมื่อได้ยินคำทักเด็กสาวก็หัวเราะแหะ คีบหมูชิ้นเล็กและพุ้ยข้าวสวยเข้าปากไปหนึ่งคำ สายตาส่งตอบกลับไปว่า ‘นี่ไง ทานแล้วนะ’
         
          นาน ๆ ครั้งจะได้ทำอาหารไปทานไปเช่นนี้แม้จะใช้เวลาแต่ก็เกิดความสนุกสนาน บรรยากาศของสหายที่ได้กินดื่มไปพลาง แลกเปลี่ยนบทสนทนาไปพลาง และได้ช่วยกันปิ้งย่างเนื้อหมักอันโอชะไปพลาง คงเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อยหากนำไปประยุกต์ใช้กับร้านอาหารจำกัดเวลาและมีวัตถุดิบให้นำมาปิ้งย่างแบบไม่อั้น
         
          บางทีนางอาจจะต้องคิดเรื่องนี้เอาไว้ว่ากลับบ้านไปแล้วจะทำอะไรต่อ จะเปิดเป็นร้านอาหารอย่างที่นางถนัด หรือกลับไปสืบทอดกิจการของทางบ้านที่ต้องหยุดชะงักไปกว่าสิบปี หรืออาจมีเรื่องอื่นที่ยังนึกไม่ถึงให้ทำ หากไม่นับหีบที่เพิ่งได้มาจากบุรุษชุดขาวผู้ลึกลับ ตอนนี้นางก็มีเงินเปิดกิจการของตัวเองได้แล้วจากงานที่ทำตอนอยู่จวนเซี่ยโหวและงานจากเถ้าแก่หวัง ด้วยความที่เป็นคนขยันความคิดสร้างสรรค์จึงพรั่งพรู ไม่ว่างานไหนเฟินเยว่ก็อยากทำไปเสียหมด
         
          สาวน้อยสังเกตท่าทีของผู้ติดตามทั้งสอง ตงฮั่วขอเพิ่มข้าวและหมูย่างเป็นจานที่สอง แม้แต่บัณฑิตเหลียงที่ทานน้อยราวกับสตรีก็ทานอาหารได้เพิ่มขึ้นเมื่อได้ทานรสชาติถูกปากจากหน้าเตา หากว่าสหายชอบแล้วไม่แน่ว่าลูกค้าคนอื่น ๆ อาจจะชอบด้วยก็ได้ ตอนนี้เนื้อหมูพร่องลงไปมากแล้วนางก็ควรที่จะรีบทานก่อนที่จะเหลือแต่ข้าวเปล่า ๆ ทั้งสามใช้เวลาที่น้ำตกผูโจวเกือบ ๆ หนึ่งชั่วยาม และในขณะที่หมูย่างชิ้นสุดท้ายกำลังถูกย่างอยู่บนตะแกรงแขกที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาเยี่ยมเยือน
         
          “แหม กำลังปิ้งย่างอะไรกันอยู่หรือน้องชายน้องสาว ขอพวกข้าร่วมวงด้วยสิ”
         
          น้ำเสียงที่เอ่ยทักฟังดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนดีที่จะมาขอแบ่งปันอาหาร มันชั่วร้ายราวกับจะบอกว่าส่งของมีค่าทั้งหมดมาเสียมากกว่า และเมื่อผินใบหน้าหันมองทางต้นเสียง ดวงเนตรสีน้ำค้างอ่อนก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ กลุุุ่มคนผู้สวมชุดและโพกผ้าเหลืองในมือถืออาวุธตีวงเข้ามาล้อมคณะปิ้งย่าง
         
          “อู๊ดดดดด”
         
          เจ้าหมูน้อยขวัญเสียรีบวิ่งจู๊ดเจ้ามาซบที่กลางวง ไม่ใช่เพียงแค่มันที่ตกใจ ดูเหมือนบัณฑิตเหลียงจะเพิ่งได้อยู่กลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเป็นครั้งแรกเขาได้แต่นั่งสั่นเกร็งเป็นเจ้าเข้า เด็กสาวเห็นมีคนที่กลัวกว่านางด้วยสัญชาตญาณจึงเอาตัวเข้าบังบัณฑิตหนุ่มเอาไว้
         
          “พวกเจ้าถอยไป”
         
          มีเพียงผู้เดียวที่สามารถควบคุมน้ำเสียงให้สงบนิ่งอยู่ได้ อันที่จริงไม่ใช่เพียงแค่สงบทว่าท่าทีของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นเย็นชา เขาหยัดยืนขึ้นประจันหน้ากับกลุ่มโจรผ้าเหลืองโดยหาได้หวั่นเกรงสิ่งใดไม่ สายตาชาติเสือจ้องมองพวกมันอย่างเอาเรื่องชนิดที่ว่าเอาถึงตาย โจรโพกผ้าเมื่อเห็นสายตาเอาจริงมันก็ผงะถอย ส่วนมากชาวบ้านที่ถูกโอบล้อมเช่นนี้จะยินยอมมอบทรัพย์สินมีค่าให้พวกมันเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้น้อยคนนักจะหาญกล้าต่อสู้กลับ แต่ก็ยังทำใจดีสู้ลูกเสืออย่างไรเสียพวกมันมีจำนวนคนมากกว่าย่อมได้เปรียบไม่เป็นรอง
         
          เฟินเยว่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจในสถานการณ์เช่นนี้เสียเหลือเกิน ยามเมื่อต้องสู้กับโจรผ้าเหลืองตงฮั่วก็มักจะเข้าสู่สถานะ ‘ฆ่าไม่เลี้ยง’ ทั้งกลัวว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บ ทั้งยังไม่อยากที่จะให้เกิดความรุนแรงจนเกิดความสูญเสีย ทว่านางไม่เคยที่จะเกลี้ยกล่อมโจรผ้าเหลืองให้เลิกกระทำชั่วสำเร็จเลยสักครั้ง จะมีก็แต่ว่าพวกนั้นยอมแพ้เพราะจนมุมสู้ไม่ได้
         
          “ตงฮั่วเจ้าคะ--...”
         
          “หยุดพูดในสิ่งที่เจ้ากำลังคิดเลยนะ กับคนชั่วพวกนี้สิ่งที่จะสั่งสอนมันได้มีแต่พญายมราชเท่านั้น” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงเข้มเสียจนเด็กสาวไม่อาจต่อรองให้เขาเพลามือ เขาไม่อาจกล่าวอ้างว่าตนคือพญายม ให้ถูกก็คือเขาจะเป็นคนพามันไปโลกหน้าให้ได้ชำระคดีความ “ระหว่างข้าสู้เจ้าดูแลตัวเองและปกป้องบัณฑิตด้วย”
         
          “เจ้าค่ะ....”
         
          เด็กสาวรับคำตามโอวาท ทว่าไม่เพียงแค่ดูแลเหลียงต้าซิ่นหรอก แต่สำหรับอีกฝ่ายก็เช่นกัน หากเห็นว่าสหายหนุ่มพลาดท่าเพลี่ยงพล้ำก็จะสอดมือเข้าไปช่วยเหลือในทันที จะไม่ให้มีเหตุการณ์ดังเช่นที่หุบเขาจู้อวิ๋นเกิดขึ้นซ้ำสอง
         
          โจรผ้าเหลืองดูจะไม่รอให้ทั้งสองสนทนากันไปมากกว่านี้ มันบีบวงล้อมเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนตงฮั่วตั้งท่าชักกระบี่ที่บั้นเอว ทว่าจับไปก็เหลือแต่อากาศ เด็กหนุ่มลืมไปเสียสนิทเลยว่าเขาทำมันหักบนน้ำตกฉิงเซ่อแล้วยังไม่ได้อาวุธใหม่มาทดแทน คิ้วพยัคฆ์ขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด แม้จะตึงมือไปหน่อยแต่ก็จำต้องต่อสู้ด้วยมือเปล่า เขาพัฒนาตัวเองมามาก เพียงสู้ศึกแค่นี้ต้องไม่เพลี่ยงพล้ำ
         
          โจรผ้าเหลืองแกว่งดาบฟันปลาไปมาด้านหน้าอย่างน่ากลัว หากใบเลื่อยแหลมต้องเนื้อคงได้แผลเหวอะหวะทว่าตงฮั่วมิได้รู้สึกหวั่นเกรง เขาพลิกตัวหลบการต่อสู้ได้หมดทุกกระบวนท่าก่อนที่จะสวนกลับด้วยหมัดและศอก กระบี่อยู่ที่ใจแม้แต่มือเปล่าก็ไร้เทียมทาน เขาจับโจรคนนั้นให้มั่นก่อนที่จะทุ่มมันด้วยท่าสะพานโค้ง (เยอรมันซูเพล็กซ์) ศีรษะโจรกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง แม้ไม่ทำให้เสียชีวิตแต่ทว่าก็สลบเหมือดเหมือนตาย
         
          “เอ๊ะ..”
         
          เฟินเยว่จับความแปลกได้จากวิชาการต่อสู้ของเด็กหนุ่มได้ ปกติเขาจะใช้กระบี่ที่นางให้เข้าต่อสู้ ไฉนวันนี้จึงใช้มือเปล่าราวกับเป็นการประลองฝีมือ จึงเพิ่งมาสังเกตเห็นว่ากระบี่เล่มนั้นที่ตงฮั่วพกติดตัวมาตลอดได้หายไปจากเอวของสหาย นางยังจับต้นชนปลายไม่ถูกทว่าเห็นสหายต่อสู้มือเปล่ากับโจรที่อาวุธครบมือก็รู้สึกใจคอไม่ดี อีกฝ่ายได้แต่หลบทว่าไม่มีโอกาสได้ป้องกัน ดีที่ยังไม่ถูกดาบฟันปลาเฉือนเนื้อจนได้แผลเพิ่ม แต่ว่านางก็ไม่อยู่เฉยจะรอให้เกิดเหตุเช่นนั้นกับตงฮั่วก่อนได้อย่างไร
         
          “ตงฮั่วเจ้าคะ!”
         
          เด็กสาวตะโกนเรียกพร้อมกับโยนทวนสามพยัคฆ์ที่เคยเป็นของซุนเฮยหลงให้อีกฝ่ายใช้ปัดป้องร่างกาย ตงฮั่วยื่นมือออกไปรับอย่างแม่นยำอย่างเข้าขากับเด็กสาวนักสู้ ได้ทวนมาก็ควงหวดโจรจนหน้าหงาย เดิมทีบุรุษถนัดใช้แต่กระบี่และหมัดมวยยังไม่คุ้นชินกับอาวุธระยะกลางอย่างหอกหรือทวนจึงยังจับระยะสู้รบได้ไม่ถนัดมือ ซ้ำยังไม่มีเวลาถอดปลอก หากเป็นอาวุธที่ถนัดโจรพวกนั้นคงหัวหลุดออกจากบ่าไปแล้ว ถือว่าพวกมันโชคดีที่อาวุธใหม่ยังไม่เข้ามือจึงเพียงแค่ถูกใบทวนฟาดตีไม่ถึงตาย
         
          “อื๊อ!?!”
         
          “ว้าย!!! แม่นางซุน!!!”
         
          ในช่วงที่เด็กหนุ่มกำลังฟัดกับกลุ่มโจรกันอย่างชุลมุน โจรคนหนึ่งย่องมาที่ด่านหลังของเฟินเยว่ก่อนจะรวบตัวของนางเอาไว้หมายจับเป็นตัวประกัน หรือไม่ก็ขอให้ได้สมบัติสักอย่างกลับไปไม่มือเปล่าแม้เพลี่ยงพล้ำ เด็กสาวถูกลากเข้าไปในป่ามีเพียงแค่เสียงกรีดร้องของบัณฑิตด้วยความตกใจเรียกให้ตงฮั่วที่เพิ่งกำราบโจรได้รีบหันกลับไปมอง เนตรพยัคฆ์เบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นเพียงแค่พุ่มไม้สั่นไหวทว่าไม่เห็นร่างของเด็กสาว
         
          “เยว่เอ๋อร์!!!”
         
          หัวใจแทบตกอยู่ที่ตาตุ่ม ตงฮั่วรีบพุ่งไปทางแมกไม้นั้นด้วยอาการร้อนใจจึงไม่ได้สนใจใยดีโจรชั่วที่แพ้พ่าย พวกมันสบโอกาสนั้นวิ่งหนีเข้าป่าแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ทว่ายังไม่ทันที่จะไปถึงเสียงตุบตับก็ดังขึ้นหลังพุ่มไม้จนทำให้ฝีเท้าที่เร่งไปหาต้องชะงัก จากนั้นร่างของโจรก็กระเด็นลอยหวือออกมาก่อนจะร่วงลงพื้นดังอั่ก!
         
          “กลัวแล้ว! ขอโทษ ขออภัยแม่นางด้วย ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก!”
         
          มันยกมือกราบไหว้ไปทางพุ่มไม้ปลก ๆ สังเกตได้ว่ามันหน้าบวมช้ำเลือดกำเดาไหลเหมือนกับว่าดั้งจมูกจะหักงอ
         
          “ห๊ะ?”
         
          บุรุษทั้งสองในคณะเดินทางต่างงงเป็นไก่ตาแตกจนเผลอหยุดชะงักไปตาม ๆ ก่อน ให้นิ่งอึ้งไม่นานเด็กสาวชาวบ้านในอาภรณ์สีเข้มก็แหวกผ่านแมกไม้ออกมา ผมเปียที่ถักเอาไว้หลุดออกจนเปลี่ยนเป็นสยายยาวเป็นลอนทิ้งตัวลงกลางหลัง มันน่าจะหลุดลุ่ยออกตอนที่ถูกลากตัวไป ตามเนื้อตัวไร้ร่องรอยบาดแผลมีเพียงแค่เศษใบไม้ที่ติดอยู่ตามตัว สีหน้าของนางบึ้งตึงราวกับยักษาเทพสงครามก็ไม่ปานแต่ก็ปรากฏร่องรอยนั้นบนใบหน้าเพียงชั่วแว้บเดียวเท่านั้นจนชายหนุ่มตรงนั้นนึกหวั่นใจว่าตาฝาด
         
          “ต่อจากนี้ไปห้ามทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ!”
         
          เด็กสาวชี้หน้าสั่งสอน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ใส่อารมณ์ไปมากกว่านี้ เมื่อครู่นี้ตกใจแทบแย่ จนไม่รู้ว่าปนไปด้วยอารมณ์โกรธหรือว่าอะไรไปบ้าง แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวอารมณ์ร้อนก็คลายเป็นเย็นลงกระนั้นดวงหน้ายังคงไร้ซึ่งรอยยิ้ม
         
          “ข้า.. ข้า เข้าใจแล้ว ขอบพระคุณมากแม่นาง จากนี้จะไม่ทำชั่วอีก---... ไปล่ะ!”
         
          โจรกระจอกกราบไหว้แทบเท้าเด็กสาวอีกสามถึงสี่ครั้งก่อนที่จะลุกขึ้นวิ่งแจ้นหายตามพรรคพวกไป
         
          “เฮ้ย! เดี๋ยวสิวะ!!”
         
          ตงฮั่วตะโกนไล่หลังทำทีจะวิ่งตามไป เมื่อครู่เขามัวแต่งงไปหน่อยเลยปล่อยให้มันหนีไปได้ แต่เจ้าโจรคนนั้นรวดเร็วปานลมกรด เพียงแค่คลาดสายตามันก็หายวับไปราวกับภูติผี
         
          “โธ่เว้ย!!” บุรุษต่อยอากาศด้วยความเจ็บใจที่ ‘การล้างแค้น’ ในครั้งนี้ไม่สำเร็จ ในเมื่อจับโจรไม่ได้แล้วจึงเข้าไปดูอาการของเด็กสาวที่ถูกลากตัวไปด้วยความห่วงใยเกินสหายทำกัน “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?” มือแกร่งปัดใบไม้ให้ออกจากเส้นผมของเด็กสาวพร้อมทั้งมองสำรวจไปทั่ว
         
          “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่ผมหลุดนิดหน่อยเจ้าค่ะ” คงไม่มีเวลามาถักเปียใหม่ เด็กสาวจึงรวบเกศาขึ้นผูกผ้าเป็นห้างม้าแทน นางมองไปรอบ ๆ วงปิ้งย่างถูกการต่อสู้ขัดขวางแถมเนื้อที่กำลังอยู่ก็ร่วงตกพื้นไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังไม่เสียดายมากเมื่อเจ้าหมูป่าคาบเนื้อที่ตกพื้นไปกินตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าอย่างสำราญใจ “แล้วตงฮั่วล่ะเจ้าคะ บาดเจ็บตรงไหนไหม?”
         
          “ไม่.. ข้าไม่เป็นไร... จริงสิ”
         
          เด็กหนุ่มยื่นทวนคืนแก่เด็กสาวทว่าเด็กสาวยกมือดันออกขอให้เขาเก็บไว้เลย ตอนนี้นางมี ‘ไม้ปัดหยากไย่’ อันใหม่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องใช้ ‘ทวนดายหญ้า’ อีกต่อไป
         
          “ข้าขอมอบให้เจ้าค่ะ แล้ว.. กระบี่ที่เคยให้ไปไหนแล้วหรือเจ้าคะ?”
         
          “อ่า.. ข้าทำมันหักน่ะ แบบว่า.. ที่ซีเหอมีเรื่องนิดหน่อย”
         
          เด็กหนุ่มไหวไหล่ราวกับว่าเรื่องราวนั้นไม่ได้สำหลักสำคัญอันใด ทว่าคำสารภาพคร่าว ๆ ทำเด็กสาวไม่สบายใจเอาเสียเลย ไม่รู้ว่ามีเรื่องที่ว่าคืออะไรถึงขั้นกระบี่หัก แต่กระบี่มีความเปราะบางสูงเขาอาจจะใช้มันปอกมะพร้าวก็ได้ จิตใจมองโลกในแง่ดีชวนคิดเช่นนั้นเพราะถือว่าในเมื่ออีกฝ่ายปลอดภัยก็ไม่เป็นไร เอาไว้อีกฝ่ายอยากเล่าค่อยให้เขาเล่ามา นางไม่อยากไปกดดันซักถาม
         
          “อย่างนั้นหรือเจ้าคะ..” เด็กสาวผินใบหน้าหันไปมองเหลียงต้าซิ่นอีกคนที่อยู่ในสถานการณ์ ท่าทางของเขายังไม่หายตกใจดีเลย “คุณชายเหลียงไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าเรารีบเดินทางกันต่อดีกว่าเจ้าค่ะ”
         
          “ข้าเห็นด้วย รีบไปกันเถอะ”
         
          ต้าซิ่นรีบตอบ เขาไม่อยากจะอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว...
         
         
.
.
.





ตัวละครหลัก ซุน เฟินเยว่

อัตลักษณ์อัจฉริยะ
+5 Point จากการโรลต่อสู้

อัตลักษณ์หูดี
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
-20 EXP จากการโรลทำงานในช่วงกลางวัน
หรือ โรลเดินทางช่วงกลางวัน (เรียลไทม์)
+15 ความเครียด เมื่อต้องทำอะไรก็ตามในช่วงเวลากลางวัน

เอฟเฟคความสัมพันธ์
[152] ซู ตงฮั่ว [มาร]
มอบ หมูย่าง และ ทวนสามพยัคฆ์
+10 ความสัมพันธ์ จากการคนธาตุและปีเดียวกัน
+10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ขยัน)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
-10 ความสัมพันธ์กับขุนนางในสภา (ผิวเป็นฝ้ากระ)
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร

[NPC ในสังกัด] เหลียงต้าซิ่น มอบ หมูย่าง

[สัตว์เลี้ยง] เปาเปา มอบ หมูย่าง




ใช้งาน [152] ซู ตงฮั่ว

ลักษณะนิสัยรักสันโดษ
-10 ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

อัตลักษณ์แข็งแรง
+2 Point เมื่อโรลเพลย์ต่อสู้ระบบ
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจ

อัตลักษณ์คิ้วพยัคฆ์
+10 EXP จากการโรลเพลย์สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้อื่นให้เกรงกลัวเรา
+2 Point ทุกครัั้งที่โรลต่อสู้ผ่านระบบ




         


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้