[เมืองเฉินหลิว] จวนสกุลสวิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-8-24 21:46:18 |โหมดอ่าน



จวนสกุลสวิน
{ เมืองเฉินหลิว }








เรือนที่ร่มรื่นงดงามด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสาน
ร่างแบบโดยนายช่างสกุลเถียน ใช้เวลาหลายปีเพื่อต่อเติม
และวางรากฐานที่แข็งแกร่ง เสมือนต้นไม้ใหญ่ให้พักพิง
ที่ไม่สั่นคลอนต่อคลื่นลมแรง เป็นสถานที่ตั้งของโรงหมักสุรา
กิจการที่สืบต่อกันมาของสกุลสวิน มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วกวนจง

ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์ทำงานภายในจวนได้
ค่าจ้าง: 100 อีแปะ - 5 EXP (รายวัน)

ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์รับจ้างเฝ้ายามได้
ค่าจ้าง: 150 อีแปะ - 10 EXP (รายวัน)





[029] สวิน อวี้ (ซุนฮก) (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่)




โพสต์ 2021-8-30 13:49:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangnon เมื่อ 2021-8-30 13:58

จางหน๊งจูงม้า พร้อมกับเดินมายังหน้า จวนสกุลสวิน สายตามองไปยังรอบบริเวณ "บรรยากาศช่างสวยเสียจริงที่นี่ "

คนใช้ประจำจวนของสกุลสวินก็ได้เดินย่ำเท้าออกมาพอดีพร้อมทั้ง กล่าวถามไป
"ท่านมาพบใครหรือท่าน มีธุระอันใด"

จางหน๊งได้ตอบกลับอีกฝ่ายไปด้วยคำสุภาพ
"ข้ามาพบ ผู้นำคนปัจจุบัน ท่านกงต๋า"

หลังจากนั้นคนใช้ประจำตระกูลจึงได้พยักหน้า
พร้อมทั้งเดินเข้าไปหานายท่านของพวกเขาเพื่อออกมาพบแขก โดยทันที
เสียงคำถามได้ลอยออกมาแต่ไกลกับกลายเป็นว่าเป็นเสียงของท่านกงต๋า
"ใครมาพบข้างั้นรึ ! มีเหตุอันใดถึงมาพบข้าเช่นนี้" พร้อมทั้งเดินย่างกายออกมาข้างนอก จึงได้เห็นหนุ่มน้อยหน้าตานุ่มนวลดุจเสมือนหญิงสาวที่ยืน รอหน้าปะตูทางเข้าจวน


จางหน๊งได้//คุกเข่าคาราวะ พร้อมทั้งเอ่ยวาจาแบบอ่อนน้อมถ่อมตน ไปว่า ข้า มีนามว่า
หลิว จางหน๊ง เป็นน้องชายของฮั่นหลิงตี้
กุนซือผู้อาวุโสแห่งราชสำนักเมืองหลวงก่อนที่เขาจะสิ้นชีพ เขาได้บอก ให้ข้ามาที่จวนแห่งนี้ก็เพื่อศึกษาเรียนรู้วิชาต่างๆนาๆต่อจากเขา ขอรับ
ข้าคงมิอาจจะตอบได้ว่าเขารู้จักท่านได้เช่นไร
แต่ท่านนัันเป็นผู้มีความสามารถ โปรดน้อมรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิดขอรับ ตราบใดที่ท่านยังมีจิตใจที่ดีงามต่อราชวงศ์ฮั่น อีกทั้งท่านยังเป็นผู้มากปัญญาและความรู้ต่อข้าน้อยผู้นี้ ได้โปรด ท่านนับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด"


เขามองไปที่เด็กน้อยผู้นี้ผู้สิ้นกุนซือและดูเหมือนเด็กน้อยผู้นี้ต้องการให้เรามอบความรู้ความสามารถให้ดุจดั่งหนอนหนังสือ ยืนคิดไปชั่วสักครู่หนึ่ง " ทำไม ท่านต้องให้ข้าสอนเจ้าด้วยหล่ะ คนอื่นเก่งๆ มีตั้งมากมาย"

จางหน๊งยังคงอยู่ในท่าคาราวะอยู่พร้อมทั้งเอ่ยตอบไป" ท่านคืออาจารย์ และผู้มากความสามารถเป็นปัญญานำแสงไฟส่องสว่างแก่ข้าดัจดั่งเรือจ้างส่งถึงฝั่ง"


บุรุษผู้เป็นผู้นำตระกูลได้รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงจิตใจแห่งการเรียนรู้และทะเยอทะยานเช่นนี้ "เอาละ เอาละ ถ้าท่านอยากเรียนกับข้าละก็พรุ่งนี้ มาพบข้า ที่นี่เวลาเดิม แล้วข้าจะรอสอนท่านที่นี่
ตอนนี้พระอาทิตย์ใก้ลตกดินเสียเเล้ว ท่านเดินทางมาไกล ไหนๆท่านก็เป็นศิษย์ที่นี่แล้ว ข้าจะให้เจ้าพักที่นี่ได้ เรียนรู้วิชาจากข้า"

จางหน๊งดีใจ พร้อมทั้งคาราวะด้วยความกรุณาบุณคุณของท่านอาจารย์ จึงบอกกล่าวไปว่า
"ท่านอาจารย์ขอรับ  ข้ามีเพียงของบางอย่างที่ท่านอาจจะชอบ มาให้ ส่วนสิ่งไหนที่ข้าทำไม่ได้ในวันหน้าข้าจะทำให้ได้เลยขอรับ"

จางหน๊งได้หยิบของในกะเป๋า พร้อมทั้งคุกเข่าและมอบของให้ท่าน กงต๋า

    [052] มอบ ชาปี้หลัวซุน ให้

ลักษณะหนอนหนังสือ+20ค่าความสัมพันธกับกลุ่มบัณทิต/นักปราชญ์
+10ค่าความสัมพันธนิสัยเดียวกัน
@Webmaster
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2021-8-31 00:07:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangnon เมื่อ 2021-8-31 01:10

ในยามรุ่งเช้าหลังจากที่จางหน๊งได้เลือกที่จะพักอาศัยนอนที่นี่เพื่อการเรียนรู้กับท่านอาจารย์
เขาลืมตาพร้อมทั้งรีบลุกจากห้องนอนที่ทางสกุลสวินได้จัดเตรียมไว้ให้ รีบ ย่างกายย่ำมายัง จุดหน้าจวนเพื่อที่จะเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อรอคอยท่านอาจารย์ออกมา


"เป็นคนตรงต่อเวลาดีนี่อีกทั้งยังปฏิบัติตนตามที่ข้าบอกรวมถึงมีควาามเชื่อฟังข้า "
"เอาล่ะ เอาล่ะ  ข้าจะสอนเจ้า ให้ได้เรียนรู้จากข้าเพื่อเติบโต ไปอย่างผู้มีความรู้ดุจดั่งนักปราชญ์
ถ้าเจ้าพร้อมแล้วก็เดินตามข้ามาได้เลย"
กงต๋าได้กล่าวพรางเพื่อเป็นการเปิดบทแนะนำเล็กๆน้อยๆ เกริ่นนำ ก่อนที่เขา จะหันหลังแล้วเดินนำทาง ไปยังห้องเรียนรู้


จางหน๊งได้รับรู้ถึงความตื่นเต้นอีกครั้ง เสมือนวัยเด็กน้อยที่ได้อยู่กับกุนซือ รู้สึกได้รับรู้ถึงความอบอุ่นจากภายใต้จิตใจแก่เหล่าผู้เป็นอาจารย์
พร้อมทั้งเดินตามไปอย่างติดๆไม่กล้าเว้นระยะห่างไม่พลาดสักฝีก้าว


กงต๋าได้หยุดยังหน้าปะตูห้องเรียนของเหล่าสกุลสวิน เอื้อมมือจับสัมผัสไปยังประตูเบาๆ ~แล้วค่อยๆ เลื่อนประตูไปทางซ้าย เสียงประตูได้เปิดออก ข้างในห้องที่มี โต๊ะ และเก้าอี้ อย่างละ1ชุด พร้อมล้อมรอบไปด้วยหนังสือความรู้มากมาย ประดับไปด้วยลวดลายมังกรตามผนัง
"เหมือนข้าย้อนไปวัยเด็กเลยแฮะ ตอนข้านั่งเรียน ในห้องแห่งนี้ ในบางคราว ห้องคือห้องเรียนรู้ของเจ้าเเล้ว จางหน๊ง เจ้าก็ไปนั่งตรงโต๊ะเรียนตัวนั้นสะซิข้าได้เตรียมอุปกรณ์การเรียนรู้ของเจ้าไว้ที่โต๊ะนั้นแล้ว"


จางหน๊งได้เอ่ยตอบไปว่า "ขอรับท่านอาจารย์"
พร้อมอ่อนน้อมถ่อมตนเล็กน้อยแล้วลุดตัวเดินย่างกายไปยังโต๊ะเรียน พร้อมนั่งแบบสุภาพ




"ต่อจากนี้ไป เจ้าจะต้องเรียนรู้วิชาจากข้า
เจ้าจะมีเพียงแต่พละกำลังอย่างเดียวมิได้
เจ้าจะต้องมีปัญญา ด้วย เพื่อผสานรวมกันเป็นหนึ่ง หากเจ้ามีเพียงพละกำลังเจ้าก็เหมือน สิงโตที่ไร้เคี้ยวฟัน ภายนอกน่าเกรงขาม ภายในไร้อาวุธเสมือนปัญญา  หากท่านสงสัยก็ยกมือถามข้าได้ตลอด"


จางหน๊งหยิบจับพู่กันพร้อมจุ่มหมึก แล้วขีดเขียนจับใจความสำคัญ ลงในเล่มกระดาษที่ท่านอาจารย์จัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งยกมือถาม ไปว่า "แล้ววันนี้ จะเรียนอะไรกันดีหรือขอรับ"




"เป็นคำถามที่ดีมากแต่ถ้าเข้าไม่ถาม เจ้าก็จะได้คำตอบเช่นกัน แต่ถามมาก็ดีแล้ว แสดงถึงการเอาใจใส่ วันนี้จะเรียนอะไรหน่ะหรอ ข้ากำลังจะบอก ในโลกใบนี้มีผู้คนมากมาย เจ้ายังจะต้องพบเจอคนมากมาย อีกเยอะ และสิ่งที่เจ้าจะต้องมี
ให้ได้นั่นก็ คือกลยุทธ์การสื่อสาร  การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก
แต่บางครั้งแค่การสื่อสารอย่างเดียว
มันไม่มีพลังมากพอที่จะสร้างความสำเร็จ
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้สถานการณ์กดดัน
เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอ "


จางหน๊งนั่งจดขีดเขียนอักษรบันทึกลงในกระดาษอย่างตั้งใจอย่างมาก พร้อมทั้งจดจำข้อมูลการเรียนการสอน และจางหน๊งจึงถามไปว่า "หากการสื่อสาร อย่างเดียวมันมีพลังไม่มากพอที่จะสร้างความสำเร็จได้ เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอของข้า แล้วข้าควรทำเช่นไรมากกว่าพลังด้านการสื่อสารขอรับ"




"เจ้าก็ต้องนำเทคนิคการเจรจากลยุทธ์ทางปัญญาคือถามเพื่อให้อีกฝ่ายมองเห็นตัวตนของตนเองและยอมรับในความเป็นจริงจากนั้นจึงเสนอทางออกในรูปแบบการคุยแบบที่ปรึกษา"


จางหน๊งจดบันทึกในสิ่งสำคัญใจจดใจจ่อกับการเรียนรู้จากท่านจางหน๊ง พร้อมทั้งเอ่ยถามต่อ
"แล้วถ้าเป็นที่ปรึกษาจะต้อง มีการเล่าเรื่องถ่ายทอดออกไปยังไงดีขอรับ"


เขาได้ฟังคำถามที่เด็กหนุ่มน้อยได้เงยมองขึ้นมาพร้อมคำถาม ที่อยากทราบเพื่อเป็นความรู้
"นักเล่าเรื่องจะต้องมีเทคนิคมากพอสมควร
ในการโน้มน้าวใจของฝ่ายตรงข้ามให้เห็นด้วย
หรือคล้อยตามในสิ่งที่เรานำเสนอ โดยที่สำคัญ
ใช้เทคนิคการสร้างเรื่องเพื่อดึงดูดความสนใจชี้ให้เห็นถึงภัยของผู้นั้นที่ผู้นั้นสร้างมันขึ้นมานั่นแหละรวมถึงการเล่าผลเสียของผู้นั้นจะทำให้ผู่นั้น ยอมรับฟังความคิดเห็นของเจ้าได้ จางหย๊งเอ๊ย  และยังมี อีกเทคนิคหนึ่ง นั่นก็คือ เทคนิคหนึ่งของ กลยุทธ์นี้คือ ในการสร้างความน่าเชื่อถือคือการทำตัวเป็นอัศวินม้าขาวเข้าไปช่วยเหลือในเวลาที่คนอื่นเดือดร้อนเพื่อให้คนอื่นยอมรับและเห็นคุณค่าของเจ้า"


จางหน๊งได้ยกมือถามทันทีไปว่า
"ประเด็นคือถ้าอีกฝ่ายไม่เดือดร้อน
อัศวินม้าขาวจะตกงานไหม???ขอรับอาจารย์"


"ช่างเป็นคำถามที่ดีนี่จางหน๊ง งั้นเจ้าก็ฟังข้านะ มันก็ไม่ยากหรอก ข้าจะเล่าอะไรให้ฟัง
มืออาชีพย่อมมีเทคนิคที่เหนือชั้น
ไม่มีปัญญาต้องสร้างปัญหา
ไม่มีเรื่องต้องสร้างเรื่องกดดัน
แล้วเสนอตัวเพื่อหาทางแก้
อาทิ ท่อปะปาที่บ้านแตก
เราเรียกช่างมาซ่อมท่อปะปา
ความจริงแค่ซ่อมท่อทุกอย่างก็จบ


แต่ช่างกลับถามว่า
"ก๊อกน้ำในอ่างล้างหน้ามันเปิดน้ำไหลเบา
คุณไม่คิดจะซ่อมหรอครับ "


ถ้าถามว่าจำเป็นต้องรีบซ่อมไหมครับ
"ช่างก็ต้องบอกว่า ควรจะซ่อมครับก่อนที่มันจะไม่มีน้ำไหล
แล้วพี่จะลำบากเวลาไปทำงานตอนเช้าหรือเวลารีบ"


ความจริงก๊อกน้ำในอ่างล้างหน้าไม่ใช่ปัญหา
แต่ช่างต้องการสร้างปัญหาให้มากขึ้น
เพื่อให้ซ่อมหลายจุด
จึงใช้วิธีดังกล่าวในการหาเงินเข้ากระเป๋า
แล้วบอกกับเราว่า
"ตอนนี้ไม่สะดวกเปลี่ยนให้เพราะรับนัดลูกค้าไว้
อย่างไรก็นัดกันใหม่เป็นพรุ่งนี้หรือมะรืน"
เพื่อดึงเกมเพิ่มมูลค่าให้ตนเอง "
กงต๋าได้ตอบคำถามที่เขาได้รับคำถามของหนุ่มน้อยจางหน๊ง


จางหน๊งได้ทำท่างงสักครู่และก็นั่งตีความสักครู่ก่อนที่จะรับรู้มาทันทีและนึกออกได้จึงพูดออกไปว่า
"เพราะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเทคนิคดังกล่าวและเป็นเทคนิคที่ถูกนำมาใช้อย่างมากมายในยุคนี้สินะขอรับท่านอาจารย์"


กงต๋าได้ยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้ง กล่างตอบไปว่า
"ถูกต้องแล้วเจ้าหนุ่มน้อย เจ้าก็ดูตีโจทย์ได้นี่ หากเจ้าฝึกฝนมากๆ เจ้าจะได้เชี่ยวชาญ และนำกลยุทธ์ในวันนีัไปใช้ได้ เอาล่ะ เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน หลังเรียนเสร็จแล้วเจ้าจะไปโลดแล่นที่ไหนก่อนก็ตามสบายเพื่อรอเรียนในวันถัดไป แต่มานอนที่นี่ได้เสมอเพราะเจ้านั้นคือ ศิษย์ที่ต้องเรียนรู้จาก ข้า"


จางหน๊งได้ทำท่าคาราวะ เพื่อกราบลาหลังจากเรียนเสร็จสิ้น พร้อมทั้งยื่นของให้อีกฝ่ายและกล่าวบอกไปว่า
"ข้ามีของบางอย่างจะให้ท่านขอรับ โปรดรับไว้ด้วยเถิด"


[,052] มอบ ปลาเปรี้ยวหวานซีหู ให้


ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งทีโรลเรียนรู้


ลักษณะนิสัยหนอนหนังสือ
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+20 ความสัมพันธ์กับกลุ่มบัณฑิต/นักปราชญ์
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2021-9-1 00:38:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จางหน๊งเดินทางโดยอาชาคู่ใจกลับจากนอกเมืองอันอี้ มายังหน้าจวนสกุลสวิน พร้อมทั้งย่างกายเก้าขาลง มาจากอาชาคู่อย่าางช้าๆ
สายตามองบนท้องฟ้า ช่างเป็นท้องฟ้าที่สดใสเสียจริง เสียงก็เสียงกา ช่างเป็นใจเสียจริง
"กลับมาแล้วขอรับ ท่านอาจารย์ "


"กลับมาแล้วหรือขอรับคุณชาย ท่านมาเวลาพอดีเลยขอรับ ท่านกงต๋ารท่านอยู่พอดี"
เสียงคนใช้ประจำจวนสกุลสวินได้ออกมารับหน้าบ้านแบบสุภาพ พร้อมทั้งเดินนำหน้า และเปิดประตูห้องเรียน

จางหน๊งย่างกายเข้าสู่ห้องเรียนพร้อมทั้ง
ก้มหัวลงทำการคาราวะท่านอาจารย์ถึงมืออีกข้างจะมีผ้าผันแผลไว้
"ข้ากลับมาแล้วขอรับ ท่านอาจารย์"


"นักรบย่อมมีบาดแผล นั้นเป็นเรื่องธรรมดา ได้เวลาเล่าเรียนของเจ้าเเล้ว เชิญนั่งเถิด เจ้ามาทันเวลาพอดี หากมาช้าข้าคงไม่รอ"

เด็กหนุ่มน้อยเดินย่ำอย่างสุภาพเรียบร้อยไปยังโต๊ะนั่งเรียนของตน พร้อมทั้งนั่งอย่างสุภาพ
ปลายมือจับด้ามพู่กันอย่างตั้งใจสง่างาม


"เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสิ่งที่เจ้าจะต้องมีในการทำสงครามเพื่อเติบโตเป็นผู้นำที่ดีนำพาความปลอดภัยแก่ประชาชนราษฎรของเจ้า
ในยุคสงครามในภายภาคหน้านี้ในอีกไม่ช้านานมันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน "

เด็กหนุ่มน้อยได้นั่งจดบันทึกคำสอนสำคัญลงในกระดาษ "แล้วสิ่งใดเล่า ที่จะต้องมี ขอรับ"

"สิ่งที่เจ้าจะต้องมี ข้าจะถยอยบอกให้ก็แล้วกัน
ก่อนอื่น เจ้าต้องศึกษา สถานการณ์ ให้ออกก่อนอย่างแรก การทำสงครามเป็นเรื่องของความตาย ดังนั้นก่อนที่จะลงสนามไปรบต้องศึกษาความเป็นไปให้ดีก่อน ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออก ไม่งั้นจะเป็นการไปตายเปล่า เปรียบได้กับการประเมินศักยภาพของเรากับคู่แข่ง ดูว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร เมื่อทราบผลการประเมินแล้ว ก็ทำการปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับเรา"

เด็กหนุ่มตั้งใจเล่าเรียนอย่างเต็มที่เพราะเขานั้นเองก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก เพื่อเติบโตเป็นผู้นำ ที่ดี  "แล้วสงครามมีดียังไงขอรับ นอกจากอำนาจและสิ่งที่ต้องการกับความยิ่งใหญ่"

"การทำสงครามเป็นเรื่องของความสิ้นเปลือง มีแต่เสียกับเสีย ดังนั้นถ้าจะทำสงครามต้องรวบรัด ถ้ายืดเยื้อต้องมีการเตรียมทรัพยากรให้พร้อมไม่งั้นจะลำบากในภายหลัง เปรียบได้กับ การเริ่มต้นทำธุรกิจเริ่มต้นด้วยการลงทุนสิ้นเปลือง เราจะทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก การนำกำไรกลับมาหล่อเลี้ยงบริษัทให้ไวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หรือ เตรียมเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอต่อการทำธุรกิจ"


"เข้าใจแล้วขอรับ ท่านแล้ว ทำยังไงถึงจะชนะได้ละ"
เด็กหนุ่มได้นั่งจดข้อความลงกระดาษเรียนพร้อมทั้งเอ่ยคำถามที่อยากรับรู้

"กลยุทธ์
การทำสงครามสามารถกำหนดแพ้ชนะกันได้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม โดยดูได้จากการกลยุทธ์หรือการวางแผน โดยกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการชนะโดย ไม่ทำสงคราม เปรียบได้กับการตกลงกันล่วงหน้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ หรือที่เราเรียกว่าการฮั้วกันนั่นเอง กำหนดส่วนแบ่งทางการตลาดให้เรียบร้อย ไม่ตัดราคาเอง ได้กันทั้งคู่ แม้จะฟังดูเป็นไปได้ยากแต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำกันได้ วันนี้พอแค่นี้ วันหลังข้าจะสอนต่อให้เข้าใจ"

"ท่านอาจารย์ขอรับ ไหนๆ ท่านก็สอนข้า ข้านำชามาฝากท่านด้วยขอรับ หวังว่าท่านอาจารย์จะชอบนะขอรับ"เด็กหนุ่มได้ยื่นชาให้ก่อนทั้งคู่จะแยกย้าย

กงต๋าพลางย่างกายเดินมุ่งหน้าออกไปยังประตูพร้อมกับหันหลังมาบอกว่า "ไว้พบกันวันใหม่ หลังจากนี้เจ้าจะไปเล่นสนุกที่ไหนก็หัดระวังตัวด้วยล่ะ ข้าเป็นห่วง"

จางหน๊งได้ตอบรับ อย่างสุภาพ
"ขอรับท่านอาจารย์!"
เขานั่งคิดไปซักครู่ถึงเหตุการณ์ที่เขานั้นผ่านมาซึ่งมันแย่ เขานั้นใช้มือขวาล้วงมีดเล็กมากรีดเเขนซ้ายให้เป็นสามขีดเล็ก เพื่อทรมานตนเองเล่น พร้อมทั้งเลียเลือดของตนเอง
"หากเจ็บแค่ข้างเดียว เดี๋ยวอีกข้างจะเสียใจเเย่"
แสดงด้วยอารมณ์แสยะยิ้ม



[052] มอบ ชาหลงจิ่ง ให้

ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งทีโรลเรียนรู้

ลักษณะนิสัยซาดิส
+30Expทุกครั้งที่ทำให้ตนเองทุกทรมาน

ลักษณะนิสัยหนอนหนังสือ
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+20 ความสัมพันธ์กับกลุ่มบัณฑิต/นักปราชญ์
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2021-9-3 11:38:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เด็กน้อยจูงอาชาคู่ใจ เอื้อมมือผูกเชือกไว้ที่ เศษไม้
หลุังจากที่เขาและอาชาของเขา ได้กลับจากเมืองเฉิงตูและได้ฟังเทศฟังธรรม
"กลับมาแล้วขอรับท่านอาจารย์ ไม่ได้พบกันตั้ง1วันข้าคิดถึงท่านจะแย่อยู่แล้ว "

".."ชื่อNPC

"ท่านจะสอนปัญญาฝึกเสียงการรับรู้โดยปราศจากการมองเห็นสินะขอรับ ไม่เพียงแต่จะมีพละกำลังข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
เด็กหนุ่มน้อยได้รับผ้าปิดตา 1 ผืน พร้อมกับย่างเท้าเดินตามอาจารย์ของตนไปยังสนามหญ้ากลางลานฝึก บริเวณรอบเต็มไปด้วยป่าสีเขียวขจีอันสดใส

".."ชื่อNPC

จางหน๊งได้ทำการปิดตา บริเวณรอบๆนั้นมืดมิดมิเห็นสิ่งใดๆ แม้แต่อาจารย์ รับรู้เพียงแต่เสียง
นกและสัตว์บริเวณรอบๆ และเสียงอากาศและลมพัดปลิวไสว พัดพาไปมา

".."ชื่อnpc


"โอ้ย!~~~"
ร่างกายถูกปะทะตีด้วยไม้ชนิดหนึ่ง กะทบร่างกายไปหลายที จนเจ็บแต่ก็ต้องอดทน
นับครั้งได้รอบนี้โดนไป10ที

".."NPC


เขาหยิบไม้ที่อาจารย์ส่งมอบให้
"ขอรับข้าต้องตอบโต้ และต้องฟังเสียง สินะขอรับ ว่าเสียงนั้นมาทางไหนกันแน่ จางหน๊งกำไม้แน่น ที่พร้อมจะ ตอบโต้และฟาดฟันดุจดั่ง เปลวเพลิง

".."NPC


เขานั้นกลั้นหายใจพร้อมตั้งสมาธิ หล่อหลอมจิตใจการต่อสู้ด้วยสติปัญญา
จางหน๊งนั้น ได้รับรู้เสียงไม้ผสมลมกำลังฟาดเหวี่ยงมายังด้านหลังของตน เขาจึงใช้//ระบำ ไฟแปดทิศฟันดาบอย่างต่อเนื่องรอบๆหลายๆทิศทางตนเอง เพื่อป้องกันมิให้ร่างกายถูกสัมผัสด้วยไม้


".."ชื่อNPC


"โอ้ย!!~~~"
ร่างกายถูกไม้ตีหลายจนเจ็บซ้ำไปทั่วร่างกายพร้อมกับนั่งคุกเข่าลงทั้งสองเพราะใช้พละกำลังมากกกว่าสติปัญญาในการตั้งมั่นภายในจิตใจ



".."ชื่อnpc


"วันนี้ข้าดวลแพ้ท่าน อย่างมากขอรับท่านอาจารย์ขนาด ท่านเป็นอาจารย์ยังเก่งกว่าข้าแม้ท่าน จะไม่มีพละกำลังมากกว่าแต่ก็ชนะข้าด้วยการดวลการต่อสู้ โดยใช้สติปัญญามากกว่าพละกำลัง ถึงแม้ข้ามีพละกำลังมากกว่า แต่ก็จะใช้ปัญญาสติความตั้งใจมห้มากๆในวันหน้า ขอรับ!"
จางหน๊งถอดผ้าปิดตาออก
"ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างดี ข้ามีของมาให้ท่านด้วยขอรับ โปรดรับไว้ด้วยเถิด

[052]มอบ ชาโม่ลี่ฮวาฉา ให้

ลักษณะนิสัยทะเยอะทะยาน
+2 โรลต่อสู้
+2โรลเรียนรู้

ลักษณะนิสัยซาดิส
+4ดวลแพ้
+30exp ทำให้ตนเองได้รับทรมาน

ลักษณะนิสัยหนอนหนังสือ
+4โรลเรียนรู้
+20สัมพันธ์กับกลุ่มนักปราญ์/บันทิต
+10สัมพันคนมีนิสัยเดียวกัน






←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-3 15:03:35
สวินโหยวเงยหน้าขึ้นมองจากกองตำรา เขาคำนวณไว้แล้วว่าจางหน๊งต้องกลับมาเวลานี้ จึงได้เคลียร์สะสางงานต่าง  ๆ จนเสร็จ แผ่นดินกลียุคเช่นนี้ยากนักที่จะมีคนใฝ่ศึกษา
      "กลับมาแล้วขอรับท่านอาจารย์ ไม่ได้พบกันตั้ง1วันข้าคิดถึงท่านจะแย่อยู่แล้ว "
      "เจ้าไม่ต้องมาประจบข้าเลย ถึงเช่นนั้นข้าก็ไม่คิดสอนทางลัดให้เจ้าหรอกนะ" สวินโหยวกล่าวพลางลุกขึ้นจากโต๊ะหนังสือ "ตามข้ามา และถือผ้าสีดำผืนนี้ไว้ อีกสักพักเจ้าจะต้องใช้มันปิดตา"
      สวินโหยวกล่าวกับอีกฝ่ายก่อนเดินนำไปด้านนอกเรือนทำงาน
      "ท่านจะสอนปัญญาฝึกเสียงการรับรู้โดยปราศจากการมองเห็นสินะขอรับ ไม่เพียงแต่จะมีพละกำลังข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
จางหน๊งได้นำผ้าไปปิดตาทันทีที่ตามเขามาถึงลานกว้างด้านนอกห้อง

      "เจ้าตอนนี้รู้สึกเช่นไรบ้างเมื่อมองไม่เห็นโลกภายนอก จำไว้การสงบนิ่งจะช่วยเจ้ามองเห็นได้ในความมืด" สวินโหยวแนะนำสอนสั่งอีกฝ่ายก่อนจะโยนก้อนหินปที่ฝูงนกให้ร้อง

จางหน๊งได้ทำการปิดตา บริเวณรอบๆนั้นมืดมิดมิเห็นสิ่งใดๆ แม้แต่อาจารย์ รับรู้เพียงแต่เสียง
นกและสัตว์บริเวณรอบๆ และเสียงอากาศและลมพัดปลิวไสว พัดพาไปมา

        สวินโหยวมองดูปฏิกิริยาของเขา ก่อนจะยิ้มหยิบท่อนไม้แข็ง ๆ สักท่อน เขาเดินไปทดสอบขั้นต่อไปด้วยการฟาดไปที่ร่างกายจางหน๊ง

"โอ้ย!~~~"
ร่างกายถูกปะทะตีด้วยไม้ชนิดหนึ่ง กะทบร่างกายไปหลายที จนเจ็บแต่ก็ต้องอดทน
นับครั้งได้รอบนี้โดนไป10ที

      "เจ้ารับไม้นี่ไป ปัดป้องข้าให้ได้ หากปัดป้องไม่ได้ก็เจ็บตัว" สวินโหยวกล่าวพลางฟาดตวัดหลอกล่ออีกฝ่าย  มีโดนบ้าง จุดปัดได้ที่อีกฝ่ายจะกันได้กลับน้อย
      "ช่องโหวเพียบ" เปี๊ยะ

        เขาหยิบไม้ที่อาจารย์ส่งมอบให้
        "ขอรับข้าต้องตอบโต้ และต้องฟังเสียง สินะขอรับ ว่าเสียงนั้นมาทางไหนกันแน่ จางหน๊งกำไม้แน่น ที่พร้อมจะ ตอบโต้และฟาดฟันดุจดั่ง เปลวเพลิง

        "อย่าฟังเสียงอย่างเดียว ทำสมาธิให้ได้แม้เวลาสู้ เสียงหลอกเราได้" สวินโหยวกล่าวก่อนใช้อีกมือหยิบหินในกระเป๋าเขวี้ยงลงน้ำใกล้ ๆ สร้างความสนใจอีกฝ่ายให้สับสน

         เขานั้นกลั้นหายใจพร้อมตั้งสมาธิ หล่อหลอมจิตใจการต่อสู้ด้วยสติปัญญา
         จางหน๊งนั้น ได้รับรู้เสียงไม้ผสมลมกำลังฟาดเหวี่ยงมายังด้านหลังของตน เขาจึงใช้//ระบำ ไฟแปดทิศฟันดาบอย่างต่อเนื่องรอบๆหลายๆทิศทางตนเอง เพื่อป้องกันมิให้ร่างกายถูกสัมผัสด้วยไม้

       "ใจจดจ่อสมาธิให้มากขึ้น เจ้าต้องหนักแน่น เมื่อกี้ข้าแค่หลอกล่อด้วยเสียง" สวินโหยวกล่าวแสยะยิ้มพลางฟาดีอกฝ่ายไม่ยั้ง ในเมื่อให้เขาเป็นอาจารย์เขาก็สอนให้อีกฝ่ายพร้อมรับแรงกดดันในอนาคต

        "โอ้ย!!~~~"
         ร่างกายถูกไม้ตีหลายจนเจ็บซ้ำไปทั่วร่างกายพร้อมกับนั่งคุกเข่าลงทั้งสองเพราะใช้พละกำลังมากกกว่าสติปัญญาในการตั้งมั่นภายในจิตใจ

        "เจ้าต้องฝึกอีกเยอะนะ เมื่อขาดประสาทสัมผัสตากลับเป็นช่องโหว่ร้ายแรง" สวินโหยวกล่าวก่อนวางไม้ "เปิดตาได้ เจ้าต้องฝึกฝนด้วยล่ะยามว่าง อย่าปล่อยให้มันทื่อ การสัมผัสเจ้าด้วยสมาธิยังบกพร่องนัก"      

        "วันนี้ข้าดวลแพ้ท่าน อย่างมากขอรับท่านอาจารย์ขนาด ท่านเป็นอาจารย์ยังเก่งกว่าข้าแม้ท่าน จะไม่มีพละกำลังมากกว่าแต่ก็ชนะข้าด้วยการดวลการต่อสู้ โดยใช้สติปัญญามากกว่าพละกำลัง ถึงแม้ข้ามีพละกำลังมากกว่า แต่ก็จะใช้ปัญญาสติความตั้งใจมห้มากๆในวันหน้า ขอรับ!"
จางหน๊งถอดผ้าปิดตาออก
"ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างดี ข้ามีของมาให้ท่านด้วยขอรับ โปรดรับไว้ด้วยเถิด
   
      "เอาล่ะโชคดี"

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-26 16:13:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangnon เมื่อ 2021-12-26 16:22

                                  
      บทกวีศรแห่งธิดาปัญญา

เด็กน้อยร่างเล็กน้อยย่างกายมายังสถานที่แห่งนี้ กาลเวลาเริ่มเปลี่ยนไป เสียงลมปลิวผลัดพา สไวว่อนวอย แห่งนภา  ตนนั้นชำเรืองมอง ไปยัปะตู พร้อมทั้ง เปิดประตู หน้าทางเข้า สายตามองไปรอบๆ พร้อมกับ พูดจา กล่าว

“ ข้ากลับมาแล้วขอรับ ท่านอาจารย์ มีใครอยู่หรือเปล่าขอรับ “

ทันใดนั้นเสียง ก้ก้องกังวาลสเดาะหู พร้อมทั้ง การเปิดเผยของ คนใช้ประจำสกุลสวิน เขาได้กล่าวทักทาย เด็กน้อย

“มีขอรับเจ้าชายน้อย ข้ามิพบท่านนานมากเเล้วท่านไปอยู่แห่งหนใด “

ตนนั้นยิ้มกรุบกริบ พร้อมทั้งหัวเราะเบาๆ
“ขาหน่ะ ไปพักผ่อนมา ทำจิตใจสมาธิตามป่าตามเขา ว่าแต่พาข้าไปพบท่านอาจารย์ข้าเสียทีได้หรือไม่ “

คนใช้ประจำสกุลสวินได้พยักหน้าจานตอบ พร้อมเอ่นตอบ
“ท่านมาก็ดีแล้วท่าน ท่านกงต๋า รอท่านอยู่พอดี ตั้งแต่ท่านหายไป คงเป็นลางบ่งบอกว่าท่านจะกลับมา นายท่านข้า เลยรอเจ้า อยู่ ตามข้ามา “

หลิวจางหน๊ง ได้เดินตาม เหล่าคนใช้ประจำสกุล พร้อมเดินอย่างมีมารยาท


มือเคาะปะตูเล็กน้อย พร้อมทั้งเปรยปากว่า
“นายท่านเจ้าคะ องค์ชายน้อยหลิว จางหน๊งมาแล้วเจ้าค่ะ”

“เชิญ” เสียงตอบรับจากภายในห้อง

“เชิญเข้าไปได้เลยเจ้าค่ะองค์ชายน้อย”
เหล่าคนใช้ประจำสกุลได้เปิดปะตูเพื่อให้อีกฝ่ายได้เข้าไปข้างใน

ตนนั้นย่างกายเข้ามายังในห้องเพื่อที่จะเข้าพบท่านอาจารย์พร้อมเปรยปากออกมา พร้อมทำการคาราวะ
“สวัสดีขอรับท่านอาจารย์ข้ากลับมาแล้วขอรับ”


กงต๋าได้ทำการพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับมองไปยังอีกฝ่ายพร้อมเอ่ย
“ไม่เจอกันนานเลยนะ เชิญเจ้านั่งก่อน เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่เจ้าควรรู้ “


หลิวจางหน๊ได้ย่างกายเบาๆทำการนั่งลง
สายตามองไปยังท่านอาจารย์ “ข้าได้ข่าวไว้ว่าอีกไม่นานแผ่นดินจะลุกเป็นไฟอีกครั้งเเละมันจะใหญ่หบายเท่า “

“อืมมมม…..เรื่องนั้นข้ารู้ดี เจ้าควรที่จะเรียนรู้เเละเอาตัวเจ้าให้รอดปลอดภัยไว้ก่อน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวืตตนเอง และข้าก็รอเจ้ากลับมา ข้าเชื่อเสมอว่าเจ้านั้น ไม่ได้ตายง่ายๆ  “

“หากเจ้าใช้เพียงแค่ดาบชีวิตเจ้ายังคงมิอาจทำอะไรได้
เจ้าควรจะต้องมีศรแห่งปัญญา พละกำลังเจ้ามิอาจจะชนะได้เสมอไป และก็ระวังตัวไว้เสมอว่าเจ้าหน่ะมีหลายคนต้องการตัวเจ้า สิ่งที่เจ้าควรทำตอนนี้ควรเรียนรู้เพื่อตัวเจ้าสะ”

“แล้วศรแห่งปัญญา นั่นหมายถึงอันใดรึขอรับท่านอาจารย์ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน “

หยิบลูกธนูขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ เพื่อให้อีกฝ่ายได้ดู
“นี่ไงศรแห่งปัญญา “

“ลูกธนูหรือขอรับ “
ตนนั้นได้เริ่มเล่าเรียน และรับรู้ถึงการเรียนรู้กับอีกฝ่ายและตั้งใจจดใจจ่อ
“ลูกธนู นั่นมันก็คือลูกธนูธรรมดา สินะขอรับท่านอาจารย์

เขาพยักหน้าเบาๆ พร้อมทั้งเอ่ยไปว่า “หากเจ้าใช้มันเป็นมันก็คือศรแห่งปัญญา หรือที่ข้าจะสอนมันก็คือบทกวีศรแห่งธิดาปัญญา มันคือศิลปะ แห่งการใช้ธนูที่่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน และข้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้พละกำลังตราบใดที่ข้ายังใช้ปัญญาของข้าเพื่อการต่อสู้ “


ตนนั้นได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งรู้สึกได้ถึงการที่จะเติบโตและพร้อมรับความรู้เสมอ เขาได้ใจจดใจจ่อพร้อมทั้ง  นั่งเรียนรู้กับอีกฝ่าย
“ศรแห่งปัญญา งั้นหรือขอรับข้าพร้อมที่จะเรียนรู้แล้วขอรับ ข้าอยากลองยิงธนูแล้วสิ”

ฮืมมม….แอบส่ายหน้าเบาๆ พร้อมทั้งเปรยปาก
“ใจเจ้าอย่าได้ร้อนรนยิ่งนักเลย เจ้าหนูน้อยของข้าเจ้ายังไม่รู้วิธีการใช้เบื้องต้น ที่แท้จริงและศิลปะของมัน เอาละข้าจะสอนเจ้าเลยก็แล้วกันวันนี้
ดังนั้นการยิงธนู ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปะที่ต้องเรียนรู้ สำหรับบุรุษ โดยต้องเรียนรู้ทั้งการยิงธนูและมารยาทที่เกี่ยวข้อง ไม่เพียงถูกฝึกให้มีทักษะชำนาญสงครามเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขายังได้เก็บเกี่ยววิถีของการเป็นผู้ดีในระหว่างการเรียนรู้อีกด้วย ศิลปะการยิงธนูจึงจัดเป็นศิลปะชั้นสูงสำหรับผู้ดีจีนโบราณเท่านั้น

ศิลปะที่สำคัญอีกประการคือ การเป็นสารถีบังคับรถม้า ซึ่งต้องผ่านการฝึกฝนมาดี ศิลปะชนิดนี้อาศัยทั้งความเฉลียวฉลาดและร่างกายที่ทรงพลัง

สำหรับสองศิลปะสุดท้ายอันได้แก่การคัดลายมือ การประพันธ์และการคิดคำนวณ มีผลช่วยขัดเกลาจิตใจของผู้เรียน การคัดลายมือทำให้นักเรียนลดความก้าวร้าวและขัดเกลาจิตใจที่หยาบกระด้าง ขณะที่คณิตศาสตร์ช่วยให้สมองรวดเร็วคล่องแคล่ว

หลิวจางหน๊งได้รับการเรียนรู้พร้อมทั้ง จดใส่บันทึกใส่กระดาษของตนและใช้หมึกจดเพื่อความเรียน “แล้วข้าจะได้เริ่มวันไหนรึขอรับทานอาจารย์

“เอาเป็นว่าวันนี้เจ้าไปพักผ่อนก่อนดีกว่าไว้พรุ้งนี้ เจ้าเริ่มฝึกกับข้าก็แล้วกัน ทำตามที่ข้าบอกก่อนเถิดเจ้าเดินทางมาเหนื่อย”

ตนนั้นพยักหน้า พร้อมทั้งลุกและทำท่าทางคาราวะอาจารย์ของตน
และยื่นอาหารปลาเปรี้ยวหวานซีฮูให้ท่านอาจารย์
พร้อมทั้งเดินออกห้องไป





ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้




ลักษณะนิสัยหนอนหนังสือ

+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+20 ความสัมพันธ์กับกลุ่มบัณฑิต/นักปราชญ์
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2021-12-27 01:38:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด

บทกวีศรแห่งธิดาปัญญา: ก่อกำเนิดสายโลหิตศรแห่งธิดาปัญญา EP2

เสียงผู้หญิงปริศนา อันนุ่มนวล ดังก้องกังวาล
“จิตใจอันบริสุทธิ์ เด็กผู้มีจิตใจงดงาม องค์ชายน้อยแห่งราชวงศ์หลวง ชีวิตท่านช่างน่าสงสารยิ่งนัก “

สายตากวาดไปรอบๆ ก็มีแต่สีขาว พร้อมเสียงน้ำตกเเละ เมฆหมอก
“ที่นี่ ที่ไหนกัน  เเล้วท่านเป็นผู็ใดกัน ขาไม่เคยพบเจอท่านมาก่อนเลย “
จางหน๊งได้มองอีกฝ่ายอยู่ห่างๆ ที่ได้เห็นมองนั้นคือ สาวงามเสื้อสีขาวผมสาวสีดำ ที่กำลัง หันหลังให้เขาอยู่นั่นเอง


“ไม่สำคัญหรอกว่าข้าจะเป็นใคร ข้ารอพบท่านมาเนิ่นนาน แต่ก็ยินดีที่ได้พบท่าน บัดนี้ ธิดาแห่งปัญญากำลังก่อกำเนิด ในตัวตนเจ้า จง พึงไว้เสมอว่า คบใครให้ดูคน เพราะเจ้าอาจจะเป็นเครื่องมือหรือกุญแจ ให้กับคนชั่วคิดไม่ดีได้เสมอ
จงกลับไปในที่ของเจ้าซะบัดเดียวนี้ “


ภาพจากความฝันตัดมายังโลกความจริง
จางหน๊งนั้นสะดุ้งตื่น แล้วมองยังรอบๆก็อยู่ในห้องนอนของตนเเล้วในบ้านสกุลสวิน

“ตื่นแล้วหรอค่ะ ท่านองค์ชายน้อย ท่านไม่ต้องตกใจ พอดีชาวบ้านเขาพบตัวท่านนอนอยู่บนเขา เขาก็เลยพามาส่งที่นี่ เพราะเขารู้ว่าเป็น ศิษย์ของท่านกงต๋า “ คนใช้ประจำสกุลได้กล่าวพร้อม เปิดประตูออกไป


จางหน๊งได้ลุกจากที่นอนในยามเช้า เขานั้นเดินไปยังสถานที่หลังบ้านเพื่อมาตามนัดท่านอาจารย์

สักครู่หนึ่งท่านกงต๋าก็ได้เดินมายังที่นัดหมาย พร้อมถือคันธนูและลูกศร
“เอานี่ของเจ้า ลองเช็คดูสิ ว่ามันใช้งานได้ปกติหรือไม่”


จางหน๊งนั้น รับของจากอีกฝ่าย ทันทีพร้อมกับจับคันธนูและเช็คเชือกเอ็นของธนู


“เส้นของคันธนูจะต้องเป็นเส้นที่ไม่หย่อนไม่ยานไม่ตึงรัดแน่นจนเกินไป”
กงต๋าได้กล่าวบอกแก่ลูกศิษย์ตน อ่ะนี่ลูกศร ของเจ้ารับไปซะ


จางหน๊งรับของจากอีกฝ่าย จึงได้เริ่มการจับคันธนูและเช็คอุปกรณ์ที่ได้รับมา


“เอาล่ะเจ้าฟ้าข้า ขั้นต้น คือการพาดลูกธนูก่อนยิง “
“นักธนูจะพาดลูกธนูไว้ด้านซ้ายของคันธนูเพราะว่าผู้เล็งจะยิงไปที่เปล่านิ่งในรูปแบบ2โลกคู่ขนานเจ้าต้องหรี่ตาลงและเล็งเป้าด้วยตาเดียว มันจะทำให้คันธนูตรงหน้าชัดเจน ซึ่งเป็นการยิงธนูในรูปแบบการนิ่ง
เจ้าลองทำมันดู และนั่น หุ่นไร่กา มันคือเป้าหมายของเจ้า”
กงต๋าได้ชี้ไปยังเป้าเพื่อที่ไห้อีกฝ่ายทำการทดลอง


จางหน๊งได้ทำการกระทำตามขั้นตอนที่ท่านอาจารย์สอนหยิบลูกธนูพาดไว้ด้านซ้าย หรี่ตาลงและเล็งเป้าด้วยตาเดียว ดึงคันศรและยิงไปยังหุ่นไร่กา ศรจึงปักไปที่ลำตัว


“ถือว่าทำได้ดีมาก เอาล่ะวิธีต่อไป เเต่เจ้าจงจำไว้เสมอว่า การยิงธนูมีทั้งแบบเป้านิ่งและแบบเคลื่อนไหว การพาดลูกธนูแบบนี้ไม่เหมาะกับการเคลื่อนไหวของผู้ยิง
ดังนั้นเจ้าจงสลับไปพาดด้านขวา เพื่อการเคลื่อนไหวในการยิงที่ดีขึ้น
ซึ่งลูกธนูจะถูกดึงออกมาได้ง่ายและยิงในจังหวะเดียวกัน ซึ่งให้ผลลัพได้ดีกว่าและเร็วกว่า เจ้าลองทำตามดูมันสะแล้วลองวิ่งเคลื่อนไหวดู”

จางหน๊งได้พยักหน้าตอบรับ พร้อมกับ พาดลูกธนูไว้ด้านขวา
แล้ววิ่งวนๆ รอบเป้าหมายดู พร้อมทั้งยิงโดยการเคลื่อนที่โดยการยิงไปในจังหวะเดียวกัน
ผลออกมามียิงทั้งโดนเป้าและไม่โดนเป้า เพราะต้องฝึกไห้ชำนาญ

เสียงปรบมือจากท่านอาจารย์ดังเปอะเเปะ
“เจ้านี่พอมีพรสวรรค์อยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องฝึกฝนและใช้มันบ่อยๆ
หลายคนคิดว่าการยิงธนูนั้น จำเป็นจะต้องใช้ระยะไกลเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมันใช้ได้ทุกระยะ เจ้าจงจำไว้เสมอว่า
การยิงธนูแบบรวดเร็วนั้น มีอยู่สามแบบด้วยกัน

หนึ่ง - นักธนูจะชักลูกธนูออกจากแล่งในระดับที่เอวเท่านั้น เจ้าควรใช้วิธีนี้นะ
สอง - เจ้าต้องถือลูกธนูพร้อมกับคันธนู
สาม - เจ้าต้องถือลูกธนูหลายๆลูกในข้างมือที่เจ้ายิง
ดังนั้นลองทำตามที่ข้าสอนดูซะ “

จางหน๊งได้ทำการ หยิบแล่งมาผูกไว้กับที่เอว ของตน พร้อมทั้งวิ่งวน รอบๆหุ่น จากนั้นหยิบลูกธนู โดยมือข้างขวาที่ใช้ในการยิงธนู
จำนวน ลูกธนู 4 ดอก พร้อมยิงกันต่อเนื่องสี่จังหวะ ผลลัพออกมามีทั้งพลาดและไม่พลาด

“เจ้าควรจะ ฝึกฝนมันบ่อยๆ ให้เกิดการชำนาญและรวดเร็ว หากเจ้าได้ที่เหมาะแล้วเจ้าก็สามารถไปฝึกบนยอดเขาแถวนี้ได้ แล้ว ในอีกไม่ช้านาน เจ้าจัะต้องใช้ทั้งดาบและธนูในคราเดียวกัน “


จางหน๊ง ตอบ “รับทราบขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะฝึกจากที่นี่สักระยะเเล้วค่อยไป ฝึกที่บนยอดเขา ต่อขอรับท่าน อาจารย์ ข้าทำ ปลาเปรี้ยวหวานซีฮูมาไห้ท่านด้วยขอรับ
ตนยื่นให้อีกฝ่าย

“ขอบใจที่ทำมาให้ข้า อย่าลืมที่ข้าสอนและเตือนเจ้าด้วยนะ ชีวิตเป็นของเจ้า อย่าให้ใครมาใช้เจ้าเป็นเครื่องมือ “
พร้อมเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง

จาหงน๊งได้คาราวะ ท่านอาจารย์ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนเอง

และจางหน๊งนั้นได้ทำการกรีดข้อมืออีกข้างเพื่อทรมานตนเองเพื่อถวายเลือดลงแผ่นดินเพื่อปฎิญาณแด่แผ่น ว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้อหยุดสงครามอันวุ่นวายนี้ไห้ได้ก่อนจะทำการฝึกฝนด้วยตนเองอีกครั้ง พร้อมหยิบผ้ามาปิดเเผล ถึงเเม้ตนจะทรมานตนเองก็ตาม พร้อมทั้งโดยการเลียเลือดและกินกลืนเลือดที่แผลตนเอง อีกครั้งครา




[,052] มอบ ปลาเปรี้ยวหวานซีหู ให้

ทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียน
ซาดิสม์

+30 EXP ทุกครั้งที่โรลให้ตนเองได้ได้รับการทรมาน
หนอนหนังสือ
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+20 ความสัมพันธ์กับกลุ่มบัณฑิต/นักปราชญ์
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
-20 ความเครียดเมื่อคุณโรลเรียนรู้
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-7-18 23:52:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเชคชื่อวันที่ 18 สัปดาห์ที่ 5
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลสร้างความเชือ-
ยามคนใหม่ไฉไลกว่าเดิม
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
            เดินทางด้วยอาชาจากซินเอี๋ยมาถึงเฉินหลิวเป็นระยะทางที่ไม่จัดว่าทารุณมากนักสำหรับโม่เสวียนผู้ติดตามบิดาขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่ว เขานำเอาเสบียงมาพร้อมพรั่งหิ้วจดหมายแนะนำใส่อกเสื้อ พลางนึกถึงคนผู้นั้นแนะนำปราชญ์นักคิดร่วมสำนัก ‘หากจะไปทดสอบทั้งแบบนี้อีกฝ่ายคงเกรงใจที่ความสัมพันธ์ของสหายรัก มิสู้เก็บจดหมายนี้ไว้ก่อน ศึกษานิสัยใจคอให้ถ่องแท้ยังไม่สาย’
            จะเรียกว่าไว้ใจคนยากก็ดี รอบคอบก็ใช่ ตั้งแต่เท้าเหยียบย่างเข้าเฉินหลิว จ้าวลัทธิหน้าใหม่อย่างโม่เสวียนกลับสั่งให้มู่ชุนไปคอยฟังข่าวคราวเกีย่วกับตระกูลสวิน อีกด้านตนนั้นแทรกซึมเข้าไปทำงานชั้นรองในจวนอีกฝ่าย น่าแปลกที่มีการรับเพียงหน้าที่ไม่สะดุดตาอย่าง ‘ยามรักษาการ’
            “นายท่าน… งานหยาบเช่นนี้ให้ข้าเป็นคนทำแทนเถิดขอรับ” จวี้ซินอาสาทันทีเมื่อพบข้อเท็จจริงนี้ แม้เขาไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนทว่าก็ได้สุราซีเฟิ่งหนึ่งไหแทนน้ำใจจากคนชุดคราม
            “ประหลาดดีรึไม่์ ตระกูลออกใหญ่โต บ้านก็เป็นบ้านนักคิด กิจการโรงผลิตสุรา… ประกาศรับยามรักษาการณ์ราวกับคลังแสงของกองทัพก็ไม่ปาน”
            เนตรคู่ไพลินเย็นวาบขึ้นเล็กน้อย น่าสนุกดีนี่ ตระกูลสวินที่ผิวเผินดูเหมือนบัณฑิตวานิชย์หรือแท้จริงสร้างศัตรูมากมาย ชีวิตตกอยุ่ใต้ความเป็นตายทุกค่ำคืนจึงต้องพึ่งการป้องกันที่แน่นหนาเพียงนี้เชียวหรือ? ‘คิดอีกแง่อาจหมายถึงเตรียมการใหญ่จึงซ่องสุมกำลังพลได้เลยนะนี่.. หึหึ คุณชายหลิว สหายของท่านช่างชวนให้คนตั้งข้อกังขาเสียจริง’
            “ยามก็ยามสิ.. ข้าไม่ปล่อยเจ้าเข้าถ้ำเสืออย่างเดียวดายหรอก อย่าลืมว่าขนาดแม่ทัพกล้าในยุคฮั่นในอดีตยังเป็นคนเลีย้งม้าเลย” โม่เสวียนถือโอกาสสร้างความเชื่อมั่นตามแนวคิดศาสนาตน การทิ้งสหายร่วมทางมิใช่สิ่งที่ผู้มีศรัทธาควรกระทำ
            หลังเปลี่ยนชุดสลัดคราบผู้ดีทั้งสองรับงานจากพ่อบ้าน อาศัยฝึมือเชิงบู๊ตบตาอย่างแนบเนียนจนได้มาเฝ้าส่วนหอตำรา ยืนหลบแดดบ้าง ยามบ่ายมีบุรุษทั้งสองหนึ่งอ่อนกว่าใบหน้าสำอางค์อีกหนึ่งไว้หนวดดูเปี่ยมสง่าราศี เมื่อบุคคลที่คิดว่าเป็นคนในตระกูลสวินผ่านมาก็หยักรอยยิ้มรับแขก(?)
            “นายท่านทัง้สองวันนี้อากาศดีรับชาอบอุ่นร่างกาย.. อ้อ ของพวกนี้ข้าไม่ได้เตรียมเองเป็นผลงานของทางครัว..”
            โม่ลี่ฮวาฉาหนึ่งกาถูกรินรับบนโต๊ะตัวเล็ก หนุ่มน้อยหน้ามนในเครื่องแบบทหารยามดูสะดุดตาแม้จะไร้การเติมแต่งใดใดมาตั้งแต่ต้น แววตาของโม่เสวียนเปล่งประกายทำเอาผู้เป็นหลานของสวินโหยวสะดุดในใจแต่ก็ยังคงความสุขุมเอาไว้ได้ “สำนวนเจียงหนาน? ไม่คุ้นหูเท่าใดเจ้าเป็นคนมาใหม่หรือ”
            “พ่อบ้านรายงานว่ามีทหารยามมาสมัครเพิ่มในวันนี้ บางทีเขาคงเป็นหนึ่งในนั้น” ผู้ตอบอย่างเรียบง่ายกลับเป็นอาของอีกฝ่าย “เจ้าชื่ออะไรล่ะ”
            “ท่านสามารเรียกข้า เสี่ยวโม่”
            หลังจากนั้น โม่เสวียนไม่เข้าไปยุ่งในการสนทนาระหว่างทั้งสอง ปล่อยพวกเขาเลือกตำราแล้วจดจำทุกกิริยาท่าทาง สังเกตุคำพูดของสองอาหลานตระกูลสวินเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งีท่ได้ยนิมาจากชาวบ้านรอบนอก
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
-เอฟเฟคตัวละคร-
(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
รวม 23 Point 65exp
Exp ทั้งหมดยกให้จวี้ซิน
–ความสัมพันธ์–
(สวิน เหวินยื่อ 029)
+35 มอบ โม่ลี่ฮวาฉา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ดิน ข่ม น้ำ
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +40
(กงต๋า 052)
+35 มอบโม่ลี่ฮวาฉา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+20  ธาตุไฟหนุนดิน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75

(จวี้ ซิน H-002)
+35 มอบสุราซีเฟิ่ง
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+ 10 มาร พบ คลั่ง
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +65
-ศรัทธา-
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
x4 ความศรัทธา เจ้าลัทธิ
x2 ความศรัทธา VIP


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-7-19 23:56:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเชคชื่อวันที่ 19 สัปดาห์ที่ 5
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลสร้างความเชือ-
เด็กส่งชาในหอตำรา
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

            อาศัยทำงานบังหน้าเป็นอุบายเรียนรู้อุปนิสัยใจคอของสองอาหลานสกุลสวิน จวี้ซินทำหน้าที่ของเขาได้ดีในการเป็นยามรักษาการส่วนหน้า โรงสุราของตระกูลมีขนาดใหญ่กลิ่นหอมของเหล้าทำเอาคนคออ่อนหน้าแดงคอพับไปตามๆ กัน ทว่าสำหรับขุนพลใจหาญอย่างจวี้ซินแล้ว เขาไม่เพียงรักาาการอย่างสบายๆ ยังมีแก่ใจรื่นรมย์ไปกับกลิ่นหอมที่คุ้นเคย

            “ดูเหมือนว่าเจ้าจะปรับตัวกับสถานที่แห่งนี้ได้รวดเร็วกว่าข้าเสียอีกนะ”

            “นายท่.. เอ้ย เสี่ยวโม่อาจไม่ทราบ ทุกครั้งที่ฉลองชัยชนะข้ากับเหล่าพี่น้องมักจะหาเหลาสักที่ ดื่มจนจนย่ำรุ่ง.. เป็นเรื่องที่ชวนให้ระลึกถึงยิ่งนัก” ขุนพลหนุ่มเกือบหลุดปากไปแล้วหากไม่ติดว่าพวกเขายังไม่ต้องการเปิดเผยฐานะที่แท้จริง ตนก็คงไม่ต้องคอบระวังซ้ายขวา

            “หึหึ ที่แท้เจ้าหาได้ชมชอบสุรา เพียงแต่รักในการสังสรรค์กับมิตรสหายเช่นนั้นเอง”

            โม่เสวียนยื่นไหบรรจุน้ำหนิวเอ้อร์เฉาให้แก้อีกฝ่าย เห็นว่าอากาศค่อนข้างแห้งบางทีคงต้องการความชุ่มคอก่อนนจะเริ่มกล่อมเกลาความเชื่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง “สุรานับเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนที่น่าพิศวงโดยแท้ การค้นพบโดยบังเอิญของตู้คังในโพรงไม้ที่ใส่ธัญพืช ข้าวฟ่างและสมุนไพรลืมเอาไว้ กลายมาเป็นยอดเครื่องดื่มที่ช่วยละลายพฤติกรรมของมนุษย์ในช่วงเวลาสังสรรค์ ข้ายังไม่เคยพบงานเลี้ยงใดที่ไม่มีสุราร่วมอยู่ด้วย”

            “ฮะๆ นั่นสิขอรับ ไม่ว่าจะสุขรึทุกข์สุราก็ยังคงมีบทบาทอยู่เสมอ”

            “เป็นแบบนี้นี่เอง…” เมื่อสนทนากับจวี้ซินไปสักระยะ นั่นจึงทำให้โม่เสวียนได้รับรุ้ว่าหนึ่งในสาเหตุความเป็นไปได้ที่ตระกูลสวินยึดอากิจการสุราเลี้ยงชีพ คนส่งสุราไม่สะดุดตาในงานเลี้ยงทุกชนชั้นนั่นทำให้สามารถเข้าถึงเส้นสายตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงขุนนาง ‘เป็นพวกที่เจ้าแผนการไม่เลว อย่างว่า.. ผู้ที่เขาคนนั้นนับเป็นสหายจะให้ธรรมดาก็กะไรอยู่’
            เมื่อหมดช่วงพักโม่เสวียนหรือ ‘เสีย่วโม่’ ที่เริ่มปรับตัวเข้าหาเหล่าคนครัวตระกูลสวินได้แล้วก็ยังคงไปยื้มพื้นที่เช่นเคย เขานำใบชาปี้หลัวชุนติดมือมาเริ่มจากการต้มน้ำจนเดือดสองครั้ง หนแรกลวกกระตุ้นใบชาให้คลายตัวและล้างสิ่งสกปรกออก หัวใจสำคัญคือความร้อนที่คงที่ เลือกใช้ป้านดินเผาแทนเครื่องกระเบื้องด้วยวิธีเฉพาะทาง กลิ่นอันหอมกรุ่นของชาเขียวคล้ายกล้วยไม้ยังไม่ทันจะรินออกมาครบสองถ้วยกลับมีเสียงของชายหนุ่มที่ข้างหน้าต่าง
         
            “ใบชาคืนรูปไม่บุปสลาย เส้นใบอยู่ครบสดใหม่ สามารถคงรสเอาไว้โดยไม่เสียคุณค่า.. ที่แท้เจ้ารุ้วิธีชงชา” มือของบัณฑิตมักจะเรียวงามด้วยจับแต่พู่กันท่องตำรา สวินอี้ยกถ้วยที่หนึ่งขึ้นดื่มอย่างสุขุมหรี่ตาลงด้วยความพึงพอใจ

            “ทักทายยามบ่าย.. คุณชาย” โม่เสวียนเลิกคิ้วเล้กน้อยก่อนจะเปลีย่นมาเป็นรอยยิ้มนบน้อม หมอนี่มาตอนไหน.. ย่องเบาราวกับแมว แต่ก็อย่างว่าบ้านเขาจะโผล่ที่ใดก็คงได้

            “อื้ม.. สวัสดี หากข้าเดาไม่ผิด โม่ลี่ฮวาฉาเมื่อวานเจ้าก็เป็นฝีมือเจ้าสินะ”

            ใจอยากบอกว่าแสนรู้นักแต่ใบหน้ายังคงยิ้มราวฤดูวสันต์ “คุณชายช่างปราดเปรื่อง ความสามารถของข้าไม่อาจอวดอ้าง เกรงจะเป็นที่ขบขันเอาได้”

            ถัดจากการมาของสวินอี้ผู้เป็นอาอย่างสวินโหยวเห็นหลานชายไม่มาตามนัดหมายเสียที สอบถามจากบ่าวไพร่กลับไมไ่ด้ความนัก จังหวะเบื่อหน่ายเมื่อเดินเล่นผ่านทางก็พบว่าฝ่ายนั้นกำลังสนทนากับทหารยามคนใหม่อยู่พอดีจึงอาศัยโอกาศนี้ในการทำเรื่องฆ่าเวลาอย่างยืนฟัง

            “...ไม่เลย เจ้าผิดแล้ว การเตรียมชา ล้างใบชา แม้แต่ปริมาณของนำมีอัตตราที่สมดุล มากเพียงหนึ่งก็ล้น ขาดไปหนึ่งก็เสียรส หาใช่สิ่งที่ฝึกเพียงครั้งสองครั้งจะทำได้” ปี้หลัวชนในถ้วยหมดไปทว่ามือของสวินอี้ยังไม่ยอมปล่อยถ้วยชาราวกับกำลังใช้ความคิด

            “ล้วนลองผิดลองถูกอย่างไรก็ใบชากับน้ำ คุณชายมอบคำชม ข้า.. มิกล้ารับ” ซ่อกแซ่กหาอันใดนักหนา แค่ดื่มๆ ไปมันยากนักหรือ!!

            “ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น หาผู้รู้ในศาสตร์ชายากยิ่งกว่าฝึกทหารใหม่… จวนแห่งนี้ใช้งานเจ้าผิดที่โดยแท้ ขออีกถ้วยได้รึไม่” ร่างที่สูงกว่าสาวเท้าเข้ามาใกลืยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอ่านสิ่งใดอยู่

            โม่เสวียนมุมปากกระตุกสถานการณ์บ้าบอนี้ตนไม่ขออยู่เล่นด้วย เมื่อมืออีกข้างของคุณชายเื้อมมาถึงถาด แทนที่จะส่งให้ร่างเพรียวกลับมุนตัวรินอีกถ้วยเดินไปส่งให้เจ้าบ้านด้วยความนบน้อม “ขออภัย.. ถ้วยนี้ข้าเตรียมไว้สำหรับนายท่านสวิน เมื่อครู่เวลากระชั้นชิดน้ำเดือดเพียงหนึ่งกามีเท่านี้จริงๆ”

            “โฮ่… ปี้หลัวชุน? เหวินยื่อเจ้าเจอของดีจะไม่แบ่งไว้ให้อาสักหน่อยหรือ? เด็กหนอ พอโตเป็นหนุ่มก็ไม่นึกถึงอาผู้นี้แล้ว” คาดไม่ถึงว่าสวินโหยวนั้นกลับรับไม้ต่อจากทหารหน้าใส เมื่อครุ่กำลังยืนฟังอยู่เพลินๆ ใครเล่าจะนึกว่าเด็กนี่กล้าหันมาลากเข้าลงน้ำไปด้วย

            แปลก.. นานๆ ทีจะมีคนกล้าต่อฝีปากกับหลานชาย เมื่อเบนสายตาไปยังด้านหลังสวินอวี้กำลังใช้ความคิดอยู่จริงๆ เสียด้วย ดูจากท่าทีแบบนั้นคงไม่แคล้วสับสันที่จู่ๆ ถูกเด็กหนุ่มนี่ปฎิเสธกลางอากาศเสียดื้อๆ เป็นอย่างไรล่ะ คนมาใหม่น่าสนใจยิ่งใช่ไหม?

            แต่เมื่อเป็นผู้ทรงปัญญา.. มีหรือจะแก้ลำท่านอากลับมิได้ “กล่าวหนักเกินไปๆ หลานกำลังจะนำชาชั้นดีไปให้ท่านอยู่ คนกลับมาเสียก่อนทำอย่างไรได้”

            “คิก… ขออภัย ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน จุ่ๆ ก็รุ้สึกคันคอ”  โม่เสวียนกลอกตาไปอีกทาง สวินอวี้ผู้นี้หนังหน้าเอาไปทำกำแพงเมืองได้ทีเดียว!  

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

-เอฟเฟคตัวละคร-
(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
รวม 23 Point 65exp -20ความเครียดจาดโรลทำงาน
Exp ทั้งหมดยกให้จวี้ซิน

–ความสัมพันธ์–
(สวิน เหวินยื่อ 029)
+35 มอบ ชาปี้หลัวชุน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ดิน ข่ม น้ำ
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +40
(กงต๋า 052)
+35 มอบ ชาปี้หลัวชุน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+20  ธาตุไฟหนุนดิน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75

(จวี้ ซิน H-002)
+35 มอบน้ำหนิวเอ้อเฉา
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+ 10 มาร พบ คลั่ง
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +65

-ศรัทธา-
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
x4 ความศรัทธา เจ้าลัทธิ
x2 ความศรัทธา VIP

@Watcher




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้