[ศึกสมรภูมิป๋อไห่]

[คัดลอกลิงก์]



สมรภูมิป๋อไห่


[การเข้าร่วม]
- Level ใดเข้าร่วมก็ได้
- สร้างสตอรี่ ณ [จวนเจ้าเมือง | เซียงเปินโหว] แห่งเมืองจี้โจว
- อาสาท่านโหวขอเป็นทหารอาสา หากคุณมี Level 50 จะได้รับเป็นขุนพลอาสา
- สร้างสตอรี่ไปรวมพลกับสามพี่น้องสวนท้อที่ [ศึกสมรภูมิป๋อไห่]
- ระหว่างรอเปิดสงคราม สามารถโรลอิสระใช้ชีวิตในค่ายได้ รอจนกว่าจะเริ่มสงครามได้ แต่ไม่สามารถออกนอกค่ายได้
หมายเหตุ: หลิวเป้ย์จะไม่เกลียดทุกลักษณะนิสัยตราบใดที่อยู่ในค่ายทหารนี้

[012] หลิว เป้ย์ (เล่าปี่)
STR 77
INT 74
POL 78
Qi 77
CHA 99
VIT 29
[015] กวน อวี่ (กวนอู)
STR 105
INT 75
POL 63
Qi 97
CHA 94
VIT 49
[016] จาง เฟย์ (เตียวหุย)
STR 103
INT 33
POL 22
Qi 87
CHA 44
VIT 84

กองกำลังหลิวเป้ย์อาสาเจ้าเมืองจี้โจว นำกองทหารอาสา 3,000 นายมาช่วยเหลือปราบโจรที่สมรภูมิป๋อไห่
และกองทหารท่านเจ้าเมืองรวมมาด้วย 3,000 นาย มาตั้งค่ายห่างจากป๋อไห่ 500 ลี้

[กองกำลังราชสำนัก]
ทหารชาวบ้าน(ATK+0): 3,000 นาย
ทหารพลาธิการ(ATK+20): 1500 นาย
ทหารม้า(ATK+60): 600 นาย
ทหารธนู(ATK+40): 900 นาย
รถกระทุ้งประตู(ATK+60): 1 คัน

ทหารอาสา
@WenShaotian  สังกัดหน่วยพลาธิการ




[กองกำลังโจรโพกผ้าเหลือง]

กำแพงเมือง: 10,000/10,000 หน่วย
กองกำลังโจรโพกผ้าเหลือง(ATK+30)): 30,000 นาย
ขุนพลโจรผ้าเหลือง Lv 50 [Link] : 5 คน




โพสต์ 2022-6-14 22:20:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                         ที่ค่ายป๋อไห่.. เหวินเส้าเทียนตัวคนเดียวใช้เวลาร่วมสองวันในการเดินทางจากเมืองนึงไปสู่อีกเมือง เขาผ่านเส้นทางต่างๆมากมาย จนกระทั่งเดินทางมาถึงค่ายที่ว่า.. ดูเหมือนจะมีคนที่รับอาสามาอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว.. ซึ่งมันก็ดี เพราะเขาคงจะไม่ต้องเก้อเขินอะไรเพราะตนที่มาก่อน.. เมื่อชายร่างใหญ่เดินทางถึง ผู้คนที่อยู่ก่อนหน้านี้ต่างก็มองมาเป็นทางเดียว.. เหวินเส้าเทียนที่ตอนแรกเองก็เดินมาด้วยความมั่นใจ แต่ตอนนี้ ความมั่นใจของเขาก็เริ่มลดลงเล็กน้อย แต่ก็หาได้เก้อเขินเพราะเขาเองนั้นมั่นใจว่าไม่ได้มาผิดที่ผิดทางแต่อย่างใด ความตั้งใจของเขานั้นมาเพื่อปกป้องบ้านเมือง และส่วนฝึกฝนตนเองนั้นก็ถือเป็นกำไรที่เขาจะได้หลังจากนั้น.. ในความตั้งใจของเขานั้นหาได้มีความทะเยอะทยานในสิ่งใด เขาเพียงได้ช่วยเหลือบ้านเมือง นั่นคือเป้าหมายหลังที่เขามาที่นี่...



                          ความคิดของชายหนุ่มทำให้เขานั้นยืดอกได้อีกครั้งอย่างผ่าเผย เขาหาที่นั่งพักหลังจากที่เดินทางมาไกล ตักนำดื่มแก้กระหาย ก่อนที่จะรอเวลา เวลาที่เขาจะได้รับใช้บ้านเมือง...




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
รถม้าใหญ่
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x91
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x200
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x10
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x1969
x2
x316
x9
x276
x130
x129
x145
x18
x236
x17
x184
x222
x217
x194
x197
x184
x181
x275
x99
x166
x1
x4
x1
โพสต์ 2022-6-14 23:30:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                         ในที่สุดก็ได้งาน.. ไม่ใช่สิ.. มันคือหน้าที่.. เหวินเส้าเทียนได้รับหน้าที่อยู่ในหน่วยงานที่คอยคุ้มครองเสบียงของค่ายแห่งนี้.. ซึ่ง.. อ่า.. น่าเบื่อเป็นบ้าในบางเวลา เหวินเส้าเทียนเองก็มีหน้าที่ช่วยคนที่มาอยู่ยกข้าวของไปให้ตามจุดต่างๆของค่าย และคอยตักอาหารเมื่อถึงเวลาอาหาร.. ในช่วงแรกๆก็ยังไม่มีอะไรที่เข้าที่เข้าทาง ต้องใช้ความอดทนทั้งกายและใจอยู๋ไม่น้อยในการอยู่กับคนหมู่มาก เรื่องการเบาะแว้งเป็นเรื่องที่มักจะเจอบ่อยเมื่ออยู๋กันในช่วงแรกๆ เขม่นหน้ากันโดยที่บางทีอีกฝ่ายนึงก็ไม่รู้เลยว่าไปทำอะไรให้ แต่ก็ได้เหวินที่คอยห้ามปรามเอาไว้ เพราะด้วยลักษระที่ดูหน้าเกรงขามเมื่อยามที่อยู่นิ่งๆ หน้านิ่งก็อาจทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้เอา ซึ่งมันก็เป้นผลดีเมื่อยามที่มีเรื่องต่อยตีกัน ในบางครั้งเหวินเองเห็นก็จะเข้าไปห้ามได้



                        แต่ก็ด้วยนิสัยของเหวินเองที่ไม่ได้ถือเนื้อถือตัวอะไรกับใครมาก เขานั้นอ่อนน้อมกับทุกๆคนที่เข้าหา จนหลายๆคนก็ทักว่า เหมือนท่านพี่ใหญ่ที่เป็นผู้นำของค่ายนี้เลย.. ซึ่งเหวินฯเองนั้น ไม่ค่อยมีเวลาเดินเล่นเท่าไหร่นัก เมื่อเสร็จงานหลักแล้ว หากยังไม่หมดกะ เวลาว่างเขากับพลองคู่ใจก็มักจะอยู่ในลานโล่งๆ เพื่อทำการฝึกฝนตนเองให้พร้อมสำหรับการป้องกัน ขึ้นชื่อว่าทหารแล้ว การปกป้องนั้นล้วนเป็นหน้าที่ขอทหารทุกๆคน เหวินฯเองคิดเช่นนั้น เวลาว่างของเขาจึงเป็นการฝึกการต่อสู้กับอาวุธคู่ใจของเขาอย่างทวนยาวที่ยาวมาก แม้ว่าจะเป็นการฝึกฝน แต่มันก็ทำให้เขานั้นรู้สึกสนุกสนานทุกครั้งที่ได้ฝึก พอเมื่อถึงเวลางาน เขาก็วางทวนยาวของเขาและไปทำหน้าที่ต่อ นอกเหนือจากนั้นก็คือกินกับนอน และอาบน้ำในบางเวลา


                          ด้วยความที่เขาเองก็ยังเก้อเขินที่จะเข้าหาผู้นำของค่ายนี้ เขาจึงไม่ได้คิดที่จะไปทักทายหรือทำความรู้จักมักจี่กับพวกเขา ได้ยินมาว่า ค่ายนี้มีผู้นำทั้งสามคน ทั้งสามคนนั้นเป็นพี่น้อร่วมสาบาน ที่เหวินได้ยินเล่ามาก็ประมาณนี้ เหวินเองก็รู้สึกดี เพราะอย่างน้อย หากใครที่ร่วมสาบานจะเป็นพี่น้องกันแล้ว.. แสดงว่าพวกเขานั้นต้องมีความรักไคร่ปรองดอง และความซื่อสัตย์ต่อกันและกันเป็นหลักชัดเจน


                             ซึ่งเหวินเองก็ไดเพียงคิด และเมื่อคิดไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา สิ่งที่เขาสามารถทำเพื่อค่ายหรือกองทัพได้ ก็คือหน้าที่ๆได้รับมอบหมายมา เป็นเหมือนอิฐก้อนนึงที่หากขาดไปแล้ว ก็ไม่อาจที่จะทำให้สิ่งก่อสร้างนั้นคงอยู๋ได้ยืนนาน


                            เขายังคงทำหน้าที่ของเขาต่อไป.. พร้อมกับการฝึกฝนตนเองให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเผชิญหน้าต่อไป...


..............

+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย



+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้



+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้



-50 ความเครียดจากการอยู่คนเดียว



..........................

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
รถม้าใหญ่
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x91
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x200
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x10
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x1969
x2
x316
x9
x276
x130
x129
x145
x18
x236
x17
x184
x222
x217
x194
x197
x184
x181
x275
x99
x166
x1
x4
x1
 เจ้าของ| โพสต์ 2022-6-19 19:11:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
WenShaotian ตอบกลับเมื่อ 2022-6-14 23:30
ในที่สุดก็ได้งาน.. ไม่ใช่สิ.. มันคือหน้า ...




[นับถอยหลัง เตรียมเข้าสู่สงคราม]

[ฝึกช้อมวินัยทหาร Part 1]
@WenShaotian

- สร้างสตอรี่นายพลก้วนเรียกระดมพลทหารอาสาใหม่ เขาแนะนำตัว [กวนอวี่] ก่อนเริ่มการฝึกช้อม
- สร้างสตอรี่ฝึกช้อมวินัยทหาร นายพลกวนทดสอบทหารใหม่ให้ท่องวินัยกองทัพ 3 ข้อให้ขึ้นใจ
- สร้างสตอรี่สอบท่องวินัยกองทัพ ก่อนนายพลประกาศกฎทหาร [หากผู้ใดฝ่าฝืนวินัยทหาร จะต้องโดนประหารทันที]
- สร้างสตอรี่ก่อนกวนอวี่จะแจ้งสัญญาณกลอง ตีกลอง 1 ครั้ง ให้ทุกคนขวาหัน , ตีกลอง 2 ครั้ง ให้ทุกคนซ้ายหัน , ตีกลองติดต่อกันรัว ๆ ให้ทุกคนเดินหน้า
ได้ยินเสียงแตร ทุกคนจะต้องหยุดก้าวและถอยหลังก้าวนึง
- สร้างสตอรี่ฝึกช้อมทหารอิสระ โดยกวนอวี่ให้คุณจับคู่กับเพื่อนทหารฝึกช้อมด้วยกัน เพื่อมองหาศักยภาพแต่ละคู่
- สร้างสตอรี่อิสระฝึกช้อมกองทัพตามบัญชานายพล ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2565
ได้รับ +1 Level up / + 15 Point
(หากโรลเพลย์เลท ได้รับแค่ +40 EXP / +5 Point)

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2022-6-19 21:34:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenShaotian เมื่อ 2022-6-19 22:08

                         ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ทุกอย่างล้วนเป็นเหมือนๆกันทุกๆวัน ตามช่วงเวลานั้น ความคลาดเคลื่อนมีเพียงเล็กน้อย ตั้งแต่การตื่นนอน การฝึกระเบียบวินัย กินข้าว ฝึกฝนการต่อสู้ การใช้อาวุธ เหวินมองเห็นทุกๆอย่างในค่าย จากที่ตอนแรกเขานั้นไม่คุ้นเคย ก็ค่อยๆเริ่มจะชินตา และควาารู้สึกที่อึดอัดกดดันที่มีก็ค่อยๆหายไป เมื่อเหวินฯสามรถจัดระเบียบชีวิตตัวเองในค่ายแห่งนี้ได้เรียบร้อย การทำงานควบคู่กับการฝึกฝนนั้นเป็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้อย่างลงตัวมากในค่ายแห่งนี้ เมื่อจบจากการฝึกฯ ก็ไปรับหน้าที่ของตนเอง และเมื่อถึงเวลาแจกจ่ายเสบียง เหวินที่มาทีหลังก็ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่างไม่สนใจเสียงจากคนอื่นๆ เพราะเชื่อว่าถึงจะหมั่นไส้ยังไง พวกมันก็ไม่กล้ากับคนที่ตัวใหญ่กว่าอยู่แล้ว สำหรับคำดูถูก ทับถม เหยียดหยามนั้น ไม่มีผลอะไรกับชายร่างยักษ์ผู้นี้เลยสักนิด ทำได้เพียงสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเพื่อตอบแทนสำหรับคำเหล่านั้น กลายเป็นว่า มันกลายเป็นสิ่งที่คนที่เกลียดชังเขาต่างก็หาว่าเหวินนั้นเป็นคนบ้า เพราะความคิดเพียงหางอึ่งนั้น แต่มันก็กระจายไปไกลเหมือนกับก้อนหินที่ถูกปาลงไปในน้ำ ผู้คนต่างพูดต่อๆกันไปเรื่อยๆจนเรื่องที่เกิดจากความเกลียดชังนั้นแพร่ไปทั่วค่าย..



                         วันนึงหลังจากการฝึกจบลง ความต้องการที่จะทำให้ทักษะในการต่อสู้นั้นมันติดแน่นลงไปในจิตใจของเหวินฯ ทำให้เขาใช้เวลาว่างในช่วงนี้ คว้าไม้พลองของตนเองขึ้นมา และเดินไปที่ลานด้านหลังค่าย.. ถ้าถามว่าทำไมต้องหลังค่าย เหวินเส้าเทียนเองก็ได้คิดเรื่องตรงนี้เอาไว้แล้วเหมือนกัน ในค่ายนั้นมีเนื้อที่จำกัดอยู่ แม้ว่าลานฝึกจะกว้างขวาง แต่การฝึกของเหวินนั้นจำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะอยู่พอสมควร เรื่องสำคัญคือขนาดของอาวุธนั้นจำเป็นต้องสัมพันธ์กับขนาดของร่างกายเจ้าของ หากเจ้าของรูปร่างเป็นยังไง ขนาดอาวุธต้องสัมพันธ์กัน เพื่อให้อาวุธที่ใช้นั้นสามารถแสดงประสิทธิภาพของมันออกมาได้มากที่สุด หลักการนี้สามารถใช้ได้กับทุกคน เหวินเองก็เช่นกัน.. นอกจากพลองยาวประจำตัวของเขาแล้ว เขายังนำอย่างอื่นออกไปที่นอกค่ายด้วย อย่างดาบใหญ่ ทวนยาว ง้าวที่มีขนาดที่เหมาะกับตัวเขามากที่สุด ก่อนจะออกไปฝึกข้างนอกค่าย เขาเองก็ไม่อยากจะให้ใครโดนลูกหลงระหว่างฝึก จึงจำเป็นจะต้องออกมาฝึกคนเดียวเช่นนี้..


                          เมื่อมาถึง เหวินปักอาวุธทั้งหมดเอาไว้ที่บริวเวณใกล้ๆ ก่อนที่จะเตะพลองให้หมุนก่อนที่จะเริ่มฝึกฝนต่อไป.. ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาว่างๆหลังจากที่ทุกๆคนพักผ่อน การฝึกฝนตรงนี้เขาเองก็ได้ขออนุญาตพี่ใหญ่ที่ดูแลในกองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางนั้นก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร และปล่อยให้เหวินได้ทำตามที่ต้องการ..


                          อยู่คนเดียว ฝึกฝนคนเดียว ความสุขจากการได้ร่ายรำกับอาวุธของตนเอง และได้เรียบรู้หยิบจับอาวุธอย่างอื่นๆ ทั้งดาบใหญ่ที่มันก็ไม่ได้ใหญ่มากเมื่ออยู๋ในมือของ มันเป็นเหมือนดาบทั่วไปเสียมากกว่าสำหรับชายร่างยักษ์ผู้นี้ มันก็เข้ามือ แต่มันก็รู้สึกเฉยๆ มันไม่ได้หวือหวาอะไรเท่าไหร่นัก อาจจะด้วยขนาดด้วยล่ะมั้ง.. ต่อมาด้วยง้าวและหอก.. เอาจริงๆ เดิมทีเขาเองก็ถือหอกเดินว่อนไปทั่วดินแดนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขานั้นไม่ได้ใช้ด้านคมในการต่อสู็ก็เท่านั้น เขาไม่อยากทำร้ายใคร ไม่สิ.. เขาไม่อยากจะฆ่าใคร ถ้ามันไม่จำเป็น หากจะทำจริงๆ มันก็คงจะต้องเป็นกรณีที่สุดจริงๆ ถึงจะทำให้เขาลงมือได้อย่างไม่ปราณี...


                         ยิ่งฝึกฝนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกสนุก เหมือนกับเด็กน้อยที่ได้เล่นอะไรที่อยากเล่น ยิ่งได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ อะไรที่มันพิสดารพันลึกไปเรื่อยๆ มันยิ่งเปิดโบกให้เขาอย่างมาก และใช่ เขารู้สึกสนุกมากจริงๆ...


                           ความสุขในการอยู่คนเดียวของเหวินนั้นมีเวลามากอยู่พอสมควร.. แต่มันก็ไม่ได้ยาวนานอย่างที่ใจของเขาปรารถนานัก.. เพราะมันดันมีอุปสรรค์มาขัดขวางก้าวเดินของเหวินเอง...


                           ในขณะที่เขาวางพลองยาว และจะหยิบง้าวขึ้นมาควงเพื่อฝึกต่อนั้นเอง จู่ๆ ก็มีทหารมากมายจากในค่ายวิ่งกรูกันออกมาพร้อมอาวุธครบมือ.. เหวินเส้าเทียนที่อยู๋ในสภาพงุนงงว่า กำลังจะแกล้งอะไรตัวเขาอีกล่ะ.. ถ้าเป็นการแกล้งกันจริง มันก็ดูจะแรงไปหน่อยสำหรับทหารใหม่อย่างเขา.. ไม่นานนัก ก็มีทหารกลุ่มนึงเดินแหวกออกมาจากวงล้อมนั้น ก่อนที่จะกอดอกตามด้วยสีหน้าที่เหยียดหยามและสะใจ..


                           "ไงล่ะไอ้น้อง.. กำลังสนุกเลยล่ะสิ.. ขโมยอาวุธออกมาแบบนี้ คิดจะกบฏเหรอ ไอ้หนู?"


                           คำพูดด้วยน้ำเสียงที่ยียวนนั้น สร้างฉงนให้กับเหวินอย่างมาก.. นี่มันอะไรกัน เราก็ขออนุญาตหัวหน้าหมู๋แล้วนี่นาว่าเราจะออกมาฝึกข้างนอกน่ะ ไหงกลายเป้นเอาแบบนี้ล่ะเนี่ย.. ในใจของเหวินคิดไปอย่างไร้เดียงสา เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง..


                          "แกเสร็จแน่ไอ้หนู.. เฮ้ย.. จับตัวมันไปให้ท่านแม่ทัพ เอาอาวุธพวกนั้นไปด้วย เป็นหลักฐาน.."


                          "เดี๋ยวๆๆ สิ อะไรกันน่ะ อย่าเล่นกันแรงแบบนี้สิ ข้าเองก็ทำตามกฎนะ หรือว่าครั้งก่อนที่เจ้ามาโวยวายใส่ข้าเพราะให้น้อย เลยมาแกล้งข้างั้นเหรอ? นั่นข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ข้าจะให้มากกว่าคนอื่นๆได้ยังไง ทุกๆคนก็ได้เท่ากันนี่ วันนั้น พี่ใหญ่ที่อยู่กองเดียวกันกับข้าก็อยู่ใกล้ๆกัน เป็นพยานให้ได้นะ.. ปล่อยข้าเดี๋ยวนีั้"


                          "หึ.. ก็คนบ้า.. มันก็พูดไปเรื่อย เฮ้ยพวกเรา ลากมันไปให้ท่านเตียวหุยจัดการ"


                           จากนั้นเหวินก็ทุกจับและพาตัวไปที่ลานกลางค่าย.. เมื่อมาถึง เหวินถูกด้ามของทวนฟาดเข้าที่ข้อพับจนทรุดลง มือที่ไพล้หลังอยู่ทำให้ตนเองต้องยอมจำนนอย่างไม่สามารถทำอะไรได้


                            เบื้องหน้าชายร่างยักษ์นั้น ได้มีนักรบผู้หนึ่งปรากฎตัวขึ้นมาในสีหน้าที่แดงก่ำ ในชุดคลุมสีเขียวราวมรกต เคราที่ยาวดกดำสลวย ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าคนทั่วไปทำให้เป้ฯที่หน้าเกรงขาม แต่ทันทีที่มายืนตรงหน้าของเหวินเส้าเทียนที่กำลังคุกเข่าอยู่นั้น เขากลับสูงเท่ากับเหวินอย่างหน้าตกใจ เขามองหน้าของชายหนุ่มที่ร่างกายสูงใหญ่กว่าแม้จะนั่งคุกเข่าอยู่จนเจ้าตัวลืม


                             "คุกเข่าลงไปสิ.. ยืนค้ำหัวท่านกานหวี่อยู่อีก.."


                             "เฮ้ยๆ พี่ มันนั่งแล้ว.."


                             "....."


                           ทั้งสองจ้องหน้ากันสักพัก กวนอวี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะเริ่มซักถามเริ่มนี้ขึ้น...


                           " นี่มันเรื่องอะไรกัน อธิบายข้ามา ข้าต้องการคำอธิบาย" กวนอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทำให้ทหารที่อยู่บริเวณนั้นเกิดความหวั่นผวาระดับผิวเผิน หรือเกร็งๆ


                           "เรียนท่านแม่ทัพ ชายผู้นี้แอบสมคบคิดกบฎ นำอาวุธออกนอกค่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตขอรับ"


                           "นี่ท่านพูดบ้าอะไร ข้าขออนุญาตหัวหน้าของข้าแล้ว เขาอนุญาต ข้าจึงเอาอาวุธที่ข้าต้องการจะฝึก ข้าต้องย้ำมั้ย ว่าข้าไปฝึก..น่ะ"


                           "แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทหารฝึกหัดอย่างเจ้าจะเอาที่ไหนไปฝึกเยอะขนาดนั้น นี่อาวุธที่มันเอาออกมาขอรับ ท่านกานอวี่"


                           เหล่าทหารที่เก็บอาวุธก็ได้นำอาวุธที่เหวินเอาออกมาวางลงที่ด้านของเหวินทั้งหมด ทั้งดาบใหญ่ ง้าวที่มีขนาดพอดีตัวเขา ทวนยาว หอก และพลองไม้ยาวที่เป็นของเขาตั้งแต่แรก.. กานอวี่ยืนมองอยู่ตรงหน้าก็ยืนมองสักพัก ก่อนที่จะหยิบพลองยาวไม้ขึ้นมา ความยาวของมัน ในขณะที่กานอวี่หยิบขึ้นมานั้น เจ้าตัวก็มีความรู้สึกแปลก ก่อนที่จะค่อยๆยกมันขึ้นมาตั้งเอาไว้ ขนาดของมันเมื่อทุกคนมองขึ้นไปที่ปลายของพลองยาวนั้น มันเทียบกับเสาธงเลยก็ว่าได้ เพราะมันทั้งใหญ่และยาวจนคนทั่วไป ก็ไม่อาจจะทำอะไรกับมันได้นอกจากตั้งมันเอาไว้กับพื้นเฉยๆ กานอวี่มองไปที่พลองยาวประจำตัวของเหวินก่อนที่จะมองไปที่พวทหารที่เป็นคนแจ้งเรื่องทั้งหมด...


                           "พวกเจ้าแน่ใจนะ ว่าทหารคนนี้เป็นกบฎ ขโมยอาวุธไปจากค่ายน่ะ?"

                           "จริงขอรับ ท่านกานอวี่"


                          "ไม่จริงขอรับท่านแม่ทัพ.."


                          "เจ้ามีอะไรต้องการจะบอกกับข้างั้นเหรอ?" กานอวี่เอ่ยถามเหวินที่แทรกขึ้นมาทันทีในขณะนั้น


                         "ข้า.. ข้าแค่เห็นว่าลานฝึกของค่ายนี้มันเล็กเกินไปสำหรับข้าน่ะขอรับ ข้าเองอยากจะเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติม จึงได้ขอหัวหน้ากองของข้าเพื่อเอาอาวุธที่ข้าอยากจะใช้เอาไปฝึกที่ด้านนอกค่าย ไม่ไกลมากนัก แล้วพวกเขาก็เข้ามาล้อมจับข้ามาที่นี่..."


                         "เจ้าอยู่กองใด งั้นรึพลทหาร..?" กานอวี่เอ่ยถาม


                         "กองดูแลคลังน่ะขอรับ"


                         "งั้นไปเรียกตัวหัวหน้ากองของเขามาพบข้าที่นี่เวลานี้" กานอวี่ออกคำสั่ง ทันใดนั้น  ทหารกลุ่มนึงก็วิ่งไปที่กระโจมของกองพลาธิการฝ่ายดูแลคลังอาวุธและสิ่งของในค่ายแห่งนี้มาหาเขา..


                         " ท่านแม่ทัพกานอวี่ มีอะไรงั้นเหรอขอรับ ลูกกองของข้าไปก่อเรื่องอะไรให้ท่านหรือค่ายงั้นเหรอขอรับ? ข้าจะสั่งสอนเขาให้"


                         "ไม่ต้อง ตอบคำถามข้ามา ทหารคนนี้ได้ขออนุญาตจากเจ้าเพื่อเอาอาวุธเหล่านี้ไปใช่มั้ย? ตอบมาตรงๆ"


                        "ขอรับท่านแม่ทัพ เขาบอกว่าจะเอาไปฝึกซ้อม แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปเยอะขนาดนี้ นี่หรือว่าเขาเป็นกบฎแฝงตัวเข้ามาอย่างงั้นเหรอขอรับ"


                        "..ไม่ใช่.. เขาไม่ใช่กบฎ เจ้าพวกนั้นตังหากที่โกหก..." กานอวี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปที่กลุ่มทหารที่ชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ฟัง ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ พวกนั้นใส่ความเหวินฯขณะที่เขากำลังฝึกฝนอยู่นอกค่ายนั้นเอง


                        " ขออภัยด้วยท่านแม่ทัพ พวกข้าผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะขอรับ"


                        "... อุตส่าห์เป็นบุรุษกล้าหาญชาญชัย แต่กลับพูดปลดปลิ้นปล้อนสร้างความแตกแยกเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องเนี่ยน่ะเหรอ ถ้าข้าไม่ลงโทษเจ้าให้เป็นเยี่ยงอย่าง คิดว่ากฎของที่นี่จะศักดิสิทธิ์มั้ย?" กานอวี่ตะเบ็งเสียงของตนขึ้นท่ามกลางกลุ่มทหารในนั้น ทำเอาเหล่าทหารเลวเหล่านั้นขวัญหนีดีฝ่อกันหมด


                        " เอาล่ะ จบเรื่องแล้ว ปลดเชือกให้เขา แล้วก็เจ้า ไปพักผ่อนได้ล่ะ ส่วนพวกเจ้าที่เหลือ ตามข้ามา.." กานอวี่จัดการเรื่องทุกอย่างทั้งหมดจนเรียบร้อย ต่างคนต่างแยกย้าย ก่อนที่เหวินจะหอบอาวุธที่เอามา กลับไปเก็บไว้ที่เดิม หลังจากนั้นจึงโดนหัวหน้ากองสวดชุดใหญ่ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ก่อนที่จะเอาอาหารมาให้กินหลังจากนั้น.. นี่มันตบหัวลูบหลังกันชัดๆเลยนี่นา...




+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้

-50 ความเครียดจากการอยู่คนเดียว

+10 ความสัมพันธ์ต่อผู้ปกครองของคุณ

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

+20 ความสัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะเดียวกัน

-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
รถม้าใหญ่
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x91
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x200
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x10
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x1969
x2
x316
x9
x276
x130
x129
x145
x18
x236
x17
x184
x222
x217
x194
x197
x184
x181
x275
x99
x166
x1
x4
x1
โพสต์ 2022-6-20 23:15:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                        วันเวลาผ่านไป.. ณ ค่ายป๋อไห่ ดุเหมือนทุกๆอย่างจะไปได้ด้วยดี เหวินเส้าเทียนได้รับรู้อะไรหลายๆอย่างในค่ายนี้มากขึ้น ความเข้มงวดของกฎระเบียบ สิ่งที่ควรและไม่ควร อะไรที่ห้าม และอะไรที่ต้อง สิ่งแวดล้อมเริ่มตะล่อมชายร่างยักษ์ให้เข้าสู่การเป็นทหารขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทางและเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริงในภายภาคหน้า สำหรับเหวินแล้ว แม้ว่าการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆในยามว่างนั้นจะเป็นเหมือนดั่งการเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็จริง แต่ทุกอย่างล้วนต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จะบุ่มบ่ามผลีผลามไปมันก็ใช่ที บางคนไม่หัดยืนก็วิ่งได้เลย คำๆนั้นใช้ได้กับบางคน แต่ไม่ใช่ทุกๆคน ทุกอย่างล้วนจำเป็นต้องค่อยๆเป็นและค่อยๆไป..



                         ก้าวสู่วันใหม่ การความจริงจังที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนี้..


                         เสียงกล้องใหญ่ตีดังลั่น เหล่าว่าที่พลทหารฝึกหัดต่างวิ่งออกไปตั้งแถวที่ลานฝึกฝนกันอย่างหน้าตาตื่น โดยที่กลัวว่าตนเองจะถูกทำโทษที่มาสาย ซึ่งเอาจริงๆ ใกล้สงครามมันมีหรอกคำว่าทำโทษ โทษที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเกิดจากความประมาทจนทำให้เกิดเรื่อง หรืออาจจะหนักกว่านั้น ซึ่งบทลงโทษในสงครามนั้น มีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือความตาย...


                          ทุกคนต่างประจำตำแหน่งของตนเองอย่างพร้อมเพรียง.. มั้งนะ..


                          ทุกๆคนต่างยืนตรงนิ่งสงบไม่เคลื่อนไหว ในขณะนั้นเองชายร่างใหญ่ก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของพวกเหล่าทหารหาญทั้งหลาย แน่นอนว่าเหวินเองก็ต้องเกคยเก็นอยู่แล้วจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ในตอนนั้นมีอีกชื่อนึงที่เหวินได้ยินแต่จำไม่ได้ ที่เขาเห็นนั้นมีรเพียงกานอวี่คนเดียวในตอนนั้น ไม่มีคนอื่น แต่เจ้าตัวนั้นเคยได้ยินว่ายังมีพี่น้องของเขาอีกสอง.. ซึ่งตอนนี้เขาก็ยังไม่เห็น.. ไม่สิ.. เหวินเองตังหากที่ไม่ได้ขวนขวายเข้าหา เพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการฝึกฝนตนเองไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี แล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ของรักความสงบอยู่คนเดียวจะไม่ชอบคลุกคลีตีโมงกับคนอื่นๆ ถ้าไม่ใช่เวลาทำงาน อีกทั้งความคิดของเจ้าตัวเองก็ไม่ชอบที่จะเข้าหาคนใหญ่คนโตของที่นั้นๆ เพราะเขาเองไม่อยากจะถูกมองว่าตนนั้นเป็นพวกประจบสอพลอ เป็นใหญ่เป็นโตเพราะเลียแข้งเลียขาคนอื่นขึ้นมา แต่กลับไร้ความสามารถ ซึ่งแน่นอนว่าเหินไม่ใช่คนเช่นนั้นแน่นอน สำหรับเขานั้น จะเป็นใหญ่เป็ฯโตได้ ความสามารถย่อมต้องมาก่อนและพร้อมเสมอ


                          ".. ตะวันแยงตาแล้ว ใครยังง่วงอยู่" ชายร่างใหญ่ตะเบ็งเสียงออกมาท่ามกลางกองทัพบุรุษตรงหน้า



                          "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ค่ายอีกครั้งเหล่าทหารทั้งหลาย ข้ามีนามว่ากานอวี่ เป็นแม่ทัพที่จะมาฝึกฝนพวกเจ้าให้รู้จักระเบียบวินัยของที่นี่ อยากให้พวกเจ้ารู้ไว้ ว่าที่นี่ไม่ใช่ลานเด็กเล่นหรือย่านการค้า ที่จะเดินขวักไขว่ไปมาได้เหมือนในเมือง ทุกอย่างต้องมีกฎระเบียบ ไม่ใช่ใครจะเข้ามาที่นี่และจะเป็นทหารก็ได้ ถ้าคิดอะไรตื้นๆแบบนั้นอยู่ในสงครามก็ไม่ต่างจากชาวบ้านที่โดนฆ่าตายหรอก.. ทหารทุกคนย่อมมีกฎระเบียบ และกฎระเบียบนั้นทำให้พวกเราดูน่าเกรงขาม..."


                           กานอวี่ยังคงตะเบ็งเสียงอันดังก้องจนแม้แต่คนที่อยู่ด้านหลังก็ยังสามารถได้ยินได้เหมือนอยู่ข้างหน้า


                           "ในค่ายนี้มีกฎระเบียบที่ทหารทุกนายต้องท่องจำให้ขึ้นใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด.. ถ้าไม่อยากตายก่อนที่จะได้ออกรบ จงจำกฎเหล็กทั้งสามข้อนี้ให้ขึ้นใจซะ ...
                           1. เชื่อฟังคำสั่งผู้บัญชาการ หัวหน้า
                           2. ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบในหน้าที่
                           3. วินัยเคร่งครัด มีระเบียบ ไม่แตกแถว


                           ทั้งสามข้อนี้ คิดว่ามันคงจะไม่ยากเกินกว่าที่ทุกๆคนจะปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้น จำคำของข้าทั้งสามข้อนี้เอาไว้ให้มั่น แล้วเปล่งทั้งสามข้อนั้นออกมาดังๆพร้อมกัน"


                           แน่นอนว่าทหารใหม่ ความเหยาะแหยะก็ต้องมีกันทุกคน ร้อยพ่อพันแม่ ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ ความติดในความสบายก็ยังคงมี และก็ยังไม่มีความกระตือรือร้นเท่าไหร่นัก ทั้งสามข้อที่นายพลกานอวี่ได้กล่าวออกมานั้น บ้างก็จำได้ บ้างก็ลืมๆ และสุดท้ายก็จบลงที่..


                          "ถ้าวันนี้ยังจำกฎระเบียบแค่นี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกินข้าวเที่ยง..ผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษถึงตาย!!!"


                          นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในลานรวมพลต่างก็กระตือรือร้นขึ้นมาในทันทีที่ได้ยิน คนที่ตั้งใจฟังก็พอเอาตัวรอดได้ ส่วนคนที่มัวเหม่อ.. ก็ไม่รอด เหวินเส้าเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดได้ยินทุกอย่างที่แม่ทัพกานอวี่จึงไม่ได้สนใจกับความกดดันตรงนี้ สิ่งที่กานอวี่พูดมาทั้งหมดเขาได้ยินชัดเจนและไม่จำเป็นต้องทวน มันยังจำฝังใจไม่ลืมแม้ว่าจะเป็นเพียงครั้งเดียวที่เขา ความกดดันทำอะไรกับเหวินในตอนนี้ไม่ได้เท่าไหร่นัก เขายืนมองพวกเหล่าทหารที่ยืนอยู๋ในแถวคุยกันอย่างกังวลก่อนที่จะกานอวี่จะตะเบ็งเสียงออกมาอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ..


                          "เอาล่ะ เหล่าทหารหาญทั้งหลาย ได้เวลาฝึกความสามัคคีและพร้อมเพรียงของพวกเจ้ากันแล้ว.. "


                          เมื่อพูดจบ กานอวี่ก็ได้สั่งเหล่าทหารทั้งหลายให้หันซ้ายหันขวาตามสัญญาณของกลองที่ตีดังขึ้นมา ตามจังหวะของสัญญาณกลองศึกแต่ละครั้งที่แตกต่างกัน และเสียงแตรศึกที่คอยกำกับการแปรขบวนก็เป็นอันจบการเรียนรู้ในจุดนี้.. ดูจะกดดันไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้มากมายนักสุดท้ายก็ผ่านมาได้ ต่อมาก็เป็นการฝึกการต่อสู้ตัวต่อตัว กับบางคนนั้นมันเหมือนกับเป็นช่วงเวลาที่รอคอย แต่กับบางคนก็ไม่ใช่ สำหรับเหวินแล้วก็ไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่รอคอยแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็มักจะฝึกอยู่คนเดียวไปเป็นปกติอยู่แล้ว แต่กับครั้งนี้ มันไม่ใช่ มันคือการฝึกกับคนจริงๆ ซึ่งปัญหาของเหวินนั้น ก็มีแค่อย่างเดียวเท่านั้น..


                           "เฮ้ย.. แน่ใจนะว่าจะฝึกเดี่ยวแล้วให้พวกข้ารุมน่ะ" นายทหารฝึกหัดถามกับเหวินที่ในมือของเขาถือพลองขนาดเดียวกันกันคู่ฝึกถึงสองอัน


                            "เต็มที่เลยขอรับ.. แค่อย่าออมมือเท่านั้นข้าขอเพียงแค่นั้นล่ะขอรับ"


                           เมื่อทุกอคนได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้า หลังจากนั้นคู่ฝึกของเขาทั้งสี่ก็ไม่ออมมือให้ แน่นอนว่ามันเป้นเพียงการฝึก แต่ก็ดูเหมือนว่าทุกๆการเคลื่อนไหวของเหวินนั้นจะจริงจังจนคู่ฝึกเริ่มกลัว เมื่อฝึกซ้อมเสร็จ ไม่มีใครในกลุ่มกลับมาซ้อมกับเขาอีกเลย...


                           หลังจากการฝึกฝนจบลง ดูเหมือนเหวินนั้นจะยังไม่จบกับการฝึกฝนนั้น ในช่วงเวลาพักผ่อน เขากับพลองยาวคู่ใจของเขาก็ได้ออกไปข้างนอกเพื่อฝึกฝนการต่อสู้ของตนเองอีกตามเคย มันเหมือนเป็นการผ่อนคลายในรูปแบบนึงของเจาด้วยหลังจากที่เขาอยู่กับฝูงชนมาระดับนึง มันก็ทำให้เขารู้สึกเครียกเล็กน้อย เขาจึงใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกฝนพร้อมกับผ่อนคลายจิตใจของตนเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน..




+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้

-50 ความเครียดจากการอยู่คนเดียว

+10 ความสัมพันธ์ต่อผู้ปกครองของคุณ

+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

+30 ความเครียด เมื่อต้องเข้าสังคมเจอผู้คน



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
รถม้าใหญ่
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x91
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x200
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x10
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x1969
x2
x316
x9
x276
x130
x129
x145
x18
x236
x17
x184
x222
x217
x194
x197
x184
x181
x275
x99
x166
x1
x4
x1
 เจ้าของ| โพสต์ 2022-6-21 15:38:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
WenShaotian ตอบกลับเมื่อ 2022-6-20 23:15
วันเวลาผ่านไป.. ณ ค่ายป๋อไห่ ดุเหมือนทุก ...




[นับถอยหลัง 4 วันก่อนเข้าสู่สงคราม]

วันกำหนดการเปิดศึก: 25 มิถุนายน 2565





[เยี่ยมชมหน่วยพลาธิการ Part 2 End]
@WenShaotian
[012] หลิว เป้ย์ (เล่าปี่)

- สร้างสตอรี่แม่ทัพหลิวเป้ย์ได้มาเยือนหน่วยพลาธิการด้วยตนเอง ตรวจเช็คดูเสบียงอาหาร
- สร้างสตอรี่เขาเห็นคุณหน่วยก้างไม่เลว ก่อนเข้ามาสนทนาด้วย
- สร้างสตอรี่หลิวเป้ย์ยิ้ม ก่อนพูดว่า "ดูเหมือนได้คนหนุ่มเช่นเจ้าไม่ต้องกลัวพวกโจรมุ่งเล่นงานหน่วยพลาธิการแล้ว"
- สร้างสตอรี่สนทนาอิสระ
- สร้างสตอรี่ในขณะสนทนา ทหารมารายงาน เสบียงที่กำลังขนส่งมาจากจี้โจวถูกกองโจรผ้าเหลืองซุ่มโจมตีระหว่างชายป่าเมืองหนานผีขอรับ"
- หลิวเป้ย์หันมาทางชายร่างยักษ์ "พ่อหนุ่ม สนใจไปยืดเล่นยืดสายช่วยเสบียงอาหารกันไหม"
- สร้างสตอรี่หลิวเป้ย์รวมทหารฝีมือดีสามสิบนายและคุณมุ่งหน้าไปป่าเมืองหนานผี

- สร้างสตอรี่ที่ [ป่าอสรพิษ นอกเมืองหนานผี]
-  สร้างสตอรี่ติดตามหลิวเป้ย์มาจนถึงขบวนขนเสบียงที่จะมาช่วยกองทัพเรา
- สร้างสตอรี่ต่อสู้กับโจร เปิดฉากโจมตีโจร 300 นาย
- รอผลลัพธ์เทิร์นที่ 2 หลังโรลต่อสู้เทิร์นแรก ในการต่อสู้ หลิวเป้ย์และคุณ และ
ทหารม้า(ATK+60) 30 นาย

- ภายในที่ 22 มิถุนายน 2565
ได้รับ +1 Level up / + 15 Point
(หากโรลเพลย์เลท ได้รับแค่ +40 EXP / +5 Point)

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2022-6-22 01:06:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenShaotian เมื่อ 2022-6-22 01:12

                         วันคืนผ่านพ้นล่วงเลยผ่านไป จากนักผจญภัยธรรมดาคนนึง สู่การเป็นพลทหารมากขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านความหมั่นไส้ ความกดดันจากผู้คนโดยรอบจนทุกๆวันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่มีสำหรับเขาคือเรื่องทะเลาะวิวาท ยิ่งเป็นในค่ายด้วยยิ่งแล้วใหญ่ มันแย่แน่ๆ แย่ที่สุดคืออาจจะตายก่อนได้ไปรบเนื่องด้วยเหตุผลทะเลาะวิวาทกัน จนปัจจุบนี้ เหวินเองก็ยังไม่ได้เจอหัวโจกคนแรกที่เข้ามาใส่ความหาเรื่องเขาเลย เป็นไปได้ว่าอาจจะโดนไล่ออก หรือแย่ที่สุด.. ก็นะ เราจะไม่พูดถึงตรงนั้น...



                         ก็เช่นเคยกับวันนี้ หลังจากกิจวัตรกิจกรรมในค่ายเสร็จเรียบร้อย หน้าที่ของเขาซึ่งก็เป็นการดูแลเสบียงและสัมภาระต่างๆในค่ายให้เรียบร้อย พร้อมสำหรับการใช้งานทั้งอุปโภคและบริโภค ในขณะนั้นเอง ที่เหวินเส้าเทียนกำลังเตรียมความพร้อมให้กับสรรพาวุธทหารอยู่นั้นเอง ก็ได้มีชายคนนึงเดินเข้ามาและทำทีเหมือนตรวจดูเสบียงอาหารของทหารในกระโจมที่เก็บเสบียง เหวินที่เห็นว่าชายคนนี้มีท่าทีแปลกๆ อีกทั้งดูเหมือนไม่ได้เป็นคนในค่ายด้วย จะเป้ฯชาวบ้านหรือวนิพกมาขโมยเสบียงรึเปล่าก็ไม่แน่ แต่เสบียงนี้เป็นของทหาร จะให้คนธรรมดาเอาไปในเหตุการณ์แบบนี้คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่..


                         "เออ ท่าน.." ชายร่างยักษ์ลุกขึ้นเดินมาที่ด้านหลังพร้อมส่งเสียง


                         "อ๊ะ.. ขออภัยด้วย ข้าเผลอเข้ามาโดยพลการ ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนดูแลที่นี่อยู่ ขออภัยด้วยนะ" ชายคนนั้นแสดงท่าทีด้วยความนอบน้อม ทำให้ดูเหมือนบุรุษผู้นี้ดูแตกต่างจากคนทั่วไป ทั้งแม่ทัพกานอวี่ และแม่ทัพจางเฟย.. เหวินฯไม่รู้ว่าบุรุษปริศนาผู้นี้เป็นใครแล้วเหตุใดจึงเข้ามาถึงที่แห่งนี้ แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ เขาไม่สามารถให้คนธรรมดาเข้ามาในบริเวณนี้ได้ เพราะหากเสบียงหรือสัมภาระอะไรหายไปล่ะก็ หัวเขาได้กุดแน่..


                         "ท่าน ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านต้องการอะไร แต่ที่นี่เป็นที่เก็บของ ข้าคงไม่สามารถให้ท่านเข้ามาที่บริเวณนี้ได้ ขอให้ท่านออกไปจากบริเวณนี้ด้วย" ชายร่างยักษ์พยายามเชื้อเชิญอีกฝ่ายอย่างสุภาพเช่นเดียวกับที่เขาได้แสดงออกมา ซึ่งต่อให้เขาไม่ยอมออกไป มันก็ไม่ใช่ปัญหาหากเขาจะใช้กำลังกับอีกฝ่ายโดยการอุ้มออกไปอย่างนุ่มนวล โดยที่ไม่ทำให้เขาได้รับอันตราย แต่ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะว่าง่าย บุรุษผู้นั้นยอมออกไปอย่างโดยดี ไม่มีท่าทีว่าเขาจะต่อต้านแต่อย่างใด


                         "ข้าต้องขออภัยอีกครั้ง และก็ขอบคุณที่ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างดีเยี่ยม ขอให้ท่านรักษามาตรฐานของท่านเอาไว้ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก" ชายผู้นั้นเอ่ยบางอย่างซึ่งทำให้เหวินถึงกับงง แต่ก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรออกมาและได้นั่งคุกเข่าลง ดูเหมือนเขาจะมีเวลาพอที่จะสนทนาถามไถ่ชายผู้นี้ได้อยู่บ้าง เพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้เจอคนที่ดูเหมือนบัณฑิตเช่นนี้ แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีชายสองคนในชุดเกราะวิ่งตาตื่นมาทางที่สองคนกำลังอยู่ เหวินที่นั่งอยู่ก็หันไปมอง ก่อนที่จะจ้องเขม็งและคิดในใจ..



                        นั่นมันท่านกานอวี่และท่านจางเฟยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงวิ่งตาตื่นมาที่นี่ล่ะ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ? หรือว่า.. ขายผู้นี้ มีอะไรเกี่ยวข้องกับท่านแม่ทัพทั้งสองนี่อย่างงั้นเหรอ? ในใจของเหวินได้แต่คิดในขณะที่ทั้งสองคนมาหยุดอยู่ตรงหน้าของบุรุษที่เหวินนั้นมองเขาว่าเป็นบัณฑิตหนุ่มต่างถิ่นเผลเข้ามา แล้วเขาผู้นี้เป็นใครกัน?


                       "ท่านพี่หลิว ถ้าท่านจะมาทำงานเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ทำไมไม่ให้ทหารในกองทำล่ะครับ มาำลบากทำไม" จางเฟยที่พูดไปพลางหายใจหอบเฮือกใหญ่


                       "ไม่ได้หรอก ข้าอยากจะทำงานนี้ด้วยตนเองบ้าง ข้าก็ไม่อยากให้มันเกิดความผิดพลาด ข้าเลยต้องมาดูด้วยตนเองบ้างสิ พวกเขายังใหม่กว่าที่ข้าจะไว้วางใจพวกเขานัก บางที งานบางงานข้าก็ต้องลงมือเองบ้างจะเป็นอะไรไป" ชายที่จางเฟยเรียกเขาว่าพี่หลิว เอ่ยเหตุผลของตนเองออกมาโดยที่คนที่รักหน้าที่ตรงนี้ก็ยังนั่งหน้าสลอนอยู่ข้างหลังเขา


                      "แล้วท่านพี่หลิว ได้รู้อะไรบ้างรึยัง" กานอวี่ที่เอ่ยถามเป็นคนถัดมา เมื่อถามคำถามกับชายที่ชื่อหลิวเสร็จ ก็หันมามองทางเหวินที่กำลังนั่งอย่างสุภาพ เหมือนมาเสนอหน้าในจังหวะนั้นพอดี กลายเป็นจังหวะนรกอย่างไม่ต้องสงสัย


                     "เฮ้ย! ไอ้นี่ มานั่งเอาหน้ารึไง ทำไมมาอยู่ตรงนี้" กานอวี่ตะเบ็งเสียงใส่


                     "เอ้า! ก็ชายคนนี้เข้ามาที่กระโจมเก็บเสบียงโดยพลการ ข้าที่เห็นพอดีก็เลยขอให้เขาออกมาจากกระโจม พวกท่านทั้งสองรู้กับเขาดีงั้นเหรอขอรับ?" เหวินเอ่ยถามด้วยความไม่รู้ ก็แน่ล่ะ ชายไม่ทราบที่มา อยู่ๆก็โผล่เข้ามาแล้วก็หยิบจับเสบียงที่เหวินกำลังดูแลอยู่ในขณะนั้นพอดี


                        "นี่เจ้า! ไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เสียมารยาทกับท่านหลิวเป่ย แม่ทัพใหญ่ของค่ายนี้ได้ยังไงกัน" จางเฟยตวาดเสียงดังราวกับอีกฝ่ายนั้นทำผิดร้ายแรงยังไงยังงั้น


                        "เอาน่าๆ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่ เขาเองก็ทำถูกแล้วไม่ใช่เหรอ? น้องรอง น้องสาม" หลิวเป่ยเอ่ยอย่างอ่อนโยนกับกานอวี่และจางเฟย และนั่นก็ทำให้เขาถึงบางอ้อซ้ำสองครั้งในเวลาเดียวกัน


                       บางอ้อแรกก็คือ คนๆนี้คือหลิวเป่ย แม่ทัพใหญ่ของค่ายป๋อไห่นี้ และบางอ้อต่อมานั่นก็คือ ที่ว่าเป้นสามพี่น้องนั่นก็หมายถึง หลิวเป่ย กานอวี่ และจางเฟยนั่นเอง.. ถึงแม้ว่าจะดูไม่คล้ายกันเท่าไหร่ แต่เหวินเองก็พอจะเดาได้ว่ามันเป็นมายังไง เท่านั้นก็เพียงพอ..


                       "ก็ถูกของท่าน ข้าก็นึกว่ามันมานั่งเอาหน้าซะอีก"


                       "ข้าจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรล่ะ?" เหวินถามกลับ


                       "ไอ้เจ้านี่!"


                       "เอาน่า.. เอ่อ ว่าแต่ เจ้าเองก็ดูใช้ได้เหมือนกันนี่นา นึกไม่ถึงว่าค่ายเราจะมียักษ์ เอ้ย! คนตัวใหญ่ขนาดนี้อยู่ด้วย ข้านึกว่าตัวน้องรองใหญ่ที่สุดในค่ายแล้วซะอีกนะเนี่ย"


                      "พี่หลิว.."


                      "งั้น.. เข้าเรื่องเลยดีกว่า ดูเหมือนว่า กองพลาธิการจะมีบุคลากรที่ไว้วางใจได้เช่นเจ้าอยู่แบบนี้ ข้าว่าต่อให้โจรยกมาทั้งกองก็คงไม่ครณามือเจ้าหรอกสินะ"


                      "เอ่อออ มันก็คงเป็นอย่างที่ท่านว่ามาล่ะขอรับ แต่ข้าเป็นเพียงทหารฝึกหัดในกองดูแลของ ข้าก็ทำเท่าที่ข้าทำได้ล่ะขอรับท่านแม่ทัพ"


                      "ไม่หรอก ข้าเห็นว่าเจ้าคงจะทำได้ดีกว่าที่เจ้าบอกไว้ หลายเท่าเลยล่ะ เจ้าว่ามั้ยน้องสาม"


                      "ก็ว่างั้น ขนาดมันนั่งข้ายังต้องเงยหน้ามองมัน ท่านคิดว่าใครจะกลัวล่ะท่านพี่ อีกทั้งยังไปรู้ว่ามันฝึกมากกว่าคนอื่นๆอีก ในกลุ่มทหารใหม่ด้วยกัน ใครจะเอามันลงได้ล่ะท่าน"


                      "ก็จริง ในหมู่ทหารใหม่ที่ข้าฝึก ข้าว่าเจ้านี่น่ะหน่วยก้านดี พร้อมรับมือที่สุดแล้ในตอนนี้" กานอวี่เข้าเสริม


                       ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง ทหารม้าเร็วส่งข่าวก็ควบม้าถึงหน้าทั้งสาม ก่อนที่จะแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทั้งสามได้รับรู้


                       "ท่านแม่ทัพ เสบียงที่กำลังถูกส่งมาจากจี้โจว ตอนนี้ถูกกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองซุ่มโจมตีระหว่างทางชายป่าเมืองหนานผีขอรับ"


                      "ไงล่ะ? เจ้าพร้อมจะเริ่มงานของเจ้าแล้วรึยัง?" หลิวเป่ยเอ่ยถามเหวิน ชายร่างยักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าทั้งสาม


                      เหวินเงียบไปครู่นึงในขณะที่ทั้งสามมองมาที่เหวินเป็นสายตาเดียว.. ชายร่างไม่พูดอะไรมากนอกจากค่อยๆก้มลงคำนับทั้งสามด้วยความนอบน้อมก่อนเงยหน้าขึ้นและเอ่ยกับทั้งสาม


                      "ข้าจะทำให้สุดความสามารถขอรับ"


                      "ดีมาก.. งั้นเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะไปเอาของพวกเราคืน.."




+2 Point จากการโรลให้เกียรติอีกฝ่าย

+20 EXP ทุกครั้งที่โรลอดทนต่อความทรมานและอื่น ๆ ที่คนทั่วไปทนไม่ได้

-50 ความเครียดจากการอยู่คนเดียว

+10 ความสัมพันธ์ต่อผู้ปกครองของคุณ

+30 ความเครียด เมื่อต้องเข้าสังคมเจอผู้คน

+20 ความสัมพันธ์กับคนที่มีลักษณะเดียวกัน (กานอวี่)

-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม (กานอวี่/จางเฟย)

-15 ความสัมพันธ์จากการข่มธาตุกัน (กานอวี่/จางเฟย)

+20 ความสันพันธ์จากธาตุเกื้อหนุนกัน (หลิวเป้ย)

+15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน(กานอวี่/หลิวเป้ย์)

+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี (กานอวี่/หลิวเป้ย์)

-5 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนหัวคลั่ง (จางเฟย)

+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวคลั่ง (จางเฟย)

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
รถม้าใหญ่
ทวนสามพยัคฆ์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x91
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x200
x200
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x10
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x94
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x100
x200
x1969
x2
x316
x9
x276
x130
x129
x145
x18
x236
x17
x184
x222
x217
x194
x197
x184
x181
x275
x99
x166
x1
x4
x1

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-23 13:47:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XiangShan เมื่อ 2022-6-23 13:59

เข้าร่วมเป็นทหารอาสา ต่อสู้โจรผ้าเหลือง 2

หลังจากหญิงสาวได้รับคำอนุญาติจากเจ้าเมืองพร้อมหนังถือทางการมาแล้ว เธอจึงขี่ม้าเดินทางลงมายังเมืองป๋อไห่อย่างรวดเร็ว มุ่งหน้ามายังค่ายทหาร
ที่ตั้งอยู่ห่างจากป่อไห่ที่มีโจรผ้าเหลืองครองอยู่หลายร้อยลี้

เมื่อหญิงสาวเห็นค่ายทหารก็ลงจากม้าพร้อมเดินเข้าไปหา แต่ก็โดนทหารกันทางไว้ก่อน
"แม่นาง ที่นี่คือค่ายทหาร คนนอกห้ามเข้าขอรับ" ทหารกันทางไว้

"ขออภัยจริงๆเจ้าคะทหารที่เคารพ แต่ข้ามาเพื่อเข้าร่วมเจ้าคะ" หญิงสาวยื่นหนังสือทางการจากเจ้าเมืองจี้โจวให้ดู ประทับตรารับรองเรียบร้อยว่า บุคคลผู้นี้เข้ามาเป็น ทหารอาสาจริงแท้แน่นอน
แต่ให้เป็นสตรีเช่นเธอเอง ก็มีจิตใจร่วมรบกับเขา

"ขะ ของจริงว่ะ" ทหารเห็นแล้วก็แบบว่าไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
"เช่นนั้นเชิญแม่นางขอรับ" ทหารก็เบิกทางให้หลังจากนั้น

"ขอบคุณมากเจ้าคะ" หญิงสาวคำนับขอบคุณทหารที่ให้เกียรติ ก่อนจะเดินเข้าค่ายทหารไปด้วยท่าทีสง่างามและเรียบร้อย

เมื่อเข้ามาภายในแล้วก็พบว่ามีทหารอาสาอยู่มากมาย ทั้งที่มาใหม่ๆและเป็นทหารอาชีพอยู่แล้ว กำลังฝึกซ้อนและวางแผนกันอย่างขมักเขม้น
เสียงโห่ร้องตอนฝึกนั้นดังไปทั่วค่ายจนหญิงสาวรู้สึกได้
เธอมองไปรอบๆพร้อมกับเรียนรู้ระบบค่ายทหารไปด้วยในตัวว่ามีอะไรบ้าง หน่วยอะไร เหล่าอะไรบ้าง เท่าที่เธอเห็นจะมีเหล่าทหารราบ ทหารม้า ทหารธนู ทหารชาวบ้านอาสา
และก็อุปกรณ์ช่วยรบต่างๆ
"ค่ายทหารเป็นแบบนี้เองสินะเจ้าคะ" หญิงสาวเริ่มเรียนรู้ ...

เมื่อเดินทางมาสักพัก หญิงสาวก็พบกวนหยุนฉางและจางยี่เต๋อที่กำลังยืนคุยกับทหารอยู่ด้านใน
หญิงสาวจึงเดินเข้าไปหาแบบไม่เร่งรีบ โดยไม่อยากรบกวนพวกเขาเท่าใดนัก

จนกระทั่งทั้งสองคนสนทนาเสร็จแล้วหันมาพบปะกับหญิงสาวพอดี ก็เกิดความประหลาดใจในตัวเขา
"อ๊ะ แม่นางเมื่อตอนนั้นใช่หรือไม่?" กวนหยุนฉางทักหญิงสาว

"ใช่แล้วเจ้าคะ มิได้พบกันเสียนานคุณชายกวน คุณชายจาง ยินดีที่ได้พบกันอีกครา" หญิงสาวน้อมคำนับสองพี่น้อง

"โอ้วว หวัดดีแม่นางเซียงงง" จางยี่เต๋อกล่าวแบบเป้นกันเองมาก แต่หญิงสาวไม่ถือสาใดๆ
"อืม.. เช่นกันขอรับแม่นางเซียง แม่นางเองก้มาเป็นทหารอาสาเหมือนกันหรือ?" กวนหยุนฉางลูบเครายาวของเขา พร้อมกับกล่าวถามคำถาม

"ใช่แล้วเจ้าคะ ข้าเองก็ต้องการช่วยเหลือแผ่นดินเช่นกัน
เพราะว่าป๋อไห่ที่แห่งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของข้าทั้งหมด" หญิงสาวเล่าเรื่องราวคร่าวๆว่าต้องการร่วมสู้ศึก ไม่ว่ายังไง

"ถ้าเช่นนั้นขอให้แม่นางเรียนรู้ระบบทหารไปด้วยกัน และก็เคร่งครัดในระเบียบวินัยด้วยนะ
ข้ามองดูแม่นางคร่าวๆแล้วรู้สึกนอกจากจะมีราศีจับ ก็ยังอาจจะมีวิชาการต่อสู้ใช่หรือไม่?" กวนหยุนฉางมองคร่าวๆ ค่ายทหารนี้มีกฏทหารขอให้แม่นางปฏิบัติตามเคร่งครัด มิใช้อำนาจตามอำเภอใจ

"คุณชายกวนกล่าวเกินไปแล้วเจ้าคะ ข้าพร้อมเรียนรู้ระบบทหารเสมอเจ้าคะ" หญิงสาวน้อมคำนับกวนหยุนฉาง

"ข้าเกรงว่านางจะพลาดเข้าในสักครานึง..." กวนหยุนฉางกล่าว บางทีความหยิ่งในตัวของเขาก็ทำให้หญิงสาวสะกิดใจบ้าง แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก..
"ได้สหายร่วมรบคนใหม่ก็ดีไม่ใช่เหรอพี่รอง!" จางยี่เต๋อหัวเราะร่า

หลังจากสนทนาไปสักครู่ กวนหยุนฉางก็พาหญิงสาวไปรับยุทโธปกรณ์การรบ มีทั้งเสื้อเกราะ อาวุธดาบกระบี่ เกาทัณฑ์ หอกทวน และอีกมากมาย
แต่หญิงสาวมีอาวุธติดตัวแต่แรกคือกระบี่ชั้นดีเล่มหนึ่ง ซึ่งเธอจะใช้ในการศึกครั้งนี้...
---------------------

+2 Point จากการโรลให้เกียรติผู้ที่คุย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย ทะเยอทะยาน
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย หูดี
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
+5 Point โรลใช้กลอุบายหรือวางแผน นักวางแผน
+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น หลังตรง
+10 EXP โรลสรรเสริญเหล่าผู้ที่คุยด้วย ถ่อมตน
+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์ คิ้วหงส์
รวม 17 Point / 30 EXP


015 กวนหยุนฉาง
+5 พูดคุย
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย หูดี
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา คิ้วหงส์
+5 ความสัมพันธ์ ธาตุเดียวกัน
+5 ปีนักษัตรเดียวกัน
+15 หัวดีเหมือนกัน
-15 นิสัยตรงข้าม ถ่อมตน-หยิ่งยะโส
รวม 35 คสพ.

016 จางยี่เต๋อ
+5 พูดคุย
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย หูดี
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา คิ้วหงส์
+35 สุราธรรมดาให้จางยี่เต๋อ
-15 ความสัมพันธ์ ธาตุข่มกัน (น้ำข่มไฟ)
-5 หัวดีเจอคลั่ง
รวม 40 คสพ.


ค่าดีชั่ว
ดีเจอดี +30 คุณธรรม
ดีเจอคลั่ง + 10 ความโหด


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10

5

กระทู้

491

ตอบกลับ

1 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
13339

ผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกนักบริหารใบอนุญาตเข้าเมือง(สวี)นักวางแผนนักวิชาการ

STR
600+118
INT
603+52
POL
603+0
LEA
600+47
CHA
426+5
VIT
400+99
หวัง ฟู่เหยา
เลเวล 1
คุณธรรม
18038
ความชั่ว
533
ความโหด
17248
โพสต์ 2022-6-23 16:07:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เข้าร่วมเป็นทหารอาสา ต่อสู้โจรผ้าเหลือง 3
นายกองทหารธนู

ต่อมา หลังจากหญิงสาวได้เข้าร่วมเป็นทหารอาสา แล้ว เธอจึงไปรับการบรรจุแต่งตั้งจาากนายกองชั่วคราว กวนหยุนฉาง ให้เป็น นายกองทหารธนู

"ให้ข้าเป็นทหารธนูหรือเจ้าคะ" หญิงสาวถามขึ้นหลังจากได้รับการบรรจุ

"ถูกต้องแม่นาง ข้าเองก็ไม่อยากจะให้สตรีเข้าไปบุกตรงๆหน้าสนามหรอกนะ เนื่องจากยังไม่มีใครยำเกรงสตรีในจุดนี้ ขออภัยจริงๆ
แต่เนื่องด้วยความมีราศีและสง่างามบนตัวแม่นาง หากอยู่แนวหน้าอาจถูกเป็นเป้าได้ง่าย ข้าจึงแนะนำว่าช่วยอยู่แนวระยะไกลจะดีเสียกว่า"
กวนหยุนฉางกล่าวพร้อมพลางลูบเครา  น้ำเสียงแอบมีความหยิ่งเล็กน้อยแต่ก็ให้เกียรติอีกฝ่าย

".....ทราบแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเจ้าคะ" หญิงสาวก้มหัวขอบคุณให้กับกวนหยุนฉางผู้นำค่ายทหารชั่วคราว

"ตามข้ามา ข้าจะพาไปแนะนำแก่เหล่าทหารธนู" กวนหยุนฉางเดินนำทางหญิงสาวออกจากค่าย เพื่อพาไปยังกองทหารธนูที่อยู่อีกฝั่งนึงของค่าย

จากนั้นกวนหยุนฉางพามาถึงค่ายกองทหารธนู ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยทหารธนูจำนวนร้อยๆนาย แต่การฝึกของที่นี่มันจะแตกต่างจากทหารอื่นๆอย่างชัดเจน
พวกเขาเน้นการยิงระยะไกล ยิงให้โดยเป้าหมาย และแรงแขนต้องแข็งแรงที่จะง้างธนูให้ไกลมากพอ...

กวนหยุนฉางเดินเข้าค่ายทหารธนูมาแล้วจึงส่งเสียงเรียกทหารให้ทุกนายหันมาฟัง
"ทหารธนูทุกนายจงฟัง!" กวนหยุนฉางตะเบ็งเสียง ทหารธนูทุกคนที่กำลังฝึกซ้อมจึงหยุดทุกการกระทำแล้วหันมาฟังเขา
"บัดนี้ กองทหารธนูพวกเจ้าจะมีนายกองคนใหม่เข้ามา! ซึ่งก็คือแม่นางคนนี้ สวี เซียงซาน! ขอให้พวกเจ้าปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด อย่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทอะไรกันเด็ดขาด!
เราอยู่ในค่ายทหาร จงให้เกียรติเพื่อนร่วมรบทุกคน! เข้าใจนะ!" กวนหยุนฉางเอ่ย

"ขอรับ!" ทหารธนูทุกคนพร้อมใจเปล่งเสียง

จากนั้น สวีเซ๊ยงซานนายกองธนูคนใหม่จึงได้ขึ้นมากล่าว
"ข้าสวีเซียงซาน นายกองคนใหม่ขอฝากตัวแก่ทุกๆท่านด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะพยายามเรียนรู้หน้าที่และการศึกอย่างดีที่สุดเจ้าคะ"
หญิงสาวขึ้นมากล่าวพร้อมแสดงความเคารพต่อทหารทุกนายอย่างนอบน้อม ความมีสง่าราศรีและท่าทางนอบน้อมของเธอทหารหลายคนถึงกับมีข้อสงสัยกันมากมาย
หลังจากนั้น หญิงสาวก็ได้รับการบรรจุเข้าเป็นนายกองของทหารธนูอย่างเป็นทางการ

ต่อมา...
หญิงสาวก็นำยุทโธปกรณ์ของกองทหารธนูมาใช้โดยเป็นธนูชั้นดีอันหนึ่ง แล้วเดินดูการฝึกซ้อมของทหารธนู ส่วนใหญ่เป็นการยิงให้โดนเป้าหมายซะส่วนใหญ่
แต่การฝึกที่ลึกกว่านั้นคือ การยิงยังไงให้เร็วขึ้น แรงขึ้น และไกลขึ้นมากกว่า
ถึงหญิงสาวเดินมาตรวจการฝึกซ้อม แต่ก็มีเสียงนินทาเบาๆที่คนทั่วไปไม่ได้ยิน แต่หญิงสาวนั้นได้ยิน

"ให้สตรีเป็นผู้นำกองทหารเหรอ นายพลคิดอะไรอยู่"
"บางทีอาจจะแค่ไปโปรยเสน่ห์ใส่ก็ได้มาแล้วมั้ง"
"ข้ากลัวว่าแค่เข้าสนามรบนางก็ทิ้งทหารแล้วมั้ง"

คำติฉินนินทาย่อมมีกันทุกคน ทุกที่ แต่ในที่นี้คือเพื่อนร่วมรบด้วยกันมาด้วยความสมัครใจ มันก็อาจจะยังมีอยุ่นั่นแหละ เพียงเพราะว่าการปลูกฝังขงจื้อบ้าบอให้เชิดชูบุรุษนั้นมีเข้มข้นเสียจนเพศสตรีโดนดูถูกเหยียดหยาม ว่าสนามรบไม่น่าใช่เรื่องของสตรี
หญิงสาวคิดในใจ ตอนนี้พวกเขาอาจจะยังไม่ยอมรับ แต่ว่า..หากเราสร้างอะไรที่เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาก้จะยอมรับได้. แต่ต้องค่อยๆสร้างมันขึ้นมา
เราต้องทำให้เขาเห็น และยอมรับสตรีเพศอย่างกว้างขวางให้ได้... เอาล่ะ

"นายกองขอรับ ท่านลองฝึกซ้อมยิงดูบ้างหรือไม่?" ทหารในกองกล่าวขึ้นหลังจากหญิงสาวดูมาสักระยะแล้ว ต้องการเห็นหญิงสาวแสดงฝีมือ

"ใช่ๆลองดูดีไหม"
"หากลงสนามรบจริงแล้วไม่มีแรงจะแย่เอานา"
ทหารหลายๆคนเองก็อยากเห็นฝีมือของนายกองหญิงคนใหม่นี้ด้วย

"....." หญิงสาวฟังแล้วก็คิด พวกเขาอยากทดสอบเราสินะ ถ้าหากเราทำไม่ได้ก้จะกลายเป็นนายกองเบี้ยล่างพวกเขา เราต้องแสดงให้เขาได้เห็น...
"ได้เจ้าคะ จะให้เริ่มจากระยะเท่าไหร่ก่อนดี?" หญิงสาวตอบแบบด้วยน้ำเสียงนอบน้อมและมีความสง่าในท่าทาง

"นี่เลยนายกอง เริ่มจากระยะ 20ก้าว 30ก้าว และ50ก้าวตามลำดับนะ" ทหารในกองโชว์ลานฝึกที่มีหลายระยะ มีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปานกลาง
ระดับสูงนั้นยังไม่มีใครทำได้ แต่อนาคตหญิงสาวจะลองดู

"ทราบแล้วเจ้าคะ" หญิงสาวเริ่มต้นการฝึกซ้อมตัวเอง ฝึกไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย หญิงสาวหยิบธนูพร้อมลูกศรขึ้นมาง้างแล้วเล็งไปยังเป้าหมายข้างหน้า
*กึ๊ดดด*
แล้วยิงออกไป
*ผึง*

*เปรี๊ยง*
แรงที่หญิงสาวยิงออกไปนั้นมีมากกว่าคนธรรมดา เมื่อลูกธนูพุ่งอย่างเร็วมากจนกระทบเป้าหมาย พบว่าแรงทะลุมีมากกว่าทหารทั่วไปหลายเท่า ถึงกับทำให้เสาค้ำเป้าหมายที่ทำอย่างลวกๆนั้นล้มหรือหักลง เป้าหมายระยะ 20 30 50หลา ล้มหรือหักหมดทุกอันเพราะแรงยิงของหญิงสาวนั้นมีมากกว่าเยอะ

"โห"
คำเดียวแต่พูดพร้อมเพรียงกันเมื่อผลลัพธ์ออกมา ทหารพากันทำสีหน้าประหลาดใจ ไม่มีทหารไหนในกองสามารถทำได้ขนาดนี้เลย
แต่สำหรับหญิงสาวเป็นคนแรก และยังได้รับบรรจุเป็นนายกองทหารธนูอีกด้วย

"ฝึกซ้อมกันต่อตามอัธยาศัยได้เลยนะเจ้าคะ ข้าเอง ก็จะมาฝึกซ้อมร่วมกับทหารทุกๆท่านเป็นระยะเพื่อไม่ให้ฝีมือตกกัน ข้าเองก้ยังต้องเรียนรู้อีกมาก
พยายามเข้านะเจ้าคะ พวกเราจะต้องเป็นกองทหารธนูที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้เจ้าคะเพื่อช่วยแผ่นดินของเราให้รอดพ้นจากลัทธิผ้าเหลืองให้เร็วที่สุด"
หญิงสาวแสดงฝีมือแล้วก็ไม่ได้โอ้อวดอะไร กลับมีความนอบน้อมต่อทหารที่นายที่มาดูการแสดงฝีมือและให้ทุกๆคนพยายามฝึกซ้อมเข้าไว้ เธอจะเป้นกำลังใจให้

หลังจากเหตุการณ์แสดงฝีมือนั้น ก็ไม่มีใครกล้านินทาหญิงสาวอีกเลย... แม้แต่แอบนินทาก็ยังไม่มี...

--------------------------------

+2 Point จากการโรลให้เกียรติผู้ที่คุย ถ่อมตน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ ทะเยอทะยาน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย ทะเยอทะยาน
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย หูดี
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้ นักวิชาการ
+5 Point โรลใช้กลอุบายหรือวางแผน นักวางแผน
+15 EXP จากการโรลสร้างความน่าเคารพศรัทธาต่อผู้พบเห็น หลังตรง
+10 EXP โรลสรรเสริญเหล่าผู้ที่คุยด้วย ถ่อมตน
+5 EXP จากการโรลเพลย์บริหารเสน่ห์ คิ้วหงส์
รวม 17 Point / 30 EXP

015 กวนหยุนฉาง
+5 พูดคุย
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย หูดี
+5 ความสัมพันธ์กับคนที่ให้ความสนใจเรา คิ้วหงส์
+5 ความสัมพันธ์ ธาตุเดียวกัน
+5 ปีนักษัตรเดียวกัน
+15 หัวดีเหมือนกัน
-15 นิสัยตรงข้าม ถ่อมตน-หยิ่งยะโส
รวม 35 คสพ.

@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าฮั่นเสีย
ตลับผงชาด
ผ้าคลุมขาว
ชุดหนี่ว์จิงเจี๋ยฟางเฉอ
เกาทัณฑ์จย่าเจี๋ยอู๋เยว่
คัมภีร์หนี่กุ้ยเว่ย
ไก่ฟ้าทองแดง
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x77
x9
x1
x100
x2
x27
x47
x41
x88
x3
x45
x105
x70
x55
x180
x3
x1
x4
x2
x3
x6
x2
x10
x2
x6
x14
x19
x7
x6
x8
x4
x4
x4
x4
x60
x2
x2
x40
x25
x25
x40
x20
x20
x40
x5
x5
x1
x73
x48
x28
x9
x60
x20
x5
x3
x50
x3
x4
x30
x3
x3
x19
x4
x4
x2
x5
x10
x135
x30
x30
x86
x6
x100
x46
x1
x5
x377
x20
x40
x10
x98
x346
x2
x2
x53
x1
x5
x105
x20
x204
x45
x304
x20
x10
x5
x3
x15
x1
x6
x2
x10
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้