เจ้าของ: Watcher

[เมืองฉางอัน] ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-9-9 23:21:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หลังผ่านการเดินทางมาได้สักพักเฉินเซียวเฟิงก็ได้มาถึงเมืองฉางอันจนได้


"ที่นี้นะเหรอฉางอันดูเจริญไม่แพ้เมืองลั่วหยางเลยนะเนี่ย"


เฉินเซียวเฟิงมาเดินชมเมืองชื่นชมรอบๆไปด้วยพร้อมกับสหายสนิทเขาอู่เว่ย


"แน่นอนสิ โดยเฉพาะย่านการค้าที่นี้นะมีของดีๆมากมายให้เจ้าเลือกชมเลยนะ ลองไปดูหน่อยไหม?"


"ก็ไม่เลว เผื่อจะมีของอะไรที่ข้าใช้ในยามจำเป็นได้"


เฉินเซียวเฟิงไม่คิดปฏิเสธเพราะเขามีเงินก็ต้องหาที่ใช้ แต่ต้องใช้ยังไงให้คุ้มนั่นแหละปัญหาจึงเดินดูย่านการค้าไปเรื่อยแล้วหาซื้อของที่เขาคิดว่าจำเป็นกระทั่งอู่เว่ยพาเขาไปหาพ่อค้าหวัง


"เจ้าพาข้ามาที่นี้ทำไมกันล่ะ?"


เฉินเซียวเฟิงถามด้วยความสงสัยก่อนที่อู่เว่ยจะยิ้มตอบแบบมีเลศนัย


"ก็มาหาเงินพิเศษใช้นิดๆหน่อยๆไงล่ะ อย่าลืมสิข้าเป็นอดีตสายข่าวนะแหล่งทำเงินอยู่ไหนบ้างข้าก็รู้อยู่"


อู่เว่ยกระซิบบอกก่อนที่เขาจะไปหาพ่อค้าหวัง


"สวัสดีพ่อค้าหวัง วันนี้พอมีงานอะไรให้ข้าและสหายข้าช่วยเหลือรึเปล่า?"


อู่เว่ยไปทักทายพ่อค้าหวังอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมานาน พ่อค้าหวังเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มรับทันที


"เจ้าเองเหรออู่เว่ย มาได้เวลาพอดีเลยข้าต้องการคนไปส่งแร่จำนวนมากเลยทีเดียวถ้าเป็นเจ้าข้าก็คงไว้ใจได้"


พ่อค้าหวังเหมือนจะเชื่อใจอู่เว่ยมากทีเดียว สมแล้วที่เขาได้ชื่อว่าเป็นสายข่าวที่เก่งสุดในค่าย


"ไม่ต้องห่วง ข้ากับสหายจะจัดการงานนี้ให้ท่านอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยเอง.. แต่ค่าตอบแทนต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อยนะ"


"ฮะๆ ยังเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย แน่นอนข้าเคยทำเจ้าผิดหวังรึ"


"ไม่แน่นอน พ่อค้าหวังใครๆก็รู้ว่าเป็นคนใจกว้าง เที่ยงธรรม มีแต่คนชื่นชมใครล่ะจะกล้าสงสัยท่าน"


อู่เว่ยเริ่มใช้สกิลที่เขาถนัดทันทีนั่นคือการประจบประแจงจนพ่อค้าหวังหัวเราะชอบใจออกมา


"เอาล่ะๆ คุยเล่นกันแค่นี้เถอะ ถ้าเจ้าอยากเริ่มงานล่ะก็จงไปที่ศาลเจ้ากว้านหยิน ณ เมืองเทียนซุย ในยามซีว์เถอะ ที่นั่นจะมีคนเตรียมมอบสินค้าให้เจ้าเอาเจ้านี้ไปแสดงตัวด้วยนะ"


พ่อค้าหวังมอบตราที่มีลายลักษณ์บางอย่างให้อู่เว่ยเหมือนเป็นหลักฐานแสดงตัว


"เข้าใจแล้ว งั้นข้ากับสหายจะไปเริ่มงานทันทีเลย ไว้เจอกันพ่อค้าหวังขอให้เงินทองท่านไหลมาเทมาไม่ขาดสายนะ"


อู่เว่ยบอกลาแต่ก็ไม่ลืมที่จะอวยพรให้พ่อค้าหวังจนเขายิ้มชอบใจอีกรอบ


"เห็นไหม งานง่ายๆได้เงินดีแถมเป็นทางกลับเราด้วย"


อู่เว่ยหันมายิ้มให้เฉินเซียวเฟิงที่ได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับใส่


"ก็นะ สำหรับข้าก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่อย่าลืมล่ะว่างานเราคือตรวจสอบชินแสนอกรีตนะ"


เฉินเซียวเฟิงพูดเตือนสติเพื่อนตนเพราะกลัวอีกฝ่ายจะลืมไปแล้วว่าเรามาทำอะไร


"ไม่ต้องห่วงๆ เราก็แวะไปเมืองเฉิงตูตรวจสอบก่อนก็ได้ค่อยอ้อมไปรับแร่แล้วเดินทางกลับกัน เห็นไหมสบายจะตาย"


อู่เว่ยวางแผนการเดินทางไว้ให้เสร็จสรรพ ซึ่งเฉินเซียวเฟิงก็ไม่ว่าอะไรตราบที่ไม่กระทบกับงานก่อนที่ทั้งสองจะจัดแจงธุระเสร็จแล้วไปที่ เมืองเฉิงตู
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
หน้ากากยักษา
ดาบไท่จี๋
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x35
x44
x35
x10
x10
x11
x20
x15
x1
x15
x27
x60
x3
x7
x6
โพสต์ 2021-9-10 23:30:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ส่งเควสส่งข้าวกล่องให้พี่ชาย

          ยามพักผ่อนยังเฉินหลิวในคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นจิ้นอิ๋งก็ได้เดินทางกลับไปแจ้งข่าวเกี่ยวกับงานที่จ้างวานให้ส่งข้าวกล่องให้พี่ชายแก่พ่อค้าหวังเย่าที่ฉางอัน เพราะออกแต่เช้าตรู่และพยายามเร่งตัวม้าไปให้เร็วที่สุดจึงทำให้แทบไม่ถูกดักอะไรระหว่างทาง จะชะลอม้าลงก็ยามผ่านตัวเมืองใหญ่เช่นลั่วหยาง ลงมาพักทานข้าวให้เรียบร้อยยามเมื่ออยู่สถานที่คนพลุ่กพล่าน ตัวจิ้นอิ๋งที่จดจำฝังใจที่โดนโจรดักระหว่างทางสองวันติดทำให้นางไม่อยากประหม่าอีก

          กระทั่งมาถึงฉางอันในระยะเวลาที่รวดเร็วเพียงเกือบครึ่งวัน แต่ก็แลกมากับการที่จิ้นอิ๋งปวดขบไปทั่วตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ยามลงจากม้าขาเรียวก็แทบสั่นระริกยืนแทบไม่อยู่ นางแทบจะหยุดหัวเราะทันทีที่ก้มมอง ก่อนจะพาถานเจ๋อมายังโรงเตี๊ยมเพื่อหาอะไรทานและเป็นการนั่งพักในตัวเสียก่อนไปแจ้งงานให้แก่พ่อค้าหวัง

          ซึ่งถานเจ๋อที่แข็งแรงกว่าท่านหญิงของมันและยังไม่ได้รู้สึกเมื่อยล้าอะไรมากในยามนี้จึงอาสาจะไปรับค่าจ้างมาให้แทนจิ้นอิ๋ง เพื่อที่ผู้เป็นนายจะได้ไม่ต้องเดินเหินอีกและเข้าพักภายในโรงเตี๊ยมนี้ได้ทันทีที่ตัวมันกลับมา นางนิ่งคิดไปเพียงครู่ไม่ใช่เพราะไม่วางใจถานเจ๋อ แค่กังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นฝ่ายเหนื่อยแทน ซึ่งตัวมันก็คล้ายรับรู้จึงเพียงส่งยิ้มกลับไปให้ได้วางใจ และเอ่ยขอเพียงท่านหญิงเลี้ยงอาหารเย็นมันก็พอ จิ้นอิ๋งจึงพยักหน้ารับตกลงในที่สุด
          .
          .
          ถานเจ๋อเดินเร่งเท้ามายังย่านการค้าหลังจากขอตัวแยกจากท่านหญิงด้วยหวังว่าจะได้รีบรับค่าจ้างและได้กลับมาทานข้าวและพักผ่อนอยู่เหมือนกัน นิสัยขี้เกียจที่แก้ไม่หายคล้ายเป็นข้อดีในบางคราคือทำให้มันกระฉับกระเฉงขึ้นมาเมื่อรู้ว่าจะได้พักหลังจากนี้ไม่นาน

          ใบหน้าดุคร้ามของมันพลันยิ้มออกด้วยอารมณ์ดีขึ้นหลายส่วน แต่ทำผู้พบเห็นแอบผวาเล็กน้อยจนแทบจะแหวกทางให้มันเสียตลอดทางอยู่แล้ว เมื่อมาถึงยังย่านการค้าพ่อค้าหวังเย่าที่เห็นใบหน้าดุดันของถานเจ๋อก็ลอบสะดุ้งก่อนจะเผยยิ้มหวานขึ้นมาด้วยนึกจะเจอผู้เป็นนายของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องเลือนรอยยิ้มลงไปเมื่อไม่พบดรุณีน้อยหน้านวล ดันเจอแต่ผู้ติดตามหน้าครึ้มให้เผลอถอนหายใจแผ่วเรียกคิ้วเข้มของถานเจ๋อให้กระตุกยิก

          " มีอะไรหรือเจ้าผู้ติดตาม แม่นางกู่ไม่ได้มาด้วยหรือ? "

          พ่อค้าหวังเย่าเอ่ยถามไม่ปกปิดเจตนา ทำหน้านิ่งสู้แม้เหงื่อเริ่มตกหลังสบตาบุรุษหน้าเข้มตรงหน้า ถานเจ๋อแทบจะถลึงเหลือตาขู่ เสียงที่ทุ้มเข้มของมันแทบจะกดต่ำกว่าเดิมยามเอ่ยจุดประสงค์ออกไป

          " ท่านหญิงไม่ว่าง ให้ข้ามารับค่าจ้างแทน เอามา! "

          ด้วยบุคลิกหยาบกระด้างและยามพูดกับจิ้นอิ๋งปกติก็ไร้หางเสียงอยู่แล้ว ทั้งนางก็ไม่เคยเอ่ยว่ากล่าวราวกับไม่คิดมากกับคำพูดคำจาหากการกระทำของอีกฝ่ายยังเคารพตนอยู่ แต่ท่านพ่อค้าที่ไม่คุ้นชินแทบจะหน้านิ่วคิ้วขมวดมองกลับผู้ติดตามไร้มารยาทที่สุดเท่าที่เคยเจอ จากที่กลัวเกรงใบหน้าครึ้มเข้มนั้นพลันเลือนหายมากอดอกยืดตัวสั่งสอนให้หลาบจำไปเสียก่อน

          " เพ้ย! ทำไมผู้ติดตามของแม่นางกู่ถึงได้ไร้สัมมาคารวะเช่นนี้! เจ้ากำลังจะทำให้นางถูกเอาไปกล่าวลับหลังได้นะว่าดูแลคนของตัวเองได้ไม่ดีพอ!! "

          สิ้นคำท่านพ่อค้าหวังเย่าก็คล้ายเตรียมตีหน้าขึ้งรับมือกับท่าทางปฏิเสธของถานเจ๋อที่คาดว่าจะแสดงออก ทว่ากลับผิดคาด ทันทีที่กล่าวอ้างว่าอาจส่งผลเสียต่อจิ้นอิ๋งได้ ใบหน้าดุดันของมันกลับผ่อนคลายลง แววตาล่อกแล่กดูคล้ายกำลังกังวลตามที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาจริง ๆ จนมันดูเซ่อซ่าไม่น้อยพอเป็นเรื่องของท่านหญิง ซึ่งแม้ปฏิกิริยาจะผิดคาดไปเสียหน่อย แต่ก็ผิดในทางที่ดี เช่นนั้นพ่อค้าหวังเย่าพลันยิ้มออกที่อย่างน้อยผู้ติดตามผู้นี้ก็ดูจะซื่อสัตย์ต่อจิ้นอิ๋ง

          " ข้า.. ข้าดูไม่ดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ " ถานเจ๋อกล่าวเสียงแผ่วลงพลางก้มลงมองตามชุดที่ท่านหญิงได้เลือกให้

          " ไม่ได้หมายถึงชุดเจ้า! หมายถึงกิริยาเจ้าต่างหาก หากจะทำให้ผู้คนไม่เอาไปว่าลับหลัง อย่างแรกยามกล่าวก็ควรนอบน้อมกว่านี้! "

          กลายเป็นมายืนสอนสั่งให้ถานเจ๋อไปเสียได้ มันที่ตั้งใจกะมาแค่รีบรับค่าจ้างแล้วก็จากไปโดยเร็ว พลันต้องหยุดตั้งใจเรียนรู้ไปเสียอย่างนั้น กระนั้นท่าทางก็ดูตั้งอกตั้งใจไม่น้อยเมื่อพ่อค้าหวังแอบให้ท้ายว่าหากสุภาพขึ้นไม่แคล้วจิ้นอิ๋งต้องเอ่ยชมแน่ จนเวลาล่วงเลยเกือบสองเค่อเพราะถานเจ๋อเริ่มจะเอ่ยถามถึงการใช้คำพูดแทนการรอรับฟังฝั่งเดียว มันถึงได้รับค่าจ้างจากพ่อค้าหวังเย่าและเร่งเดินกลับไปหาท่านหญิงของมันด้วยอารามตื่นเต้นอยากลองใช้คำที่เรียนมานี้กับผู้เป็นนายโดยไว
          .
          .
          จิ้นอิ๋งที่ทานข้าวเสร็จแล้วแทบจะรอจนเบื่อเลยเชียวหลังไม่เห็นถานเจ๋อเร่งกลับมาหาตนเสียที ในหัวครุ่นคิดว่าหลงทางในเมืองหลวงนี้หรือไม่ คิ้วเรียวก็พลันขมวดเข้าดูติดห่วงไม่น้อย แต่แค่จะลองลุกไปตามหาขาทั้งสองที่สั่นพั่บจนนางต้องทรุดนั่งอีกหนพลางจ้องมองประตูโรงเตี๊ยมอย่างใจดใจจ่อ

          จนผ่านไปนานพอสมควรในความคิดของจิ้นอิ๋ง ถานเจ๋อถึงได้กลับมาพร้อมถุงขนาดใหญ่และกระบี่หนึ่งเล่มให้จิ้นอิ๋งเผยรอยยิ้มออกมา ไม่ใช่เพราะดีใจที่ได้ของมากมาย แต่ดีใจที่เห็นผู้ติดตามกลับมาหาอย่างปลอดภัยเสียที

          " ไปนานเชียวถานเจ๋อ เจ้าคงไม่ได้หลงทางใช่หรือไม่? " เสียงหวานเอ่ยถามดูติดห่วง

          " เปล่าขอรับ ผู้น้อยเพียงอยู่คุยกับท่านพ่อค้าหวังเย่านานไปหน่อย… ขอรับ! "

          คำพูดดูสุภาพและนอบน้อมขึ้นเสียมากมายจากอีกฝ่าย แม้จะยังมีหลุดลืมเติมหางเสียงไปบ้าง แต่เพียงเท่านั้นก็แทบทำจิ้นอิ๋งชะงักกมือไปยามยื่นรับกระบี่ นางเลิกคิ้วมองผู้ติดตามตรงหน้าอย่างติดฉงนเป็นที่สุด ทว่าครู่เดียวรอยยิ้มกว้างก็พลันเผยออกจนแก้มกลมระเรื่อฝาด ดวงตาหวานโค้งประดับรับจนถานเจ๋อที่เห็นลอบขอบคุณพ่อค้าหวังในใจเป็นพันหน

          " เช่นนั้นหรือ.. โดนสอนมาสินะ ดียิ่ง ๆ.. กิริยาเจ้าดีขึ้นมากเลยเชียวถานเจ๋อ แต่หากเจ้าจะหลุดกิริยาเก่าบ้างก็ไม่ต้องกังวลล่ะ.. ค่อย ๆ ปรับตัวไปล่ะนะ "

          ได้รับคำชมอย่างที่บอกยิ่งทำให้ถานเจ๋อสาบานในใจว่าต่อไปจะต้องหาทางตอบแทนพ่อค้าหวังเย่าให้ได้อย่างแน่นอน!

[ ผู้ติดตามถานเจ๋อ ] มอบ EXP จากเควสส่งข้าวกล่องให้พี่ชาย ให้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-9-11 15:51:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตรากตรำทำงาน
        นครฉางอันความเจริญรุ่งเรืองแห่งนคราอันยิ่งใหญ่   ธุรกิจ  การค้าทุกอย่าง  ทุกประเภท  ต่างมั่งคั่งและร่ำรวยทรัพย์สินจากนคราแห่งนี้  มันย่อมรวมถึงโรงน้ำชาของตระกูลหลี่ที่ตั้งรกรากอยู่ที่นครฉางอันมาแต่ครั้งบรรพชน  พวกชำนาญด้านการค้าขายโดยสายเลือดความปราดเปรื่องในด้านนี้หาเป็นรองผู้ใดในแผ่นดิน  เมื่อมาถึงฉางอันพวกเลือกทำเลที่ตั้งสร้างโรงน้ำชาขึ้นมาบริหารงานมาแต่ครั้งพ่อของเฟยหลงจนมาถึงรุ่นของเฟยหลงเองรับสืบทอดบริหารงานต่อ  พวกทำการค้าจนโรงน้ำชาโด่งดั่งทั่งฉางอันความพากเพียรนี้เพียงพอให้พวกเขาถือตัวได้อย่างมีทุนรอน  ปัจจุบันยังคงมีลูกค้าแวะเวียนมาที่โณงน้ำชาแห่งนี้ไม่ขาดสายแม้ว่าจะไม่แน่นขนัดดั่งแต่ก่อน
        หลี่ซีซวนเดินผ่านโรงน้ำชาสถานที่อันคุ้นเคยแต่วัยเยาว์  วิ่งเล่นเข้าออกสถานที่แห่งนี้กับน้องสาวรวมทั้งกลุ่มเพื่อนมาแล้ว   หลี่ซีซวนมักไม่ค่อยอยู่ช่วยที่บ้านทำงานที่โรงน้ำชา  มีเพียงหลี่เหม่ยหลินน้องสาวของหลี่ซวนช่วยงานเป็นหลักและยังขยันอีกด้วย  จึงไม่น่าแปลกใจที่คนในบ้านรวมทั้งคนงานจะเอ็นดูนางมากกว่าหลี่ซีซวน  เพราะเหตุนี้หลี่ซีซวนจึงเข้ารับราชการทหารแต่นั้นมา  สายเหม่อมองเข้าไปด้านในโรงน้ำชาเป็นจังหวะเดียวกับที่บิดาของหลี่ซีซวนหันมาพอดี  หลี่ซีซวนหยุดยืนมองดูบิดาด้วยสายตาที่เย็นชาแฝงความคิดถึงสามส่วน  แล้วเดินผ่านพ้นโรงน้ำชามาถึงยังย่านการค้าของนครฉางอัน  ผู้คนมากมายเตร็ดเตร่ซื้อของ  ดูสินค้า  หลี่ซีซวนเดินเรื่อยมาหวังว่าจะมีอะไรน่าสนใจ  จนมาเจอป้ายประกาศด้านหน้าร้านของพ่อค้าหวังรายหนึ่งเข้า  
   "บัณฑิตหน้าใสอย่างเจ้าสนใจสิ่งใดในร้านข้าบ้างไหม?"
     พ่อค้าหวังเอ่ยถามหลี่ซีซวนที่แต่งตัวเป็นคนคงแก่เรียน
   "ข้าสนใจงานที่เจ้าติดป้ายประกาศอยู่ด้านหน้าร้าน"
     หลี่ซีซวนตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย  แววตานิ่งดุจบ่อน้ำโบราณ  ไม่แต่งตัวแบบนี้ได้มีเรื่องไม่หยุดนั้นสิ
   "ข้ามีงานหนึ่งมิรู้ว่าเจ้าสนใจหรือไม่? พอดีข้าช่วยหางานให้พวกคนใหญ่คนโต จำได้ว่าเป็นตงจั่วอยากได้คนที่มีฝีมือและปกป้องตัวเองได้ "
    พ่อค้าหวังอธิบายในส่วนของงานเบื้องต้นให้กับหลี่ซีซวนได้รับทราบ
   "น่าสนใจดี ข้าสนใจรับงานนี้"
   หลี่ซีซวนครุ่นครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบตกลงรับงานจากพ่อค้าหวัง
   "อย่างนั้นเจ้าจงไปหาใต้เท้าตงจั่ว  พบเขาแล้วจะมอบงานให้กับเจ้า"
    พ่อค้าหวังยื่นม้วนเอกสารรับร้องให้หลี่ซีซวน  หลี่ซีซวนรับม้วนเอกสารนั้นมาไว้ในมือ  ก่อนจะเดินออกจากร้านของพ่อค้าหวัง
   

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
โพสต์ 2021-9-12 20:48:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อำลาดรุณีน้อย
        หวนคืนสู่นครฉางอันอีกคราหลี่ซีซวนเดินถือทวนสามแฉกที่ห่อหุ่มผ้าไว้พร้อมดรุณีน้อยบนหลังม้า  อาจจะเรียกว่าเป็นภาพแปลกตา  ภาพชายหนุ่มเร่ร่อนมีดรุณีน้อยนั่งบนหลังม้ากำลังทานผลพุททราเชื่อมด้วยความน่ารัก  บางคนที่มองเห็นอาจจะคิดว่าเป็นลูกและเรื่องราวนี้คงจะถึงหูตระกูลหลี่ในไม่ช้า  เพราะเส้นทางไปย่านการค้าร้านของพ่อค้าหวังเป็นเส้นทางบังคับที่ต้องผ่านโรงน้ำชาของตระกูลหลี่  มีความเป็นไปได้ที่เถ้าแก่หลี่จะได้เห็นมันผ่านสายตาของตัวเอง  หลี่ซีซวนหาได้สนใจสิ่งต่างๆเหล่านั้นไม่  ยังคงเดินจูงม้าพาดรุณีเดินชมนครฉางอัน  บางครั้งยังพูดเจื้อยแจ่วไม่หยุด  แววตาระคนตื่นเต้นทำเอาหัวใจของหลี่ซีซวนพอโตกับความน่ารักที่ไร้เดียงสาของดรุณีน้อยนางนี้  กระทั่งเส้นทางบังคับผ่านโรงน้ำชาดรุณีน้อยนางนีชวนให้หยุดดูผู้คนในโรงน้ำชา  แล้วเผลอชี้ไปที่ชายชราคนหนึ่งด้วยความไม่รู้ของเด็กคงเป็นใครไม่ได้นอกจากเถ้าแก่หลี่ของโรงน้ำชาชื่อดังแห่งนครหลวงฉางอัน  เถ้าแก่หลี่ยืนยิ้มและกล่าวทักทายดรุณีน้อยด้วยความเอ็นดู  ส่วนหลี่ซีซวนยืนหันหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ปล่อยให้นางน้อยได้ใช้เวลาให้เต็มที่ของนาง  เถ้าแก่หลี่เดินถือติ่มซำและน้ำมาให้กับดรุณีน้อยด้วยตัวเอง  แล้วแขวนชุดติ่มซำบนอานม้า  ยืนลูบหัวด้วยความรักใคร่เมตตา  หลี่ซีซวนหันมาหยักไหล่เป็นเชิงบอกว่าไม่ได้ไปลักพาตัวหรือขโมยลูกของใครมา  แล้วกระตุกสายบังเหียนเดินไปทางย่านการค้าต่อ  พวกชาวเมืองหวังจะได้ยินอะไรด้านลบคงต้องหุบปากไปอย่างช่วยไม่ได้  หลี่ซีซวนจูงม้าพาชมย่านการค้าแห่งนี้ที่คึกคักไม่ต่างจากเฉิงตู  จนมาถึงร้านค้าของพ่อค้าหวัง
   "พ่อค้าหวัง  ข้าพาดรุณีน้อยมาส่งเจ้า"
   หลี่ซีซวนพูดเสียงดังเพื่อให้เถ้าแก่หวังได้รีบออกมา  ขณะที่ดรุณีน้อยนั่งดื่มน้ำชาบนหลังม้าที่เพิ่งได้มาจากเถ้าแก่หลี่
   "เจ้า....เจ้าพาดรุณีน้อยมาส่งให้ข้าทำไม แล้วงานที่ไปทำสำเร็จหรือไม่?"
   เถ้าแก่หวังเดินออกมาจากร้านค้าตรงมาหาดรุณีน้อยมองดูนางด้วยความสับสน  แต่ยังคงเล่นกับเด็ก
   "เรื่องงานของต่งจั่วนั้นน่ะเหรอ  ข้ารับงานมาเรียบร้อยแล้ว  และอยากจะบอกกล่าวท่านเรื่องงานนี้อยู่พอดี"
   หลี่ซีซวนเดินอ้อมจากด้านหน้าของม้ามาหาเถ้าแก่หวัง  ก้มลงกระซิบบอกกล่าวไม่อยากให้ใครได้ยิน
   "เหตุผลที่ข้ามาส่งดรุณีน้อย เพราะตอนข้าเข้าไปรับงานในจวนของต่งจั่ว  ข้าจับอาการได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดี  แถมใบหน้าของมันยังเจ้าเล่ห์ตอนอธิบายงานให้ข้าฟัง  ข้ามารู้สึกได้ว่างานมีพิรุธตอนไปรับนางมาจากเฉิงตูนี่แหละ"
   นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่หลี่ซีซวนเล่าให้เถ้าแก่หวังฟัง  เงยหน้ามองดูดรุณีที่มีความไร้เดียงสา  นางควรที่จะได้มีความสุขตามวัยของนางมากกว่านี้
   "ถ้าเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมา  ข้าจะรับดูแลดรุณีน้อยคนนี้ไว้เอง  ขอบใจเจ้ามากนะ"
   เถ้าแก่หวังให้คนงานมารับของที่อยู่บนหลังม้าไปเก็บ  พลางอุ้มดรุณีน้อยลงมาากหลังม้า  แววตาของนางอาลัยในตัวของหลี่ซีซวน  ราวกับไม่อยากพรากจากกัน  หลี่ซีซวนเองก็ใจหายที่การเดินทางหลังจากนี้ไม่มีสหายตัวน้อยคนนี้ร่วมเคียงข้างแล้ว  เสียงเจื้อยแจ่วคงไม่มีให้ได้ยินอีกแล้ว  มันคงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงถ่วงเวลาให้มาถึงที่นี่ช้าที่สุด
  "เจ้าตัวน้อยดูแลตัวเองให้ดีนะ  หวังว่าวันหน้าเราจะได้พบกันอีก  ขอบคุณเจ้ามากนะ  เจ้ามีความสุขของข้า"
   หลี่ซีซวนยกมือลูบศรีษะของเจ้าตัวน้อยด้วยความอาลัย  มองดุเถ้าแก่หวังพลางตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงบอกว่าฝากดูแลนางแทนตัวเขาด้วย  แล้วเดินจูงม้าออกจากร้านเถ้าแก่หวังอย่างคนอาลัยที่ต้องพรากจากกันอีกครั้งแล้ว



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
โพสต์ 2021-9-12 23:38:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เฉินเซียวเฟิงได้เดินทางกลับมาที่ฉางอันอีกครั้งเพื่อส่งมอบภารกิจให้พ่อค้าหวังและมาตามสืบงานที่ได้รับมอบหมายมาด้วย


"พ่อค้าหวังพวกเรากลับมาแล้ว"


อู่เว่ยเข้าไปยิ้มทักทายให้พ่อค้าหวัง ก่อนที่เขาจะยิ้มกลับมานิดแต่ท่าทางดูอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก


"ท่านเป็นอะไรไปรึดูสีหน้าไม่ดีเลย?"


อู่เว่ยที่สังเกตุเห็นสีหน้าพ่อค้าหวังเลยเอ่ยทักทันที เพื่อจะได้รู้ว่าพ่อค้าร่ำรวยตรงหน้ามีเรื่องอะไรให้หนักใจแน่


"ก็ไม่มีอะไรหรอก.. พอดีงานล่าสุดที่ข้ารับมามีปัญหานิดหน่อยทำให้ข้าไม่ค่อยสบายใจนะ"


เมื่อเห็นอีกฝ่ายระบายปัญหาแบบนี้อู่เว่ยก็ไม่ยอมเสียโอกาสเตรียมสร้างบุญคุณให้อีกฝ่ายทันที


"หืม? มีปัญหาอะไรให้พ่อค้าหวังที่ยิ่งใหญ่เช่นท่านหนักใจได้รึ พอจะบอกพวกข้าได้ไหมขอรับ"


อู่เว่ยใช้สกิลประจบประแจง หลอกล่อให้อีกฝ่ายพูดปัญหามาทันทีด้านพ่อค้าหวังดูลังเลแต่เมื่อโดนรบเร้ามากๆเข้าก็ยอมพูดออกมา


"ก็ได้ๆ เจ้าคงรู้จักขุนนางต่งจั่วใช่ไหม..พอดีข้ามีสัญญาจ้างงานกับเขาอยู่แต่มาพบทีหลังว่าต่งจั่วมีเจตนาไม่ดีแต่ข้าก็ไม่มีหลักฐานเอาผิด ถ้าจะให้ยกเลิกสัญญาจ้างก็กลัวมีปัญหาตามมาเลยหนักใจเช่นนี้ไง"


พ่อค้าหวังตอบเรื่องที่กังวลใจออกไปซึ่งเฉินเซียวเฟิงพอรู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับต่งจั่วก็รีบพูดแทรกทันที


"ถ้าท่านกังวลเช่นนั้นให้พวกเราตามสืบให้เอาไหม?"


คำพูดของเฉินเซียวเฟิงทำให้พ่อค้าหวังสนใจขึ้นมา


"พวกเจ้าจะสืบงั้นรึ? ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาข้าก็ซวยไปด้วยสิ"


"ไม่ต้องห่วงพ่อค้าหวัง ท่านเชื่อมือพวกเราได้รึต่อให้โดนจับได้พวกข้าจะไม่พูดอะไรที่เชื่อมโยงไปยังท่านแน่นอน"


อู่เว่ยกล่าวเสริมความมั่นใจทำให้พ่อค้าหวังเริ่มชั่งใจดู


"ก็ได้ จะทำอะไรก็ทำเถอะแต่จำเอาไว้ว่าข้าไม่เกี่ยวอะไรด้วยเข้าใจไหม"


พ่อค้าหวังพูดย้ำก่อนที่อู่เว่ยจะยิ้มตอบรับอย่างมั่นใจ


"แน่นอน ข้ากับสหายจะจัดการปัญหาหนักใจของท่านเอง อ๊ะ เกือบลืมนี้เงินค่าส่งแร่ขอรับ"


อู่เว่ยหยิบเงิน 10,000 ตำลึงเงินส่งให้พ่อค้าหวัง ซึ่งเขารับมาก็ยิ้มอารมณ์ดี


"ขอบใจมาก นี้ค่าตอบแทนพวกเจ้าขอให้พวกเจ้าโชคดีล่ะ"


พ่อค้าหวังให้ของตอบแทนพร้อมอวยพรเบาๆก่อนจะกลับไปทำงานต่อ


"ได้เบาะแสแรกมาแล้ว เรารีบไปกันเลยดีกว่า"


เฉินเซียวเฟิงกล่าวเมื่อได้เบาะแสความชั่วของต่งจั่วมาแล้วจึงไม่รอช้าไปที่ เมืองหลงซี ที่ต่งจั่วประจำการอยู่ทันที




[มอบเงินค่าส่งแร่ให้พ่อค้าหวัง 10,000 ตำลึงเงิน]
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
หน้ากากยักษา
ดาบไท่จี๋
ม้าขาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x35
x44
x35
x10
x10
x11
x20
x15
x1
x15
x27
x60
x3
x7
x6
โพสต์ 2021-9-13 14:54:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:10


⌜ 15 ⌟

บทที่ 4
ภารกิจที่ลั่วหยาง
ฉากที่ 5
เควส (2) ส่งข้าวกล่องให้พี่ชาย (ประจำวัน)



            ในที่สุดก็เดินทางมาถึงฉางอันจนได้ แม้ดวงตะวันจะห่างไกลจากคำว่าลับขอบฟ้าทว่าเด็กสาวผมเปียยาวกลับรู้สึกอ่อนล้าจนหาคำพรรณาไม่ได้ เหตุเกิดเพราะขี่ม้าเป็นระยะเวลานานติดต่อกันหลายวันจนปวดกระดูกก้นกบ ลงม้ามาเดินทีก็รู้สึกราวกับว่ามีอะไรมาค้ำที่หว่างขาจนต้องพยายามเดินหนีบ ๆ ถ้าให้เลือกไม่รู้ว่าอะไรดีกว่ากันระหว่างยืนทั้งวันเพื่อทำงานร้านอาหารจนขาไม่ได้พัก กับนั่งบนหลังม้าแทบไม่ได้ขยับจนปวดบั้นเอว

            ‘เอาน่าไม่เป็นไร ถึงฉางอันแล้วน่าจะไม่ต้องขี่ม้าไปอีกระยะหนึ่ง’

            เฟิยเยว่ก็ยังคงให้กำลังใจตนเองได้อยู่เสมอ แต่ตอนนี้นางต้องไปหาเถ้าแก่หวังเย่าเพื่อรายงานภารกิจให้เสร็จเรียบร้อย เด็กสาวบังคับม้าตรงดิ่งไปยังห้างร้านของพ่อค้าใหญ่หวังยังจตุรัสใจกลางเมืองฉางอัน

            “สวัสดีเจ้าค่ะเถ้าแก่หวัง ข้ากลับมารายงานภารกิจเจ้าค่ะ”

            ดรุณีน้อยค้อมศีรษะลงคำนับอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มสดใสแม้ใบหน้าจะมีความอ่อนล้าอยู่จาง ๆ นางยื่นตราประทับของเถ้าแก่หวังจินพ่อค้าคนพี่ที่ลั่วหยางเป็นหลักฐานการทำงาน เถ้าแก่หวังรับมาก่อนจะมีสีหน้างุนงงว่านางเป็นใครกันนะจำไม่ได้ แต่หลังจากที่ไล่เรียงความคิดดี ๆ ในที่สุดเถ้าแก่หวังเย่าก็นึกออก
            
            “อ้อ แม่นางน้อยนี่เอง หายไปนานจนข้าคิดว่าเจ้าเบี้ยวงานไปเสียแล้วนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “ขะ.. ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ คือว่าระหว่างทางมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะเจ้าค่ะ”

            เฟินเยว่ยิ้มแหย ไม่อยากจะพูดเลยว่าในภารกิจส่งข้าวใบบัวแค่หนึ่งห่อทำให้นางต้องไปประสบพบเจอกับอะไรบ้าง
            
            “หลงทางมาอย่างนั้นรึ” เถ้าแก่หวังยังคงหัวเราะแซวอย่างอารมณ์ดี ส่วนอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มโดยไม่ตอบคำ เพราะว่านั่นก็คือหนึ่งสิ่งที่นางพบมา “เอาล่ะ ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรเหรอกนะ เดี๋ยวข้าให้เด็ก ๆ เอารางวัลมาให้”
            
            กล่าวจบเถ้าแก่หวังเย่าก็ปรบมือสองครั้งเป็นสัญญาณ แล้วลูกน้องของเขาก็นำถุงเงินรางวัลมาให้พร้อมกับกระบี่หนึ่งเล่ม เฟินเยว่กะพริบตาปริบ ๆ ว่าเอากระบี่มาทำไม
            
            “นี่เงินตอบแทนรวมกับค่าวัตถุดิบทำอาหารแล้ว หนึ่งร้อยตำลึงเงิน กับกระบี่หนึ่งเล่ม นับดูก่อนก็ได้หากกลัวว่าไม่ครบถ้วนนะแม่นางน้อย…" เขาเว้นวรรคก่อนพูดต่อ "เจ้าชื่อว่าอะไรนะ?”
            
            คำตอบของเถ้าแก่หวังยิ่งทำให้เด็กสาวทำหน้าอึ้งยิ่งกว่าเดิม เงินจำนวนหนึ่งร้อยตำลึงสามารถเอาไปซื้อวัตถุดิบทำข้าวห่อใบบัวห้าโหลได้เลยมั้ง และยังให้กระบี่มาอีก ทำไมเขาจึงให้กระบี่แก่นางมา นั่นคือของรางวัลที่ทุกคนได้อย่างนั้นเหรอ? ได้แต่คิดแล้วก็ไม่เข้าใจ จนเถ้าแก่หวังกระแอ่มทักอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กสาวตัวแข็งทื่อเมื่อได้รับของรางวัล

            “อ่ะ เอ่อ..ข้าซุนเฟินเยว่เจ้าค่ะ ว่าแต่กระบี่นั่นจะให้ข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

            “อ้อ แน่นอนสิ ทำไมล่ะ?” เถ้าแก่หวังยิ้มถาม “อ๋อ เข้าใจแล้ว เป็นสตรีคงอยากได้เครื่องประดับแทนสินะ”

            “อ่า ไม่ ๆ เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ต้องการมากมายขนาดนั้น” เฟินเยว่รีบห้ามปรามเมื่อเห็นว่าเถ้าแก่หนุ่มเตรียมปรบมือเรียกเด็กรับใช้มาเปลี่ยนของ ถึงจะไม่รู้ว่าจะเอากระบี่ไปทำไมก็เถอะนะ คงคล้าย ๆ กับตอนที่นางซื้อหินกรองน้ำมาทำไมก็ไม่รู้นั้นแหล่ะ เรื่องแบบนี้คิดหาคำตอบให้ลึกซึ้งไปก็มีแต่จะปวดหัว “ตกลงว่าข้าขอรับรางวัลตามนั้นแหล่ะเจ้าค่ะ”

            ในที่สุดก็รับรางวัลสองอย่างนั้นมา เถ้าแก่หวังบอกให้ตรวจนับจำนวนเงินก่อนนางก็ทำตามมือสั่น เงินจำนวนนี้ไม่ได้หามาง่าย ๆ ขนาดว่านางทำงานมาสามปียังไม่ได้เงินเก็บเท่านี้เลย

            ‘นี่สินะ ความรุ่งเรืองของอดีตเมืองหลวง’

            “ช่วงนี้คนงานส่งของขาดบ้างไม่ขาดบ้าง หากอยากทำงานอีกพรุ่งนี้ค่อยมารับงานที่ข้าอีกก็ได้นะแม่นางซุน มีทั้งงานเดิมและงานส่งของไปเหลียงโจว”

            “ขอบพระคุณมากนะเจ้าคะที่แนะนำ แต่ตอนนี้ข้ากำลังตามหาคนอยู่น่ะเจ้าค่ะ”

            เด็กสาวยิ้มแหย หากไม่ต้องตามหาพี่ชายนางคงขอทำงานกับเถ้าแก่หวังไปจนตายและเอาเงินไปไถ่บ้านคืน ทว่าครอบครัวสำคัญกว่าเงินตราเป็นไหน ๆ

            “หาคนเหรอ ใครล่ะ บางทีข้าอาจจะรู้ก็ได้นะแม่นางน้อย”
            
            ในเมื่อเขาเปิดโอกาสให้ถามเด็กสาวก็ไม่เกรงใจ

            “พี่ชายของข้าน่ะเจ้าค่ะ คนโตชื่อซุนเฮยหลง คนรองชื่อซุนเอียนฟง.. ไม่ทราบว่าท่านพอจะเคยได้ยินชื่อเหล่านี้หรือไม่เจ้าคะ?”

            “ซุนเฮยหลงกับซุนเอียนฟงอย่างนั้นเหรอ...” เถ้าแก่หวังลูบปลายคางทำหน้าครุ่นคิด สีหน้าเขาเหมือนกับว่าคุ้นหูกับชื่อนั้นอย่างประหลาด “อ๋อ.. ข้านึกออกแล้ว เคยมีเจ้าหน้าที่บัญชีชื่อซุนเอียนฟงอยู่นะ”

            “เอ๋ จริงหรือเจ้าคะ!?”

            คำตอบที่ได้รับทำให้เด็กสาวอุทานออกมาเสียงหลงจนต้องรีบตะครุบปากตัวเองไว้ เบาะแสแรกที่ได้รับหลังจากไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในรอบห้าปีทำให้หัวใจของนางลิงโลด

            “ใช่แล้ว ข้าจำได้ดีเลยล่ะ คนผิวเผือกแบบนั้นหาได้ไม่ง่าย แต่ว่าเจ้าเป็นน้องสาวสินะ?”
            
            เถ้าแก่หวังหรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา แม้ว่าลักษณะภายนอกแตกต่างกันตรงที่เด็กสาวมีเรือนผมดำขลับ แต่คนพี่กลับมีผมสีขาวและดวงตาสีฟ้าอ่อน เรื่องมันนานมาแล้วจึงทำให้เถ้าแก่หวังจำใบหน้าของอดีตลูกจ้างไม่ได้แม่นยำแต่คิดว่าเด็กสาวคนนี้ก็มีเค้าโครงที่คล้ายกันอยู่บ้างเล็กน้อย
            
            “ใช่เจ้าค่ะ ท่านพี่เอียนฟงจะเหมือนกับท่านแม่น่ะเจ้าค่ะ ส่วนข้ากับพี่ชายคนโตจะเหมือนท่านพ่อ”

            ซุนเอียนฟงมีความบกพร่องทางพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิด ลักษณะด้อยนั้นเขารับจากมารดามาเต็ม ๆ ทั้งเรือนผมสีขาวอมเหลือง ดวงตาสีอ่อน และผิวพรรณที่ซีดขาวกว่าคนปกติ เขาไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรและผิวแพ้ง่าย แต่ยังโชคดีที่มีพรสวรรค์เป็นปัญญาและความจำอันปราดเปรื่อง อันที่จริงแล้วเฟินเยว่ก็ได้รับลักษณะทางมารดามาเล็กน้อยนั่นก็คือดวงตาของนางมีสีที่อ่อนจางกว่าคนทั่วไป แต่หากไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็น
            
            เพียงแค่คำว่า ‘เคย’ ที่ประกอบอยู่ในประโยคนั้น หมายความว่าพี่เอียนฟงไม่ได้ทำงานอยู่ที่ฉางอันแล้ว

            “แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้เถ้าแก่หวังพอจะทราบหรือไม่เจ้าว่าพี่ชายย้ายไปอยู่ที่ไหน”

            “คือว่าข้าเคยส่งเขาไปช่วยงานสาขาเล็กสาขาน้อยที่ซีเหอน่ะ จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก คิดว่าก็น่าจะยังอยู่ที่ซีเหอนะ”

            “ขอบพระคุณมากนะเจ้าคะ ได้ยินเช่นนั้นข้าก็สบายใจ ขอบพระคุณเถ้าแก่หวังจริง ๆ เจ้าค่ะ”

            เด็กสาวค้อมคำนับหลายครั้ง เถ้าแก่หวังเย่าก็เป็นอีกหนึ่งรายชื่อที่นางจะต้องตอบแทนเขาในภายภาคหน้า อย่างเช่นรับงานช่วยส่งสินค้า แต่ตอนนี้นางคงต้องขอออกไปตามหาพี่ชายก่อน…
            
            
.
.
.
            
            
            เฟินเยว่ล้มตัวนอนลงบนเตียงนุ่มในโรงเตี๊ยมราคาถูกแห่งหนึ่งในฉางอัน ปล่อยผมยาวแผ่สยายเป็นลอนคลื่นไปบนพื้นเตียง อันที่จริงฟูกไม่ได้นุ่มมากทว่าความเนื่อยล้ากัดกินทุกส่วนของร่างกาย แค่ได้นอนบนสิ่งที่เรียกว่า 'ฟูก' ไม่ว่าจะยัดนุ่นหรือยัดฟางก็ช่วยเยียวยาความอ่อนล้าได้มากแล้ว ในยามนี้ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าได้ซดน้ำแกงอุ่น ๆ อาบน้ำให้ตัวสะอาดแล้วนอนแผ่หลาบนเตียงนอน
            
            เจ้าหมูป่าเปาเปาก็เกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างสนุกสนาน ช่วงนี้มันไม่ได้ออกแรงหาเห็ดกับหญิงสาว วัน ๆ เอาแต่กินและนอนในตะกร้าร่างกายก็เลยอ้วนตุ้บ เฟินเยว่ดึงมันเข้ามากอดหอมหัวอย่างรักใคร ฝ่ายหมูน้อยก็ได้แต่ดิ้นแด่ว ๆ ไปมา
            
            วันนี้เฟินเยว่ช่างมีความสุข ทั้งทำงานได้เงินจำนวนมาก แถมยังได้เบาแสของพี่ชายมาอีก แม้จะเป็นแค่ของพี่เอียนฟงก็ไม่เป็นไร เอาไว้เจอหน้าแล้วนางค่อยไถ่ถามเขาเรื่องพี่ใหญ่เอาอีกที เด็กสาวหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ภาวนาขอให้พรุ่งนี้จะประสบแต่เรื่องดี ๆ อย่างวันนี้อีกเช่นกัน



.
.
.



ลักษณะนิสัยขยัน
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-9-15 09:29:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด


งานรับจ้าง

ขนส่งแร่จำนวนมาก




เทียนหลงหลังจากที่เพลิดเพลินมาตลอดค่ำคืนอย่างยาวนานบัดนี้ ได้ถึงเวลาที่เขาจะดำเนินการตามแผนที่ได้จัดเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เทียนหลงมุ่งตรงมายังย่านการค้าของเมืองด้วยความคุ้นเคยก่อนจะเริ่มทำท่าทางราวกับคนมิชานาญทาง ทำท่าทีลุกลี้ลุกลนน้อยก่อนจะทำเยี่ยงนี้ไปเรื่อยๆในขณะที่กำลังเดินไปหาพ่อค้าหวังเย่า


"ท...ท่าน...ใช่....ค...คน....ที่....ให้งาน.....หรือ.....ไม่"


เทียนหลงเริ่มกล่าวราวกับคนที่กล่าวมิชัดการกระทำแบบนี้ค่อนข้างทำให้เขาอายเล็กน้อย แต่มันจำเป็นเพื่อมิให้ใครรู้ถึงตัวตนของเขา


"ใช่แล้วท่าน ว่าแต่ท่านดูอ้วนท้วมเช่นนี้ยังต้องการงานอีกรึ?"


พ่อค้าหวังเย่าพลันกล่าวออกมาพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


"หา.....มิ....ได้.....ข.....ข้า....นั้น......อ....อ้วน....เช่นนี้....พ.....เพราะ.....ความ.....ชอบ....ใน....การ....กิน...เพ......เพียง.....เท่า.....นั้น"


เทียนหลงเริ่มกล่าวแบบนี้ได้อย่างคล่องแคล้วมากยิ่งขึ้นกว่าในตอนแรก


"ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะให้งานแก่เจ้า"


"ขะ....ขอบ....คุณ...ม.....มาก...ข...ขอรับ"


เทียนหลงนั้นกล่าวออกมาอย่างสั้นๆ แต่มันกลับดูยืดยาวสำหรับคนอื่นๆ


"งานของเจ้าคือการขนส่งแร่ มีกลุ่มพ่่อค้าแร่จำนวนหนึ่งกำลังหาคนนำแร่จำนวนมากไปส่งสถานที่แห่งหนึ่ง ต้องการคนเก็บความลับมาก หากเจ้าจะทำได้ก็ไปพบพวกเขาที่ ศาลเจ้ากว้านหยิน ณ เมืองเทียนซุย ในยามซีว์"


"ขะ....ขอรับ...ข้าจะ...มิ....ทำ....ให้....ผิด....หวัง"

เทียนหลงกล่าวขึ้นก่อนจะเิร่มเดินทางไปยังจุดหมายที่ระบุไว้ในคำกล่าวพร้อมม้าสีขาว






อ้วนท้วม
+25 ความเครียด จากการทำงาน หรือ เดินทางไกล



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-9-20 17:07:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-9-24 11:17

"เจ้าควรจะนำม้ามาด้วย"

ซุนหยางเอ่ยบ่นเมื่อเห็นว่าจ้าวเพ่ยนำทางเขามาจนถึงย่านการค้าแห่งนี้ เพียงแค่ใช้การเดินสองเท้าเพียงเท่านั้น อาชาที่ควรจะนำมาด้วยในการเดินทางทุกครั้งกลับถูกผูกทิ้งเอาไว้ที่โรงจอดม้าเอาเสียอย่างนั้น

"ตลาดก็ใกล้เพียงนี้ เจ้ายังคิดจะใช้ม้า" จ้าวเพ่ยกล่าวขึ้นมาขณะเดินนำซุนหยางเข้ามายังย่านการค้า หญิงสาวเลือกที่จะมุ่งไปที่การซื้อวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวมากกว่าจะชมเสียทุกอย่างที่นำมาล่อตาล่อใจ ไม่จำเป็นต้องมีสูตรวัตถุดิบใดๆ นางสามารถใช้เพียง 'ความรู้สึก' ที่เคยทำขนมเยว่ปิงกับอาอี๋มาตลอด แทนสูตรสำเร็จที่ตายตัวได้

"เจ้าต้องการไปเที่ยวเล่นที่งานเทศกาลจงชิวเจี๋ยหรือไม่" จ้าวเพ่ยถามซุนหยางขณะเดินนำไปยังร้านวัตถุดิบที่อยู่ไม่ไกล ขณะที่นางยังง่วนกับการเลือกของเหมือนจะไม่สนใจอะไร แต่สองหูกลับพยายามตั้งใจฟังเสียงรอบข้างเพื่อรับกับคำตอบที่นางตั้งคำถามได้ทันท่วงที

"จะให้ข้าไปเดินเอ้อระเหยชมจันทร์น่ะหรือ ไม่เอาหรอก"

"หากเจ้าไป ข้าจะได้ทำขนมในส่วนของเจ้าเพื้อถวายแก่เทพีให้"

วัตถุดิบสำหรับการปรุงถูกนางซื้อและคำนวณเกี่ยวกับจำนวนชิ้นที่ควรจะทำในส่วนนั้น หากคำนวนวันดูแล้วจะมาทำหน้างาน ขนมเยว่ปิ่งคงจะเย็นไม่ทัน และจะไม่อร่อยเป็นแน่แท้

ขณะที่คอยจะสอดส่องหาวัตถุดิบที่ยังขาดเหลือ สายตากลมโตก็พลันไปพบเข้ากับบางอย่าง พ่อค้าที่ตั้งร้านที่ย่านการค้ากลับดูมีของมากมายที่นางอาจจะหาส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

"เจ้าช่วยข้าถือเพียงเท่านี้ก็ขอบใจมากแล้ว" จ้าวเพ่ยเอ่ยขณะที่ได้วัตถุดิบได้ครบจากร้านใหญ่ร้านนี้ หญิงสาวฝากของทั้งหมดไว้กับที่ซุนหยางเพื่อจะดึงถุงตำลึงมาเพื่อใช้จ่ายได้ถนัด นางเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ติดประกาศอยู่ที่ไม่ไกลจากที่พ่อค้ายืนอยู่มากนัก

"สนใจงานหรือ แม่นาง.." พ่อค้าเอ่ยถามขณะรับตำลึงจากนางมานับเพื่อตรวจสอบให้ครบถ้วน สายตาเห็นว่านางมองไปยังประกาศรับหางานก็คงจะเดาได้ไม่ยาก

"ท่านคือพ่อค้าหวังหรือ?"

"ใช่…"

ก็คงไม่แปลกที่จะเป็นพ่อค้าหวัง สายตาก็วาดไปด้านข้างเห็นประกาศที่แปะอยู่ติดๆกัน หญิงสาวเดินไปใกล้อีกหน่อยเพื่อที่จะได้ดูอย่างชัดเจน คำพูดจากโรงน้ำชาย้อนเข้ามาในความทรงจำเพื่อตอกย้ำอะไรบางอย่าง

'ชายอ้วน พุงพลุ้ย หักหลังพ่อค้าหวัง'

จ้าวเพ่ยอ่านเพียงไม่เท่าไรนางก็ละความสนใจไป เมื่อคิดว่าคงจะเป็นเรื่องไกลตัวเกินไปสำหรับสตรีตัวเล็กๆอย่างนาง สำหรับประกาศจับนางคิดว่าหากให้บรรดาชาวยุทธช่วยหาคงจะมีประโยชน์กว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างนางเป็นร้อยเป็นพันเท่า

"ว่าอย่างไร แม่นาง..."

"สนใจงานอยู่เจ้าค่ะ แต่ไม่ใช่ยามนี้ที่จะรับงาน หากมาครั้งหน้าท่านยังคงติดประกาศอยู่ ข้าก็จะขอช่วยเหลือ" หญิงสาวกล่าวกับพ่อค้าหวังโดยให้ข้ออ้างว่าจะขอมารับงานในภายภาคหน้าหากพ่อค้าหวังยังเปิดรับคนงาน นางรับเอาวัตถุดิบบางส่วนที่ฝากซุนหยางมาไว้กับตัว เพื่อเลี่ยงคำบ่นของชายผู้ติดตามแสนขี้เกียจผู้นี้

"ข้าขอลาเจ้าค่ะ" จ้าวเพ่ยกล่าวลากับพ่อค้าหวังพลางเดินนำผู้ติดตามที่ออกจากร้าน เมื่อเดินผ่านร้านแผงลอยมากมาย ในยามที่ได้สิ่งที่ต้องการครบ คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางจะหันไปมองของมากมายที่ล่อตาล่อใจชวนซื้อมากมาย

"เจ้าจะจับโจรหรือ?"

"แค่ประกาศที่ติดเอาไว้ ข้าจะสนใจอ่านไม่ได้หรือไร" จ้าวเพ่ยตอบซุนหยางที่ถามตนมา ภายในใจนางไม่คิดที่จะสนใจข่าวลือหรือประกาศนั้นเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่ป้ายประกาศหากเป็นเรื่องสำคัญนางจะได้รู้เรื่องได้ทันท่วงทีเพียงเท่านั้น "ยามเจ้าเจอประกาศเจ้าไม่หยุดอ่านหรือ"

"ไม่หรอก ข้าไม่คิดว่ามันจะสำคัญกับตัวข้าขนาดนั้น"

"อย่างนั้นหากมีประกาศจับเกี่ยวกับชายที่ชื่อซุนหยาง" จ้าวเพ่ยหันมามองหน้าผู้ติดตาม "เจ้าคงไม่รู้ตัวจนกว่าจะถูกจับเข้าตาราง"

"ข้าไม่เคยทำผิด เหตุใดต้องมีประกาศจับเกี่ยวกับตัวข้า"

"ผู้ใดจะรู้ ก่อนเจ้าจะเจอข้า เจ้าอาจจะไปทำชั่วเอาไว้มากมายจนถูกทางการหมายหัวก็เป็นได้" จ้าวเพ่ยกล่าวทีจริงทีเล่น นางเองยังคงพูดโดยไม่มองหน้าชายที่เดินตามมา ขณะที่พากลับไปยังจุดที่ควรจะไป "ก็เป็นถึงโจรโพกผ้าเหลือง พวกเจ้าคงไม่รวมตัวกันแจกจ่ายอาหารหรอก ข้าพูดถูกหรือไม่ โอ๊ย!"

เพียงพูดยังไม่ทันขาดคำ ศีรษะของหญิงสาวก็ถูกผลักจากด้านหลังเบาๆด้วยความหมั่นไส้ในคำพูดคำจา จ้าวเพ่ยเซไปด้านหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาด้วยสีหน้าแอบเคืองเมื่อถูกสัมผัสร่างกายในส่วนที่ไม่ควรให้จับจากบุรุษไปเสียได้

"เจ้าผลักข้า!"

"ข้าเปล่าเสียหน่อย เจ้าคิดไปเอง" ซุนหยางปัดความผิดของตน ขณะที่ยิ้มออกมาอย่างสะใจ เขาทำท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งสร้างความเคืองแก่จ้าวเพ่ยขึ้นไปอีก

"นี่เจ้า..!" ด้วยสองมือเต็มไปด้วยห่อวัตถุดิบที่ใช้เพื่อจะปรุงอาหารทำให้นางไม่สามารถแม้จะตอบโต้ได้ จ้าวเพ่งมองซุนหยางทำลอยหน้าลอยตาเดินผ่านตนไปเพื่อไปยังโรงน้ำชา เมื่อเห็นว่าจังหวะการก้าวเท้าของชายหนุ่มเร็วกว่าตนมาก สองขาก็รีบเดินกึ่งวิ่งแถ่ดๆออกจากย่านการค้าแห่งนี้เพื่อจะให้ตามอีกฝ่ายได้ทัน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-9-21 17:52:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:23


⌜ 31 ⌟

บทที่ 7
เทศกาลจงชิวเจี๋ย
ฉากที่ 2
(3) ทำปลาราดพริกฝากให้พี่ชายทั้งสอง (ประจำวัน)


            เมื่อมาถึงฉางอันทั้งสองก็ทำตามแผนการที่วางไว้ในทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา โชคดีที่นัดแนะกันมาก่อนเพราะกว่าจะติดต่อหาที่พักได้ก็ใช้เวลาเดินหาอยู่นานจนสุดท้ายทั้งสองเริ่มจะหิวข้าวกลางวันจึงมาแวะพักทานบะหมี่ที่ร้านสามหาว จนกระทั่งเห็นว่ามีป้ายเขียนติดเอาไว้ที่ผนังร้านว่า ‘มีห้องว่างราคาถูกให้เช่า’ ทั้งคู่จึงตกลงว่าจะขอเข้าพักที่นี่จำนวนสองห้อง
            
            จากนั้นเฟินเยว่ก็พาตงฮั่วไปที่ร้านของเถ้าแก่หวังเย่าที่จตุรัสใจกลางเมือง
            
            “สวัสดีเจ้าค่ะเถ้าแก่หวัง”
            
            เด็กสาวค้อมศีรษะเคารพหนึ่งในผู้ที่มีพระคุณต่อนาง เพียงแค่เห็นใบหน้าหวังเย่าก็จำได้
            
            “สวัสดีแม่นางน้อย ได้เดินทางไปซีเหอหรือยังล่ะ?”
            
            “ไปมาแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณเถ้าแก่หวังมากเลยนะเจ้าคะที่แนะนำ”
            
            “โอ้ เหรอ ดีแล้ว ๆ”
            
            ระหว่างคุยกันเถ้าแก่หวังก็มีธุระแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยความที่วันนี้เป็นวันสำคัญอีกฝ่ายน่าจะงานยุ่งมาก เพราะฉะนั้นรอให้เขาคุยกับลูกน้องให้เสร็จแล้วเข้าเรื่องงานเลยดีกว่า
            
            “คือว่าข้ารับอาสาจากเถ้าแก่หวังที่ซีเหอมาทำปลาราดพริกให้น่ะเจ้าค่ะ ถ้าอย่างไรขอยืมครัวหน่อยได้หรือเปล่าเจ้าคะ?”
            
            “ครัวเหรอ ได้นะ แต่ว่าวันนี้อาจจะรกนิดนึง พอจะได้หรือไม่ล่ะแม่นางน้อย”
            
            “ได้เจ้าค่ะ ข้าไม่ขัดข้องอยู่แล้ว”
            
            “ถ้าอย่างนั้นเชิญด้านหลังร้านได้เลย”
            
            พูดจบหวังเย่าก็ผายมือให้เด็กในร้านพาไป ตงฮั่วก็ตามไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากสนทนาทักทายกับใครสักคำ เป็นบุคลิกของเขาเมื่ออยู่กับผู้ที่ไม่ใช่คนรู้จัก และเมื่อไปที่หลังร้านก็เห็นว่าในครัวเพิ่งผ่านการทำอาหารชุดใหญ่มาหมาด ๆ ภาชนะทำอาหารยังเก็บล้างไม่หมด เสี่ยวเอ้อร์ที่ดูแลตตรงนั้นต้องรีบจัดการให้เพื่อที่ทั้งสองจะได้ลงมือทำอาหารกันอย่างสะดวก
            
            “เอาล่ะ ควรต้องเริ่มที่ตรงไหน?”
            
            เด็กหนุ่มเป็นผู้เอ่ยถามก่อน ดูท่าว่าลูกมือคนนี้จะขยันขันแข็งไม่เบา เห็นแล้วเด็กสาวก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู นางมัดแขนเสื้อและรวบผมขึ้นอย่างเช่นทุกครั้ง
            
            “ก่อนอื่นเลย.. ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญเจ้าค่ะ เราจะต้องจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็ล้างมือให้สะอาด” พูดสอนไปก็ทำให้ดูด้วยเป็นตัวอย่าง เด็กสาวไม่เพียงแค่ล้างมือธรรมดาแต่ยังขัดถูตามซอกมือซอกเล็บจนสะอาดหมดจด ล้างสูงขึ้นมาจนถึงข้อศอก ตงฮั่วก็ทำตามอย่างว่าง่าย “เอาล่ะ ต่อไปก็ล้างพวกวัตถุดิบนะเจ้าคะ ข้าคิดว่าเราควรจะทำขนมเยว่ปิ่งกันก่อนเพราะขั้นตอนการนำไปอบต้องใช้เวลานานเจ้าค่ะ ระหว่างรอสุกค่อยไปทำปลาราดพริกกันก็ยังทัน”
            
            “ทำอะไรก่อนก็ได้มาเลย”
            
            “ก่อนอื่นเลยก็คือทำน้ำเชื่อมเจ้าค่ะ” พูดจบก็เห็นว่าตงฮั่วเดินไปหยิบน้ำเทใส่หม้อเตรียมตั้งไฟแล้ว “ดูท่าทางคุณชายซูจะมีพื้นฐานการทำอาหารอยู่ไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ”
            
            “ก็พอมีบ้าง อย่างตกปลาแล้วเอามาย่าง ยิงนกแล้วเอามาย่าง เก็บผักแล้วเอามาย่าง”
            
            คำตอบของอีกฝ่ายทำเอาเด็กสาวยิ้มค้างไปเล็กน้อย นั่นเรียกว่าพื้นฐานหรือเปล่านะ จะว่ามีก็ใช่แหล่ะ แต่ถ้าแค่เอาทุกอย่างที่กินได้มาย่างแล้วบอกว่ามีทักษะการทำอาหารก็ฟังดูแปลก ๆ นางเดินไปหาเขาที่หน้าเตาแล้วมองไปที่น้ำในหม้อ แหม.. กะปริมาณได้พอดีอีก นี่เรียกว่าบังเอิญหรือเปล่านะ
            
            “แล้วน้ำตาลต้องใส่เยอะแค่ไหน”
            
            “ถ้าใส่น้ำขนาดนี้ใช้น้ำทรายแดงหนึ่งถ้วยเจ้าค่ะ” เฟินเยว่ช่วยเขา เอาถ้วยมาตวงน้ำตาลในถุงแล้วยื่นส่งให้ เด็กหนุ่มรับไปแล้วเทใส่ลงไปในหม้อน้ำร้อน “จากนั้นก็เคี่ยวนานประมาณหนึ่งเค่อเจ้าค่ะ น้ำเชื่อมจะมีสีน้ำตาลและเริ่มข้นเหนียว ไม่จำเป็นต้องคนไปตลอด ตอนนี้เราจะแวะมาทำไส้กันเจ้าค่ะ”
            
            “อืม”
            
            เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะคนน้ำตาลพอให้เห็นว่ามันละลายก็เตรียมผละตัวออกมา แต่กลับเห็นว่าเด็กสาวเข้ามาหน้าเตาแทนพร้อมมะนาวครึ่งซีกแล้วบีบมันลงไป
            
            “หืม ทำไมใส่มะนาวด้วยล่ะ ข้าคิดว่าน้ำเชื่อมจะมีแค่น้ำกับน้ำตาลเสียอีก”
            
            “อ๋อ นั่นเป็นเคล็ดลับน่ะเจ้าค่ะ ถ้าใส่น้ำมะนาวลงไป น้ำเชื่อมจะไม่ตกผลึกเจ้าค่ะ เอาล่ะ ทีนี้เรามาทำไส้กันเจ้าค่ะ ต้องตั้งน้ำร้อนอีก นำเมล็ดถั่วต่าง ๆ ลงไปต้มจนนิ่มแล้วนำไปบดเจ้าค่ะ”
            
            “ต้องตั้งไฟอีกสินะ”
            
            เด็กหนุ่มตอบรับ เพราะว่าเมื่อเช้าครัวของเถ้าแก่หวังเพิ่งทำขนมเยว่ปิ่งจำนวนมากไปจึงมีอุปกรณ์ทุกอย่างครบไม่ต้องไปวิ่งหา รวมทั้งเตาถ่านหลายเตาและหม้อต้มหลายใบ พวกขั้นตอนง่าย ๆ ตงฮั่วสามารถทำเองได้โดยไม่ต้องให้เฟินเยว่มาแนะนำ เมื่อถั่วที่ต้มเริ่มนิ่มแล้วจึงนำหม้อออกจากเตา เทน้ำร้อนทิ้งช้อนเอาแต่เมล็ดถั่วแล้วน้ำมาบดในครกยา เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้น้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้ก็ได้ที่แล้วเช่นกัน เด็กสาวนำมันไปกรองกับผ้าขาวเพื่อนำกากน้ำตาลที่ไม่ต้องการออกไปจนได้น้ำเชื่อมใส ตั้งหม้อน้ำใหม่ต้มไข่เค็มให้สุกได้ที่จึงปอกเปลือกแล้วหั่นไข่แดงเป็นซีกเล็ก ๆ ต้มไข่เสร็จก็เปลี่ยนน้ำต้มเมล็ดบัวต่อ
            
            “ต่อไปเป็นวิธีการทำแป้งเจ้าค่ะ นำน้ำด่างมาผสมลงกับน้ำเชื่อมที่ทำไว้ คนให้เข้ากันแล้วก็ค่อย ๆ ผสมแป้งลงไปเจ้าค่ะ” กลายเป็นว่าเฟินเยว่พูดบอกวิธีการทำไปอย่างเดียวแล้วตอนนี้แต่เด็กหนุ่มลูกมือกลับแย่งทำไปหมด ตงฮั่วไม่รู้ว่าต้องออกแรงคนแป้งอย่างไร แรก ๆ ออกแรงมากไปจนแป้งล้นขึ้นมาถึงขอบชาม “พยายามใช้แต่ข้อมือนะเจ้าคะ ถ้าใช้ทั้งแขนจะเป็นการออกแรงมากเกินไป”
            
            “ต่างจากการฝึกกระบี่อยู่เหมือนกันแฮะ”
            
            “นั่นสิเจ้าคะ ตอนเด็ก ๆ พี่ชายก็เคยสอนกระบี่ให้เหมือนกัน แต่ข้าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรเขาก็เลยสอนธนูให้แทน”
            
            “อา.. ใช่ เจ้ามักจะพกธนูกับทวนติดหลังไว้นี่นะ ข้าก็ไม่ค่อยแปลกใจถ้าเจ้าพอจะมีความรู้เรื่องการต่อสู้อยู่บ้าง”
            
            “ก็...” เด็กสาวตอบได้ไม่เต็มปาก นางมีเพียงแค่ทักษะการยิงธนูที่ไม่เคยได้ใช้จริง ส่วนทวนแทบจะใช้ไม่เป็นเลยแต่กลับได้ใช้มาแล้วครั้งหนึ่ง หากตงฮั่วทำอาหารเป็นแค่ย่าง นางก็ทำเป็นแค่ฟาด จะเรียกว่ารู้วิธีการต่อสู้ก็ไม่เต็มปากสักเท่าไร “ถ้าเอามาใช้เป็นหลักไม้เท้าตอนขึ้นเขาก็ได้อยู่นะเจ้าคะ”
            
            “ห๊ะ เอามาเป็นไม้เท้าเนี่ยนะ เจ้าโม้แล้ว ไม่ต้องถ่อมตนถึงขนาดนั้น”
            
            ตงฮั่วไม่เชื่อ ซึ่งเด็กสาวก็ได้แต่ยิ้มค้าง ไม่รู้จะเถียงต่ออย่างไรก็เลยวกมาที่การทำอาหารต่อ
            
            “ขอดูแป้งหน่อยนะเจ้าคะ” เด็กสาวรับถ้วยแป้งมาแล้วลองคนดู เนื้อแป้งในส่วนนี้เนียนเข้ากันดีแล้วแต่จำเป็นต้องเพิ่มแป้งลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าแป้งจะจับตัวเป็นก้อนไม่เหลวจึงเรียกว่าได้ที่ “จริง ๆ แล้วควรพักแป้งทิ้งเอาไว้หนึ่งคืนเพื่อให้น้ำเชื่อมซึมซับเข้าไปในแป้งลงตัว แต่เราไม่มีเวลาเพราะฉะนั้นก็ใช้ตามนี้ไปก่อนได้ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
            
            เฟินเยว่วางแป้งเอาไว้บนโต๊ะ แล้วกลับมาดูไส้ถั่วบดที่ลดความเย็นลงมาเหลือที่อุ่น ๆ พอปั้นได้
            
            “ต่อมาจะเป็นการปั้นไส้ถั่วเจ้าค่ะ ให้ปั้นมีขนาดเท่านี้” เด็กสาวทำตัวอย่างเอาไว้ มันมีขนาดเล็กกว่าไข่ไก่เพียงเล็กน้อย “ตรงนี้ฝากด้วยนะเจ้าคะคุณชายซู”
            
            “ได้สิ”
            
            ตงฮั่วรับคำแล้วเริ่มลงมือปั้นโดยไม่ปริปากบ่น เขาเทียบขนาดไส้ที่ตนเองปั้นกับตัวอย่างที่เด็กสาวทำ มีขนาดใกล้เคียงกันแล้วแต่ชายหนุ่มไม่ใช่คนละเอียดอ่อนจึงปั้นไส้ไม่กลม บ้างเป็นวงรี บ้างก็เบี้ยวไปเบี้ยวมา ไม่ได้เชื้อของย่าทวดที่ทำขนมเก่งเลยแม้แต่น้อย ด้านเฟินเยว่เห็นไส้ที่เด็กหนุ่มทำก็ยิ้มอ่อน หยิบเอามาปั้นแก้ให้กลมดิ๊กขึ้นกว่าเดิม
            
            “เสร็จแล้วก็นำแป้งที่ทำเมื่อกี้มาห่อเจ้าค่ะ วิธีการก็คือปั้นแป้งเป็นวงกลมจากนั้นก็รีดให้เป็นแผ่นแบน ๆ แบบนี้ แล้วก็นำไส้ลงมาวาง ใส่เม็ดบัวต้มสุกลงไปแล้วก็ไข่เค็ม จากนั้นก็ห่อเหมือนกับตอนที่ห่อเกี๊ยวเจ้าค่ะ แล้วก็จะออกมาเป็นแบบนี้...”
            
            สาธิตวิธีทำไปพร้อมกับพูดอธิบายประกอบไปด้วย เฟินเยว่ทำอะไรก็ดูง่ายไปหมดเพราะว่านางมีประสบการณ์ห่อแป้งเกี๊ยวมานานถึงสามปี หากยังไม่ชำนาญและเงอะงะอยู่สิแปลก เสร็จแล้วแบมือออกให้อีกฝ่ายดูก้อนกลมเนียนกริบ
            
            “จริง ๆ แล้วต้องใส่พิมพ์ปั๊มออกมาเป็นรูปดอกไม้ แต่ข้าว่าจะลองทำอีกแบบน่ะเจ้าค่ะ”
            
            เด็กสาวบิเอาแป้งมาปั้นเพิ่มตกแต่งก้อนกลมให้เป็นหมูอ้วน ตงฮั่วเห็นแล้วก็ส่ายหน้า เขาคิดว่าตนทำขั้นตอนนี้ไม่ไหว
            
            “เดี๋ยวข้ารีดแป้งให้แล้วเจ้าห่อดีกว่า”
            
            “ได้สิเจ้าคะ”
            
            เด็กสาวอมยิ้ม นางไม่ได้ว่าอะไรเพราะขั้นตอนนี้มันก็ยากเกินไปสำหรับมือใหม่จริง ๆ นั่นแหล่ะ ทั้งสองช่วยกันทำขนมไหว้พระจันทร์กันไป คนนึงรีดแป้ง คนนึงห่อให้เป็นรูปหมู เมื่อทำครบก็ได้ทั้งหมดสิบลูก ขั้นตอนสุดท้ายแล้วก็คือนำไปอบสองครั้ง ครั้งแรกอบธรรมดาก่อนแล้วจึงนำออกมาทาไข่แดงแล้วอบต่ออีกทีใช้เวลารวม ๆ สองก้านธูป
            
            “ฟู้ว~~” ตงฮั่วปาดเหงื่อ อยู่หน้าเตานาน ๆ ก็ทำให้ใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาได้เหมือนกัน ก่อนหน้าที่ทำอาหารกินเองก็เพียงแค่นำมาย่างไฟ ตอนที่เห็นเด็กสาวอาหารในถ้ำก็เพียงแค่ดู แต่พอมาทำตามจริง ๆ ก็เหนื่อยใช่เล่น สำหรับมือใหม่มันเหนื่อยพอ ๆ กับการฝึกดาบในวันแรก “นี่แค่ทำขนมเยว่ปิ่ง แต่ยังไม่ได้เริ่มงานของเจ้าเลยนะเนี่ย”
            
            “แหะ ๆ การทำขนมเยว่ปิ่งมีหลายขั้นตอน จะบอกว่ายุ่งยากก็ไม่แปลกเจ้าค่ะ คุณชายซูพักเหนื่อยก่อนก็ได้นะเจ้าคะ เดี๋ยวที่เหลือข้าจัดการต่อเองเจ้าค่ะ”
            
            งานทำปลาคืองานของนางเองด้วย เกรงใจจะรบกวน ถึงแม้ว่ารายได้ส่วนหนึ่งจะเอาไว้สมทบทุนอาหารเพื่อเด็กติดถ้ำก็ตาม.. เด็กสาวยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย ส่วนอีกมือก็ถือกระติกน้ำให้ เด็กหนุ่มก็รับทั้งสองอย่างมาไว้ดื่มน้ำแก้กระหายพลางซับเหงื่อ
            
            “ไม่เอา ถ้าเจ้าไม่เหนื่อยแล้วข้าจะพักได้ยังไง แพ้แรงสตรีแบบนี้ก็ขายหน้าแย่น่ะสิ”
            
            หลังได้พักเอาน้ำลูบหน้าก็ดูเหมือนว่าตงฮั่วจะมีแรงฮึดงานต่อ เด็กสาวจึงเริ่มสอนเขาทำปลาราดพริกเพื่อว่าจะนำไปทำทานที่ถ้ำได้เพราะไหน ๆ วัตถุุดิบอย่างปลาก็มีถึงที่ ส่วนอย่างอื่นก็แค่ขาดทั้งหมดเท่านั้นเอง
            
            เฟินเยว่บอกขั้นตอนการทำไปเหมือนกับที่ตัวเองทำเมื่อวาน เด็กหนุ่มใช้มีดในการแล่ปลาได้ดี แต่มีปัญหาเมื่อตอนใช้มันทำงานละเอียดอย่างการซอยพริกและกระเทียม ท่าการจับมีดมั่นคงเหมือนจับดาบ แต่ทว่าชวนให้ล่อนิ้วเสียเหลือเกิน จนนางทนไม่ไหวขอทำขั้นตอนนั้นเอง แล้วให้ตงฮั่วทอดปลารอ เมื่อเครื่องราดพริกพร้อมก็สอนวิธีผัด จากนั้นก็เสร็จแล้ว หน้าตาปลาราดพริกดูน่าทานแแม้รสชาติอาจไม่เหมือนที่แม่ครัวหลักทำเสียเท่าไรแต่โดยรวมก็ถือว่าไม่แย่ และในที่สุดก็ได้เวลาส่งงาน…
            
            “เสร็จแล้วเจ้าค่ะเถ้าแก่หวัง”
            
            เด็กสาวถือจานปลาราดพริกตัวใหญ่มาให้เถ้าแก่หวังที่กำลังนั่งพักอยู่ ส่วนตงฮั่วก็เขาสู่สถานะนิ่งเงียบแล้วเดินตามมาด้านหลัง ดูเวลาฟ้าเปลี่ยนสี นี่ก็ถึงเวลามื้อเย็นพอดี
            
            “ขอบใจมากนะ เอามาตั้งไว้ตรงนี้เลย”
            
            “เจ้าค่ะ”
            
            เด็กสาววางจานปลาราดพริกลงแล้วเห็นว่าบนโต๊ะก็มีถ้วยข้าวสวยรอไว้อยู่แล้ว ในระหว่างการทำงานมัวแต่เพ่งสมาธิในการสอนตงฮั่วจนไม่ได้รู้เลยว่าลูกน้องของเถ้าแก่หวังเข้ามาหุงข้าวตั้งแต่เมื่อไร แต่พอได้นำอาหารมาวางไว้ให้แบบนี้แล้วความรู้สึกเดิม ๆ เหมือนกับตอนเป็นเสี่ยวเอ้อร์ที่ร้านติ่มซำก็กลับคืนมา
            
            “แล้วก็.. นี่คือของตอบแทนที่ให้ยืมครัวเจ้าค่ะ”
            
            เฟินเยว่วางจานใส่ขนมไหว้พระจันทร์รูปหมูหนึ่งชิ้นไปให้ ด้วยรูปทรงที่แปลกประหลาดทำเอาเถ้าแก่หวังประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเห็นอาหารรูปแบบใหม่ความคิดทางการค้าของเขาก็พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
            
            
            “โอ้ ขอบใจ ดี ๆ พวกเจ้ามีกระดาษอะไรไหม ข้าจะประทับตรารับของให้น่ะ”
            
            “นี่เจ้าค่ะเถ้าแก่หวัง” สาวน้อยยื่นกระดาษใบเดียวกันกับที่มีตราประทับของเถ้าแก่หวังจินให้ อีกฝ่ายก็ประทับตราร้านฉางอันลงข้าง ๆ กัน “สุขสันต์วันจงชิวเจี๋ยเจ้าค่ะ”
            
            “สุขสันต์วันจงชิวเจี๋ยเช่นกัน แม่นางน้อย คุณชาย”

            เถ้าแก่หวังยิ้มอวยพรให้ทั้งสองอย่างสั้น ๆ แต่ตงฮั่วที่อยู่ข้างหลังก็ไม่ได้ตอบอะไร เมื่อส่งงานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยเด็กสาวก็ขอตัวกลับไปที่พัก แม้จะช้ากว่ากำหนดเดิมนิดหน่อยแต่ก็ยังถือว่าพอได้พักหายใจก่อนไปเตรียมตัวเที่ยวงานเทศกาล
            

.
.
.
           

ลักษณะนิสัยขยัน
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-9-22 15:31:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด

จดหมายในวันพักผ่อน
.
.
.

          ยามโฉ่วในเมืองฉางอันหลังจิ้นอิ๋งและสองผู้ติดตามทานอาหารเที่ยงยังโรงเตี๊ยมเสร็จสิ้น นางพลันเอ่ยบอกทั้งคู่ให้พักผ่อนตามอัธยาศัยด้วยจะให้หยุดหนึ่งวันก่อนจะพาออกเดินทางต่อโดยไปเยี่ยมอาการสหายของนางที่เมืองเฉินหลิวก่อน ทว่าทั้งคู่ที่เมื่อวานได้เที่ยวในวันงานเทศกาลจนพอใจแล้วก็คล้ายเต็มใจจะติดตามจิ้นอิ๋งที่กล่าวบอกจะไปเดินย่านการค้า ซึ่งนางได้ยินก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เดินพาทั้งคู่จนมาถึงตัวย่านการค้ากว้างขวางของเมืองหลวงฉางอัน

          " อิ๋งเอ๋อร์จะซื้ออะไรหรือเจ้าคะ? "

          ระหว่างเดินดูของตามแผงขาย ซูฮวาที่เดินขึ้นมาขนาบข้างกายเด็กสาวพลันเอ่ยถามขึ้น โดยมีถานเจ๋อที่เดินตามหลังสตรีทั้งสองคอยเฝ้าระวังภัยให้เป็นระยะ จิ้นอิ๋งที่ได้ยินคำถามก็เงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวยกแตะคางผะแผ่วดูครุ่นคิด

          " คือ.. ข้าว่าจะทำอาหารไปเยี่ยมสหายข้าน่ะเจ้าค่ะพี่สาวซูฮวา แต่ยังไม่รู้จะทำอะไรให้ดี.. ของที่เขาชอบทานก็ดูไม่เหมาะกับคนป่วยเท่าไหร่น่ะเจ้าค่ะ "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่น้อย ดูใส่ใจถึงสหายคนที่กล่าวหาจนซูฮซาที่ได้ยินพลอยคิดมากตามไปด้วย ทว่าคนที่โตกว่าย่อมเรียนรู้อะไรมามากกว่า นางจึงเอ่ยให้คำแนะนำแก่ดรุณีน้อยไปอย่างเต็มที่เท่าที่นางพอจะนึกออกว่าอาหารที่เหมาะสมต่อคนที่ป่วยนั้นมีสิ่งใดบ้าง ทว่าก่อนจะได้แนะอะไรไปก็ได้ถามถึงอาหารที่สหายแซ่กัวนั้นชอบเสียก่อนเพื่อช่วยดูให้ว่าพอทานช่วงป่วยได้หรือไม่

          " อาหารรสจัดทั้งนั้นเลย.. ข้าคิดว่ายังทานไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ เพราะถ้าเป็นอาหารที่มักทำให้คนป่วยก็จะเป็นพวกตับหมูผัดกระเทียม.. หรือพวกน้ำแกงเช่นน้ำแกงเม็ดบัวเห็นหูหนูขาวน่ะเจ้าค่ะ "

          ดรุณีน้อยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจระหว่างที่ยังเดินกวาดสายตามองหาวัตถุดิบตามเมนูอาหารที่สตรีข้างกายเสนอ ด้วยเพราะนางก็พอทำอาหารเป็นอยู่บ้างทำให้พอจะรู้วิธีทำอาหารง่าย ๆ เหล่านั้นที่ซูฮวาได้เสนอมา ซึ่งสีหน้าที่ติดกังวลในตอนแรกดูจะคลายลงเล็กน้อยหลังมีเมนูในใจบางเมนูแล้ว ทำให้คนเอ่ยปากเสนอเผยรอยยิ้มดีใจไม่ต่างกันที่สามารถช่วยเหลือเด็กสาวได้บ้าง ถึงอย่างนั้นจิ้นอิ๋งก็ไม่แน่ใจว่าคนที่นึกถึงอยู่นี้จะยอมทานหรือไม่ เพราะแม้จะดีแต่คนป่วยทว่าอาหารอ่อน ๆ คนป่วยมักไม่ชอบทานนี่สิ

          " ข้าอยากทำไปให้นะเจ้าคะ.. แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมทานหรือไม่ อืม… เอาแบบนี้แล้วกัน! พี่ซูฮวาพอจะแนะนำชาที่ช่วยบำรุงร่างกายแล้วก็รสชาติดีหรือไม่เจ้าคะ บางทีคนป่วยน่าจะทานได้ง่ายกว่า "

          เอ่ยความกังวลของตัวเองออกมาพร้อมกับลองถามไถ่ในส่วนที่อีกสตรีถนัดขึ้นมาเผื่อว่าจะสามารถแนะนำให้แก่จิ้นอิ๋งได้ และซูฮวาก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ

          " ชาหรือเจ้าคะ? จริงด้วย ให้ชาก็ได้นี่.. งั้นข้าแนะนำเป็นชาเจียวกู่หลานเจ้าค่ะ เห็นเมื่อวานอิ๋งเอ๋อร์ก็ซื้อมาพอดีด้วย ตัวชาตัวนี้จริง ๆ ไม่ใช่ชาแต่เป็นพืชล้มลุกประเภทสมุนไพรเจ้าค่ะ ช่วยปรับสมดุลหยินหยาง บำรุงร่างกายได้ดี.. เห็นว่ารักษาอาการป่วยพวกไข้หวัดได้ด้วยนะเจ้าคะ รสอ่อนติดหวานปลายลิ้นทั้งยังชุ่มคอด้วย "

ซูฮวากล่าวเสนออย่างตั้งใจให้แก่จิ้นอิ๋งที่ดวงตาแทบประกายขึ้นมาหลังได้รับฟัง รอยยิ้มของดรุณีน้อยพลันวาดผ่านด้วยความดีใจจนแว่วเสียงหัวเราะขึ้นมาคลอตาม ทำเอาคนมองอย่างซูฮวาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีที่ได้ช่วยเหลือเด็กสาวไม่ได้ ซึ่งพอจิ้นอิ๋งตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปชงชาเจียวกู่หลานแก่กัวฟ่งเสี้ยวยามไปเยี่ยมอีกหนได้แล้ว นางจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามผู้ติดตามทั้งสองแทนว่าอยากไปเดินเที่ยวที่ไหนในเมืองหลวงนี้อีกหรือไม่ ทว่าตัวซูฮวาที่เดินมากไม่ได้ก็ขอเพียงกลับไปพักยังโรงเตี๊ยมก็พอ ส่วนถานเจ๋อที่จิ้นอิ๋งหันไปรอฟังคำตอบก็ทันเห็นสีหน้าบูดบึ้งของอีกฝ่ายจนเผลอเลิกคิ้วฉงนกลับ

          " ถานเจ๋อ? เจ้าเหนื่อยหรือ? "

          เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับที่ซูฮวามองตามสายตาของเด็กสาวไปจนเจอบุรุษของกลุ่มสะบัดหน้าออกด้านข้างพอดี ดูแล้วราวไม่พอใจบางสิ่งทำเอานางพาลนึกว่าเพราะตนมาเรียกความสนใจจิ้นอิ๋งไปหรือไม่จึงพลันค้อมขอโทษแก่ถานเจ๋อไปให้อีกบุรุษต้องเร่งมาโบกมือปฏิเสธเสียลนลาน

          " ข้า! ข้าไม่ได้ไม่พอใจอะไรแม่นางเหมย...ขอรับ! ข้าเพียง.. เอาของทั่วไปเยี่ยมเจ้า… ท่านกัวก็ได้นี่ขอรับ "

          สิ้นคำพูดของถานเจ๋อก็แว่วเสียงหัวเราะของจิ้นอิ๋งให้ดังขึ้นที่ผู้ติดตามผู้นี้ยังคงไม่เลิกตั้งแง่ใส่สหายของนางเสียที ซูฮวาที่ยังสงสัยหันมาสบตาเด็กสาวให้นางต้องหันไปอธิบายให้ว่าถานเจ๋อแค่เป็นห่วงนางเพราะสหายที่นางมักกล่าวถึงนี้เป็นบุรุษ ทำเอาซูฮวาตาโตอย่างตกใจไม่ต่างกันพร้อมกันนั้นก็คล้ายทำสีหน้าเป็นห่วงขึ้นมาด้วย จนถานเจ๋อที่สังเกตเห็นแอบบวกมิตรภาพให้แก่หญิงสาวในใจที่ดูจะมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับมัน

          " บุรุษหรือเจ้าคะ? เช่นนั้นวันที่อิ๋งเอ๋อร์ไปหาคราวก่อน ..ก็ไปหาบุรุษน่ะหรือเจ้าคะ "

          " เจ้าค่ะ… แต่.. ท่านกัวเป็นคนดีนะเจ้าคะ "

          คล้ายเอ่ยแก้ต่างให้คนป่วยขึ้นมาเมื่อผู้ติดตามทั้งสองของจิ้นอิ๋งดูจะต่อต้านมาให้นางเริ่มรู้สึกลนลานขึ้นมาแทน ดวงหน้าหวานดูหงอยลงเล็กน้อยที่ทั้งคู่ดูไม่ชอบใจกับสหายของนาง ทั้งที่เด็กสาวคิดว่าคนคนนั้นก็เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง ทำเอาถานเจ๋อและซูฮวาที่เห็นสีหน้านั้นใจอ่อนยอมปล่อยเรื่องนี้ไปและพาจิ้นอิ๋งเปลี่ยนเรื่องให้ดรุณีน้อยได้แย้มยิ้มออกมาให้ทั้งคู่โล่งใจเสียก่อน

          ทว่ายังไม่ทันทีที่จะได้พาจิ้นอิ๋งเปลี่ยนเรื่อง ก็มีบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งสามกระทันหันก่อนจะยื่นเอาจดหมายให้แก่เด็กสาวพร้อมกับหีบห่อใส่ของบางอย่างให้นางต้องรับมาทั้งที่แววตาสีนิลยังฉายความสับสนออกมาไม่หยุด รวมถึงผู้ติดตามทั้งสองก็มองตามด้วยสายตาใคร่รู้ไม่น้อยว่าใครที่ส่งจดหมายมา

          " ใครส่งมาน่ะขอรับ " เป็นถานเจ๋อที่ถามขึ้นมาเป็นคนแรก สัญชาตญาณความเป็นพี่ชายดีดผึ่งขึ้นมาว่าอาจเป็นคนที่มันระแวง

          ซึ่งจิ้นอิ๋งยังไม่ได้ตอบคำถามของถานเจ๋อในตอนนั้นเพราะยังไม่รู้คำตอบพอ ๆ กัน นางอุ้มเอาหีบห่อที่ได้มาในอ้อมแขนเสียก่อนจะค่อยคอยเปิดจดหมายอ่านขึ้นมา ด้วยเพราะคิดว่าเป็นมารยาทให้เกียรติผู้ส่งที่จะไม่เผยเนื้อความให้คนอื่น จิ้นอิ๋งจึงเริ่มอ่านในใจโดยดวงหน้าหวานพลันเผยรอยยิ้มเจือความขบขันออกมาทันทีที่ไล่สายตาอ่านเนื้อหาทั้งหมดจบ นางทำการพับเก็บจดหมายลงสาบเสื้ออย่างถนอมก่อนจะลองเปิดห่อในมือขึ้นมาจนพบตัวชากงอวี้ฮวาเข้า

          " ป่วยอยู่แท้ ๆ ยังจะมีอารมณ์ส่งจดหมายอีกนะเจ้าคะ "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยพึมพำคาดโทษอีกบุรุษที่ส่งของมาให้ ทว่าใบหน้ากลับยังไม่คลายรอยยิ้ม ไหนจะในอกที่พลันบรรเลงจังหวะบทเพลงหนึ่งที่ทำเอาจิ้นอิ๋งลืมเลือนรอบกายครู่หนึ่ง กระทั่งเสียงจากซูฮวาที่เอ่ยถึงชาในมือของนางขึ้น ดรุณีน้อยถึงรู้สึกตัวว่ายามนี้นางไม่ได้อยู่คนเดียว

          " พี่ซูฮวาว่าอย่างไรนะเจ้าคะ? " เอ่ยถามซ้ำด้วยสีหน้ารู้สึกผิดที่ไม่ทันได้จับใจความคำพูดของอีกสตรีว่าเมื่อครู่กล่าวว่าอะไรแก่นาง

          " ข้าบอกว่า.. ชาตัวนี้เคยมีบทกลอนกล่าวถึงอันมีความว่า ชาหอมดอกไม้บาน ฤดูกาลล่องลอย เฝ้าคอยหิมะมลาย คล้ายได้พบรอยยิ้มคนไกล ...คนส่งมาคือท่านกัวฟ่งเสี้ยว ..สหายของอิ๋งเอ๋อร์น่ะหรือเจ้าคะ? "

          " โห~ บทกลอนไพเราะจังเจ้าค่ะ ..ใช่แล้ว! เป็นท่านกัวฟ่งเสี้ยวเจ้าค่ะที่ส่งมาให้เป็นของขวัญวันไหว้พระจันทร์ แล้วก็เหมือนจะชวนไปเที่ยวด้วยนะเจ้าคะ ที่ อืม… ที่ทะเลสาบไท่หูเจ้าค่ะ! "

          สิ้นน้ำเสียงสดใสของจิ้นอิ๋งที่เอ่ยราวกับไม่คิดลึกซึ้งยังความนัยของบทกลอนนั้น ซ้ำยังตื่นเต้นกับเรื่องเที่ยวเสียมากกว่าทำเอาผู้ติดตามอีกสองเผลอลอบสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนสุดท้ายจะเอ่ยถามว่าเด็กสาวของกลุ่มอยากจะไปหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าจิ้นอิ๋งนั้นอยากไปและตั้งใจว่าจะตอบรับคำชวนของบุรุษแซ่กัวอีกทียามเข้าไปเยี่ยม ทั้งคู่เลยได้แต่เอ่ยเสนอว่าติดตามไปทั้งเพื่อไปเป็นเพื่อนและคอยดูแลเด็กสาวที่ดูน่าเป็นห่วงไม่น้อย..


(159) เหมยซูฮวา : ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้