[NPC Full] อู๋ อวี้เฟย | Wú Yù Fēi | 吴昱飛

 ปิด [คัดลอกลิงก์]



แบบฟอร์มสร้าง NPC


ชื่อทางการ: อู๋ อวี้เฟย | Wú Yù Fēi |  吴昱飛
ชื่อรอง: -
เพศ: หญิง
เชื้อชาติ: ฮั่น
ภูมิลำเนาบ้านเกิด: หนานไห่
วันเกิด: 30 มิถุนายน เหยียนซีศก ปีที่ 9
ธาตุประจำตัว: ธาตุไฟ - หยาง 
ปีนักษัตรประจำตัว: ปีมะเมีย 
ส่วนสูง (cm): 161 ซม.
น้ำหนัก (kg): 48 กก.
สัดส่วน: 36-24-36
โรคประจำตัว: แพ้อาหารทะเล (ประเภทมีเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง หอย ปู หมึก)




ชื่อบิดา: อู๋ ชุน | Wú Chūn | 吴椿
ชื่อมารดา: อู๋ฟูเหริน




ลักษณะนิสัยกายภาพ: 
ชอบเข้าสังคม     |     ละโมบ     |     ประจบสอพลอ

อุปนิสัย: 
หญิงสาวรูปงามที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง รักสวยรักงาม มีความคิดที่ค่อนข้างจะแหวกไปจากสตรีต้าฮั่นทั่วไป จึงดูเป็นคนที่ติดเอาแต่ใจเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วนางค่อนข้างจะมีเหตุมีผล
ยิ้มแย้ม ช่างเจรจา มีทักษะในการออดอ้อน เล่นหูเล่นตา ฉลาดในการเข้าหาคน ชอบเรื่องซุบซิบนินทา รู้จักผู้คนอย่างกว้างขวาง (โดยเฉพาะคนรวย) 
ชอบใช้ชีวิตติดหรู และการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย นำกระแสนิยม ไม่ชอบความลำบาก นางไม่ได้รังเกียจคนจน แต่จะรู้สึกอึดอัดหากต้องลงไปใช้ชีวิตแบบนั้น
ค่อนข้างฉลาดและอ่านคนเป็น ใช้ความงามของตนเองในการหลอกล่อเงินทองจากบุรุษ
มีรสนิยมทางเพศได้ทั้งบุรุษและสตรี แต่จะเอนเอียงไปทางสตรีมากกว่า เพราะสำหรับนางหากจะแต่งงานกับบุรุษสักคนชายผู้นั้นจะต้องมีดีเทียบเท่าหรือเหนือกว่าพี่ชาย (ทั้งเรื่องหน้าตา นิสัยใจคอ และฐานะความร่ำรวย)
⭒ เกลียดผู้ที่มีนิสัยมากตัณหา นางอาจจะเจรจาตอบกลับเสียงหวาน และออดอ้อนเอาใจ แต่ในใจรู้สึกขยะแขยง ทั้งหมดนั้นทำเพื่อผลประโยชน์ล้วน ๆ

ลักษณะนิสัยแต่กำเนิด: 
      
งดงาม | แพ้อาหาร | ไหล่ไม่เท่ากัน | รักร่วมเพศ
+190                  -20                  -15                  0




ศาสนา: พุทธ
ความสามารถพิเศษ: การร่ายรำ 
งานอดิเรก: เดินตลาดซื้อของ เสริมความงาม ทานของอร่อย
คติประจำใจ: เงินซื้อความรักไม่ได้ถ้าไม่มากพอ
มีชื่อเสียงในด้าน: นางรำคนงามแห่งเจียวโจว
ปณิธาน/อุดมการณ์: เป็นสตรีผู้งดงามและร่ำรวยที่สุดในต้าฮั่น




จุดแข็ง: 
รูปร่างหน้าตางดงามเป็นจุดสนใจแก่ทั้งชายและหญิง
ทักษะภาษากายชั้นเลิศ รู้จักเล่นหูเล่นตา และการสนทนา
ฉลาดเฉลียวรู้เท่าทันคน
                                            
จุดอ่อน:
แพ้อาหารทะเลจำพวก กุ้ง หอย ปู หมึก (ทานได้แต่ปลา) 
ปมด้อยเรื่องไหล่ไม่เท่ากันจึงจำต้องสวมผ้าคลุมอยู่ตลอดเวลา
ใช้ชีวิตติดดินไม่ได้ จะเครียดมาก




ลักษณะทางกายภาพ
สีผิว: ผิวขาวนวลเนียน แทบจะไร้ซึ่งจุดตำหนิ
สีตา: นัยน์ตาสีดำสนิท กลมโต มีประกายหยอกเย้า
สีผม: เรือนผมสีน้ำหมึก ดำขลับ หยักศกเล็กน้อย ไว้ยาวถึงสะโพก
ใบหน้า: ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตงดงาม จมูกโด่งปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่ม โครงหน้าชัด ไม่ว่าจ้องมองยังส่วนไหนก็เป็นจุดสนใจได้ทุกจุด
ร่างกาย: หญิงสาวรูปร่างอรชรประดุจดั่งนางในฝันของชายหลายคน เอวคอดกิ่ว แต่หน้าอกใหญ่ สะโพกผาย เป็นสัดส่วนทองคำที่สามารถสะกดสายตาใครหลาย ๆ คนได้อยู่หมัด



ประวัติตัวละคร

        อู๋ อวี้เฟย เกิดในตระกูลของนักแสดงอุปรากรที่มีชื่อเสียงแห่งเจียวโจว บิดาเป็นเจ้าของคณะละคร ส่วนมารดาเป็นอดีตนางเอกชื่อดังที่ตอนนี้เลิกแสดงเป็นบทนางเอกแล้วหันมารับบทเล็ก ๆ และเป็นครูสอนการแสดงแก่คนรุ่นใหม่อีกทีหนึ่ง นางเป็นบุตรสาวคนรองของตระกูล และเป็นหนึ่งในกลุ่มนางรำที่มักจะแสดงเป็นแถวหน้าเรียกยอดผู้ชมที่เป็นบุรุษจนทำเงินเข้าคณะละครได้มากมาย รวมถึงสินรางวัลจากความชื่นชอบส่วนตัวเป็นอันดับหนึ่งคู่คี่สูสีกับอวี้กวางที่แม่ยกยินดีจ่ายให้ ทว่าหญิงสาวไม่ใจดีเหมือนกับพี่ชาย สินรางวัลที่ได้รับมานางถือว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจึงขอนำไปใช้จ่ายส่วนตัวไม่แบ่งใคร

        ด้วยความที่อายุห่างจากพี่ชายและพี่สาวประมาณห้าปี นางจึงถูกพี่ ๆ ทั้งสองเอาใจทำหลาย ๆ อย่างแทนให้จนไม่รู้จักกับความยากลำบาก มีบางครั้งที่อวี้เฟยต้องซักผ้าด้วยตนเอง ทว่าหลังจากนั้นนางก็ร้องไห้งอแงเพราะเล็บที่เพิ่งทำมาสีหลุดลอก ลำบากพี่สาวคนโตอย่างอวี้ฉายที่ต้องมาซักผ้าต่อแทนให้ นางค่อนข้างจะสนิทสนมกับอวี้หมิงที่สุดในบ้าน ตอนเด็ก ๆ อวี้เฟยชอบจับน้องสาวมาเล่นแต่งหน้าแต่งตัวเป็นตุ๊กตา แม้โตขึ้นจะไม่ได้ทำเช่นนั้นแล้วทว่ายังมีบ้างที่นางมอบชุดสวยที่เบื่อแล้วให้น้องใส่ (แต่อวี้หมิงชอบบ่นว่า เสื้อผ้าอะไรก็ไม่รู้ รุ่มร่าม ใส่ยากจัง ได้รับมาก็ดองเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างไรอย่างนั้น...)

        แม้หญิงสาวจะดูเป็นคนที่ไม่เอาอ่าวเรื่องงานบ้านงานเรือนทว่าแท้จริงแล้วนางรู้ทุกเรื่องแต่อิดออดไม่ยอมลงมือทำด้วยตัวเองหากว่าไม่เข้าตาจนจริง ๆ แต่ที่คณะละครอู๋เยี่ยหยวนมีคนงานคอยทำแทนอยู่แล้วนางจึงลอยตัวเหนือการเรือน แล้วมุ่งเน้นแต่เรื่องการงานที่ทำเงินได้ ซึ่งหากเป็นเรื่องการร่ายรำหญิงสาวก็มากไปด้วยความสามารถไม่เป็นสองรองใครในเจียวโจว ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำจังหวะช้าหรือเร็วอวี้เฟยก็ทำได้ดี จุดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของนางก็คือการใช้สายตายั่วยวนราวกับว่ามีเวทมตร์ให้ลูกค้าชายหนุ่มเปิดกระเป๋าเงินแล้วนำมามอบให้หมดหน้าตัก 

         ความเนื้อหอมของหญิงสาวมีมากถึงขนาดที่เศรษฐีร่ำรวยจากลั่วหยางเคยส่งแม่สื่อมาสู่ขอไปเป็นภรรยารอง ทว่าอวี้เฟยเห็นแล้วก็ส่ายหน้า เพียงแค่รวยอย่างเดียวแต่ไม่ผ่าน นางเกลียดบุรุษมากตัณหาเป็นที่สุดแม้ว่าเขาจะเป็นลูกค้าที่นางเคยยักคิ้วหลิ่วตาให้ก็ตาม หากจะแต่งงานทั้งทีนางก็ขอได้แต่งกับบุรุษที่เพียบพร้อมอย่างเช่นพี่ชาย ที่ทั้งหล่อเหลาเอาการ ฐานะดี การงานมั่นคง นิสัยใจคอดีราวกับพระโพธิสัตว์ และชายคนนั้นจะต้องยกนางเป็นอันดับหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว มิเช่นนั้นก็ขอเป็นนางรำเบอร์ต้นต่อไปเพื่อที่จะรับทรัพย์ต่อได้หลายทาง โชคดีที่ทางบ้านตามใจลูกสาวจึงไม่ถูกจับคลุมถุงชน
         
         แม้จะนับถือพุทธศาสนา ทว่านางก็นับถือไปตามครอบครัวเพียงเท่านั้นแต่ไม่เคยปฏิบัติตามหลักธรรมใด ๆ และเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาก็ไม่รั้นเปลี่ยนศาสนาอย่างเช่นน้องสาวคนเล็ก
                                    



มุมมองของคนในครอบครัวที่พูดถึงกัน




อู๋อวี้เฟย พูดถึง อู๋อวี้กวาง

“ผู้ชายอย่างท่านพี่อวี้กวางเป็นบุรุษในฝันของข้าเลยล่ะ อะไรกันไม่เชื่อหรือ?” หญิงสาวหัวเราะ

“เพราะว่าเป็นบุรุษในฝันจึงไม่มีจริงอย่างไรล่ะ ข้าน่ะถึงจะมีบุรุษหมายปองมากมายแต่ก็ไม่คิดคบหากับใครหรอกนะ อย่างแรกเลยคงหาบุรุษที่สมบูรณ์แบบอย่างท่านพี่ได้ยาก และข้อสองหากจริงจังกับใครแล้วก็ไปอ้อนขอของจากเสี่ยกระเป๋าหนักคนอื่นไม่ได้อีกน่ะสิ”

“อีกอย่างบุรุษเหล่านั้นชอบมองข้าด้วยสายตาน่าขนลุก เพียงแค่จ้องตาก็รู้แล้วว่าในหัวของพวกเขาคิดอะไรอยู่ อี๊! สู้ให้ข้าไปคบกับสตรียังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยผู้หญิงด้วยกันก็เข้าใจความต้องการของผู้หญิงด้วยกันดี”

“เอ๋? ข้าควรจะพูดถึงท่านพี่มากกว่านี้?
ก็พูดไปตั้งเยอะแล้วไม่ใช่รึ?”

อู๋อวี้กวาง พูดถึง อู๋อวี้เฟย

“อวี้เฟยเป็นนางรำที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในคณะ
ข้าภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้จริง ๆ ที่ขยันพัฒนาตนเอง แม้บางครั้งความเห็นของเราจะไม่ค่อยตรงกันอยู่บ้าง...”

“การที่บุรุษทั้งหลายหมายปองนางเป็นเรื่องที่ข้ารู้สึกเป็นห่วง ไม่ใช่หวงน้องสาวหรอก ข้ากลัวว่านางจะคบหากับคนไม่ดี แต่เรื่องความรักคงห้ามได้ยาก หากนางรักใครก็คงไม่กีดกัน ในฐานะพี่ชายข้าคงต้องดูแลนางอยู่ห่าง ๆ ”




อู๋อวี้เฟย พูดถึง อู๋อวี้ฉาย

“ทำไมท่านพี่หญิงถึงไม่เข้าใจคำว่าของมันต้องมีกันนะ! เสื้อผ้าพวกนั้นข้าก็ทำงานหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่ได้ไปปล้นใครมาเสียหน่อย บางส่วนแขกก็ให้มาด้วย หากไม่รับไว้ก็โง่ตายเลย-... อุ๊ย! ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเป็นการหักหารน้ำใจถึงจะถูก คิกคิก”

“ถึงจะบ่นแบบนั้นก็เถอะ แต่ท่านพี่หญิงก็นำเสื้อผ้าไปซักให้ ปากบ่นแต่ว่า ‘เฟยเอ๋อร์ เจ้าไม่เข้าใจวิธีการซักผ้าชนิดนี้ เอามาให้ข้าจัดการเองดีกว่า’ อื้ม.. ไม่เหนื่อยมันก็ดีหรอก ในส่วนนี้ก็ต้องขอบคุณท่านพี่หญิงมาก ๆ เลยล่ะ ถึงจะขี้บ่นเป็นยายแก่ไปเสียหน่อยแต่ก็เพราะว่ารักข้าใช่ไหมล่ะ หุหุ”

“บางทีข้าก็อยากจะจับท่านพี่หญิงมาแต่งหน้าทาปากเสียหน่อย หน้าก็สวยอยู่หรอกแต่ไม่รู้จักดูแลความงามของตัวเองบ้างเลย สงสัยเหลือเกินว่านางจะขายออกไหม”

อู๋อวี้ฉาย พูดถึง อู๋อวี้เฟย

“ข้าละจนใจกับเฟยเอ๋อร์จริง ๆ เมื่อไรที่จะเลิกซื้อหาเสื้อผ้าใหม่มาเสียทีนะ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่ยังมีเครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้า จะต้องเพิ่มตู้เสื้อผ้าอีกกี่ตู้ ชุดไหนไม่ใส่แล้วแทนจะคัดไปแจกจ่ายชาวบ้านแต่ก็ไม่ทำ ข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าจะใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำไปทำไม ในเมื่อเวลาออกแสดงก็ต้องสวมชุดเครื่องแบบของโรงละครอยู่ดี” 

“แต่เฟยเอ๋อร์เป็นที่นิยมอย่างมากทำให้แขกเข้าชมโรงละครในแต่ละวันเยอะอยู่... หรือว่าข้าควรจะหยวน ๆ ให้เพื่อเป็นรางวัลแก่นางดี? แต่มันก็อดที่จะบ่นไม่ได้อยู่ดีนี่นา” 

“นอกจากนั้นแขกที่มาติดพันเฟยเอ๋อร์แต่ละคนก็ดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย ปรึกษากับท่านพี่อวี้กวางแล้วก็บอกให้คอยช่วยกันดู ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เฮ้อ.. ข้าเป็นห่วงนางจริง ๆ นะ”




อู๋อวี้เฟย พูดถึง อู๋อวี้หมิง

“น้องสาวข้าน่ารักที่สุด!
ตอนเด็ก ๆ เสี่ยวหมิงน่ารักอย่างกับตุ๊กตาแน่ะ แก้มกลม ๆ ของนางชวนน่าหยิกเสียจริงเจ้าซาลาเปาน้อยของพี่~~”

“ถึงเสี่ยวหมิงจะทำตัวไม่สมกับเป็นกุลสตรีแต่แล้วทำไมล่ะ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ไม่ใช่สมัยราชวงศ์ฉินเสียหน่อยที่เป็นสตรีต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เพราะฉะนั้นหากว่านางอยากจะทำอะไรข้าก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่เลยล่ะ!
ใครจะว่านางต้องผ่านศพข้าไปก่อน!”

“แต่เสี่ยวหมิงไม่กลับบ้านมาพักนึงแล้ว ข้าคิดถึงนางจัง... 
กลับมาแล้วพี่สาวจะพาไปซื้อของนะเสี่ยวหมิงจ๋า~~” 

อู๋อวี้หมิง พูดถึง อู๋อวี้เฟย

“ข้าน่ะสนิทกับท่านพี่อวี้เฟยที่สุดเลยล่ะ!
ถึงแม้นางจะชอบเล่นไม่เหมือนข้าก็เถอะ
แถมยังชอบจับข้าไปแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาอีกต่างหาก
ก็ไม่ได้แย่หรอกนะแค่ขยับตัวลำบากจัง ทำไมต้องรัดเอวแน่นเสียขนาดนั้นด้วยล่ะ ข้าหายใจไม่ออกนะพี่จ๋า”

“น่าเสียดายมาก ๆ เลยนะที่ท่านพี่ไม่ยอมออกมาตกปลาด้วยเลยสักครั้ง แต่ก็เข้าใจล่ะ ท่านพี่แพ้อาหารทะเลนี่นา ยังดีที่พอจะทานปลาได้ ปลาที่ข้าตกได้อร่อยที่สุดเลยล่ะสิ ฮี่ฮี่

“คราวหน้าข้าจะตกปลาในตำนานมาอวดให้ได้
แล้วท่านพี่จะต้องภูมิใจ คอยดูนะ!





ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-20 13:20:25

เงื่อนไขการแต่งงาน : อู๋อวี้เฟย

1. คุณพ่อ (อู๋ชุน) จะให้สาบานว่าจะต้องรักลูกสาวของเขาคนเดียวเท่านั้น ห้ามนอกใจ ห้ามมีคนอื่น ถ้ามีภรรยาแล้วจะไม่ยกลูกสาวให้ หรือ ถ้านอกใจในภายหลังจะไปรับตัวลูกสาวคืน เพราะว่าเขาเลี้ยงพวกนางมาดี

2. ต้องแต่งงานแบบชนชั้นสูงเท่านั้น อาหารมงคลตามคู่มือการแต่งงาน แต่ในส่วนของอาหารจัดเลี้ยงห้ามจัดอาหารที่คนในบ้านไม่ชอบหรือแพ้มา และต้องมีอาหารที่คนในบ้านชอบอย่างน้อยคนละ 1 อย่าง
- ตรงนี้เพลย์เยอร์จะต้องโรลเพลย์ถาม อู๋อวี้กวาง อู๋อวี้ฉาย และอู๋อวี้หมิง ว่าแต่ละคนชอบหรือไม่ชอบอะไร ห้ามลักไก่ให้คนคนอื่นตอบแทน
- ในส่วนอู๋อวี้กวางที่ไม่ชอบขนม เขาจะบอกว่าให้ทำขนมมงคลตามประเพณีมาได้เลย ไม่เป็นไร
- นอกจากจัดสุรามงคลแล้วยังต้องมีน้ำชาเกรดสีม่วงขึ้นไปด้วย เพราะมีคนไม่ชอบสุรา

3. เถ้าแก่อู๋ได้ยินมาว่าเศรษฐีซีอวี่นนิยมเลี้ยง ‘สิงโต’ ที่นับว่าเป็นสัตว์ที่แสดงถึงอำนาจ ให้ไปหาสิงโตมาให้ 1 คู่ เพศผู้และเมียอย่างละ 1 ตัว (หาจากเควสหรือร้านค้าสัตว์ถ้ามี)

4. เพราะว่าอวี้เฟยเป็นนางรำที่สร้างชื่อเสียงมากให้แก่คณะในปัจจุบัน เถ้าแก่จึงขอ เครื่องประดับระดับส้ม 1 ชิ้น

5. ค่าสินสอดจำนวน 500 ตำลึงทอง (ไม่รวมค่าจัดงานแต่งงาน)

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้