[นอกเมืองเฉินหลิว] เขาเฟิ่งหวง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-13 22:25:58 |โหมดอ่าน

เขาเฟิ่งหวง
{ นอกเมืองเฉินหลิว }








【เขาเฟิ่งหวง】

เขาเฟิ่งหวง หรือ เขาหงส์คู่ เป็นภูเขาลูกเล็กมีขนาดไม่สูงมาก
ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองเฉินหลิวห่างจากตัวเมืองออกไปไม่ไกลเกินสิบลี้
ชาวบ้าน นักเดินทาง นักกวี นิยมปีนขึ้นเขาเพื่อชมความงามของธรรมชาติ
และทิวทัศน์ของเมืองเฉินหลิวในวันหยุด
รายรอบของเขาเฟิ่งหวงมีต้นอินทผาลัมขึ้นกระจายไปทั่ว
หากเป็นชาวเมืองเฉินหลิวจะรู้กันดีว่าเขาเฟิ่งหวงแห่งนี้มีตำนาน

ในอดีตเขาแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพญาหงส์แดงสองตัว
ตัวผู้ คือ 'เฟิ่ง' และ ตัวเมีย คือ 'หวง'
ชาวบ้านเคารพนับถือสัตว์เทพทั้งสองที่ช่วยปกปักรักษาชาวเมือง
ให้รอดพ้นจากโรคระบาดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตราษฎร์ทั่วทุกภูมิภาคไปนับหมื่นนับแสน
เรื่องเล่าความงดงามและพลังอมตะของหงส์ทั้งสองกระจายไปทั่วทั้งใต้หล้า
ส่งผลให้ 'เฟิ่ง' ถูกนายพรานจากต่างเมืองจับตัวไปถวายองค์ฮ่องเต้แห่งฉิน
ฝ่าย 'หวง' ที่สูญเสียคู่รักจึงตรอมใจตายเมื่อคู่รักจากไป
ปิดตำนานรักของสองหงส์แดงเฟิ่งหวง และเป็นปรัชญาให้รู้ว่าทุกสิ่งล้วนไม่จีรัง
ขนาดว่าหงส์แดงที่ว่ากันว่ามีชีวิตเป็นอมตะยังดับสูญไปได้ด้วยน้ำมือมนุษย์

ด้วยความศรัทธาและรำลึกถึงตำนานนกเฟิ่งหวง
ชาวบ้านชาวเฉินหลิวจึงลงขันช่วยกันสร้างรูปหล่อของหงส์เพลิงทั้งสองขึ้นมาและตั้งไว้บนภูเขา







{ การเก็บของป่าจากต้นไม้สูงใหญ่ }
(1) สามารถเลือกได้ว่าจะใช้พลังยุทธ์ (Qi) หรือ เก็บด้วยตัวเอง (STR)
(2) หากเก็บด้วยตัวเอง ท่านจะต้องติดตั้ง ตะกร้าสาน เพื่อใช้ในการเก็บผลไม้ตอนปืนต้นไม้
โดยจะใช้ตามสูตรเก็บทรัพยากรส่วนตัว (อ่านคู่มือ)
(3) หากใช้พลังยุทธ์ ท่านจะสูตรดังนี้:
ตัวแปรทรัพยากรที่ได้ x Qi / 25 = ปริมาณทรัพยากรที่จะได้รับตามจริง
(/25 คือจำนวนผลที่ช้ำจากการตกพื้น)
(4) เขียนโรลสร้างสตอรี่ปืนต้นไม้ หรือ
รวบรวมลมปราณเพื่อผลักใส่ต้นไม้ส่งผลให้บ๊วยร่วงตกจากต้น



[วัตถุดิบที่พบได้บนเขา]
(1) ผลและใบจูอวี๋ (/2 จากผลรวมที่เก็บได้)





โพสต์ 2021-10-14 05:48:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
      
⌜97⌟
บทที่ 16
เทศกาลฉงหยาง
ฉากที่ 2
                    
          ขี่ม้ากันมาได้ไม่นานก็มาถึงเขาเฟิ่งหวงที่อยู่ทางใต้ของเมืองไม่ถึงสิบลี้ ทั้งสองจำเป็นจะต้องผูกม้าเอาไว้ที่ตีนเขา แต่ไม่ต้องกลัวว่าสัตว์ขี่จะถูกขโมยเพราะดูเหมือนว่าสถานที่นี้จะค่อนข้างยอดนิยมจึงมีร้านรวงตั้งอยู่เต็มตีนเขา และอีกอย่างหากว่าอาชาติดป้ายเอาไว้ว่ามาจากตระกูลเซี่ยโหวผู้ยิ่งใหญ่ในเฉินหลิวใครเล่าจะกล้ามาขโมย
         
          ทวนของพี่ชายยังคงใช้ได้ดีสำหรับการปีนเขา เด็กสาวรู้สึกว่าไม่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการเดินเท้าในยามเช้ามานานเป็นเดือน เมื่อได้กลับมาใช้ชีวิตคล้าย ๆ เดิมอีกครั้งจึงทำให้นางมีไฟและเกิดความรู้สึกคึกคักขึ้นมา นางเดินตามบุรุษเจ้าถิ่นโดยไม่แสดงอาหารเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นมากนักนอกจากลมหายใจสีขาวที่พรั่งพรูออกมาเป็นไอยามขึ้นที่สูงไปเรื่อย ๆ
         
          “เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่เขาแห่งนี้มีตำนานของนกเฟิ่งหวงคู่อยู่ด้วย”
         
          “ตำนานของนกเฟิ่งหวงหรือเจ้าคะ?”
         
          สีหน้าของเด็กสาวแลดูอยากฟังเต็มที่
         
          “ใช่แล้ว มีตำนานว่าเอาไว้ว่าเขาเฟิ่งหวงเป็นสถานที่อยู่อาศัยของหงส์เพลิงสองตัว ที่ช่วยปัดเป่าโรคร้ายให้ไม่ย่ำกรายเมืองเฉินหลิว แต่วันหนึ่งหงส์แดงตัวผู้ถูกนายพรานล่าตัวไป เหลือแต่หงส์เพศเมียที่เป็นคู่ของมันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แต่ด้วยความที่คนรักจากไปมันก็เลยตรอมใจตายแล้วกลายเป็นขี้เถ้า”
         
          “นกเฟิ่งหวงตายได้ด้วยหรือเจ้าคะ ข้าเพิ่งจะรู้เข้าก็วันนี้”
         
          เด็กสาวลูบแก้ม หลังได้ฟังนิทานก็คิดตาม ตำนานนั้นช่างน่าเศร้าจริง ๆ แต่นกเฟิ่งหวงในเรื่องค่อนข้างต่างจากที่เด็กสาวรับรู้มา ปกติแล้วหงส์แดงเป็นตัวแทนของความอมตะ เมื่อมันสิ้นอายุไขจะกลายเป็นขี้เถ้าแต่ก็สามารถจุติมาเกิดใหม่ได้จากกองขี้เถ้านั้น
         
          “ตำนานก็คือตำนาน คิดเสียว่าเป็นนิทานที่ผู้อาวุโสเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ”
         
          เซี่ยโหวเหมี่ยวฉายหัวเราะเปราะ ในตอนนี้เขาเพิ่งอายุยี่สิบสามปีหย่อน ๆ เพิ่งจะผ่านพิธีการประดับหมวกมาไม่นาน ยังหนุ่มยังแน่น ก็ถูกสาวน้อยจากแดนไกลมาขอร้องให้ช่วยเป็นผู้อาวุโสที่เคารพนับถือไปเสียแล้ว ที่เขาตกลงมากับนางก็เพราะเห็นว่าน่าสนุกด้วยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ก็คือเขาค่อนข้างถูกใจความคิดอ่านของเด็กสาวที่เป็นอัจฉริยะหลบใน
         
          “พูดถึงตำนานที่อันติงบ้านข้าก็มีตำนานของสระบัวด้วยนะเจ้าคะ”
         
          “ไหนลองเล่ามาสิ”
         
          “เจ้าคะ” เฟินเยว่รับคำ แต่ก็แอบอยู่สึกแปลก ๆ เมื่อต้องเล่าตำนานนี้เล็กน้อย “คือว่า.. สระบัวที่อันติงชื่อว่าสระเชาเฟินเยว่น่ะเจ้าค่ะ ชื่อของข้าก็ตั้งตามนามของสตรีในตำนานคนนั้น..”
         
          “หืม.. อย่างนี้เอง ฟังดูน่าสนใจดีนี่”
         
          “เจ้าค่ะ.. เรื่องมันมีอยู่ว่า มีหญิงสาวนามหนึ่งชื่อว่าไม่นางเฟินเยว่ นางตกหลุมรักกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นคนสกุลดังแถบเหลียงโจว เขาคนนั้นอายุน้อยกว่านาง ทั้งสองไม่ได้แสดงออกความรักต่อกันแต่ก็แอบชอบกันข้างเดียวไม่เคยได้บอกความในใจ ฝ่ายชายคิดว่าหญิงสาวคงมองเขาเป็นแค่น้องชาย ส่วนแม่นางเฟินเยว่คนนั้นก็คิดว่าอีกฝ่ายมองนางเป็นพี่สาว จนวันหนึ่งบิดาของหนุ่มคนนั้นจัดพิธีหมั้นหมายแก่เขาและหญิงสาวอีกคนที่เป็นบุตรคหบดีฐานะเท่าเทียมกัน ทั้งสองก็เลยไม่ได้คู่กันเจ้าค่ะ”
         
          “เป็นอีกหนึ่งบทความรักที่ไม่สมหวังสินะ ดูเหมือนว่าทั้งอันติงและเฉินหลิวจะมีอะไรที่คล้ายกันหลายอย่าง”
         
          “เอ.. อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เฟินเยว่ทำท่าทางขบคิดเมื่อจับจุดได้แล้วก็พบว่าจริงด้วย “ขนาดคนที่อยู่ยังหน้าตาคล้ายกันเลยเจ้าค่ะ”
         
          เด็กสาวหลุดความคิดในหัวออกมาจนบุรุษหัวเราะครืน
         
          “น่าเสียดายที่ท่านพี่ไม่อยู่ หากเป็นเขาที่มาแทนข้าคงจะฮาพิกล”
         
          “อื้ม.. ว่าจะถามแต่ก็ไม่กล้า ไม่ทราบว่านายท่านหยวนยรั่งไปทำธุระหรือเจ้าคะ”
         
          ได้ยินคำพูดบุรุษนักธนูก็ยิ้มมุมปากกระตุก
         
          “อืม ธุระน่ะ”
         
          เขาตอบด้วยท่าทางมีพิรุธราวกับว่าอยากปกปิดเรื่องบางอย่างแต่เฟินเยว่ก็ไม่ได้จี้ให้ตอบ ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการให้ข้อมูลบุคคลที่สาม
         
          ทั้งสองพูดจาสนทนาพลางชมทิวทัศน์โดยรอบ การมีสหายร่วมทำกิจกรรมก็รู้สึกว่าการปีนเขาไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายและช่วยดึงความสนใจไม่ให้เหนื่อยล้าจนเกินไป แสงจะวันค่อย ๆ สาดฉายโผล่พ้น ณ เส้นขอบฟ้า เป็นสัญญาณของวันใหม่ที่เข้ามาถึงอย่างเต็มตัว
              
                 
          “สวยจัง ถ้าทุกวันเป็นวันที่สดใสอย่างเช่นวันนี้ก็ดีสินะเจ้าคะ”
         
          “สดใสอย่างเช่นวันนี้ หรือไม่ก็มากกว่าวันนี้”
         
          คำพูดของเซี่ยโหวเหมี่ยวฉายแฝงไปด้วยนัยยะบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงแค่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกตามธรรมชาติ แต่เขายังหมายถึงความเป็นไปของบ้านเมืองอีกด้วย
         
          ทั้งสองมองเมืองเฉินหลิวที่อยู่ด้านล่างถูกย้อมไปด้วยแสงทองของดวงตะวันด้วยความอิ่มใจ เมื่อฟ้าสว่างมากขึ้นจึงทำให้เด็กสาวสังเกตเห็นว่าบนยอดเขามีรูปปั้นหงส์คู่ตั้งอยู่สะเทิ้นแดดสะเทิ้นฝน จากการเวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนานทำให้รูปปั้นนั้นสึกกร่อนไปบ้างแต่ยังคงเห็นเป็นโครงร่างของนกอยู่ เฟินเยว่นำเหรียญไปวางในกระถางใต้ฐานรูปปั้นเฉกเช่นที่ชาวบ้านคนอื่นทำกันเมื่อก่อนหน้า สองมือพนมอธิษฐาน คำขอพรไม่ได้แตกต่างจากที่ขอกับเทพีฉางเอ๋อสักเท่าไร
         
          ‘ขอให้โลกใบนี้สงบสุขด้วยเจ้าค่ะ’
            
          ชายหนุ่มที่มองอยู่ห่าง ๆ ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู แต่เขาไม่ได้บูชารูปปั้นด้วยเศษเงิน เพราะรู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่านิทานปรำปรานั้นเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นและหงส์เพลิงไม่มีจริงบนโลกใบนี้
         
          ด้วยความหนาวทั้งสองจึงตัดสินที่จะก่อกองไฟและล้อมวงกัน ด้านเฟินเยว่ยังคนเพราะมีหมูช่วยอุ่นตัก สาวน้อยค่อย ๆ ไล่เรียงแผนการเที่ยวภายในหัวว่าต่อไปจะต้องทำอะไรต่อ และสิ่งที่จำทำต่อไปนี้นางคิดเอาไว้ล่วงหน้าแล้วแต่ก็ติดจะเกรงใจอยู่ไม่หน่อย การนวดผู้อาวุโสเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในขั้นตอนการทดแทนคุณ ทว่าเฟินเยว่และนายท่านเซี่ยโหวอายุต่างกันไม่มากและไม่ได้มีความสัมพันธ์อื่นใดนอกจากเป็นลูกจ้างและนายจ้าง การจะขอไปบีบนวดบ่าไหล่จึงดูชวนเข้าใจผิดที่ใกล้ชิดกันมากเกินไป
         
          แต่เฟินเยว่ก็คิดได้แล้วว่านางจะทำอะไร บนเขามีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ ๆ พอดี นางนำถังที่เตรียมมาตักน้ำใส่จนเต็มก่อนนำไปต้มให้ร้อนแต่ไม่ถึงขั้นเดือด
         
          “นายท่านเจ้าคะ คือว่าข้าจะขออนุญาตนวดฝ่าเท้าให้นายท่านได้หรือไม่เจ้าคะ”
         
          “นวดฝ่าเท้า?” คำขอที่อยู่ ๆ ก็ถูกหยิบยื่นมาให้ทำเอาบุรุษเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยในคราแรก ก่อนที่เขาจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อคิดตาม “ได้สิ เจ้านี่ก็ฉลาดเลี่ยงได้ดีแต่ยังกระทำได้ทุกขั้นตอน”
         
          “ขอบพระคุณนะเจ้าคะ” เฟินเยว่ถือว่านั่นเป็นคำชม นางเลื่อนถังน้ำร้อนไปใต้เท้าเจ้านาย ตรวจสอบคุณหภูมิน้ำแล้วร้อนอย่างพอเหมาะให้คลายกล้ามเนื้อได้อย่างพอดิบพอดี “เช่นนั้นก็ แช่เท้าก่อนนะเจ้าค่ะ”
         
          เอ่ยบอกอีกฝ่าย นายท่านจึงถอดรองเท้าออก การปล่อยให้เท้าเปล่าบนภูเขาสูงยามฤดูใบไม้ร่วงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร หากเท้าเย็นจะเป็นหวัดเอาไว้ แต่เมื่อได้แช่น้ำร้อนทุกอย่างก็อุ่นสบายไปหมด ที่ฝ่าเท้าเต็มไปด้วยเส้นประสาทและเส้นเลือดมากมาย เพียงแค่ผ่อนคลาย ณ จุดนี้ได้ก็รู้สึกดีไปทั้งตัว
         
          เด็กสาวล้างเท้าให้บุรุษเสมือนกับตอนที่นางเคยบริการให้แก่ท่านแม่เฒ่าเล่อที่เสียชีวิตไปแล้ว เท้าบุรุษใหญ่และเต้งตึงกว่าจึงต้องออกแรงมากกว่าในการกดจุดยังตำแหน่งต่าง ๆ
         
          “เจ้าไปเรียนวิชานี้มาจากไหนน่ะ”
         
          “หนังสือการแพทย์น่ะเจ้าค่ะ ข้าเคยอ่านเจอวิธีการนวดฝ่าเท้าเลยนำมานวดให้ท่านแม่บ้านบ่อย ๆ นับว่าได้ผลดีเลยล่ะเจ้าค่ะ”
         
          ระหว่างการนวดเท้าทั้งสองก็สนทนาสัพเพเหระกันต่อเล็กน้อย ส่วนมากจะถามไถ่เรื่องบ้านเกิดของเด็กสาว และเมื่อนวดเท้าเสร็จก็เข็ดด้วยผ้าให้แห้งแล้วใส่รองเท้าให้นายท่านตามเดิม...
.
.
.
                    
   
ลักษณะนิสัยรักสงบ
-10 ลดความเครียด
      
ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)
        
เอฟเฟคความสัมพันธ์
[075] เซี่ยโหว หยวน (แฮหัวเอี๋ยน) [ดี]
+20 ความสัมพันธ์พิเศษ ธาตุดิน เกื้อหนุน ธาตุทอง
+20 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน (ขยัน)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
+15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี

------------------------------------

รางวัลกิจกรรม
- ปืนเขากับผู้อาวุโสพร้อมพูดคุยและเพลินกับทัวทัศน์ยามเช้า +5 EXP
- พูดคุยให้ความเคารพในฐานะผู้อาวุโสและนอบน้อมประดุจผู้มีพระคุณ +5 EXP
- นวดปรนนิบัติ ดูแลผู้อาวุโสของคุณ +5 EXP




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-10-14 18:57:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-10-14 19:01

               
⌜98⌟
บทที่ 16
เทศกาลฉงหยาง
ฉากที่ 3
                    
          สายขึ้นมาหน่อยก็ได้เวลารับประทานอาหารของนายท่านเซี่ยโหวเหมี่ยวฉาย เด็กสาวมอบกล่องข้าวให้เขาได้รับประทานอาหารโปรด การทานบะหมี่ในมื้อเช้าอาจจะแปลกไปสักนิดสำหรับชนชั้นสูง แต่สำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำไม่ว่าจะทานอะไรเป็นมื้อเช้าก็ไม่สำคัญ ขอแค่ให้อิ่มท้องและมีกำลังทำงานหนักพอ ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นของภูเขาในกลางฤดูใบไม้ร่วงทำให้อาหารที่เตรียมมาไม่ร้อนเหมือนปรุงสุกใหม่ แต่ไม่เป็นไรเพราะเด็กสาวนำอุปกรณ์ทำครัวส่วนตัวมาด้วยเหมือนทุกครั้งที่เดินทาง จึงสามารถอุ่นอาหารให้ปรุงสุกพร้อมทานได้อยู่เสมอ
         
          “แปลก จริง ๆ ได้ทานบะหมี่เป็นมื้อเช้า”
         
          นายท่านเซี่ยโหวเอ่ยขึ้นขณะที่มองเด็กสาวอุ่นกล่องข้าวให้เขา ที่มีทั้งบะหมี่น้ำกุ้งทะเล ข้าวสวย และไก่ขอทาน
           
          “โดยทั่วไปแล้วมื้อเช้าของชาวบ้านจะเป็นอาหารง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่เข้าครัวปรุงอาหารทานเอง บะหมี่ก็เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ให้พลังงานได้ดีกว่าข้าวต้มเสียอีกเจ้าค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ที่มื้อเช้าข้าเตรียมเป็นบะหมี่มาให้อย่างนี้”
         
          “วิถีชาวบ้านอย่างนั้นสินะ.. ไม่เป็นไรหรอกนาน ๆ ทีเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ไม่เลว จะให้ทานอาหารฟุ่มเฟือยทุกวันก็ใช่ที่ การจะเป็นวีรบุรุษก็จำเป็นจะต้องติดดินให้เป็นเช่นเดียวกัน”
         
          ได้ฟังคำกล่าวเฟินเยว่ก็อมยิ้ม เขาไม่รู้อะไรเสียแล้วว่ารายการอาหารมื้อเที่ยงที่บรรจุลงมานั้นหรูหราแค่ไหน แต่นางก็อุบเอาไว้ก่อนเดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น เมื่ออุ่นน้ำแกงจนเดือดเด็กสาวก็ใส่เส้นและเครื่องที่ปรุงสุกแล้วลงไป เมื่อเส้นบะหมี่โดนความร้อนจากที่จับตัวกันเป็นก้อนก็คลายตัวออกมา เมื่อเสร็จทุกอย่างจึงจัดจานนำกุ้งตัวโต ๆ วางไว้ด้านบนให้เจ้านาย ส่วนตัวนางเองทานแค่หมั่นโถวก็เพียงพอ
         
          “ว่าแต่ โดยปกติแล้วเจ้าพกพาเครื่องครัวไปไหนมาไหนแบบนี้อยู่เสมอเลยหรือ?”
         
          เซี่ยโหวเหมี่ยวฉายเอ่ยถามหลังจากที่โซ้ยเส้นเข้าปากไปหนึ่งคำใหญ่ ๆ รสชาติจากเด็กสาวที่ทำงานครัวอร่อยล้ำโดยไม่ต้องสาธยายให้มากความ ติดอยู่เพียงอย่างเดียวก็คืออาหารที่ผ่านการอุ่นซ้ำจะมีรสสัมผัสแตกต่างจากแรกเริ่มลงไปอยู่มาก แต่บุรุษชาตินักรบไม่ได้ใส่ใจให้มากความ โดยรวมหากอร่อยและถูกปากเข้าก็ทานได้หมดขอเพียงแค่อย่าเป็นอาหารที่แปลกพิศดารมากนักก็พอ
         
          “เจ้าค่ะ อย่างที่ข้าเล่าไปเมื่อวานก่อนว่าบ้านถูกยึด ข้าจึงต้องขนข้าวของที่จำเป็นออกมา และข้าคิดว่าเครื่องครัวนี่แหล่ะสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ เพียงแค่เราเก็บผักตกปลาล่าเนื้อ หรือซื้อของในตลาดมาปรุงเองเท่านั้นก็ประหยัดจากที่ต้องไปซื้อทานลงเยอะเลยเจ้าค่ะ”
         
          “เป็นความคิดที่ดี สำหรับคนทั่วไปของมีค่าที่จะพกติดตัวไว้คือแก้วแหวนเงินทอง แต่เจ้ากลับให้สำคัญกว่าปากทองเป็นสำคัญ”
          
          “เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าสิ่งที่จะช่วยให้เรามีได้มีพลังงานไปทำสิ่งต่าง ๆ ก็คืออาหาร หากไม่มีอาหารก็ออกไปทำมาหากินไม่ได้ และเมื่อเราทำมาหากินได้จะไปซื้อแก้วแหวนเงินทองเมื่อไรก็ได้เจ้าค่ะ”
         
          “อย่างนี้นี่เอง สุดท้ายสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษย์ก็คือปัจจัยสี่ หากขาดไปก็ไม่สามารถดำรงค์ชีวิตได้”
         
          นายท่านยกชามขึ้นซดน้ำ บะหมี่ที่เด็กสาวทำรสชาติเข้มข้นกว่าที่แม่ครัวทำมา ไม่ได้จัดจ้านจนเกินไปแต่กระตุ้นความอยากอาหารอื่น ๆ อีก จึงเริ่มชิมที่ไก่ขอทานต่อ เป็นที่น่าเสียดายอีกนั่นแหล่ะที่อาหารอุ่นซ้ำจะทำให้ความชุ่มชื่นในเนื้อสูญหายไป แต่ก็ใช่ว่าจะฝืดคอจนทานไม่ได้เลย เปรียบกันแล้วความอร่อยก็ยังมากกว่าอาหารที่ทำค้างเอาไว้แล้วจำเป็นต้องซื้อทานขณะเดินทาง
         
          “จะว่าไป สิ่งที่เจ้ากล่าวมาทั้งหลายสามารถมองในเชิงปรัชญาได้ทั้งนั้น สนใจอยากจะแต่งกวีหน่อยหรือไม่เล่าแม่นางน้อย”
         
          “เอ๋ ให้ข้าแต่งกลอนหรือเจ้าคะ คือว่าข้าไม่เคยแต่งมาก่อนเลยเจ้าค่ะ”
         
          “ครั้งแรกของเจ้าแต่ละอย่างทำให้ข้าประทับใจมานักต่อนัก ทั้งยิงธนูในระยะของบุรุษ ทั้งการเดินหมากล้อม ลองอีกสักอย่างจะเป็นไรไป”
         
          “เช่นนั้น.. ขอข้าคิดดูสักครู่นะเจ้าคะ” เฟินเยว่หลับตาลงพลางใช้สมาธิ ในเทศกาลฉงหยางเช่นนี้นางควรจะแต่งบทกวีที่มีเนื้อหารำลึกคุณของบรรพบุรุษและผู้มีพระคุณ ส่วนสัมผัสต่างๆ อย่างของบทความการกวีนางไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร จึงลองเอ่ยออกมาหนึ่งวรรค “ท่านพ่อเจ้าขา เรามีญาติอยู่เฉินหลิวหรือไม่นะ..”
         
          “พรูดดดด!!!” เซี่ยโหวเหมี่ยวฉายแทบจะพ่นชาออกมาทันทีเมื่อได้ฟังบทขานคำกลอนของเด็กสาว แล้วเขาก็หัวเราะออกมาพรืดใหญ่ “ฮ่า ๆๆ ความคิดในหัวออกมาหมดแล้วซุนเฟินเยว่! การแต่งกวีไม่ใช่แบบนั้น! ฮ่า ๆๆ ”
         
          “อะ..เอ๋ ยังใช้ไม่ได้สินะเจ้าคะ ว่าแล้วเชียว”
         
          “ไหนลองเอาใหม่อีกครั้ง แต่งกลอนให้เว้นวรรคมีสัมผัสคล้องจอง ส่วนมากบทกวีจะเป็นในเชิงปรัชญาและเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เจ้าจะโยงเข้ามาเกี่ยวกับธรรมชาติด้วยก็ได้”
         
          “จะ..เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอลองดูอีกครั้งนะเจ้าคะ”
         
          สาวน้อยมองหาธรรมชาติรอบกายมาเปรียบเทียบอย่างเลิกลั่ก สิ่งที่เห็นในสายตาขณะนี้ คือ ต้นไม้ ใบหญ้า ดอกเบญจมาศป่า ต้นจูอี๋ว์ ฟ้าสีคราม และต้นอินทผาลัม จึงลองนำทุกอย่างที่เห็นในกรอบสายตามาเรียบเรียงเป็นคำกลอน
         
          “เขาเฟิ่งหวงเบญจมาศอินทผาลัมและต้นจูอี๋ว์.. สัญลักษณ์อันกลมเกลียวปองดอง.. เสมือนญาติมิตรแลเป็นพวกพ้อง.. อันตัวข้าเปรียบดั่งผลอ่อนรอวันแตกหน่อ.. ช่วยกันรักษาพลังแห่งสมดุลย์.. และหลอมรวมกันอย่างผาสุกในใต้หล้า.. เอ่อ.. พอจะใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ”
         
           เด็กสาวเบะปาก ดูเหมือนว่านางจะไม่ถูกโฉลกกับแต่งกลอนเสียจริง ๆ เซี่ยโหวเหมี่ยวฉายได้ยินก็พยักหน้า เขาเห็นจุดที่ไม่เข้ากันอยู่ในบทกวีแต่ก็ไม่ถึงกับแย่ และทั้งหมดทั้งมวลแสดงถึงความคิดอ่านของสาวน้อยคนนี้ได้ดี บุรุษนำกิ่งไม้มาขีดเขียนบทกวีนั้นลงบนพื้นดินอีกครั้งหนึ่ง
         
เขาเฟิ่งหวงเบญจมาศอินทผาลัมและต้นจูอี๋ว์          สัญลักษณ์อันกลมเกลียวปองดอง
เสมือนญาติมิตรแลเป็นพวกพ้อง          อันตัวข้าเปรียบดั่งผลอ่อนรอวันแตกหน่อ
ช่วยกันรักษาพลังแห่งสมดุลย์          และหลอมรวมกันอย่างผาสุกในใต้หล้า
         
          “ศิลปะไม่มีถูกหรือผิดหรอกนะซุนเฟินเยว่”
         
          “โล่งอกไปที แสดงว่ายังพอจะใช้ได้อยู่บ้างสินะเจ้าคะ”
         
          “แน่นอน แต่สิ่งที่เจ้าทำสะท้อนตัวตนของเจ้าไปหมดเสียทุกอย่างเลยนะ” เซี่ยโหวเหมี่ยวฉายยกชาขึ้นจิบอีกครั้งเป็นการล้างปากหลังจากที่ทานมื้อเช้าเสร็จสิ้น “ที่เจ้าเปรียบเปรยว่าตนเองเป็นต้นอ่อนหมายถึงต้นอ่อนของอะไรหรือ?”
         
          “ดอกเบญจมาศข้าให้เป็นตัวแทนของผู้อาวุโส บิดา มารดา ผู้มีพระคุณต่าง ๆ รวมถึงนายท่าน อินทผาลัมสื่อถึงมิตรสหายที่คอยให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังให้ ส่วนจูอี๋ว์แทนตัวข้าเองที่เป็นสตรีเจ้าค่ะ แต่ยังไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่ที่ออกผลแต่ก็พยายามจะเติบโตเจ้าค่ะ”
         
          “เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็แฝงไปด้วยนัยยะ ล้ำลึกเหมือนกันนะ เก่งมากสำหรับมือใหม่หัดแต่งกลอน ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำความเข้าใจการแต่งกวีได้มากขึ้นแล้วสิ”
         
          “ขอบพระคุณเจ้าค่ะนายท่าน หากมีโอกาสข้าจะพยายามให้มากกว่านี้” เฟินเยว่ค้อมศีรษะขอบคุณ หลังทานอาหารเช้าแล้วก็ยังเหลือมื้อเที่ยงที่รวมอยู่ในเถาข้าวกล่อง ยังเหลือเวลาอีกเหลือเฟือ น่าจะหากิจกรรมอย่างอื่นทำที่นอกเหนือจากการชมทิวทัศน์ของเฉินหลิว “นายท่านเจ้าคะ ข้าเห็นว่าตามทางมีต้นจูอี๋ว์ออกดอกออกผล หากว่าเก็บมาน่าจะนำผลไม้ไปทำอาหารหรือดอกไปทำถุงหอมได้ หากขออนุญาตไปเก็บผลและดอกจูอี๋ว์จะเป็นไรหรือไม่เจ้าคะ”
         
          “ตามสบายเลยแม่นาง ข้ารออยู่ตรงนี้ก็แล้วกันนะ”
         
          นายท่านเซี่ยโหวเปิดไหสุราหลูโจวในชุดข้าวกล่องขึ้นดื่ม นาน ๆ ทีจะได้มาขึ้นเขาบุรุษน่าจะอยากดื่มด่ำความงามของธรรมชาติไปพร้อมกับสุราชั้นดี
         
          “เจ้าค่ะนายท่าน กรุณารอสักครู่นะเจ้าคะแล้วข้าจะรีบมาเจ้าค่ะ”
         
          เด็กสาวสะพายตะกร้าเก็บผลไม้ขึ้นหลังแล้วค้อมศีรษะขอตัวไปเก็บผลไม้โดยมีหมูป่าที่เป็นสัตว์เลี้ยงวิ่งดุ๊ก ๆ ตามไปติด ๆ เปาเปาไม่ได้ช่วยงานหาของป่ามาเสียนาน มันคงมีไฟที่จะได้ออกกำลังเช่นเดียวกับเจ้าของ
         
          “อู๊ดดด”
         
          ต้นจูอี๋ว์เป็นไม้ผลที่มีลำต้นสูง จะเก็บผลและดอกจูอี๋ว์ทีนึงก็ต้องยืดเขย่งเสียจนสุดแขนและเก็บได้เพียงแค่กิ่งล่าง ๆ เพียงเท่านั้น ครั้นจะปีนขึ้นไปเก็บก็ลำบาก ลำต้นของพฤกษามิได้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้อย่างเช่นต้นไม้ใหญ่บางประเภท หากว่าตงฮั่วอยู่ตรงนี้ก็คงดี เขาน่าจะช่วยเก็บผลไม้ได้ดีกว่านางหลายเท่า แม้ว่าเด็กสาวอาจจะเก็บดอกและผลของจูอี๋ว์ได้ไม่มาก แต่เปาเปาก็ก้มกินลูกไม้ที่ร่วงตามพื้นได้เยอะจนอิ่มท้อง
         
          และเมื่อเก็บเท่าที่เก็บได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ พอเรียกเหงื่อและทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาได้ไม่เบา นางกลับไปหานายท่านที่กำลังชมความงามของธรรมชาติ ก่อนที่จะลงมือเตรียมรายการอาหารมื้อเที่ยงซึ่งก็คือหม้อไฟแปดเซียน
         
          “ตอนเช้าได้ทานบะหมี่ไม่นึกว่าเลยจะมีมื้อเที่ยงเป็นหม้อไฟ เจ้าคิดจะขุนข้าสินะ”
         
          ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะชอบใจเมื่อจะได้ทานหม้อไฟที่เขาชอบ ตอนนี้นายท่านใบหน้าขึ้นสีฝาดจากฤทธิ์สุราที่ดื่มไปก่อนหน้า แต่เพียงแค่หลูโจวไม่อาจคณามือบุรุษแข็งแรงเช่นเขาได้ จึงมีอาการเมากรึ่มเพียงเล็กน้อย
         
          “ข้าอยากจะทำของชอบของนายท่านเป็นการตอบแทนเจ้าค่ะ แล้วคิดว่าหม้อไฟแปดเซียนก็เหมาะสมที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”
         
          “ได้ยินว่าแถบเหลียงโจวขึ้นชื่อเรื่องหม้อไฟมองโกลนะ คราวหน้าลองทำดู รสมือเจ้าเข้มข้นใช้ได้ หากได้ทานอาหารต้นตำหรับคนเหลียงโจวน่าจะอร่อยนักแล”
         
          “เจ้าค่ะ เช่นนั้นเอาไว้ข้าจะเรียนท่านหัวหน้าแม่ครัวให้นะเจ้าคะ”
         
          ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าหม้อไฟร้อน ๆ กลางอากาศหนาวอีกแล้ว บุรุษเปิดชาเบญจมาศตามเทศกาลดื่มอีกไหพร้อมท้าให้เด็กสาวได้ดื่มด้วย
         
          “เทศกาลฉงหยางทั้งที เจ้าเองก็มาดื่มด้วยกันสิ” ผู้เป็นนายรินสุรารินสุราเบญจมาสชั้นยอดใส่อีกจอกให้เด็กสาว เฟินเยว่ท่าจะปฏิเสธแต่ก็ถูกบุรุษดักคอเอาไว้ก่อน “ข้ารินให้ อย่าปฏิเสธเชียวล่ะ”
         
          “จะ..เจ้าค่ะ”
         
          ในเมื่อถูกบังคับก็ต้องกล้ำกลืนฝืนดื่ม เด็กสาวยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปากกลิ่นหมักดองอันเป็นเอกลักษณ์ก็พาลตีขึ้นจมูกจนต้องเบ้หน้าหนีไปหนึ่งรอบ เฟินเยว่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบุรุษถึงชอบดื่มของพวกนี้กันนัก แค่นำไปใส่อาหารให้รสหวานหอมก็เพียงพอแล้ว นางบีบจมูกก่อนที่จะยกจอกดื่มไปรวดเดียว สุรารสฝาดแถมยังมีความร้อนแรงแผดเผาลำคอ เพียงแค่อึกเดียวนวลหน้าก็ขึ้นสี ให้ดื่มอีกครั้งเห็นทีจะไม่ไหว
         
          “ดูสีหน้าเจ้าสิ ท่าทางจะไม่ถูกกับเหล้า”
         
          บุรุษกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นว่าเด็กสาวดูทรมาณกับการดื่มเขาก็ไม่บังคับฝืนใจ สุราทั้งหมดจึงตกอยู่ในมือท่านชาย และเมื่อเหล้าเข้าปากเซี่ยโหวเหมี่ยวฉายก็เริ่มจะสนทนามากขึ้น จากเดิมทีที่ก็เป็นมิตรอยู่แล้ว
         
          “เจ้ารู้ที่มาของเทศกาลหรือไม่ มา.. ข้าจะเล่าให้ฟังนะสาวน้อย”

          แม้นายท่านจะยังไม่แก่ชรา แต่ยามนี้เขาทำตัวเหมือนคุณลุงผู้สูงวัยชอบกล กระนั้นเด็กสาวก็ไม่ปฏิเสธแล้วนั่งฟังเขาอย่างตั้งใจ

          “ในช่วงการก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของฮั่นกวงอู่ตี้ มีตำนานเล่าถึงเทศกาลฉงหยางว่า มีปีศาจร้ายปรากฏตัวที่แม่น้ำหรู่เหอ แค่เพียงแค่มันปรากฏกาย ชาวบ้านก็เจ็บป่วยล้มตายทุกวี่วัน จนมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามเหิงจิ่ง เดินทางแสวงหาผู้วิเศษเพื่อร่ำเรียนวิชากำราบมาร ที่เขาทำเช่นนั้นเพราะสูญเสียครอบครัวไป ในที่สุดเขาก็ได้พบผู้วิเศษบนภูเขา”
         
          “หลังจากฝึกวิชาได้พักใหญ่ ท่านเซียนก็เอ่ยกับชายผู้นั้นว่า ‘พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ปีศาจจะออกอาละวาดอีกครั้ง ในเมื่อเจ้าเจนจัดวิชาการต่อสู้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะไปกำราบมันเพื่อปัดเป่าทุกข์ร้ายให้ชาวบ้าน’ ท่านเซียนได้มอบใบจูอี๋ว์และเหล้าแช่ดอกเบญจมาศหนึ่งไห พร้อมถ่ายทอดเคล็ดวิชาปราบมารให้ด้วย”
         
          “เหิงจิ่งอำลาอาจารย์และขี่นกกระเรียนเซียนกลับมายังหมู่บ้าน และทำตามที่อาจารย์แนะนำ นำพาชาวบ้านอพยพขึ้นไปบนเขาที่ใกล้เคียง แจกจ่ายใบจูอี๋ว์และเหล้าแช่เบญจมาศให้ชาวบ้านเป็นเครื่องป้องกันตัว เมื่อปีศาจได้กลิ่นหอมของใบจูอี๋ว์และเหล้าเบญจมาศก็ล่าถอย เหิงจิ่งไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือตามลงไปสังหารปีศาจสำเร็จ ประเพณีขึ้นเขาเพื่อหลีกหนีจากความชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บจึงสืบทอดมาจนถึงตอนนี้”
         
          “ตำนานเป็นเช่นนี้นั่นเองเจ้าค่ะ เช่นนั้นก็คุ้มค่าแล้วที่เก็บดอกและผลของจูอี๋ว์มาในวันนี้”
         
          เด็กสาวมองผลไม้ที่เก็บมาพลางอมยิ้ม คิดหาว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง นำมาทำเป็นขนม ทานสด ๆ หรือว่าจะมาปรุงเป็นอาหาร
         
          ทั้งสองนั่งคุยกันสักพักพลางทานขนมฉงหยางไปพลางจนกระทั้งสุราของนายท่านหมดก็พากันลงมาจากเข้าและกลับไปยังจวนตระกูลเซี่ยโหว เฟินเยว่ค้อมศีรษะลานายท่านอีกครั้งเมื่อส่งเขาไปพักผ่อน
         
          “ขอบคุณมากนะเจ้าคะนายท่านที่ให้เกียรติมาปีนเขากับข้าในวันนี้ และสั่งสอนข้าหลายอย่าง เฟินเยว่คนนี้จะไม่ลืมเรื่องราวดี ๆ ในวันนี้เลยเจ้าค่ะ”
         
          “มิเป็นไรซุนเฟินเยว่ ข้าเองก็ไม่ค่อยได้เที่ยวผ่อนคลายในวันหยุด ต้องขอบคุณเจ้าเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นคงไม่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตา”
         
          เมื่อร่ำลาเรียบร้อยเด็กสาวกลับไปช่วยงานในครัวต่อเป็นการฆ่าเวลาเพื่อรอนัดในตอนเย็น
         
.
.
.
                    

   
ลักษณะนิสัยรักสงบ
-10 ลดความเครียด
      
ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
+15 EXP จากการโรลทำงาน หรือ โรลเดินทางช่วงค่ำ (เรียลไทม์)
+15 ความเครียด เมื่อต้องทำอะไรก็ตามในช่วงเวลากลางวัน
        
เอฟเฟคความสัมพันธ์
[075] เซี่ยโหว หยวน (แฮหัวเอี๋ยน) [ดี]
มอบของตามเทศกาล กล่องข้าว[2], ขนมฉงหยาง และสุราเบญจมาศ
+20 ความสัมพันธ์พิเศษ ธาตุดิน เกื้อหนุน ธาตุทอง
+20 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน (ขยัน)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
+15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี

------------------------------------

รางวัลกิจกรรม
- มอบกล่องข้าวจากใจให้ผู้อาวุโส +20 EXP , +8 Point
- ขับขานบทกวีให้ผู้อาวุโสฟัง +5 EXP (หากแต่งบทกวีลำนำเอง ได้รับ +20 EXP - ความสัมพันธ์+25 แต้ม)
- ชมดอกเบญจมาศ ดื่มเหล้าแช่ดอกเบญจมาศ (เก็กฮวย) ทานขนมฉงหยาง
และเก็บผลและเก็บใบจูอวี๋ไว้ +15 EXP , +8 Point
- ฟังเรื่องเล่าตำนานของเทศกาลฉงหยางจากผู้อาวุโส +4 Point




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-10-14 20:24:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไอเท็มดรอป บัวหิมะล้ำค่า

  




เงื่อนไขเข้าร่วม
- มีระดับ Level 15 ขึ้นไป และ สัตว์ประเภทดมกลิ่น 1 ตัว
- เวลาดำเนินเควสภายในเดือนมิถุนายน 2565 เท่านั้น
ไม่จำกัดคนเข้าร่วม เข้าร่วมกี่คนก็ได้ และวันที่บัวหิมะออกมาทุกคนจะได้สู้กันแย่งชิงบัวหิมะ
หากคนเข้าร่วมเกิน 4 คน จะมีโอกาสออกบัวหิมะ 2 ต้น

- สร้างสตอรี่ได้ยินข่าวลือว่าที่เขาเฟิ่งหวงมีบัวหิมะล้ำค่า [ที่เมืองไหนก็ได้ ในโรงเตี๊ยมของเมืองเท่านั้น]
- สร้างสตอรี่มาจนถึง [เขาเฟิ่งหวง] และทำการสำรวจเป็นเวลา 7 วัน (วันที่ 16 จะต้องอยู่ภายในเดือนมิถุนายน)
- เวลาบัวหิมะออกจะนับวันตามคนแรกที่เปิด โดยผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องโรลเพลย์สำรวจทุกคน หากขาดใครคนใดคนหนึ่งไป บัวหิมะจะไม่ออก
- สร้างสตอรี่อิสระสำรวจ
- รอบัวหิมะออกวันที่ 16 ของการสำรวจเขา

ไอเท็มดรอป: บัวหิมะล้ำค่า 1 ต้น (2 ต้นเมื่อเข้าร่วมเกิน 4 คนขึ้นไปหรือเท่ากับ)



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-26 20:50:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด


เสียงลมบนยอดเขาปลิวสไว เสียงใบไม้ปลิววอดวาย
ทำให้นึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์
“จงลำลึกไว้เสมอว่า เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเชื้อพระวงศ์ และมีคนมากมายต้องการตัวเจ้า เพื่อผลประโยสช์มากมาย จงเอาตัวเจ้าเองให้รอดและช่วยเหลือตนเองให้ได้ จงอย่าไว้ใจคน”

จางหน๊งได้นึกคิดสักครู่ เพื่อทบทวนตนเองสักพักหนึ่ง เขาจึงหยิบ
ไม้ดาบขึ้นมาเพื่อ ฝึกซ้อม ด้วยกระบวนท่าต่างๆ เกี่ยวกับเพลงระบำไฟ
“อย่าไว้ใจคนเเค่นั้นก็พอสินะขอรับ”


หยิบตำรากระบวนท่าของการร่ายดาบที่ท่านอาจารย์ให้มาเพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะฝึกซ้อมด้วยตนเอง ทำการเปิดตำราในการอ่านใต้ต้นไม้ ไปพรางๆ เพื่อศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง เขานั่งอ่านได้สักพัก เขาก็เริ่มที่จะ ลงฝึกการกระทำ ด้วยตนเอง


เขากวาดวาดดาบไม้กระบวนท่าเป็นวงกว้าง เพื่อฝึกความเร็วและทักษะ
อยู่ลำพัง

ฟาดฟันดาบไม้ไปกับสายลม ตั้งมั่นสมาธิ ไหลกระบวนท่าให้เป็นดุจดั่ง
เปลวเพลิงไหลไปกับสายลมแห่งไฟ ที่กำลังรุกโชนขึ้น สูดลมหายใจลึกๆ อีกหนึ่งที

“ระบำเพลิงเส้นขอบ”
ทำการตั้งท่าเตรียม สายตามองไปยังท่อนไม้รูปปั้นหุ่นไม้ ด้านหน้า
จากนั้นจางหน๊งได้ทำการถีบส่งแรงลงพื้นเพื่อให้ตนเอง พุ่งไปยังด้านหน้า ด้วยความเร็ว และทำการชักดาบเล็งไปที่หัวไม้เสมือนเป็นหัวของศัตรู ตัดหัวศัตรูในชั่วพริบตา ด้วยการสบั้นหัวในคราเดียวกัน

“ข้ายังคงไม่เร็วพอที่จะเข้าถึงตัวสินะ ไม่สิข้ายังไม่เร็วพอ”
จางหน๊งบ่นกับสัตว์เลี้ยงของตนเองที่กำลังมองดูเขาอยู่

เขาจึงโมโหตนเองและทำการทำร้ายตนเอง ด้วยการใช้มีดเล็กๆ กรีดข้อมือด้วยความโกรธแค้นต่างๆนาๆ ที่เขานั้นทำอะไรไม่ได้เลย

“ระบำพยัคแห่งไฟ”
เขาจึงฟาดฟันไปที่ท่อนหุ่นไม้ด้วยความโกรธแค้น และฟันอย่างไม่หยุด สลับฟันปลา
“ยังไม่เร็วพอ ข้ายังไม่เร็วพอ!”
ความรู้สึกเริ่มกะวนกระวายและได้ เจ็บที่แผลรวมถึงการโกรธแค้นตนเอง
ที่เป็นปัญหากับทุกคน ทั้งการโกรธแค้นและร้องไห้ในคราเดียวกัน

ร่างกายได้คุกเข่าลง พร้อมทั้งร้องไห้ออกมา ร่่างกายเด็กน้อยได้อ่อนล้าจึงนอนลาบไปกับพื้น พร้อมหลับตาลง

“ข้าเป็นเหตุให้ทุกคนต้องมีคนตาย ข้าไปที่ไหนก็มีแต่คนตาย ข้ามันตัวปัญหาชัดๆ ข้าเจ็บแผลจังเลย แฮะ “

และแล้วเขาก็ได้เคลิ้มหลับไปด้วยความเจ็บเล็กน้อยและความเพลียของร่างกาย


ทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้

หนอนหนังสือ
+4 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
ชาดิส
+30 EXP ทุกครั้งที่โรลให้ตนเองได้ได้รับการทรมาน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2022-6-10 00:21:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
❖ราชสีห์จรจัด❖
บัวหิมะ 1

ระยะเวลาได้ผ่านมาอย่างยาวนานในที่สุดบุรุษหนุ่มผู้แข็งแกร่งก็ได้มาถึงยังเขาเฟิ่งหวงที่แสนไกล หละงจากใช้เวลาหลายชั่วยาม

“ตามข่าวลือคือที่นี่สินะ”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะกระโดลงจากอาชาขาวเดินสำรวจในป่าอย่างถี่ถ้วนพบเห็นพืชมากมาย แต่มันเป็นเพียงแค่ของทั่วไปเท่านั้นมิใช่สิ่งที่บุรุษหนุ่มนั้นตามหา

“ของเช่นนี้หายากคงมิแปลก”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเริ่มเดินสำรวจต่อไปอีกหลายชั่วยามจนกระทั่งราตรีได้มืดครึมบุรุษหนุ่มก็ยังมิเลิกตามหาอยู่ดี

“วันนี้คงต้องพอแล้วสินะ”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะเริ่มปีนขึ้นต้นไม้ก่อนจะเริ่มหลับตาลงนอนในคืนนี้เพื่อพักผ่อน


สำรวจบัวหิมะ 1
@Watcher
25 EXP เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจุดอ่อน และ ความท้าทายเกินเรา (ตามหาสมุนไพรหายาก)




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2022-6-11 01:09:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
❖ราชสีห์จรจัด❖
บัวหิมะ 2

เป็นระยะเวลาอีกวันที่บุรุษหนุ่มผู้แข็งแกร่งเทียนโจวยังคงวนเวียนอยู่ในเขาแห่งนี้เพื่อตามหาบัวหิมะที่จะนำไปมอบให้แก่หญิงสาวผู้เป็นที่รัก

“แถวนี้ก็มิมีสินะ”

บุรุษฆนุ่มกล่าวออกมาด้วยความเศร้าเจ้า แต่ก็ยังมิย่อท้อที่จะตามหาบัวหิมะที่ต้องการต่อไป บุรุษหนุ่มเริ่มเปลี่ยนจุดที่อยู่อีกครั้งโดยคราวนี้ได้เลือกที่จะลองเดินสำรวจแถวทิศเหนือดูบ้างเผื่อจะเจอ

“ไม่มีอีกแล้วสินะ”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความเศร้าใจปนความเบื่อหน่าย เพราะตอนนี้ก็ผ่านมานานมากแล้วหลังจากที่บุรุษหนุ่มได้หามาจากวันแรก แต่ก็ยังมิเจอเลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงได้ตามหานานนับสัปดาห์เป็นแน่แท้

“บัวหิมะเจ้าอยู่ที่ใดกัน”

เทียนโจวกล่าวบ่นเล็กน้อยก่อนจะเริ่มออกเดินตามหาต่อไปในวันจนถึงยามค่ำคืน ที่สุดท้ายแล้วก็ยังมิเจอสิ่งที่ตามหา จึงได้เลือกที่จะกลับไปพักบนต้นไม้ต้นเดิมที่อยู่เมื่อวานเพื่อพักผ่อน…



สำรวจบัวหิมะ 2
@Watcher


+10 เมื่อเผชิญความท้าทานเกินเรา (หาสมุนไพรหายาก)


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2022-6-12 19:39:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
❖ราชสีห์จรจัด❖
บัวหิมะ 3

ช่วงเวลาแห่งการตามหาดำเนินมาแล้วอีกวันซึ่งฝนวันนี้ถือได้ว่าเป็นงันที่สามแล้งที่บุรุษหนุ่มเทียนโจวได้ออกตามหาสมุนไพรบัวหิมะที่แสนหายากท่หุบเขสแห่งนี้ตลอดทั้งวัน

"นี่เป็นฝันที่สามแล้วสินะที่ช้าไม่ได้คุยกับใครเลย"

บุรุษหนุ่ใกล่าวออกมาขณะที่แหงนหน้ามองดวงจันทร์ที่อยู่เหนือศีรษะของตนเอง เพราะในวันที่สามนี้บุรุษหนุ่มได้ตามหาแล้วทั้งวันเช่นกัน แต่ก็ยังมิมีวี่แววของบัวหิมะหรือสมุนไพรหายากแม้แต่น้อย

"หรือข้าควรพอเท่านี้ดี"

เสียงหนึ่งกล่าวออกมา ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะตบหน้าของตัวเองดังๆ

"ไม่ข้าจะหามันให้ได้ บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ข้าเอาชนะไม่ได้!"

บุรุษหนุ่มได้เดินออกไปตามหาสมุนไพรอีกครั้งหลังจากที่เรียกสติของตนเองจนกลับมาได้

การตามหากินระยะเวลาหลายชั่วยามจนตอนนี้ถึงเวลาอันควรแก่การพักผ่อนบุรุษหนุ่มจึงได้ปรนขึ้นต้นไม้ต้นเดิมเพื่อบอกลาราตรีนี้



สำรวจบัวหิมะ 3
@Watcher

+10 exp เจอความท้าทายเกินเรา ตามหาบัวหิมะ

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2022-6-13 01:27:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด


❖ราชสีห์จรจัด❖
บัวหิมะ 4

เข้าสู่วันที่สี่ของการตามหาบัวหิมะอันลึกลับ ตอนนี้บุรุษหนุ่มเริ่มครุ่นคิดถึงจุดที่ตนมิได้ไปตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน แต่กระนั้นแล้วภายในหัวของเขาก็มันใจไปแล้ว 9 ส่วนว่าตนนั้นหาโดยรอบป่าอย่างดีแล้ว

“หรือข้าต้องเริ่มกลับไปหาที่จุดแรกอีกครั้งน่ะ”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาพร้อมถอนหายใจเล็กน้อย การตามหาสมุนไพรหายากนั้นหายากสมชื่อจริงๆ เมื่อเทียบกับของชิ้นอื่นที่เคยได้รับแล้วนั้น ของชิ้นนี้นับว่าหายากที่สุดตั้งแต่เคยลองมาเลย

“คงต้องกลับไปเริ่มหาจากฝั่งตะวันตกแล้วล่ะมั้ง”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะใช้เวลาตลอดวันนี้ในการตามหาสมุนไพรหายากทั่วเขตเขาทางทิศตะวันตกจนท้องฟ้าได้มืดครึมเมื่อเข้าสู่ยามราตรี

“วันนี้คงต้องพอเท่านี้แล้วสินะ”

บุรุษหนุ่มกล่าวออกมาหลังจากที่หาจนทั่วแล้วก็ยังมิเจอ จึงได้เลือกที่จะพักผ่อนเก็บแรงไว้สำหรับวันพรุงนี้ที่จะมาถึง อีกอย่างการมองหาสิ่งต่างๆในตอนกลางคืนนั้นยากเย็นมากเกินไปจากสายตาของบุรุษหนุ่ม


สำรวจบัวหิมะ 4
@Watcher

+10 EXP เมื่อเจอความท้าทายเกินเรา ตามหาสมุนไพรหายาก

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2022-6-14 21:43:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
❖ราชสีห์จรจัด❖
บัวหิมะ 5

บุรุษหนุ่มได้ใช้เวลาอีกวันแล้วเพื่อการตามหาสมุนไพรหายากบัวหิมะให้แก่หญิงสาวปิงจวน บุรุษหนุ่มเฝ้าเดินเท้าตามหาทั่วผู้เขาอยู่หลายวันแต่วันนี้ก็ยังมิเจอแม้แต่เงาของสมุนไพรหายากใดๆเลย

“นี่วันที่เท่าไหร่แล้วน่ะ ห้าหรือเปล่า”

บุรุษหนุ่มพลันกล่าวออกมาขณะนึกถึงวันเวลาที่ผ่านไปภายในหุบเขาแห่งนี้ ผ่านมาแล้วหลายตะวัน ผ่านมาแล้วหลายราตรี แต่ก็ยังมิเจอสิ่งใดเลย หากเป็นคนทั่วไปคงจะท้อแท้กับสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว แต่เทียนโจวนั้นมิเหมือนคนทั่วไป!

“คิดว่าข้าจะยอมแพ้ง่ายๆหรอ แม้จะผ่านไปนานนับเดือนข้าก็จะหาเจ้าให้ได้!”

บุรุษฆนุ่มกล่าวออกก่อนจะเริ่มออกวิ่งอีกคราเพื่อตามหาสมุนไพร แต่ในววันนี้แม้ราตรีจะมาเยือนบุรุษหนุ่มก็มิหยุดตามหาง่ายๆ


สำรวจบัวหิมะ 5
@Watcher
+10 Exp จากสิ่งที่ท้าทาย หาสมุนไพรหายาก
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้