[เมืองหนานชาง] ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-10-13 13:17:22 |โหมดอ่าน

ย่านการค้า
{ เมืองหนานชาง }








【ย่านการค้า】

『 หาบแผงลอยสองข้างทาง เร่ขายของประลองการค้า 
ร่ำร้องบนท้องถนน ชาวบ้านมีอยู่ กินดี  』

ย่านการค้าเมืองหนานชางต็มไปด้วยคนหาบเร่มากมาย
อยู่ใกล้ท่าเรือไปไม่กี่ตรอก ทำให้มีเกวียนหมุนล้อผันไปไม่ขาดสาย
ในแต่ละวัน จะครึกครื้นเป็นพิเศษในช่วงสายถึงบ่าย
ซึ่งรวบรวมสิ้นค้ามากมายจากหลายๆที่มาไว้ที่เดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมของใช้ ของกิน







โพสต์ 2021-10-14 20:24:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tianzhou เมื่อ 2021-10-14 20:29

ราชสีห์จรจัด
เที่ยวเทศกาล
เทียนโจวได้เดินทางเรื่อยมาจากหมู่บ้านหงชุนจนในที่สุดทั้งคู่ก็ได้มาถึงยังเมืองหนานชาง แต่เมื่อเทียนโจวได้เดินทางถึงยังย่านการค้า ที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่สัญจรไปมาอย่างคับคั่ง ถนนหนทางต่างถูกประดับประดาอย่างงดงามจนหน้าประหลาดจนเทียนโจวนั้นเกิดความสงสัย ก่อนที่คำตอบของความสงสัยจะออกมาจากหญิงสาวที่อยู่ข้างๆตน
“วันนี้คงเป็นวันเทศกาลฉงหยางสินะ”
ปิงจวนกล่าวออกมาพร้อมกับหันไปมองรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ เทียนโจวนั้นจำได้พลางๆว่าตอนเด็กเหมือนเขาจะเคยมาเทศกาลเหล่านี้อยู่บ้างแต่เรื่องเหล่านั้นก็ผ่านพ้นมาหลายปีจนลืมเลือนไปแล้ว
“เทศกาลฉงหยาง เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในวันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน
มาจากตำรา อี้จิง ซึ่งระบุว่า 阴 ก็คือเลข 6 阳 ก็คือเลข 9 ดังนั้น 重阳 ก็คือเลข 99 นั่นเอง (阴阳 คือ 69) ในเรื่องตัวเลข คนจีนถือว่า
เลขคี่เป็นเลข 阳 เลขคู่เป็นเลข 阴 ซึ่งเลข 9 เป็นเลข 阳 ที่ใหญ่ที่สุด ถือว่าเป็นเลขมงคลที่มีความหมายดีที่สุด
ทั้งมีความหมายว่าอายุยืนยาว และสามีภรรยารักกันอยู่ด้วยกันยาวนานจนแก่เฒ่า
วันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินทางจันทรคติ ตรงกับเทศกาลฉงหยางตามประเพณีของจีน เทศกาลฉงหยางเรียกได้อีกว่า “เทศกาลเก้าคู่” “เทศกาลผู้สูงอายุ”
คนโบราณคิดว่าวันนี้เป็นวันมงคลที่ควรค่าน่ายินดี อีกทั้งฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นฤดูทองของการเก็บเกี่ยวพืชผลในแต่ละปี
ดังนั้นจึงได้เริ่มมีการฉลองเทศกาลนี้มานานมากแล้ว  ดังนั้นราชสำนักจึงกำหนดวันนี้ให้เป็นวันเทศกาลผู้สูงอายุ
เพื่อปลุกกระแสสังคมให้เคารพรักและดูแลผู้สูงอายุ กิจกรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลผู้สูงอายุมีมากมายหลายอย่าง
อันดับแรกเทศกาลผู้สูงอายุมีประเพณีการปีนเขา “金秋九月,秋高气爽 – เดือนเก้าในฤดูทองแห่งใบไม้ร่วง
อากาศปลอดโปร่งแสนสบาย” การปีนเขาในเทศกาลนี้มุ่งหวังให้เกิดความปลอดโปร่งโล่งใจ
มีเป้าหมายให้ออกกำลังกายห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ และมีธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการปีนเขาคือการกินขนมฉงหยาง
คำว่า “糕 – เกา – ขนม” เสียงพ้องกับ “高– เกา – สูง” เพราะฉะนั้นการกินขนมฉงหยางจึงมีความหมายที่เป็นมงคลหมายถึงย่างก้าวที่สูงขึ้น
เทศกาลฉงหยางยังมีธรรมเนียมการชมดอกเบญจมาศ ดังนั้นเทศกาลฉงหยางจึงเรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าเทศกาลดอกเบญจมาศ
สมัยโบราณยังมีธรรมเนียมนิยมทัดใบจูอวี๋ ดังนั้นเรียกได้อีกว่าเทศกาลจูอวี๋ ใบจูอวี๋ใช้ปรุงยา ใช้ดองเหล้าเพื่อบำรุงร่างกายให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ”
ปิงจวนพลันกล่าวอธิบายออกอย่างคล่องแคล่ว นี่เองก็เป็นสิ่งที่เธอได้อ่านมาจากตำราหลายๆชีวิตที่ผ่านมาในชีวิต
“ขอบคุณที่บอกแต่ข้ามิใส่ใจ หากมันเป็นงานเทศกาลจริงเจ้าสนใจเดินชมกับข้ารึไม่”
เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะไปจับมือของปิงจวนที่อยู่ข้างเคียง
“...ได้สิ”
ปิงจวนนั้นแอบงอนเทียนโจวเล็กน้อยที่อีกฝ่ายมิได้สนใจที่เธอได้กล่าวออกมาเลย แต่นั่นก็มิใช้เรื่องใหญ่ เธอจึงเลือกที่จะปล่อยมันไปและเดินชมงานเทศกาลร่วมกับเทียนโจวและเจ้าเขี้ยวเงิน ทั้งสองคนเดินชมงานไปเรื่อยเพลิดเพลินกับบรรยากาศในงานอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะเห็นคนกลุ่มหนึ่งต่างปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ฟ้าด้วยกันมากมาย
“พวกเราไปลองสิ่งนั้นกันไหม?”
เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะจูงมือปิงจวนเดินเข้าไปยังจุดขายโคมโดยมิรอฟังคำตอบเธอเลย ปิงจวนได้แต่ถอนหายใจและทำตาม แต่นี่ก็มิใช่ครั้งแรกที่เธอโดนแบบนี้เสียหน่อย
“ข้าขออันหนึ่ง”
เทียนโจวยื่นเงินให้กับพ่อค้าโคม ก่อนที่ตนจะได้รับโคมลอยมาหนึ่งอันพร้อมกับการ์ดคำอธิษฐาน
“ข้าฝากเจ้าเขียนหน่อยสิ ข้าขี้เกียจ”
เทียนโจวยื่นการ์ดให้กับปิงจวนที่อยู่ข้าง ปิงจวนนั้นรับการ์ดมาพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยในขณะที่เทียนโจวกำลังหัวเราะออกมา ปิงจวนยืมหมึกจากร้านก่อนจะเขียนคำอธิษฐานลงไปในกระดาษ
[ขอให้เราสองอยู่ด้วยกันตลอดไป]
ปิงจวนเขียนออกมาพร้อมความเขินอาย ก่อนจะยื่นให้กับเทียนโจว เทียนโจวหยิบการนั้นมาติดกับโคมโดยไม่มิแต่จะอ่าน ก่อนจะเริ่มจุดโคมไฟ แล้วจับมือของปิงจวนมาสัมผัสกับโคม
“ปล่อยพร้อมกันนะ”
“ได้”
“3 2 1..”
โคมลอยของทั้งสองได้ปล่อยโคมลอยขึ้นเหนือเหนือท้องนภาในยามค่ำคืน แสงอ่อนๆท่ามกลางความมืดนั่นชั่งเป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบอย่างหน้าประหลาด
“พวกเราไปเดินชมเถอะ!”
เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะจูงมือหญิงสาวเดินชมงานต่อ ในวันนี้เทียนโตวนั้นทำตัวราวกับเด็กน้อยอีกครั้ง งานเทศกาลเหล่านี้คนเป็นทาสมามิเคยได้สัมผัสเลยตลอดหลายปี การมาเที่ยวชมอะไรแบบนี้จึงเป็นความสุขที่มิอาจกล่าวออกมาได้
“นั่นร้านอะไรน่ะ”
เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนจะดูด้วยความสงสัย สายตาเริ่มกวาดมองสิ่งของต่างๆภายในร้านก่อนที่สายตาของเทียนโจวจะไปหยุดอยู่ที่ไข่มุกสีเขียวอันหนึ่ง
“ข้าต้องการซื้อสิ่งนี้”
“12000 ตำลึงเงินขอรับ”
พ่อค้าพลันกล่าวออกมาในขณะที่เทียนโจวได้ชี้นิ้วไปยังไข่มุกนั้น เทียนโจวหยิบถุงเงินยื่นให้กับพ่อค้าก่อนจะหยิบของที่ตนต้องการมา แล้วเดินออกจากร้านไป
ช่วงเวลาแห่งการณ์เดินชมล่วงเลยผ่านไป ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง
“วันนี้สนุกมากจริงๆ”
เทียนโจวกล่าวออกมาอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับปิงจวนที่ยิ้มออกมาหลังจากได้เที่ยวชมงานร่วมกับเทียนโจวตลอดค่ำคืน
“ใช่แล้วสนุกมากจริงๆ แล้วก็ข้ามีอะไรจะให้เจ้าด้วยเทียนโจว”
ปิงจวนหยิบเอากระปุกยาสมานแผลออกมาให้เทียนโจว
“ข้าซื้อมันมาให้เจ้า เห็นว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บบ่อย”
ปิงจวนกล่าวออกมาก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำที่โรงเตี๊ยมได้เตรียมไว้ให้
“ขอบใจเจ้ามาก”
เทียนโจวรับเอากระปุกยามาก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำหลังจากที่ปิงจวนอาบเสร็จ หลังจากที่เทียนโจวออกมาก็เริ่มทายาสมานแผลที่ตนได้รับมาเมื่อครู่ ส่วนปิงจวนนั้นก็นั่งอ่านตำราอย่างเพลิดเพลินตามปกติ เทียนโจวเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่ควรพักผ่อนแล้วก็ได้กระโดขึ้นเตียงของตนอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มหลับตาลงนอนในคืนนี้
ซื้อโคมลอย 15 ตำลึงเงิน
ซื้อมุกพณาหวาซี 12000+7% = 12840 จ่ายเป็น 1000 ตำลึงทองกับ 2840 ตำลึงเงิน
รวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด 1000 ทองกับ 2855 เงิน
ใช้ยาสมานแผล 1 กระปุก
เอฟเฟคพิเศษจากกิจกรรม
เดินชมเทศกาล +5 EXP
เขียนคำอธิษฐานและปล่อยโคมลอยกับคู่เดท +10 EXP
นัดเดทกับ NPC เดินเทศกาล +35 ความสัมพันธ์
รวมทั้งสิ้น
+15 EXP กับ +35ความสัมพันธ์กับปิงจวน(ไม่รวมเอฟเฟคตัวละคร)
เอฟเฟคตัวละคร
ความสัมพันธ์ (ปิงจวน)
+15 กับคนที่ให้ความสนใจ (แข็งแกร่งดุจเซี่ยงอวี่)
+15 กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
+5 มีธาตุทองเหมือนกัน
+20 ปีนักษัตรถูกโฉลกกัน (ชวด > ฉลู)
-20 กับคนที่สนทนาด้วย (ฟันเขี้ยว)
-10 กับคนที่มีนิสัยหนอนหนังสือ (สายตายาว)
+5 กับคนที่สนใจ (มีแผลเป็น)
-5 กับขุนนางในสภา (หยิ่งยะโส)
ผลรวม
+25

เอฟเฟคตัวละคร ปิงจวน
Points
+2 จากการโรลเรียนรู้(ทะเยอทะยาน)
+4 เมื่อโรลเรียนรู้(หนอนหนังสือ)
+1 จากการโรลเรียนรู้ (ว่องไว)
ผลรวม
+7


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-11-17 21:24:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เทศกาลค้าขายของทะเล 19 เดือนสืออี่เยว่ - 24 เดือนสืออี้เยว่ จงผิงศก ปีที่ 1


พ่อค้า: เกา ว่าน
วาจาเฉือนคม ไร้คำว่าง้อลูกค้า พูดเด็ดขาดไม่มีเอนเอียงโอนอ่อนต่อความเมตตา ราคาที่ตั้งมาคือกำไร ไม่มีคำว่าขาดทุน
พร้อมลงมือทำร้ายลูกค้าได้เสมอหากต่อรองไม่สิ้นสุด





.: การซื้อวัตถุดิบหายาก :.
(1) เขียนโรลเพลย์มาทำการค้าซื้อวัตถุดิบบางชนิดที่ไม่มีขาย
(2) ทุก ๆ ครั้งที่มาทำธุรกรรมให้ระบุสินค้า จำนวนชุด ราคาต่อชุดไว้ท้ายโพสต์โรลเพลย์เสมอ
(3) หลังโพสต์โรลเพลย์ให้ทำการโอนเงินตามจำนวนผ่านระบบโอนเงิน [อย่าลืม +ภาษีเมือง 8%]
(4) รอทีมงานตรวจเพื่อจัดส่งวัตถุดิบให้ท่าน



.: รายการสินค้า :.
* ชุดหมดแล้วหมดเลย วันอื่นก็ไม่มีขาย ขายที่ยังเหลือ *

หอยพัด (ชุดละ 15 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 590 อีแปะ

ปลาชิง (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,000 อีแปะ

หมึกสด (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,000 อีแปะ

ปลากะพงแดง (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,500 อีแปะ

ปลาหม่าเจียวยวี (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,500 อีแปะ

ปลาดอร์ลี่ (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,500 อีแปะ

ปลาทูน่า (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 3,500 อีแปะ

ปลากะพง (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 4,000 อีแปะ

กุ้ง (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 4,500 อีแปะ

ปลาเก๋า (ชุดละ 50 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 4,500 อีแปะ

กุ้งมังกร (ชุดละ 15 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 199 ตำลึงเงิน

ปลาแซลมอน (ชุดละ 15 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 6 ชุด
ชุดละ: 199 ตำลึงเงิน

หอยนางรม (ชุดละ 15 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 3 ชุด
ชุดละ: 250 ตำลึงเงิน

หอยแมลงภู่ (ชุดละ 15 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 3 ชุด
ชุดละ: 200 ตำลึงเงิน

ปลาหิมะ (ชุดละ 1 ชิ้น)
สต๊อกสินค้า: 3 ชุด
ชุดละ: 35 ตำลึงทอง

ชุดพิเศษชาวประมง
[ภายในเซ็ตประกอบด้วย หอยเป๋าฮื้อ x30 , ปลิงทะเล x30 , กระเพาะปลา x20 , หูฉลาม x20 , หอยนางรม x15 , หอยแมลงภู่ x15 , กุ้งมังกร x7 , ปลาหิมะ x1 ]
สต๊อกสินค้า: 1 ชุด
ชุดละ: 60 ตำลึงทอง



สินค้าที่รับซื้อ
ระยะเวลารับซื้อ: 19-20 เดือนสืออี้เยว่ จงผิงศกปีที่ 1 เท่านั้น

ข้าวสาร 1,000 กระสอบ
รับซื้อวันละ 3 ID
รับซื้อ 1,000 ตำลึงเงิน


ส้ม
รับซื้อวันละ 100 ผล
รับซื้อ 10 ตำลึงเงิน

แร่เหล็กไหล
รับซื้อวันละ 10 ก้อน
รับซื้อ 15 ตำลึงทอง


ก้อนทอง
รับซื้อวันละ 10 ก้อน
รับซื้อ 4 ตำลึงทอง

เพชร & คริสตัล
รับซื้อวันละ 10 เม็ด
รับซื้อ 20 ตำลึงทอง

ก้อนดีบุก
รับซื้อวันละ 100 ก้อน
รับซื้อ 200 ตำลึงเงิน



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-12-20 22:02:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คู่แค้นบนทางแคบ
        เฝ้าคลุกตัวอยู่ในบ้านหลายวัน  โดยหลักมานั่งเฝ้ามองหาปลามังกรว่ายน้ำได้ให้เห็นกับตาสักครั้ง  ผ่านไปหลายวันยังไม่เจอแม้เงา  มีเพียงบ่าวในเรือนได้เจอกันแทบจะครบทุกคน  ดั่งว่าวาสนาและโชคมิอาจแข่งขันกันได้  เช่นนี้ได้แต่ทำใจอย่างไรเขาก็อยู่ที่นี่มิได้จากไปไหน  มันต้องมีโอกาสได้เห็นบ้าง  เดินเตร็ดเตร่ชมสวน  พืนพันธุ์ไม้นานาพันธุ์  ยืนกำกับบ่าวในเรือนทำความสะอาดบางจุด  ชีวิตประจำวันเป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน  นานๆตกปลาทีก็พอแล้ว  คงไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ชาวประมง
        เนื่องจากเบื่อหน่ายกับการอยู่บ้านอันกว้างใหญ่  ปลีกตัวออกมาเดินเล่นในตลาด  สูดรับอากาศด้านนอกบ้าน  ออกมาพบเจอผู้คนชาวเมืองหนานชางบ้าง  บรรยากาศที่เหมันตฤดูไม่เคยมาเยือนแดนเจียงหนาน  ทำให้สดชื่นกว่าปรกติไม่น้อย  เดินผ่านหอหงส์ระบำซึ่งไม่ได้เข้าสถานที่จำพวกนี้มานานวัน  อดคิดถึงดั่งสหายเก่ามิได้  กำลังเดินผ่านพ้นหอหงส์ระบำยกมือทักทายสหายผู้เคยพบเจอกันเป็นประจำในหอแห่งนี้  เพียงส่งยิ้มเช่นมิตรมิได้เอ่ยวาจา  ก่อนจะเดินอำลาจากไป
         ผ่านพ้นสถานที่บางจำพวกที่แอบมาใช้บริการเป็นนิจ  ค่อยเดินมาถึงย่นการค้าของเมืองหนานชาง  มักมีกองคาราวานมาไม่ขาดสาย  วนเวียน  หมุนเปลี่ยน  คึกคักเช่นนี้เสมอ  บางคน   หลี่ซีซวนแทบจะคุ้นเคยด้วยซ้ำ  เพียงแค่ไม่เคยคุยด้วยเป็นจริงเป็นจัง  พวกเขาคือกองคาราวานที่ออกขายสินค้าทั่วแดนใต้  เขาออกเดินดูแผงขายสินค้าที่พวกเขานำมาขาย มันมีผ้าไหมชั้นดีรวมทั้งเครื่องประดับราคาแพงรวมอยู่ในแผงสินค้าของกองคาราวาน บางชิ้นตลาดของหนานชางไม่มีขายเพราะมันมีราคาแพงและขายได้น้อย  พวกพ่อค้าที่นี่จึงไม่นิยมนำมาขาย
     "นึกว่าผู้ใดมาเดินตลาด ที่แท้คุณชายสกุลหลี่จากนครฉางอันนี้เอง มิทราบว่าทำไมถึงเดินไกลถึงที่นี่" เสียงของชายผู้หนึ่งฟังไปคล้ายคนเคยรู้จักกับหลี่ซีซวน มันเดินเข้ามาเว้นระยะห่างพอสมควร เนื่องจากมันเห็นกระบี่ประจำกายของอดีตสหายเก่า "ข้าลืมนึกไปว่าเจ้ามีบ้านอยู่ที่นี่ ยังมาหาความร่ำรวยถึงที่นี่เชียวรึ หรือนครฉางอันยังไม่พอให้พวกเจ้ามั่งคั่ง"
     หลี่ซีซวนจำต้องละจากการสนทนากับพวกกองคาราวาน  หันมาทางต้นเสียงที่เรียกชื่อกับแซ่  มุ่นคิ้วเล็กน้อยให้สมองทบทวนความจำสักเล็กน้อย ค่อยนึกว่าที่แม้เป็นผู้ใดกัน "วาจาของเจ้ายังคมคายมิเปลี่ยนจริงหนอ หวางเจิ้งหลี่ สหายเก่าของข้า"
     "มิต้องมาทำเสียงดูหมิ่นข้าถึงเพียงนี้ นึกหรือว่าคนอย่างข้าจะกลัวเจ้า" หวางเจิ้งหลี่เดินเท้าขึ้นหน้ามาสองก้าว ทำใจกล้าเผชิญหน้ากับอดีตสหายเก่าผู้เคยต่อยหน้าตนเอง เมื่อสิบกว่าปีก่อน "อ่อ ลืมไปว่าเจ้าไม่ได้เป็นแม่ทัพผู้ชาญณรงค์อีกแล้ว  หรือเพราะข้าแย่งอดีตคนรักมาจากเจ้า จึงได้แค้นข้าเอาปานนี้"
     "ใยข้าต้องแค้นเจ้าให้ทุกข์ใจดังไฟเผาในกายข้า แม้ข้าไม่ได้เป็นแม่ทัพ แต่ก็เคยมีชื่อเสียง มีผลงาน แล้วเจ้าเล่ามีอันใด นอกจากความสามารถขโมยของลับหลังผู้อื่น" หลี่ซีซวนเดินย่างสามขุม แววตาดุดัน ส่งผลให้หวางเจิ้งหลี่ต้องถอยออกหลายก้าว  "หนิงเมิ้ง ( 柠檬) ภรรยาของเจ้า ข้าได้ยินว่าตั้งท้องได้หกเดือนแล้วนี่" น้ำเสียงเย้ยหยันในคำพูดทำเอาคนในบริเวณที่ได้ฟังต่างพากันถอยหนี  
        บุคคลที่หลี่ซีซวนเพิ่งเอ่ยออกจากปากคืออดีตคนรักที่เกือบจะได้แต่งงานกัน  นางเป็นที่ชอบพอของบิดาและมารดา  ทั้งหลี่หย่งเมี่ยวยังให้ความสนิทสนมจนออกปากเองว่าเป็นพี่สะใภ้เพราะมีนิสัยละม้ายคล้ายกัน เข้ากันได้ดี ความรักของพวกเขาคบหากันมานานปี  ด้วยภายหลังหลี่ซีซวนได้ขึ้นเป็นแม่ทัพประจำชายแดน  ทำให้พ่อแม่ของฝ่ายผู้หญิงรู้สึกภูมิใจไม่น้อยถ้าจะได้มาเป็นลูกเขย  แต่แล้วดันเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อหนิงเมิ้งแอบชอบหวางเจิ้งหลี่ ตามจริงเรื่องนี้หลี่หย่งเมี่ยวระแคะระคายมาบ้างแล้ว จำต้องปิดบังจนพี่ใหญ่ของนางกลับมา  พอรู้ข่าวนี้เข้าจึงได้ประกาศถอนตัวออกมา นับแต่นั้นมาสองตระกูลเดินบนเส้นทางขนาน  สกุลหวางและสกุลหยางของหนิงเมิ้งหลายเป็นความร้าวฉาน  พวกเขาขับไล่หวางเจิ้งหลี่กับหนิงเมิ้งออกจากตระกูล  สกุลหยางหวังจะได้เกี่ยวดองกับสกุลหลี่ผู้มากบารมีและมีชื่อเสียงในนครฉางอันมีอันต้องอับเฉาโดยปริยาย  ยามพบหน้าได้แต่ต้องซ่อนความอับอายไว้ในใจ  จำได้ว่าครั้งหนึ่งหนิงเมิ้งเคยแวะมาหาหลี่หย่งเมี่ยวผู้เคยออกปากเรียกพี่สะใภ้  โดนนางเอ็ดตะโรยกใหญ่กลางโรงน้ำชา  ทำเอานางวิ่งกลับบ้านแทบไม่ทัน
     "การข่าวเจ้าก็ไว้ใช้ได้นี่ ซีห่าว ตอนนี้กำลังให้บ่าวดูแลอย่างใกล้ชิด" ความอัปยศครั้งนั้นหวางเจิ้งหลี่ย่อมจำได้ดี ขนาดพบหน้าเถ้าแก่หลี่ยังหลบเลี่ยงด้วยเกรงในบารมีของคนผู้นี้ "ได้ยินว่าเจ้าเป็นชายพเนจรอยู่แดนเหนือนานเดือน จึงพาคนผู้หนึ่งพบให้เจ้าได้รู้จัก" หวางเจิ้งหลันผิวปากเรียกคนผู้หนึ่งออกมาจากฝูงคน มันมีลักษณะคล้ายโจรที่เคยเจอเป็นประจำ
     "ผู้นี้หรือคือชายพเนจรที่เจ้าพาข้ามาพบ มันเป็นที่โด่งดั่งในหมู่ชาวเราพอสมควร ฟังว่าเป็นถึงอดีตแม่ทัพ" มันไม่ปิดบังความอำมหิต พบหน้าก็ชักอาวุธชี้มาทางหลี่ซีซวน "ข้าอยากรู้นักว่าฝีมือของอดีตแม่ทัพจะสมกับที่เคยรั้งตำแน่งมาหรือไม่?" อาวุธไร้ตา พลาดพลั้งอาจถึงมรณา โชคที่เขาชักกระบี่ขึ้นป้องกันได้ทัน
     "จัดการมันซะ ทำให้มันเป็นผีเฝ้าหนานชางไปชั่วกัปชั่วกัลป์" หวางเจิ้งหลี่คิดยืมมือโจรสังหารอดีตคนรักเก่าของหนิงเมิ้ง  ไม่มีมันนางคงไม่พร่ำเพ้อหาเช้าค่ำมิเว้นวัน หารู้ไม่ว่าชายพเนจรผู้นี้สังหารชีพพวกโจรระดับหัวหน้ามาไม่น้อยแล้ว
        เสียงอาวุธกระทบกันดังขึ้นบริเวณย่านการค้า ตรงแผงสินค้าของพวกกองคาราวาน  และด้วยฝีมือเชิงอาวุธของหลี่ซีซวนได้เบี่ยงให้มันออกมาพ้นแผงสินค้าพวกนั้น  ไม่เสียทีเคยรั้งตำแหน่งแม่ทัพประจำชายแดน เสียงช่วงแรกก็วัดความสูสีได้แล้ว  ก่อนออกมาจากบ้านที่ฉางอันได้รับคำแนะนำจากหลี่หย่งเมี่ยวปรับปรุงชั้นเชิงการใช้กระบี่  ทำให้มีเปรียบทันทีที่อาวุธปะทะกัน
     "สมกับที่เคยเป็นถึงอดีตแม่ทัพฝีมือยังร้ายกาจยิ่ง " มันต้องตั้งรับอย่างรัดกุม วอกแวกมิได้ "ช่างเป็นชายพเนจรยากตอแยคนหนึ่งจริงๆด้วย" โดนแรงปะทะจากกระบี่ของชายพเนจรส่งผลใหต้องถอยร่นสิบกว่าก้าวจึงตั้งหลักได้
     "มันจ้างเจ้ามาเท่าไหร่ ฝีมือสูงกว่าพวกโจรที่เคยเจอมา" มองดูบาดแผลตรงไหล่ซ้าย พลางยิ้มมุมปาก ไว้สังหารโจรรับจ้าง ค่อยเด็ดชีพคนจ้าง "สูสีกับข้าดีนิ"
     หวางเจิ้งหลี่ยืนดูสองคนปะทะเพลงศาสตรากันกลางตลาด ไม่คิดว่าหลี่ซีซวนจะมีเพลงกระบี่ร้ายกาจปานนี้ ยังคิดว่ามันแค่ฝีมือเชิงกระบี่พอป้องกันตัวเองได้เท่านั้น  ทว่าเทียบกับหลี่หย่งเมี่ยวแล้วไซร้  เพลงกระบี่ของหลี่ซีซวนจะกลายเป็นเพลงกระบี่ซ้อมทันที  เท่านี้ก็เพียงพอกำราบโจรที่หวางเจิ้งหลี่จ้างมาได้แล้ว
     "เอาไว้เจ้าค่อยรู้ตอนจะสิ้นลมปราณแล้วกัน เผื่อจะได้ไปบอกกล่าวพญายมได้ถูกต้อง" มันเริ่มลงมือหนักขึ้น ไม่คิดจะให้อีกฝ่ายได้มีเวลาป้องกัน แต่เขาตั้งรับได้เกือบจะทุกกระบวนท่า "ฝีมือไม่เลว แต่คงได้เท่านี้แหละหนา" เพลงศาสราวุธดำเนินมาร่วมร้อยกว่าเพลง กล่าวด้านใดด้านหนึ่งทุกคนต่างมองว่าหลี่ซีซวนคงพ่ายยับในมือโจรร้าย เพราะมีบาดแผลตามร่างกาย มิคาดกลับเป็นมันที่โดนกระหน่ำจนเป็นฝ่ายตั้งรับ กระทั่งเสียงอาวุธของโจรร้ายล่วงลงบนพสุธา บ่งบอกว่าชายพเนจรกำชัยชนะอีกครา
     "หึ ฝากบอกพญายมด้วยว่ากำลังจะมีเพื่อนตามหลังเจ้าไปด้วย" ปลายกระบี่แทงเข้าตำแหน่งหัวใจของมันพอดี แรงกระบี่นี้บ่งบอกว่าไม่มีปราณี แล้วหันมาหาหวางเจิ้งหลี่ มือเอาผ้ามาเช็ดกระบี่ที่เพิ่งลิ้มโลหิต "เจ้ากับข้าคือศัตรูบนทางแคบ มิอาจอยู่ร่วมกันได้ กระนั้นข้ายังเพิกเฉยมิสนใจ วันนี้จึงรู้ว่าเจ้าคิดลอบสังหารข้า" สายมองดูฝูงชน พวกมันที่ได้สบตาต่างหลบหนีทันที
ก้าวเท้าย่างสามขุมเดินตรงเข้ามาหาหวางเจิ้งหลี่ จับมันมานั่งลงข้างศพของโจรที่เพิ่งสังหารเสร็จสิ้น  เขานำผ้ามาปิดตามันไว้แน่น ก่อนใช้กระบี่เชือดคอมันจนร่างล่วงหล่นลงพื้น  มือตวัดกระบี่อีกเพิ่งไม่กี่ครั้งเก็บเข้าฝักตามเดิม แล้วเดินลาลับกลับบ้าน
ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
โพสต์ 2022-1-4 20:55:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
มิอาจหวนคืนเช่นครั้งอดีต
        บริเวณบ้านอันกว้างใหญ่และมีบ่าวไว้ใช้สอยตามสมควร  บ้านหลังนี้ก็ยังกว้างอยู่ดีในความรู้สึกของชายหนุ่มผู้ใช้เวลาอยู่ในบ้านเป็นหลัก  นานทีจึงย่างเท้าออกจากบ้าน  ให้หลี่หย่งเมี่ยวมาอยู่ด้วยน่ากลัวว่าบ้านหลังนี้ยังไม่พอให้นางได้บริหารจัดการด้วยซ้ำ  น้องสาวของหลี่ซีซวนไม่ชอบอยู่เฉยๆ มักจะหาอะไรให้ทำรอบตัวเสมอตรงข้ามกับพี่ชายของนาง  ผู้ชอบออกไปเตร็ดเตร่พลบค่ำค่อยเข้าบ้าน  จนป่านนี้วาสนาจะได้เห็นปลามังกรยังไม่มีโอากาสนั้นเลย  เหตุไฉนพวกบ่าวถึงได้โชคดีปานนี้ อย่างที่มีคนชอบกล่าวกันวาสนาและโชคลาภมันแข่งขันไม่ได้
        วันนี้หลี่ซีซวนออกมาเดินเล่นย่านการค้ากับบ่าวสองคน เกาชิงกับเฉินหลิง  พกกระบี่คาดเอวติดสอยออกมาด้วย  ไม่รู้ว่าจะโดนใครจ้างวานส่งโจรมาตามสังหารอีกหรือไม่  ระยะหนานชางโจรชุมนัก  เดินเตร็ดเตร่มาถงย่านการค้า  มันช่างครึกครื้นทุกครั้งที่ได้มาเยือน  มักมีกองคาราวานและพ่อค้าพเนจรแวะเวียนมาทุกครั้ง  เจียงหนานมีท่าเรือหลายแห่ง  บางแห่งเป็นจุดถ่ายส่งสินค้าของเรือสิ้นค้าช่วย เช่นโผหยาง เป็นต้น  เสียแต่หนานชางไม่คับคั่งด้วยคหบดี เศรษฐีมีเงิน  ชาวเมืองจึงสามารถซื้อสินค้าในราคาเท่าที่มีกำลังซื้อได้ไหว  สินค้าราคาสูงกว่านั้นจำต้องขึ้นแดนเหนือแล้ว  ระหหว่างทางเดินมชมสินค้า  หลี่ซีซวนไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือเครื่องเรือนชิ้นใดเข้าบ้าน  เนื่องจากอยู่คนเดียวจึงไม่จำเป็นต้องหาของเพิ่มเข้าบ้านให้ลำบากแก่บ่าวในเรือน
        กระทั่งเดินมาถึงกองคาราวานกองหนึ่งที่หลี่ซีซวนพอจะคุ้นเคย  พวกมันทำค้าเฉพาะแดนใต้ไม่เคยนำกองคาราวานเดินทางขึ้นเหนือ   พวกมันทุกคนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ทั้งหมดแถมยังรับงานคุ้มกันสินค้าอีกด้วย  ผู้ใดมีเรื่องกับพวกมันล้วนถือว่าประสบเคราะห์  พอเห็นว่าเห็นชายหนุ่มท่าทางเจ้าสำราญที่ครั้งหนึ่งกระทำเรื่องสุดสะพรึง  จึงเอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร  อย่างไรพวกเขาคุ้ยเคยกับชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างดี
     "ไม่เจอเสียนานเลย  ซีห่าว  ท่านยังสบายดีอยู่กระมัง"  จ้าวเค่อหัวหน้ากองคาราวานประสานมือทักทาย  ยิ้มแย้มเป็นมิตร  สายตาเห็นว่ามีผู้ติดตามหลังมันมาด้วย
     "ท่านจ้าว  ข้าย่อมสุขสบายดี  มิรู้ว่าออกมาตลาดรอบนี้  ข้ามิรู้ว่าจะเจอภัยร้ายอันใด"  หลี่ซีซวนประสานมือคาราวะอย่างนอบน้อม  กล่าวทักทายด้วยความเป็นกันเอง  หยุดเท้ามองดูสินค้าระรานตา  ล้วนเป็นสินค้าที่หาไม่ได้แถบเจียงหนาน
     "ใย ซีห่าวกล่าวเช่นนั้น ผู้ใดจะหาญกล้าอีกเป็นครั้งที่สอง  หากกระทำออกจะขวัญกล้าเกินตัวแล้ว" จ้าวเค่อพูดอย่างระวังตัว  ด้วยระยะนี้มีข่าวมาว่ามีคนผู้หนึ่งจ้างมือสังหารมายังเมืองหนานชาง หากแต่สืบไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด  "เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย"
        อย่าว่าแต่จ้าวเค่อหัวหน้ากองคาราวานที่ได้ยืนข่าวลือชนิดนี้  แม้แต่หลี่ซีซวนเองยังได้รับข่าวลือชิ้นนี้มาด้วยเช่นกัน  ฤาหนานชางจะหาความสงบสุขไม่ได้อีกแล้ว  แล้วมือสังหารผู้นั้นผู้จ้างวานให้มาลอบฆ่าผู้ใดในเมืองหนานชาง  ชาวเมืองหนานชางย่อมไม่อยากอยู่อย่างหวาดระแวงและสงสัยเช่นนี้ไปตลอด  มิต้องรอให้ช้านาน  สตรีอุ้มท้องแก่นางหนึ่งเดินเข้ามาในตลาดบริเวณกองคาราวานส่วนที่หลี่ซีซวนยืนสนทนากับพวกเขา  มิต้องเอ่ยถามย่อมทราบแก่ใจว่าคือสตรีนางใด  นางมาพร้อมกับบ่าวคนสนิทกับผู้ติดตามบุรุษพกอาวุธ  แลไปมิคล้ายคนของนางเลยซักนิด  ลักษณะของบุรุษผู้นี้เหมือนคนแถบส่านซีบ้านเดียวกันกับเขา
     "คุณชายหลี่ยังสุขสบายในหนานชาง มิทุกข์ร้อนกับการกระทำของตนเอง  ช่างน่านับถือยิ่งนัก" ไม่มีการถามไถ่  ลุถึงถิ่นใช้วาจาเฉือดเฉือนทันที  คงแค้นใจมานานหนักหนา  "ข้าเพิ่งฝังศพสามี กระทั่งคุณชายหลี่ก็ยังไม่ได้ไปขอขมาสามีของข้า"
     "ใยข้าต้องไปขอขมาศพให้เสื่อมเกียรติข้างข้าด้วยเล่า  ในเมื่อมันเป็นคนจ้างมือสังหารให้มาฆ่าข้า"  หลี่ซีซวนสืบเท้าขึ้นหน้า  มือกุมกระบี่ในท่วงท่าเตรียมพร้อม  ไม่คิดว่านางจะมาอย่างมีไมตรีจิตร
     "มิคิดว่าบุคคลที่ข้าเคยรู้จักเมื่อครั้งอดีต ครั้งเมื่ออยู่เมืองฉางอันจะกล่าววาจาเช่นนี้ ท่านใส่ร้ายสามีของข้า" หนิงเมิ้งพูดด้วยความโกรธแค้น ให้คนเดินหน้าแสดงป้ายวิญญาณของสามีของนาง  "คนตายแล้วมิอาจกล่าววาจาใดได้  คุณชายหลี่ ท่านอคติต่อเขาจึงกล่าวเช่นนี้และเป็นท่านอีกเช่นกันที่ลงมือสังหารเขากลางตลาด" สายมองดูบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยมีความทรงจำดีๆร่วมกัน ยืนอย่างไม่สะทกสะท้าน
     "หากไม่เพราะหย่งเมี่ยวบอกกล่าวข้า  ให้ข้าตามสืบเองเกรงว่าต้องใช้เวลา  เสียแต่หนนั้นสวรรค์เมตตาทำให้ข้าหู ตาสว่าง ส่วนเรื่องของเจิ้งหลี่เพราะมันมีจิตคิดพิฆาตข้ามาช้านาน  มันอาศัยว่าฝีมือเชิงอาวุธสู้ข้ามิได้ จึงได้ลอบจ้างโจรมาสังหารข้า และข้าก็คิดว่าคงมีพฤติการณ์มิต่างจากมันใช่หรือไม่" เขายืนเตรียมพร้อมสู้  โบกมือให้บ่าวสองคนหลบไปอยู่กับกองคาราวาน "และใช่ หนิงเมิ้ง ข้าใช้กระบี่เล่มนี้ลงมือสังหารมันสองคนด้วยมือของข้าเอง" หลี่ซีซวนคิดไว้นานแล้วว่ามันต้องไม่ใช่คนที่ตามคุ้มครองสตรีท้องแก่  เพราะเห็นมันยืนซ้อนบ่าวอยู่ด้านหลังสายตามุ่งมั่น เพียงพอคำสั่งเท่านั้น
     "ข้ารู้มานานแล้วว่า ท่านมีปัญญามิสู้เท่าน้องสาวของท่าน หากแต่ประสบการณ์ในวงทหารช่วยให้ท่านมีปัญญาเฉียบคมขึ้นเยอะ" หนิงเมิ้งส่งสายเป็นสัญญาณให้มันเดินหน้าขึ้นมา ผู้คนในตลาดพากันแตกฮือ พร้อมกับกองคาราวานเก็บสินค้าเรียบร้อยแล้ว "เพื่อเซ่นสรวงวิญญาณของสามี จำต้องให้ท่านไปเป็นเพื่อนเขาในปรโลกด้วย"
     "มิรู้ว่าข้าหรือมันต้องไปปรโลก หากข้ามั่นใจอย่างหนึ่ง ยังมิถึงเวลาของข้าแน่นอน" เขาชักกระบี่ที่ได้จากการปรับปรุงขึ้นใหม่ โยนฝักกระบี่ให้จ้าวเค่อรับไว้ "หวังว่าเจ้าคงจะเป็นรายสุดท้ายที่มาเยือนหนานชาง"
     สิ้นเสียงสนทนาสองศาสตราปะทะกันทันที  ทำเอาหลี่ซีซวนมือชาไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง  เหลือบสายตาไปมองหนิงเมิ้งไม่คิดว่าจะเดินตมมรอยเจิ้งหลี่  หลี่ซีซวนเน้นป้องกันเป็นหลักเนื่องจากต้องการประเมินกำลังและฝีมือของคู่ต่อสู้ตรงหน้า  ฝีมือเชิงกระบี่ของเขามิอาจเทียบชั้นกับหลีหย่งเมี่ยว  ปะทะกันได้เพียงสามเพลงก็เรียกเลือดและบาดแผลแล้ว  มองดูบาดแผลของตัวเองได้แต่สบถในใจ  หมู่นี้ไม่ได้ลงฝึกซ้อมเพลงกระบี่เลย  เอาแต่สำราญอิริยาบถ  สมควรแล้วที่ต้องได้บาดแผลมาแบบนี้  จางเค่อเห็นเช่นนั้นเริ่มหนักใจแทนสหายของตน
     "นี่หรือฝีมือของผู้เป็นถึงอดีตแม่ทัพ เหตุไฉนฝีมือถึงได้อ่อนด้อยเช่นนี้" โจรยิ้มเหี้ยมเกรียม วาดเพลงอาวุธอย่างสวยงาม "ข้าแปลกใจที่เจ้าสังหารเพื่อนของข้าได้ด้วยฝีมืออันต่ำต้อย"
     "อย่างนั้นหรือ" โดนหยามเช่นนี้ได้แต่ต้องใช้ฝีมือทั้งหมดที่มี แล้วค้นพบว่ามันมีฝีมือมากกว่าที่คิด  
     เพลงกระบี่ที่เคยร่ำเรียนมาจู่ๆก็โผล่เข้ามาในสมอง  พยัคฆ์ร้ายเริ่มวาดลวดลายอีกครา  มันเป็นเพลงกระบี่ได้รับการปรับแต่งขึ้นใหม่โดยเถ้าแก่หลี่และแก้ไขเพิ่มเติมโดยหย่งเมี่ยว จึงทำให้เพลงกระบี่ของสกุลหลี่โดดเด่นในเชิงรุก ขณะเดียวกันมันก็ตั้งรับได้อย่างมั่นคง  หากฝึกจนช่ำชองในเพลงกระบี่นี้ทั้งหมด  เมื่อศัตรูที่มีฝีมือสูงกว่าแม้สู้ไม่ได้ก็เอาตัวรอดได้  น้อยคนจะรู้ว่าเถ้าแก่หลี่รำเพลงกระบี่สวยไม่แพ้บุตรสาว  แต่เถ้าแก่หลี่ไว้ใช้ออกกำลังกายเท่านั้น  หนนี้หลี่ซีซวนวาดลายเพลงกระบี่ด้วยความดุดัน ไม่เน้นตั้งรับใช้หลบหลีกแทน ทำเอาโจรต้องตั้งรับอย่างรัดกุม  
     หนิงเมิ้งได้เห็นภาพหลี่ซีซวนวาดลวดลายเพลงกระบี่เบื้องหน้าของตนเอง  แทบไม่เชื่อว่าเป็นบุุคลเดียวกันกับที่เคยรู้จักเมื่อครั้งอดีต  ภาพในหัวของนางคือชายหนุ่มผู้ทำตัวเลาะแหละไม่ค่อยสนใจสิ่งใจนอกจากตัวเอง  แหวกขนบเดิม  มีความคิดสวนทางกับคนรุ่นเก่า  ดื้อรั้นเป็นที่สุดและจะมีน้องสาวผู้คอยสนับสนุนเป็นบางครั้ง  พอรู้ว่าทางการเปิดรับสมัครทหารมันผู้นี้ไม่รีรอที่จะได้ไปเป็นทหารของทางการ  เหตุที่นางชอบหลี่ซีซวนเพราะเขาใส่ใจและเอาใจใส่เป็นประจำ  แต่ทะเลาะกันมิเว้นวัน  วันวารเหล่านั้นมิอาจหวนคืนกลับมาอีกแล้ว  มันเป็นเพียงอดีตที่ต้องเก็บไว้แบบนั้น  ทำได้เพียงแค่คิดถึงเท่านั้น  หลี่ซีซวนวาดลวดลายและออกท่วงท่าได้สมกับอดีตแม่ทัพ  สุดท้ายจบลงด้วยการเชือดคอโจรที่นางจ้างมาลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
    "อย่าได้คิดกระทำเช่นนี้อีก  เราต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง"  หลี่ซีซวนเดินข้ามศพโจรร้ายเข้าไปหาจ้าวเค่อรับฝักกระบี่ พลางเก็บมันเข้าฝักตามเดิม  "ไม่คิดว่าเรื่องวุ่นวายจะตามมาเป็นครั้งที่สอง"  ทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน
     "สมแล้วที่เคยทำงานราชการในกองทัพ ฝีมือเชิงกระบี่ ข้าต้องยอมรับว่าสวยจริงๆ" จ้าวเค่อยืนหัวเราะอย่างไม่สนใจสตรีนางนั้น
     ต่างคนต่างยืนสนทนากันอีกสักพัก  แล้วร่ำลากลับบ้าน
ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้

ลักษณะนิสัยใจดำ
+35 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นแก่ตัวไม่สนใจ




        


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
โพสต์ 2022-2-22 20:17:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แดนเจียงหนานไม่เคยขาดสีสรรค์

        นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวสกุลหลี่ไม่ได้ออกมาเดินเล่นพร้อมหน้าทั้งครอบครัวเช่นนี้  ภาพอันเลือนลางในความทรงจำของหลี่ฮูหยินคือบุตรชายและบุตรีครั้งยังเยาว์  เถ้าแก่หลี่จะอุ้มหย่งเมี่ยวและจูงมือซีซวนแน่นด้วยกลัวว่าลูกจะพลัดหลงกับตนไปไกล  บัดนี้พวกเขาเติบใหญ่เดินตามหลังด้วยกิริยาสำรวมยิ่ง  โดยเฉพาะท่วงท่าการเดินของเถ้าแก่หลี่ย่างมายังตลาดของเมืองหนานชางด้วยแล้ว  ชวนเอาชาวเมืองหนานชางเข้าใจผิดคิดว่าขุนนางตรวจราชการ  พ่อค้าบางคนที่เพิ่งมาค้าขายที่นี่แอบกระซิบพวกมันว่าเป็นพ่อค้าชื่อดังในวงการค้า  ไม่ใช่ขุนนางแม้มาดบ่งบอกออกมาแบบนั้นก็ตาม

     "เห้อ...ใครใช้ให้ตระกูลเรามีขุนนางผู้ใหญ่กัน" เสียงพรูลมหายใจยาวดังมาจากบุตรี  หยอกล้อมาจากด้านหลัง  "ไม่ใช่สิ.....กิริยาต่างหาก เพราะบางคนเคยเป็นอดีตขุนนาง" ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเอามาเปรียบเทียบเพียงสนุกเท่านั้น  ทำให้หลี่ซีซวนหันมามองเขม่น  แต่หย่งเมี่ยวน้องสาวก็ไม่ได้กลัวสักนิด
     "นั้นสิ...ปู่ของพวกเจ้ายุยง ส่งเสริม บิดาของพวกเจ้าหาได้สนใจงานราชการไม่  ชอบแต่งานการค้า"  ไม่วายหลี่ฮูหยินร่วมผสมโรงกับบุตรสาว ช่างเป็นภาพหายากที่สุด "ใฝ่ใจกับงานการค้าของตระกูล"
     "วงราชการขุนนางมันหาความสะอาดได้ยาก ข้ามิอยากลงไปจมบ่อโคลน" พอโดนรุมหนักเข้าจำต้องให้เหตุผลเข้าสู้ "อีกอย่าง มันมีแต่ผลประโยชน์ทับซ้อน วุ่นวายมิรู้จบ" เถ้าแก่หลี่เดินนำมาหยุดตรงที่มีการแสดงกายกรรมกลางตลาด
        เจียงหนานมีเรื่องราวมากมายอย่างที่แดนเหนือมิเคยมี  มันเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอการแต่งแต้มและเติมมันเข้าไปบนผืนกระดาษ  พวกเขามีวิถีชีวิตใบแบบที่พวกเขาลิขิตเอง  การประมงเต็มไปความอันตรายของคลื่นลม  พวกเขากลับเปลี่ยนให้มันเป็นความสนุก  การตกปลาใครหลายคนมองว่ามันคือความน่าเบื่อหน่าย  มันกลับเต็มไปด้วยความสรวญเส เฮฮา  อิสระแห่งผองชนดูราวกับไม่มีอันใด  แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน  ชาวใต้รักพวกพ้องด้วยใจอันบริสุทธิ์  ไม่มีสิ่งชั่วร้ายหรือผลประโยชน์ใดแอบแฝง
     "แดนเหนือไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้มานานแล้ว" หย่งเมี่ยวดร้าใจกับกายกรรมตรงหน้า ยืนดูด้วยความใคร่รู้  การมาแดนใต้ครั้งนี้ทำให้ได้เปิดโลกกว้างจากตำราที่ได้อ่านมา "มีแต่พวกชอบมาประลองหมากกระดาน"
        การแสดงกายกรรมจบลง  เด็กน้อยลงคนกำลังจะประลองอาวุธที่ทำจากไม้  หลี่หย่งเมี่ยวนึกสนุกจึงขอเข้าไปร่วมแสดงด้วย  นางทำท่าทางเหมือนคนเพิ่งหัดเรียนอาวุธ  ละเล่นกับเด็กน้อยที่อายุไม่ห่างจากนางมากนัก  ผู้คนรายล้อมชมดูการแสดงต่างสนุกสนานเป็นการใหญ่  นางจบการแสดงด้วยการแสร้งแพ้ต่อเด็กน้อยคนนั้น  ใครว่าคนหนูตระกูลใหญ่ต้องสำรวมกิริยามารยาทกัน  พึงรู้ไว้ว่ามันใช้ไม่ได้กับคุณหนูบ้านสกุลหลี่คนนี้
        แล้วอีกหนึ่งสีสรรค์ของเจียงหนานที่ขาดไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง  ได้เดินมาจ่ายตลาดเป็นประจำทุกวัน  สายตาของหนิงเมิ้งได้สบตาเข้ากับหลี่หย่งเมี่ยว  เถ้าแก่น้อยแห่งโรงน้ำชาสกุลหลี่  และต้องพบว่าพวกเขามากันพร้อมหน้า  คงต้องใจดีสู้เสืออย่างไรพวกเขาคงไม่ได้หยั่งรากลึกที่นี่เป็นการถาวร  ขณะเดียวกันหย่งเมี่ยวกำลังเล่นสนุกกับคณะกายกรรม  สนทนากับคณะกายกรรมด้วยความสนใจ  ไม่ลืมจะลองเล่นอุปกรณ์ของพวกเขาอีกต่างหาก  กระทั่งหนิงเมิ้งเดินเข้ามาคาราวะเถ้าแก่กับหลี่ฮูหยิน  ทั้งสองคนรับการคาราวะ
     "ข้าไม่ทันได้ทรบว่าพวกท่านมาเมืองหนานชาง"  หนิงเมิ้งกล่าวาจาด้วยน้ำเสียงสุภาพ  ขณะเดียวกันในใจคิดว่าจะกล่าวสิ่งใดให้อดีตคนรักเหมือนโดนตบหน้ากลางตลาด  "เรียนเถ้าแก่หลี่และหลี่ฮูหยิน ข้ามีเรื่องจะบอกกล่าวกับพวกท่านว่า คุณชายหลี่ได้สังหารสามีของข้าสิ้นชีพกลางตลาดแห่งนี้" ความใจกล้าเรียกได้ว่าดั่งพยัคฆ์คำรามเบื้องหน้า
     "เจ้าคงเป็นหนิงเมิ้ง บุตรีของสกุลหยาง ผู้ค้าข้าวสินะ เจ้าซีห่าวมันสังหารสามีของเจ้า ใยต้องมาบอกข้าให้ทราบ ข้ามิใช่เจ้าเมืองรับเรื่องร้องทุกข์หรอกหนา" เถ้าแก่หลี่ยืนมือลูบหนวดเคราด้วยความใจเย็น ไม่คิดหันมามองบุตรชายด้านหลังซักนิด  "อีกอย่าง สามีเจ้าคงมีจิตคิดมิซื่อ มิเช่น เจ้าซีห่าวคงไม่ลงมือเด็ดชีพเป็นแน่"  
     กองคาราวานได้ยืนฟังเช่นนั้น พยักหน้าเห็นพ้องตามที่เถ้าแก่หลี่เอ่ยมาทุกประโยค  คิดจะเล่นงานลูกเขาต้องมั่นใจว่าเห็นผลเป็นที่แน่นอน  ไม่ทันไรก็โดนตอกหน้ากลับมาแล้ว คนทั่วทั้งตลาดต่างนิ่งเงียบรอฟัง
     "ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อ พี่ใหญ่ของข้า แม้จะเป็นคนขวางโลก ไม่สนใจและยินดี ยินร้ายกับเรื่องราวรอบตัว ข้าย่อมเชื่อว่าพี่ใหญ่ไม่ได้ลงมือโดยพลการ"  หลี่หย่งเมี่ยวละจากอุปกรณ์  เดินแทรกคนของคณะกายกรรมออกมาประจัญหน้ากับหนิงเมิ้ง "เจ้าคงเป็นหนิงเมิ้งสินะ คงคิดมาหาเรื่องให้พี่ใหญ่ของข้าถูกบิดาตวาด หรือลงมือกลางตลาด ยืมมือบิดาของข้าล้างแค้นแทนสามีของเจ้าละสิ" แผนการในใจของหนิงเมิ้งถูกหย่งเมี่ยวเปิดโปงออกมาจนหมดสิ้น  อย่าได้คิดมีแผนการกับผู้ได้ชื่อว่าเป็นเสนาธิการ
     ตามจริงเถ้าแก่หลี่พอจะรู้เส้นสนกลในอยู่บ้าง  ไม่คิดว่าหนิงเมิ้งจะมีแผนการถึงขั้นยืมมือสังหารบุตรชาย  หลี่ซีซวนผู้ยืนอยู่ด้านหลังกับหลี่ฮูหยินยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ  คิดเล่นกับผู้เป็นอัจริยะของตระกูล มันก็ต้องโดนเปิดโปงเช่นนี้  ทำเอาคนทั่วทั้งตลาดอดลอบยิ้มออกมาไม่ได้  ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ทั้งสวย มากความสามารถเช่นนี้ อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะเป็นบุรุษผู้โชคดีคนนั้น
     "หย่งเมี่ยวใยเจ้ากล่าวเช่นนั้น ข้าแค่มาบอกให้ทราบ เพราะพี่ชายเจ้าสังหารคนโดยไร้ความผิด" โดนเปิดโปงแผนการก็ขอให้ได้ความยุติธรรมของสามีกลับไปบ้าง "หนี้โลหิตเป็นพี่ชายเจ้าติดค้างอยู่จนถึงตอนนี้" คราวนี้สบตากับอดีตคนรักอย่างไม่ละสายตา
     "หนี้โลหิต? หนี้โลหิตอันใด พี่ใหญ่บอกข้าว่าทั้งเจ้าและสามีของเจ้าล้วนส่งคนมาลอบสังหารทั้งสิ้น" หลี่หย่งเมี่ยวยืนเป็นทนายแก้ต่างแทนจำเลย  ขณะเดียวกันหลี่ฮูหยินเริ่มไม่พอใจกับท่าทีของสตรีตรงหน้ามากขึ้นทุกที "และข้าเชื่อว่ามันคือความจริง พี่ใหญ่ไม่เอาโทษแก่เจ้า เจ้าก็ควรเป็นน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง กลับไปเสียเถิด"
     หนิงเมิ้งคงไม่ได้ยินสิ่งใดออกจากปากหลี่ซีซวน  หากยังมีทนายแก้ต่างให้อยู่แบบนี้และทนายฝ่ายจำเลยคงไม่ยอมให้พี่ชายของนางต้องโดนเสียงโห่ ประจานกลางตลาดสมใจปราถนาเป็นแน่ เพราะแผนของนางได้ล่มและโดนจับได้เรียบร้อยแล้ว หนิงเมิ้งคาราวะผู้ใหญ่ทั้งสองคน แต่ครั้งนี้หลี่ฮูหยินไม่รับการคาราวะ  
     "ข้าว่าพวกเรากลับกันเถอะ ส่วนของให้บ่าวออกมาซื้อให้แทน" หลี่ฮูหยินเดินจูงบุตรชายกลับบ้านอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนเถ้าแก่หลี่กับบุตรสาวต่างมองหนิงเมิ้งอีกครั้ง  แล้วเดินตามหลังกลับบ้านด้วยเช่นกัน  นับได้ว่าจากนี้จะเป็นหัวข้อสนทนาอีกหลายวัน ไม่ได้สำแดงบนหมากกระดาน  ได้สำแดงปัญญาอันฉับไวในเมืองหนานชางก็ยังดี  มาดสุขุมและเป็นกันเองของหลี่หย่งเมี่ยวต่างหากที่ดึงดูดใจชาวเมืองกับคณะกายกรรม  โดยเฉพาะเด็กในคณะกายกรรมต่างชอบกับความสามารถอันแสร้งกระทำของนาง
ธาตุ
ธาตุไม้ ถุกชะตากับ ธาตุไฟ [164]
ลักษณะนิสัยใจดำ
+35 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นแก่ตัวไม่สนใจ
-5 ความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัวและพี่น้อง
เอฟเฟคหัว-หัวคลั่ง
+10 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงหัวมาร
+10 ความชั่วเมื่อเจอคนหัวชั่ว / หัวเลว
+5 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนหัวชั่ว


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตำราเลี่ยจื่อ
ม้าเฟิ่งหวง
กระบี่ร้อยกฎ
เตากำยาน
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x55
x2
x4
x3
x1
x3
x8
x3
x15
x19
x20
x20
x10
x1
x1
x1
x1
x9
x6
x10
x1
x2
x30
x3
x10
x2
x1
x3
x15
x35
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้