[ตะวันออกของด่านหู่เหลากวน] โรงเตี๊ยมชิงหมิง

[คัดลอกลิงก์]
 เจ้าของ| โพสต์ 2021-11-1 12:14:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     ยามสายของวัน ที่เถ้าแก่หลิวตื่นมาจัดเตรียมข้าวของย้ายไปยังลั่วหยาง ดูเหมือนว่าความเรียบง่ายในชีวิตของเขาอาจจะต้องหายไปนับแต่นี้ และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะต้องเป็นศัตรูกับสกุลเหอ จากที่เขาได้ยินมาจากอาจารย์หลู่มาบ้างว่าหวังจื่อเสียมีความสามารถและเขาสามารถเป็นหวงตี้ที่ปรีชาได้ แต่ด้วยกฎมณเทียนบาลต้องคนโตสืบทอด

      เถ้าแก่หลิวเดินมาติดป้ายประกาศก่อนฝากเสี่ยวเอ้อห์มอบเงินแก่แขกทุกคนที่มางานเมื่อพวกเขาตื่นเช้าแล้ว จะได้รับ แม้เขาจะเสียดายที่ไม่ได้ส่งแขก ด้วยตัวเอง เขาอำลาพี่น้องในโรงเตี๊ยมทุกคนก่อนหันไปทางเจาซี

      "ต่อไปที่นี่ฝากเจ้าด้วยนะเจาซี แล้วข้าจะแวะเวียนมาช่วยบ่อย ๆ ถึงยังไงข้าก็ไปแค่ลั่วหยางเอง" เถ้าแก่หลิวกล่าวก่อน บอกทุกคนในโรงเตี๊ยมให้เคารพเจาซีเหมือนตน

      "ครับท่านเถ้าแก่ ผมจะช่วยดูแลช่วงเถ้าแก่ไม่อยู่ให้เต็มที่" เจาซีกล่าวอย่างมั่นใจและถ่อมตน

      "ข้าไปก่อนล่ะ"
  



[ป้ายประกาศหน้าโรงเตี๊ยม]

บทกวีเป็นที่โจษขานผู้คนในงาน
++ กู่ จิ้นอิ๋ง ++
600 ตำลึงทอง , ตำราบทเพลงเฟิ่งฉิวหวง , +40 EXP , 7 Point

รางวัลปลอบใจจากเถ้าแก่หลิวทั้งสองรายการ
++ จี เทียน เต๋า ++
300 ตำลึงเงิน , +20 EXP และ ทิปจากเถ้าแก่หลิวถูกใจบทกลอนคุณ 40 ตำลึงทอง

ภาพวาดเอกลักษณ์ค่ำคืนผีหรรษาในสไตล์ต้าฮั่น
++ ซุน เฟินเยว่ ++
600 ตำลึงทอง , พู่กันเหวิ่นเซ่า , +40 EXP , 7 Point



          @@Fenyue  @@Tianzhou  @@Tianzhou  @@ZhaoPei  @@Jinying  - สร้างสตอรี่ตื่นนอน

         "สวัสดีขอรับทุกท่าน อาหารเช้ามาแล้ว" เสี่ยวเอ้อห์มาเคะาประตูหน้าห้องแขกแต่ละคน ก่อนยกถาดอาหารวางในห้อง

          @@Fenyue  @@Tianzhou  @@Tianzhou  @@ZhaoPei  @@Jinying

         "ส่วนนี่เงินขวัญถุงจากเถ้าแก่มอบให้ท่านก่อนกลับขอรับ" เสี่ยวเอ้อห์กล่าวก่อนยื่นเงินขวัญถุงให้อีกฝ่าย

          @@Fenyue  @@Tianzhou  @@Tianzhou  @@ZhaoPei  @@Jinying  [35 ตำลึงทอง , 10,000 อีแปะ]


          - สร้างสตอรี่จบ หรือ ไปรับรางวัลผู้ชนะการประกวดและชมเชยสำหรับคนร่วมประกวดที่ ผู้ดูแลโรงเตี๊ยม เจาซี ก่อนก็ได้ -

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-11-1 13:25:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-11-1 16:31


งานเลี้ยงฮาโลวีน
หลังวันงาน
.
.

           วันรุ่งขึ้นมาเยือนพร้อมกับที่จิ้นอิ๋งแวะเวียนอาบน้ำยังโรงอาบเมื่อรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเล็กน้อยหลังจากที่ยามเข้านอนเมื่อคืน นางมัวแต่นอนหวนนึกย้อนการเต้นรำกับบุรุษใต้หน้ากากอินทรีย์จนพลอยไม่ได้อาบน้ำไปด้วยเอาแต่เล่าให้ซูฮวาฟังไม่หยุด หลังจากที่นางแช่น้ำชำระกายเสร็จสิ้น ความสดชื่นก็แผ่ล้อมรอบกายนวล ก่อนนางจะเร่งกลับห้องเก็บของกับซูฮวา ทว่าก็มีเสี่ยวเอ้อห์มาเคาะประตูห้องพวกนางเสียก่อน

           " สวัสดีขอรับทุกท่าน อาหารเช้ามาแล้ว " เสี่ยวเอ้อห์มาเคาะประตูหน้าห้องแขกแต่ละคน ก่อนยกถาดอาหารวางในห้อง

           เห็นเช่นนั้นจิ้นอิ๋งที่ตั้งใจจะลงไปเลี้ยงอาหารซูฮวากับถานเจ๋อก็พลันเกรงใจขึ้นมาที่ทางโรงเตี๊ยมชิงหมิงจะบริการพวกนางดีเกินไปแล้ว กระนั้นนางก็ไม่อยากขัดน้ำใจจึงรับอาหารเช้าพวกนั้นมาก่อนจะเอ่ยขออนุญาตลงไปทานที่ยังโต๊ะชั้นล่างของโรงเตี๊ยมดีกว่า เพื่อจะได้พบหน้าถานเจ๋อด้วย

           ซึ่งก่อนที่ทั้งคู่จะได้วานบอกให้เสี่ยวเอ้อห์เข็นอาหารพวกนางลงไปชั้นหนึ่งแทน จิ้นอิ๋งก็พลันได้รับของก่อนพากันลงไป

           " ส่วนนี่เงินขวัญถุงจากเถ้าแก่มอบให้ท่านก่อนกลับขอรับ " เสี่ยวเอ้อห์กล่าวก่อนยื่นเงินขวัญถุงให้อีกฝ่าย

           " ขอบคุณเจ้าค่ะ "

           นางเอ่ยตอบรับด้วยความรูสึกยิ่งนึกเกรงใจยามรับเงินเหล่านั้นมา พลันคิดไปว่ายิ่งต้องให้ของตอบแทนแก่อีกฝ่ายก่อนกลับให้ได้เช่นเดียวกัน จิ้นอิ๋งเอ่ยเรียกให้ซูฮวาลงมาชั้นล่างโรงเตี๊ยมด้วยกันต่อ จนมาถึงก็เห็นถานเจ๋อที่นั่งทานอาหารรอยังโต๊ะของโรงเตี๊ยมคล้ายมาตามนัดพวกนางก่อนแล้วให้เอ่ยทักขึ้น

           " ของมาส่งหรือยังเจ้าคะ "

           จิ้นอิ๋งถามทันทีที่ลงมาพบหน้าถานเจ๋อที่ลงมาก่อน ซึ่งถานเจ๋อที่กำลังซดโฮกน้ำซุปเพื่อหวังให้คลายอาการปวดหัวจากร่ำสุราเมื่อวานก็พยักหน้ารับแผ่ว โดยมีซูฮวามองติดห่วงก่อนจะรับอาหารจากเสี่ยวเอ้อห์ที่ลำบากเข็นลงมาให้ตามใจพวกนาง และวางเรียงลงโต๊ะให้ทั้งสามได้ร่วมทานอาหารด้วยกัน

           " มาแล้วล่ะขอรับ ยามนี้ข้าได้ส่งให้แก่โรงครัวของโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว "

           สองสตรีได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขอบคุณกลับหาถานเจ๋อ ก่อนซูฮวาจะเอ่ยกับจิ้นอิ๋งขึ้นมาถึงเรื่องพบอาจารย์ของนาง " ไว้หลังทานอาหารเสร็จค่อยนำปิ่นไปคืนท่านอาจารย์แล้วกล่าวขอบคุณเรื่องงานด้วยกันนะเจ้าคะ "

           จิ้นอิ๋งพยักหน้ารับคำของสตรีแซ่เหมยเสียกระตือรือร้น ก่อนมานึกคำของถานเจ๋อเด็กสาวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาที่ของตอบแทนที่นางซื้อมาเมื่อวานที่ลั่วหยางช่วงแวะไปแต่งตัวนั้นได้ถูกจัดส่งมาที่โรงเตี๊ยมชิงหมิงทันในวันนี้ เพราะนางได้ยินมาจากซูฮวาว่ามิแคล้วท่านอาจารย์นางต้องจัดงานเสียหรูหรา และแจกของให้แขกเหรื่อเป็นว่าเล่นแน่ ทำให้นางอยากตอบแทนน้ำใจนั้นบ้าง จึงซื้อข้าวมาทั้งหมด 88 กระสอบเพื่อส่งมอบให้ทางโรงเตี๊ยมต่อไป

           เด็กสาวที่รู้สึกสบายใจขึ้นก็นั่งลงทานอาหารที่เหมยซูฮวาได้รับมาจากเสี่ยวเอ้อห์คนก่อนหน้าให้แล้ว โดยที่ถานเจ๋อขอทานก่อนเนื่องจากปวดหัว

           " เห็นเป็นของฟรีก็เลยดื่มเสียเต็มคราบเลยงั้นสิ " ดรุณีน้อยเอ่ยกลั้วขำหลังผินมองบุรุษเดียวในกลุ่มที่ตอนนี้แทบส่งยิ้มแหยกลับมา

           " อาหารในงานอร่อยมากเลยเชียวขอรับ "

           ถานเจ๋อแสร้งพูดเบี่ยงประเด็น ทำเอาจิ้นอิ๋งหลุดหัวเราะเสียงใสขึ้นมาได้ ท่าทางที่ร่าเริงขึ้นของนางหลังผ่านงานเลี้ยงยามวานทำให้ซูฮวาลอบอมยิ้มขึ้นมาด้วยความโล่งใจพร้อมนึกขอบใจบุรุษจากเฉินหลิวผู้นั้นที่มาทำให้เด็กสาวของพวกนางคลายกังวลได้ถึงเพียงนี้ ดู ๆ แล้ว ย่ามใบแรกที่ซูฮวาได้ถูกเก็บพกจากผู้เป็นอาจารย์นี้ นางจะยอมมอบให้จิ้นอิ๋งก็แล้วกัน

           เมื่อทานอาหารกันจนเรียบร้อยแล้ว ถานเจ๋อก็อาสาไปจัดการเตรียมม้าให้และปล่อยให้ศิษย์และสหายของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมได้พูดคุยกันเองดีกว่า ซึ่งยามนี้ทั้งสองก็ได้ถูกเสี่ยวเอ้อห์พามายังห้องทำงานของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมแล้ว ทว่าเมื่อเคาะประตูและเดินเข้าหาเข้าไปภายในกลับพบว่าเป็นบุรุษที่ทั้งสองไม่รู้จักเสียอย่างนั้น กระนั้นแล้วจิ้นอิ๋งก็คล้ายปะติดปะต่อจากราชโองการเมื่อวานได้ นางจึงฉายสีหน้าแฝงแววเศร้าสร้อยเล็น้อยที่ไม่ทันได้เอ่ยลาสหาย

           " ท่านอาจารย์หลิว.. ออกเดินทางแล้วหรือเจ้าคะ " ซูฮวาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบแทน ซึ่งเจาซีที่จับบรรยากาศของทั้งคู่ได้ก็พลันส่งยิ้มปลอบโยนคืนหาแก่สตรีทั้งสอง ด้วยคิดว่าทั้งคู่คงสนิทกับหลิวจื่อเค่อไม่น้อย มิเช่นนั้นเสี่ยวเอ้อห์คงไม่พามาถึงยังห้องทำงานเช่นนี้ จึงได้เอ่ยอธิบายไปด้วย

           " ออกไปเมื่อครู่นี้เองขอรับ.. ข้ามีนามว่าเจาซี เป็นผู้ที่ได้ดูแลโรงเตี๊ยมต่อจากท่านหลิวจื่อเค่อ ...แม่นางคงเป็นแม่นางกู่ ท่านหลิวได้บอกข้าไว้แล้วขอรับว่าให้แม่นางเก็บปิ่นไว้กับตัวเสียก่อน "

           คำเอ่ยนั้นทำเด็กสาวที่ยืนถือปิ่นจูฟางเหมยฮวาไว้พยักหน้ารับแผ่ว ก่อนสองสตรีพลันสบตามองกันและยื่นส่งชาหลงจิ่งที่ตั้งใจให้แก่หลิวจื่อเค่อส่งต่อให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมชิงหมิงคนใหม่ผู้นี้แทน

           " ของตอบแทนสำหรับงานเลี้ยงเมื่อวานเจ้าค่ะท่านเจา งานสนุกมาก อาหารก็รสเยี่ยมนัก ข้ามีเวลาที่ดีเลยเชียวเจ้าค่ะ แล้วก็.. ข้าวสาร 88 กระสอบถือว่าเป็นสินน้ำใจข้าที่ชื่นชมงานเลี้ยงของทางโรงเตี๊ยมชิงหมิงแล้วกันนะเจ้าคะ "

           และในตอนท้ายนางก็ได้เอ่ยคำขอบคุณที่ตั้งใจมอบให้หลิวจื่อเค่อแก่บุรุษตรงหน้าแทน ด้วยคิดว่าหากเป็นผู้ดูแลโรงเตี๊ยมต่อได้ แสดงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลที่นี่มานานแล้วเช่นกัน งานเลี้ยงเมื่อวานก็คงมาจากความเหน็ดเหนื่อยของเจาซีด้วย เช่นนั้นแล้วจะเอ่ยขอบคุณกลับคืนแก่อีกบุรุษตรงหน้าไปด้วยก็คงไม่ผิดอะไรมากนัก หลังเอ่ยจบประโยค บุรุษตรงหน้าก็เผยรอยยิ้มขอบคุณแก่สตรีสองคนตรงหน้าพร้อมรับชาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถึงเรื่องรางวัลจากกิจกรรมขับขานบทกวีเมื่อคืนให้แก่จิ้นอิ๋งไปด้วย

           " จริงสิ.. นี่เงินรางวัลของแม่นางกู่ขอรับ ยินดีด้วยสำหรับรางวัล บทกวีเป็นที่โจษขานผู้คนในงาน นะขอรับ "

           จิ้นอิ๋งที่ไม่นึกว่าบทกวีที่นางคิดจะได้รับรางวัล สีหน้าพลันดูตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะค้อมตัวขอบคุณและรับของรางวัลด้วยอารามดีใจจนรอยยิ้มวาดออกกว้างจนดวงตาหวานโศกนั้นหยีโค้ง พร้อมกันนั้นซูฮวาก็เอ่ยแสดงความยินดีกับเด็กสาวไปด้วย

           " ยินดีด้วยเจ้าค่ะอิ๋งเอ๋อร์ สมแล้วที่ทำข้าขนลุกมาชั่วครู่หนึ่งได้ "

           เด็กสาวส่งรอยยิ้มเผล่กลับไปเล็กน้อยอย่างซุกซนที่ทำให้คนที่ได้รับฟังร่วมสนุกไปกับบรรยากาศงานเพราะบทกวีของนางได้ กระนั้นก่อนที่ทั้งสองสตรีจะเตรียมตัวลาเพื่อให้บุรุษเถ้าแก่โรงเตี๊ยมคนใหม่นี้ได้ทำงานต่อ ซูฮวาก็ได้เอ่ยบางสิ่งทิ้งท้ายให้แก่เจาซีไปด้วยเพื่อไม่ให้เข้าใจในตัวเด็กสาวของนางผิดไปเสียก่อน

           " แล้วก็เรื่องปิ่นนี่ อิ๋งเอ๋อร์เป็นเพียงสหายกับท่านอาจารย์หลิวเท่านั้นนะเจ้าคะ ที่ท่านอาจารย์ได้มอบปิ่นให้ใส่เป็นเพียงเพราะอยากให้นางเจอกับคนที่อยากพบที่เป็นสหายของท่านอาจารย์อีกทีน่ะเจ้าค่ะ "

           " พี่สาว! "

           จิ้นอิ๋งร้องขึ้นอย่างนึกอาย แม้เป็นเรื่องที่คล้ายกล่าวไม่ให้นางโดนเข้าใจผิดแต่ก็คล้ายโดนแกล้งเสียมากกว่า จนมือเล็กพยายามจะยกบังปิดริมฝีปากของอีกสตรีทว่าก็ดูไม่ทันเสียแล้ว เพราะบุรุษเจ้าของโรงเตี๊ยมได้พยักหน้ารับร้องอ๋อแผ่วอย่างเข้าใจ ก่อนที่เด็กสาวจะเร่งเอ่ยขอตัวลาก่อนที่นางจะกระอายไปมากกว่านี้ ร่างเล็กพลันค้อมอย่างสุภาพและปลีกตัวมาพร้อมกับเหมยซูฮวาที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจไม่หยุด เมื่อออกจากห้องทำงานของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมมาได้แล้ว ดรุณีน้อยก็ยู่ริมฝีปากใส่พี่สาวดูแง่งอน ทำเอานางต้องกอดปลอบโอ๋เสียยกใหญ่

           " จะอายไปไย ใครเขาก็ดูออกหมดแล้วล่ะว่าอิ๋งเอ๋อร์ชอบบุรุษแซกัว หากไม่เร่งเอ่ยแก้แล้วโดนเข้าใจผิดว่าสองใจจะยิ่งแย่นะเจ้าคะ " ซูฮวาพยายามเอ่ยปลอบ แต่ยิ่งทำให้จิ้นอิ๋งร้องครวญในคอดังประท้วงขึ้นให้ซูฮวายิ่งหัวเราะออกมาก่อนจะต้องเอ่ยขอโทษขอโพยอีกหน

           " พี่สาวผู้นี้ขอถามเจ้าอีกหนนะอิ๋งเอ๋อร์ เจ้าชอบท่านกัวฟ่งเสี้ยวใช่หรือไม่เจ้าคะ "

           ในตอนที่ผละกอดกันมาได้ สตรีแซ่เหมยก็ได้เอ่ยถามเด็กสาวขึ้นมาเสียจริงจัง ซึ่งครั้งนี้คล้ายไม่มีแววตาลังเลจากจิ้นอิ๋งแล้ว แม้พวงแก้มนางจะแดงซ่านทั่วจนเหมือนคนร้อนจัด ทว่านางก็พยักหน้ารับเสียหนักแน่นคืนอีกฝ่าย พร้อมกันนั้นก็เอ่ยบอกอย่างหนักแน่นถึงช่วงเวลาหลังช่วยแม่นางเจิ้งได้จนนางคลายกังวล เด็กสาวตัดสินใจจะมอบถุงหอมจูอวี๋แก่กัวเจียแทนการสารภาพ ซึ่งซูฮวาก็เลื่อนมือบีบแก้มนิ่มแผ่วเบาราวให้กำลังใจ

           " ไม่ว่าท่านกัวจะตอบรับกลับมาเช่นไร อิ๋งเอ๋อร์ก็จะยอมรับมันใช่หรือไม่เจ้าคะ "

           " เจ้าค่ะ ..ข้าจะไม่นึกเสียใจ " จิ้นอิ๋งขานรับพลางหวนนึกถึงช่วงเวลาต่าง ๆ และพยักหน้ารับกลับให้ตัวเอง

           ซูฮวาเห็นดังนั้นก็พลันพาเด็กสาวเดินออกมานอกโรงเตี๊ยมด้วยกัน ก่อนจะตรงไปหาม้าที่ถานเจ๋อได้จับจูงมาเตรียมให้พร้อมเดินทางกันไปแล้ว ทว่าก่อนที่จะขึ้นขี่กลับยังตัวเมืองซีเหอ สตรีแซ่เหมยกลับค้นกระเป๋าที่พาดหลังม้าเอาย่ามใบแรกที่เคยได้รับจากท่านอาจารย์หลิวมา แต่ก่อนจะยื่นให้อีกฝ่ายนางกลับตัดสินใจนำมาแนบอกอย่างนึกลังเล จนเด็กสาวมองกลับอย่างนึกฉงน แต่ทันทีที่ได้รับคำตอบจากซูฮวา นางก็แทบนึกค้อนเจ้าของโรงเตี๊ยมชิงหมิงในใจขึ้นมา

           สมแล้วที่เป็นสหายกัน!

           แม้นจะคิดไปเช่นนั้น แต่รอยยิ้มขบขันก็วาดจางยังดวงหน้านวล ก่อนที่นางจะให้ซูฮวาได้อ่านจดหมายนั้นตามสบายเนื่องจากผู้เป็นอาจารย์ได้ส่งหาให้แก่ผู้เป็นศิษย์ฝ่ายเดียวมิแคล้วคงอยากให้เพียงศิษย์ที่รู้ แม้ช่วงเวลาที่ให้อ่านนั้นจะประหลาดไปเสียหน่อยก็ตาม ซึ่งตรงกับความคิดของสตรีแซ่เหมย ทำให้อีกสตรีโล่งใจไม่น้อยที่เด็กสาวไม่ถือสาหากว่านางจะเปิดอ่านดูเพียงผู้เดียว
.
.
เหมยซูฮวา เปิดดูย่ามใบแรก จาก [171] หลิวไท่เหวิน



กู่จิ้นอิ๋ง รับรางวัล บทกวีเป็นที่โจษขานผู้คนในงาน

มอบ ข้าวสาร 88 กระสอบ แก่โรงเตี๊ยมชิงหมิง
มอบ ชาหลงจิ่ง แก่เจาซี

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
[ผู้ติดตามถานเจ๋อ] มอบ ซุปเยื่อไผ่ ให้
[159] มอบ ซุปเยื่อไผ่ ให้
สถานะธาตุหลัก : +20 ความสัมพันธ์ [159] ธาตุไฟ - เกื้อหนุนเรา
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-1 13:38:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-11-1 13:41

          เพราะในงานเลี้ยงดูจะสนุกเกินไปหน่อยเป็นครั้งแรกที่จ้าวเพ่ยตื่นสายอย่างเห็นได้ชัด พอเปิดตาขึ้นเห็นแสงทำเอานางบิดขี้เกียจเล็กน้อยและหลับตาลงอีกครั้ง กว่าจะรู้ตัวว่าสายแล้วก็ตอนที่นางเอื้อมมือหาเสี่ยวเฮยที่ควรนอนอยู่ข้างๆแต่กลับไม่เจออะไรเลย

          หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นแทบจะทันทีด้วยอาการตื่นเต็มตาแสงอาทิตย์สอดส่องเข้ากระทบหน้าบ่งบอกว่าตอนนี้มันเลยคำว่าเช้าตรู่ไปแล้ว เสียวเคาะประตูกลายเป็นเสียงปลุกชั้นดีให้นางขณะอ้าปากหาวขึ้นมาและหันไปมองอย่างสงสัย

          "สวัสดีขอรับทุกท่าน.. อาหารเช้ามาแล้ว" เสี่ยวเออห์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาและวางอาหารในห้องให้แก่นาง กลิ่นหอมกรุ่นราวกับว่าเป็นอาหารพึ่งทำเสร็จใหม่ๆ ถาดอาหารดอกไม้วางอยู่ข้างๆพร้อมเครื่องตกแต่งจนดูเป็นมื้อที่ดูหรูหราขึ้นไปอีก

          "ขอบคุณเจ้าค่ะ.."

          "ส่วนนี่เงินขวัญถุงจากเถ้าแก่มอบให้ท่านก่อนกลับขอรับ" เสี่ยวเอ้อห์กล่าวก่อนยื่นเงินขวัญถุงให้อีกฝ่าย

          จ้าวเพ่ยรับเงินขวัญถุงมาดูก็พบว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวเออห์แต่ก่อนจะปริปากพูดอะไรออกไปพนักงานก็เดินออกจากจ้าวเพ่ยโดยไม่รอให้นางกล่าวอะไรเลย

          หญิงสาวเก็บเงินนั้นเข้าย่ามของนางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะลุกไปหยิบถาดอาหารนั่งไปวางที่โต๊ะเล็กเพื่อกินมันในยามเช้าพอให้ท้องมีอะไรบ้างระหว่างวัน พอคิดถึงงานเต้นรำเมื่อคืนแล้วก็ทำเอาสีหน้านางขึ้นสีทันที ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับอยู่กลางแดดถูบใช้หลังมือแตะเบาๆเพื่อสงบอารมณ์ตัวเองไปด้วย

          จ้าวเพ่ยพึ่งจะรู้ว่าการเต้นรำแบบชาวตะวันตก จะต้องแนบชิดเสียขนาดนี้

          เมื่ออาหารในชามหมดลงก็จะเป็นเวลาที่ต้องเตรียมตัวต่อไป จ้าวเพ่ยเองก็รู้ดีว่าสายขนาดนี้แล้ว รถม้าที่นางนัดเอาไว้คงจะไม่มาแล้วแน่ หวังว่าใกล้ๆโรงเตี๊ยมจะมีจุดพักม้าและคนใจดีที่พอจะให้นางจ้างวานพาไปส่งยังอีกที่ได้

          รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมายามที่นางได้มองตัวเองผ่านคันฉ่อง หญิงสาวหัวเราะเล็กๆในลำคอขณะยกหวีขึ้นมาสางผมไปด้วย ใบหน้านี้ให้พึงรู้เอาไว้ว่านางเคยมีบุรุษมาขอเต้นรำถึงสองคนในงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา นางเองเริ่มจะมีอะไรที่อยากจะเล่าให้แก่คนรอบข้างให้ฟังเสียมากมายจนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักคนเดียว เพียงครู่เสียงหัวเราะนั้นหยุดไปเหลือเพียงรอยยิ้มยามนึกไปถึงครั้งที่ได้เต้นรำกับชายปริศนาภายใต้หน้ากากคนนั้น สัมผัสที่โอบนางยังจำได้ดี ช่างอ่อนโยนและไม่ทำให้นางอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

          ชายทั้งสองนั้นคือใครกัน จ้าวเพ่ยอยากจะรู้จักเสียจริง

          นางคิดทั้งยกดอกไม้ขึ้นมาดมให้รับรู้ถึงกลิ่นหอม รู้สึกดีกับความทรงจำราวกับเป็นเพียงฝันที่นางปันแต่งขึ้นมา กว่าจะรู้ตัวว่านางเสียเวลาไปมากแล้วก็เป็นตอนที่ได้บินเสียงนกกระจอกร้องผ่านออกมาด้านนอก ทำให้ต้องรีบวางดอกไม้ลงและจัดแต่งตัวและเริ่มทำอะไรสักอย่างก่อนจะออกเดินทางได้แล้ว

          ผมยาวถึงหลางหลังถูกจับรวบม้วยขึ้นและกลัดด้วยปิ่นไปก่อน จ้าวเพ่ยหยิบปิ่นขึ้นมาก็ชะงักลงเมื่อเห็นว่าหยกที่ประดับปิ่นของนางหลุดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หญิงสาวปล่อยผมให้ตกลงตามแรงโน้มถ่วงดังเดิมเพื่อจับปิ่นนั้นมองอย่างพิจารณา ครั้นคิดว่าคงจะใช้การไม่ได้แล้วก็คงจะทิ้งมันไปก็นึกเสียดาย จ้าวเพ่ยคงต้องหาช่างทำปิ่นที่แข็งแรงกว่านี้เสียแล้วกระมัง ดีกว่าหาซื้อปิ่นที่อาจจะพังเมื่อไหร่ก็ได้มากลัดผมแล้วเปลี่ยนลายไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเช่นนี้

          จ้าวเพ่ยเลิกที่จะสนใจมันเพื่อไม่ให้เป็นความคิดในแง่ลบติดตามนางไป หากใช้ไม่ได้หญิงสาวก็ทำได้แค่ทิ้งมันไป ปิ่นปักผมที่ชำรุดแล้วถูกวางไว้ที่โต๊ะก่อนนางจะหยิบอันใหม่ขึ้นมาเพื่อกลัดผมของนางแทน หญิงสาวปัดไรผมที่ปรกหน้าเล็กน้อยเพื่อใช้ดินสอพองทาที่ใบหน้าพอให้ไม่ถูกผมเพื่อเริ่มการประทินโฉมก่อนจะออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้โดยไม่ลืมวางเงินค่าทิปแก่โรงเตี๊ยมที่จัดงานดีๆให้นางมีความทรงจำที่ดีเช่นนี้ด้วย



มอบทิป 100 ตำลึงเงิน วางไว้บนโต๊ะภายในห้องพัก

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-1 16:05:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลรับของรางวัลและออกจากโรงเตี๊ยม



"อ้า อากาศวันนี้นั้นดีจริงๆเลยแหะเอาล่ะเดี่ยวเราไปหาท่านเถ้าแก่ดีกว่าว่าอยู่หรือไม่ข้ามีอะไรอยากที่จะถามเค้าด้วย"

พร้อมกับที่จีเทียนเต๋านั้นเตรียมตัวในการแต่งตัวให้เรียบร้อยกลับมาสวมใส่ชุดปกติของตนเองก่อนที่จะเตรียมตัวจะลงจากห้องของตนเองเพื่อที่จะไปยังข้างล่างนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขัดขึ้นเสียก่อน

"สวัสดีขอรับทุกท่านอาหารเช้ามาถึงแล้ว"

"อ่าเชิญเข้ามาเลยขอรับ"

"ถ้างั้นข้าน้อยจะเข้าไปแล้วนะขอรับ"

ก่อนที่เสี่ยวเอ่อนั้นจะเข้ามานำอาหารเช้ามามอบให้กับจีเทียนเต๋า โดยที่หลังจากวางอาหารเสร็จแล้วนั้นก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเตรียมตัวกลับเลยจีเทียนเต๋าจึงต้องถามอีกฝ่ายก่อน

"เอ่อ..คือไม่ทราบว่าเถ้าแก่ยังอยู่ที่โรงเตี๊ยมไหมขอรับ? พอดีข้าเป็นสหายของเถ้าแก่เลยอยากที่จะสนทนาเป็นครั้งสุดท้ายเสียหน่อยนะขอรับ"

"คือต้องขออภัยคุณชายด้วยนะขอรับคือว่าเถ้าแก่นั้นได้จากโรงเตี๊ยมไปตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้แล้วล่ะขอรับ ออข้าเกือบลืมเลย นี้คือเงินที่ท่านเถ้าแก่มอบให้กับท่านขอรับก่อนที้จะไป"

ก่อนที่อีกฝ่ายนั่นจะล้วงเอาถุงเงินมาวางไว้ที่หน้าของจีเทียนเต๋า

"ถ้างั้นก็ขอบคุณท่านมากถ้ายังไงข้าก็ไม่มีอะไรจะรบกวนแล้วท่านเชิญไปทำหน้าที่ต่อได้เลยขอรับ"

"เข้าใจแล้วถ้าท่านไม่มีธุระอะไรถ้าอย่างงั้นข้าน้อยก็ต้องขอตัวก่อน"

โดยที่หลังจากเสี่ยวเอ่อจากไปแล้วนั้นจีเทียนเต๋าก็มานั่งคิดว่าตนเองนั้นควรที่จะทำอะไรต่อไปกันแน่ แล้วก็เสียดายโอกาศในการพูดจากับอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้ายไปเสียได้ นี่แหละที่ตนเองเป็นคนแต่งกลอนแท้ๆแต่กลับไม่ทำตามที่ตัวเองแต่งหลังจากที่นั่งคิดสักพักแล้วนั้น

"เอาล่ะงั้นกินข้าวให้อิ่มท้องก่อนแล้วค่อยออกจากโรงเตี๊ยมก็แล้วกันกลับไปหาพวกของท่านเหวินหยวนด้วย"

พร้อมกันตนเองนั้นฟาดอาหารของที่ยกมานั้นจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่นานนักก่อนจะเอาถาดอาหารลงไปวางไว้ที่ชั้นล่างก่อนจะเตรียมตัวที่จะออกจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้ โดยก่อนที่ตนเองนั้นจะก้าวเท้าออกไปตนเองก็ไปสะดุดตาก็แผ่นป้ายประกาศผู้ชนะของการประกวดเมื่อคืนนี้ก่อนจะยิ้มออกมา

"กลอนของแม่นางผู้นั้นอย่างนั้นหรอที่ชนะอ่า ช่างสมกับเป็นผู้ชนะจริงๆ กลอนของแม่นางนั้นกินใจจริงๆ หืมข้าก็ได้รางวัลชมเชยอย่างงั้นหรอนี้ ฮ่าๆขอบคุณท่านเถ้าแก่มากที่ให้ค่าอาหารขนาดนี้ หืม ทำไมรูปภาพนั้นเหมือนคุ้นๆจากที่ไหนนะ หรือว่าจะเป็นแม่นางผู้รักเด็กคนนั้น? แต่ว่าเราก็ยังไม่มีหลักฐานว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ถ้ายังไงเราค่อยไปหานางแล้วก็ค่อยถามก็ยังไม่สายไปเอาล่ะไปรับรางวัลก่อนดีกว่าแบบนั้น"

ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะเข้าไปรับรางวัลการประกวดกับผู้ดูแลโรงเตี้ยมแทนเถ้าแก่แต่ว่าตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไงอนาคตในวันข้างหน้านั้น


"เรื่องการเมืองในราชสำนักมันชักจะมีเรื่องราวมากขึ้นเรี่อยๆจริงๆ แบบนี้ข้าคงจะต้องเริ่มลงมือทำอะไรบ้างแล้วหรือเปล่าวนะ? ถ้ายังรอคอยท่านอาจารย์แบบนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้ผล ข้าควรที่จะเริ่มต้นในสิ่งที่ข้าเชื่อมั่นดีไหมน่ะ ยังไม่รวมถึงที่ว่าตอนนี้ลั่วอยางก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไปของคนที่เกี่ยวข้อง เพราะตอนนี้ดูท่าคงจะมีแต่เรื่องราวที่ยุ่งเหยิงอย่างแน่นอน ข้าควรจะกลับไปที่หมู่บ้านซีตี้เพื่อที่จะตั้งหลักดีไหมนะแบบนี้?เอาล่ะเดี่ยวค่อยคิดไปด้วยระหว่างการเดินทางไปหาพวกนั้นก็แล้วกันว่าจะทำยังไงต่อไปกันดี"


ก่อนที่จีเทียนเต๋านั้นจะควบม้าออกจากโรงเตี๊ยมนี้ทันที


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-11-1 21:27:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-11-2 02:21:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-2 02:22

      
⌜116⌟
        
บทที่ 19
งานเลี้ยงหน้ากาก
ฉากที่ 6
                    
          ก๊อก ๆ ๆ…
         
          เสียงเคาะประตูห้องในตอนเช้าเป็นสิ่งปลุกให้เด็กสาวได้ตื่นนอน ดวงตาค่อย ๆ เปิดปรือขึ้นมาตามด้วยอาการปวดทั้งหัวปวดทั้งตัวแถมยังรู้สึกมีไข้ตัวรุม ๆ
         
          ‘เมื่อคืน.. เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?’
         
          ก๊อก ๆ ๆ…
         
          “เจ้าค่ะ รอสักครู่นะเจ้าคะ”
         
          เสียงเคาะประตูเร่งเร้าให้เด็กสาวลุกขึ้นคนมาปลุกคงเป็นตงฮั่วหรือไม่ก็บัณฑิตเหลียง แต่การจะขยับตัวออกจากผ้านวมที่ม้วนตัวเป็นเกี๊ยวกุ้งช่างยากลำบากแท้ เมื่อคืนนี้นางนอนดิ้นเสียจนตัวม้วนไปกับผ้านวมขนาดนี้เลยหรือ อย่างกับมีใครจับนางยัดเอาไว้แบบนี้แน่ะ และเมื่อแกะผ้านวมออกได้เสื้อผ้าน้อยชิ้นก็หล่นหลุดไปกองลงกับพื้น…
         
          ‘กรี๊ดดดด!!!’
         
          เด็กสาวกรีดร้องในใจแต่ไม่ได้กรี๊ดออกมาจริง ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อคืนใส่เสื้อผ้าถอดง่ายแบบนี้เดินไปเดินมาโทง ๆ อยู่ในงานได้อย่างไร ชาตินี้ทั้งชาตินางไม่ขอสวมใส่ชุดสตรีโรมันแบบนี้อีกแล้ว นางรีบคว้าเสื้อคลุมในกระเป๋าสัมภาระออกมาห่อตัวเองอย่างเร่งรีบก่อนจะเปิดประตูต้อนรับคนที่มาปลุก
         
          “สวัสดีขอรับ อาหารเช้ามาแล้ว”
         
          ทว่าคนที่มาเคาะห้องกลับไม่ใช่สหายหนุ่มทั้งสองของนางแต่เป็นเสี่ยวเอ้อห์โรงเตี๊ยมชิงหมิง เขายกถาดอาหารเข้ามาด้านใน
         
          “อะ.. เอ่อ… อรุณสวัสดิ์นะเจ้าคะ”
         
          เป็นแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันไม่คิดว่าจะมีบริการอาหารเช้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย ด้วยบริการประทับใจเช่นนี้เด็กสาวก็อดไม่ได้เลยที่จะให้เงินเป็นค่าธรรมเนียมไม่รู้ว่าติดนิสัยเป็นพวกชอบจ่ายไปตั้งแต่เมื่อไร
         
          “ขอบพระคุณขอรับ ส่วนนี่เงินขวัญถุงจากเถ้าแก่มอบให้ท่านก่อนกลับขอรับ”
         
          “หือ? อะ..เอ่อ ขอบคุณเจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่รับถุงเงินมาอย่างงง ๆ ไฉนเลยถึงมีเงินแจกอีก แล้วนางต้องให้ทิปไปอีกหรือไม่นะ แต่ในระหว่างที่นางมัวแต่คิดเสี่ยวเอ้อห์ก็โค้งหัวขอตัวออกไปแล้ว
         
          “....”
         
          ตื่นนอนยังไม่ทันจะเช็ดขี้ตา หัวก็ยังมึน เฟินเยว่ยังงงอยู่กับทุกสิ่ง เด็กสาวจึงนั่งเอ๋ออยู่ที่โต๊ะหน้าอาหารเช้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะเปิดถุงเงินที่เถ้าแก่หลิวให้มาออกมานับ ได้เงินขวัญถุงกลับมาตั้งสามสิบห้าตำลึงทองกับหนึ่งหมื่นอีแปะเชียวแหล่ะ จำนวนเงินที่มากมายทำให้สาวน้อยตื่นเต็มตาทว่ายังไม่หายจากความงุนงง
         
          บางทีอาหารตรงหน้าอาจจะช่วยทำให้หัวสมองอันตื้อตันคิดอะไรออกก็ได้ นางจึงลงมือทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย และเมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็จะต้มชาดื่มทว่ากลับเห็นถ้วยชาหนึ่งถ้วยตั้งเอาไว้อยู่
         
          ‘เมื่อคืนชงชาดื่มด้วยหรือ ไม่เห็นจะจำได้เลย..’
         
          สาวน้อยพยายามไม่คิดอะไรมาก ต้องเป็นนางนั่นแหล่ะที่ชงชา มิฉะนั้นแล้วใครจะชง ในกามีใบชาเจียวกู่หลานเหลืออยู่ แค่เติมน้ำเข้าไปต้มอีกหน่อยก็ดื่มได้ทันที ทว่าเมื่อยกถ้วยชาออกมากลับเห็นว่าสีชาดบนริมฝีปากประทับติดลงไปบนปากถ้วยกระเบื้องเคลือบทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีร่อยรอยอะไรนอกจากคราบน้ำชา มิหนำซ้ำเป็นตำแหน่งเดียวกันกับรอยน้ำชาเก่าอีกต่างหาก
         
          ‘ระ.. หรือว่าเมื่อคืนนี้ข้าไม่ได้ชงชาดื่มเองอย่างนั้นหรือ’
         

          เฟินเยว่เกิดอาการเลิกลั่ก ถ้าไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใคร จะว่าเป็นถ้วยชาที่ลูกค้าคนก่อนทิ้งเอาไว้แล้วเสี่ยวเอ้อห์ไม่ได้ทำความสะอาดก็ไม่น่าจะใช่ โรงเตี๊ยมชิงหมิงบริการดีเช่นนี้มีหรือจะปล่อยปละละเลยกับเรื่องพื้นฐานที่สุด ความจริงจึงมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือสหายเป็นคนพานางมาส่งที่ห้องนอนอย่างแน่นอน
         
          ‘จริงด้วย สัมภาระเราเอามาแค่กระเป๋าใบเล็กนี่นา แล้วหากว่ากลับมาเองล่ะก็ไม่น่าจะมีประเป๋าเสื้อผ้าอยู่ในห้องได้’
         
          กระนั้นเฟินเยว่ก็มีสหายอยู่สองคน เขาคนนั้นจะคือใครกันนะ เด็กสาวหรี่ตามองที่ถ้วยชาและกาน้ำมีใบชาร่วงโรยอยู่บนโต๊ะ หากเป็นเหลียงต้าซิ่นที่เป็นคนพิถีพิถันไม่น่าจะทิ้งร่องรอยดังกล่าวไว้ เขาน่าจะทำความสะอาดใบชาเหล่านั้นไม่ให้ไม่ให้ทิ้งรอยหลงเหลือ ถ้วยชาก็เหมือนกันมันถูกวางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะโดยปราศจากการคว่ำเก็บอย่างดีแสดงถึงว่าผู้ที่ดื่มมันก่อนหน้าดื่มเสร็จแล้วก็รีบร้อนจากไป ดังนั้นคนที่อยู่กับนางเมื่อคืนต้องเป็นตงฮั่วอย่างไม่ต้องสงสัย
         
          ปลายนิ้วเรียวลูบบนรอยสีชาดที่ติดบนถ้วยชาซ้ำกับรอยของผู้ดื่มเมื่อคืนพวงแก้มที่ขึ้นฝ้าก็พลันแต้มด้วยสีจางด้วยความเขินอาย
         
          ‘แบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการจูบทางอ้อมหรือเปล่านะ… อ๊ายยย ไม่คิดแบบนั้นสิเยว่เอ๋อร์คนบ้า!’
         
          สาวน้อยยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมแก้มแล้วบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย แต่สั่นหัวมากไปหน่อยจึงรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาจนต้องอยู่เฉย ๆ ด้วยไม่อยากคายอาหารเช้าที่เพิ่งรับประทานเข้าไป
         
           สายโด่งป่านนี้แล้วควรจะรีบแต่งตัวแล้วไปสมทบกับสหาย ด้วยความหรูหราของโรงเตี๊ยมชั้นยอดจึงมีห้องน้ำอยู่ในห้องไม่ต้องใช้รวมปะปนกับผู้ใดช่างดีจริง ๆ ทว่าเมื่อส่องกระจกเด็กสาวก็ต้องสะพรึงเพราะว่าใบหน้าที่แต้มเครื่องสำอางจนสวยสดเมื่อคืนกับยับเยินเลอะเทอะไปหมดได้คราบน้ำตา คงเป็นคราวที่ร้องไห้ตอนดูละครเวทีฉากลาโลกไปโดยสมัครใจของคู่รักที่ไม่ใช่พระเอกแต่เป็นสุภาพบุรุษยิ่งกว่าพระเอกอย่างเซี่ยงอวี่และหยูจี
         
          ‘แบบนี้ไม่ต้องใส่หน้ากากยังเนียนแต่งเป็นผีได้เลยนะเนี่ย...’
         
          เด็กสาวจ้องมองสารรูปอันดูไม่ได้ของตัวเองในกระจกอยู่พักใหญ่ก่อนจะยิ้มแห้งออกมา
         
          ‘อ๊า แล้วแบบนี้ก็ถูกตงฮั่วเห็นสภาพนี้ไปแล้วสิ’
         
          เฟินเยว่ไม่ใช่สาวงามเป็นทุนเดิมยิ่งหน้ายับเยินยิ่งแล้วไปใหญ่ เห็นทีว่าอาจจะถูกบุรุษที่หมายปองเมินเฉยใส่แล้วกระมัง คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่ไม่เป็นไร อย่างไรเสียก็จะไม่เสียใจหากว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเลือกนาง ขอแค่ได้เป็นสหายที่ดีต่อกันก็เพียงพอแล้ว ว่าไปก็นึกถึงตำนานสระบัวเชาเฟินเยว่ที่บ้านเกิด หญิงสาวนามเฟินเยว่หลงรักนายน้อยเชาจากตระกูลดังละแวกนั้น แต่เป็นรักข้างเดียวที่ไม่สมหวัง อนาคตนางคงเป็นอย่างแม่นางเฟินเยว่คนนั้น คงต้องทำใจยืนส่งตงฮั่วเข้าประตูวิวาห์กับสตรีที่เขาหมายปอง
         
          “เฮ้อ.. ชื่อต้องคำสาป”
         
          สาวน้อยถอนหายใจออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะล้างหน้าล้างตาแต่งตัวทำผมใหม่ สลัดคราบสาวโรมันสุดแซ่บกลายเป็นเด็กสาวผมเปียในชุดชาวบ้านสีเข้มตามเดิม จะหลงเหลือความเป็นสตรีโรมันหมายเลขสามสิบสี่เอาไว้ก็มีแค่เพียงสีแดงที่ปลายเล็บ เมื่อจัดการตนเองเสร็จเรียบร้อยก็กระเตงสัมภาระขึ้นหลังแล้วไปเคาะห้องสหายเพื่อไปสมทบแล้วลงไปด้านล่าง
         
.
.
.
                    
          “แม่นางซุนเฟินเยว่หมายเลขสามสิบสี่ใช่หรือไม่ขอรับ แม่นางได้รับรางวัลประกวดภาพวาดเอกลักษณ์ค่ำคืนผีหรรษาแบบฉบับต้าฮั่นด้วยนะขอรับ ก่อนออกจากโรงเตี๊ยมอย่าลืมไปรับรางวัลที่ผู้ดูแลเจานะขอรับ”
         
          เสี่ยวเอ้อห์ประจำโต๊ะประชาสัมพันธ์เช่าห้องพักเอ่ยแจ้งแก่สาวน้อยตอนที่คืนกุญแจห้องพักทั้งสองห้อง ทำเอาเฟินเยว่งุนงงยิ่งกว่าเดิมอนึ่งภาพวาดชุ่ย ๆ นั้นได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยหรือ? หรือเพราะว่ามีผู้เข้าประกวดเพียงคนเดียวนางจึงได้รับรางวัลนั้นกันแน่ แต่ก็จำเป็นต้องตอบรับไปก่อน
         
          “ขอบคุณที่แจ้งข่าวนะเจ้าคะ”
         
          เมื่อคืนกุญแจเสร็จเรียบร้อยเด็กสาวก็เดินออกมา
         
          “เยี่ยมไปเลยนี่ ข้าไม่รู้เลยนะว่าเจ้าจะวาดรูปเก่งจนได้รับรางวัล แถมเงินรางวัลก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลยด้วย อยากเห็นเสียแล้วว่าภาพวาดของเจ้างดงามเพียงไหน”
         
          ต้าซิ่นเอ่ยชมเปราะ ท่าทางของบัณฑิตหนุ่มดูตื่นเต้นดีใจกว่าเด็กสาวผู้ชนะรางวัลเป็นไหน ๆ
         
          “เอ่อ… อันที่จริงข้าเองก็งงเหมือนกันเจ้าค่ะ ไม่คิดว่าภาพวาดของตัวเองจะได้รับรางวัลได้ มากสุดก็แค่รางวัลปลอบใจ.. อะไรทำนองนั้นน่ะเจ้าค่ะ”
         
          “ถ่อมตนอีกแล้ว ข้าไม่เชื่อหรอก เจ้าน่ะเป็นอัจฉริยะหัวไวขนาดนั้น ผลงานย่อมดีเลิศอยู่แล้ว”
         
          “อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ขอบพระคุณนะเจ้าคะคุณชายเหลียง”
         
          สาวน้อยยิ้มแห้งให้สหายบัณฑิตก่อนจะเหลือบสายตาไปมองสบตงฮั่ว แต่เพียงแค่สายตาปะทะกันอีกฝ่ายก็รีบเมินหน้าหนีไปทางอื่นอย่างจงใจโดยไร้ซึ้งคำชมใด ๆ หลุดออกจากปากสหายหนุ่ม เพียงเท่านั้นความปวดแปลบก็แล่นเข้ากลางอก ใบหน้าชาเหมือนได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บ ๆ ในหัว
                    
          “อา.. เช่นนั้นข้าขอตัวไปรับรางวัลก่อนนะเจ้าคะ”
         
          เฟินเยว่รีบปลีกตัวออกไปหาผู้ดูแลโรงเตี๊ยม ยามเมื่อเดินรู้สึกตัวเบา ๆ ลอย ๆ พื้นที่ยืนหยัดอยู่ก็ยวบยาบแปลก ๆ หรือว่านี่คืออาการของคนเสียสูญกันนะ ตอนที่ลั่วหยางก็คงไม่ต่างทว่าตอนนี้นางยังคุมสติได้ดีกว่าคงเพราะทำใจมาแล้วด้วยส่วนหนึ่ง
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านคือผู้ดูแลเจาใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าซุนเฟินเยว่ ผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงหมายเลขสามสิบสี่เจ้าค่ะ เห็นว่า.. ข้าชนะการประกวดวาดภาพหรือเจ้าคะ”
         
          “สวัสดีขอรับ ข้า เจา ซี ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมแทนเถ้าแก่หลิวจื่อเค่อขอรับ ยินดีด้วยนะขอรับ ภาพวาดของแม่นางได้รับคำชื่นชมจากบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของลูกหลานซ้ำข้อความยังโดนใจใครหลาย ๆ คนในงานเลี้ยงขอรับ เถ้าแก่หลิวฝากรางวัลเอาไว้เป็นเงินรางวัลหกร้อยตำลึงทองและพู่กันเหวิ่นเซ่าขอรับ กรุณาลงลายมือรับรางวัลตรงนี้ด้วยขอรับ”
         
          “ขอบพระคุณนะเจ้าคะ”
         
          เด็กสาวลงชื่อรับของรางวัลในหัวก็พลันคิด
         
          ‘หกร้อยตำลึงทอง… เถ้าแก่หลิวนี่ต้องร่ำรวยขนาดไหนกันนะ’
         
          จากนั้นเด็กสาวก็รับรางวัลทั้งหมดมารวมทั้งพู่กันอันบักเอ้บมาด้วยโดยไม่รู้ว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร แต่ดู ๆ ไปรูปทรงมันก็สูงยาวเอาไว้ปัดหยากไย่บนเพดานได้พอดี
         
          เมื่อเสร็จธุระจากโรงเตี๊ยมชิงหมิงก็ออกเดินทางต่อไปซีเหอเพื่อรับจดหมายจากพี่ชายที่น่าจะมีรายงานส่งถึงเถ้าแก่หวังเย่าตามแผนกำหนดการเดิม….

   

รับเงินขวัญถุง และ รับรางวัลชนะการประกวดวาดภาพฯ
ให้ทิปเสี่ยวเอ้อห์ที่นำอาหารมาเสิร์ฟตอนเช้า 10 ตำลึงเงิน




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-3 23:21:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-4 23:55


-ทำงานพาร์ทไทม์-
-สานสัมพันธ์-
บุคคลปริศนา
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

             เสมือนไก่ได้พลอยวานรได้แก้ว เมื่อมีทรัพยากรจำนวนมากอยุ่กับตัวจะดีจะชั่วก็ควรใช้ให้ถูกทาง โม่เสวียนคิดอ่านอยู่ในศาลเจ้าร้างกว่าค่อนวัน เขาควรจะนำของเหล่านี้ไปเก็บไว้ยังสถานีท่ปลอดภัยก่อน ในเมื่อมีคำกล่าวที่ว่าผิดที่ครอบครองของล้ำค่า.. ดีไม่ดีของเหล่านี้อาจนำภัยมาสู่ตนในยุคที่บ้านเมืองวุ่นวาย

             ร่างสูงเลือกเอาของกินอย่างหมั่นโถวและเสบียงบางส่วนไปแลกเปลี่ยนเป้นตั๋ว ส่วนชุดเกราะกับของบางอย่างที่เดาไม่ออกว่ามันคืออะไรนั้นเขายังเก็บใส่หีบเอาไว้ บัณฑิตหนุ่มเลือกว่าจ้างเกวียนเก่าคันหนึ่งไม่เป็นที่สะดุดตาออกเดินทางไปยังด่านทางตะวันออกเพื่อหาลู่ทางเก็บในที่ปลอดภัย

             ในเมืองลั่วหยางเต็มไปด้วยหูตามากมาย แม้ตัวเขามีสภาพไม่ต่างจากบัณฑิตไร้ชื่อในเมืองหลวง คุณชายตกยากก็ยังนับว่าเป็นคุณชายเงินจำนวนนึงจึงถูกนำมาซื้อหาอาภรณ์เนื้อดีเลือกสีสันและรุปแบบที่ธรรมดาสักหน่อยไม่ให้ล่อตาโจร

             ตบตาผู้อื่นก็นับได้ว่าเป็นกลอุบายประเภทหนึ่ง ยุคสมัยเช่นนี้ตรงไปตรงมามักตายไว

             เมื่อล่วงเข้าถึงโรงเตี้ยมจุดพักของนักเดินทางโม่เสวียนยังคงไม่ลืมที่จะเข้าไปเสาะหางานชั่วคราวทำ เก้บสั่งสมรายได้เล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องรอง ที่เขาต้องการคือข่าวสารต่างหาก

             “เชิญด้านในก่อนขอรับท่านนักเดินทาง เรามีทั้งน้ำอุ่น สุราอาหารไว้บริการทุกท่านให้สบายเหมือนอยู่บ้าน”

             ยามรับหน้าที่จากผู้ดูแลเป็นเสี่ยวเอ้อร์คอยเชิญชวนแขกอยู่นั้น ลำพังการยกอาหารขึ้นโต๊ะกล่าวถ้อยคำที่ไพเราะหวานหูนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดิมทีโม่เสวียนคิดว่าหนึ่งวันคงจบลงอย่างน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้จนกระทั่งได้ยินเสียงตบโต๊ะดังลั่นจากชั้นสอง

             “เพ้ย!! ชาติสุนัขกินกะลาหัวเจ้าสิ เหล่าเตี่ยจะเอาเลือดเจ้ามาละเลงแกล้มสุราวันนี้ใครจะทำไม!!”

             ‘โอ้ ดุเดือดแท้หนอ.. เกิดอะไรขึ้นกันล่ะนี่’ ความสนใของคนชุดครามมุ่งไปยังเจ้าของเสียงเป็นบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งกำลังถกเถียงกับพ่อค้าอ้วนพลุ้ยที่บัดนี้ถูกเขากระชากคอเสื้อจนเสียหลักล้มลงบนโต๊ะ

             คนตีกันแหละ.. น่าสนุก ตนเองเตรียมไปยืนชมอยู่ด้านข้างแล้วเชียวถ้าไม่ติดว่าหลงจุ้ประจำโรงเตี้ยมมีสีหน้าทะมึนลง น่าสงสาร.. ข้าวของพังก็คงต้องซื้อใหม่ครุ่นคิดอยุ่สักพักจึงขึ้นไปห้ามปราม

             “พี่ชายท่านนี้เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ พอจะเล่าให้พวกเราฟังได้หรือไม่ หากว่าท่านได้รับความอยุติธรรมใดข้าย่อมช่วยท่านทวงคืนความชอบธรรม”

             เด็กหน้ามนนี่มาจากไหน? จ้าวอู๋ซวี่ขมวดคิ้วหากทว่าเห็นแก่รอยยิ้มซื่อเดียงสาเขายังคงตอบคำ ในมือแกร่งไม่ยอมปล่อยหมูตอนตัวนี้ “ถามมันสิว่าคิดจะจ้างวานข้าผู้นี้ไปทำเรื่องอัปปรีย์.. ช่างกล้านัก ข้าจ้าวเจี้ยนเหรินขอประกาศตรงนี้!! ใครกล้าดูหมิ่นตัวข้าด้วยของต่ำช้า ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!!”
             ที่แท้บุรุษคิ้วดาบตรงหน้าก็เป็นผู้ยึดมั่นในคุณธรรมผู้หนึ่ง โม่เสวียนลองสอบถามจนได้ความแล้วว่าพ่อค้าหมูตอนตรงหน้ากำลังหาคนไปคุ้มกันคบวนค้าทาสให้เขา ได้ยืนชื่อเสียงของท่านจ้าวที่กำลังจะเชือดเขาว่าฝีมือดีกล้าแกร่งจึงคิดจะมาจ้างวาน

             รนหาที่จริงๆ ชายหนุ่มหน้ามนไว้อาลัยอีกฝ่ายด้วยการตั้งสุราหนึ่งไห

             “ท่านผู้กล้าโปรดลดโทสะลงก่อน เป็นเพระาเขาเลื่อมใสในความเก่งกาจของท่านจึงได้เกิดความคิดอันไม่ควรขึ้นมา.. ว่ากันว่าวาสนาเหตุะตาไม่อาจฝืนบังคับ หากท่านยอมปล่อยเขาผู้น้องจะขอมอบสุรานี้ดับความขุ่นเคือง”

             เดิมทีก็ไมไ่ด้อยากจะช่วยนัก แต่หากเกิดเหตุวิวาทขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าทางโรงเตี้ยมคงลำบากหาโต๊ะเก้าอี้ใหม่ ดีว่าผู้กล้าตรงหน้าพอจะมีเหตุผลอยุ่บ้าง เห้นเขามอบสลับระหว่างใบหน้าตนกับไหสะรา สะบัดหมุตอนตัวนั้นออกแล้วคว้าไหเดินดุ่มๆ กลับที่ไปก็ค่อยโล่งอกหายใจหายคอสะดวก..         

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ

(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+7 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(จ้าวอู๋ซวี่ 221)
+35 มอบสุรา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
(เลื่อมใสศรัทธา)
+35 ชื่นชอบนิสัยทะเยอทะยาน
+ 20 ธาตุเกื้อหนุน (ดิน หนุน ทอง)
+5 พูดคุยรายวัน

+17
+62
+ 110

+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
  • 10 ความโหดหัวดีพบคนหัวคลั่ง

@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-4 23:57:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-5 03:11

-ทำงานพาร์ทไทม์-
-สานสัมพันธ์-
ทักทายยามค่ำ
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
             โม่เสวียนรับงานเพิ่มในโรงเตี้ยมเมื่อเขาพบว่าเถ้าแก่ยังขาดเสมียนช่วยตรวจสอบบัญชี สตรีในคราบชายหนุ่มตามประทีปนั่งกุมพู่กันตลอดช่วงกลางวันจนสายตาล้าไปหมด เขาเรรียนรุ้วิธีการคุมรายจ่ายในกิจการผ่านทักษะบริหารของผู้ดูแลโรงเตี้ยม ตัวเลขสองแถวไม่ได้เป็นแค่รายรับรายจ่ายหากแต่หมายรวมไปถึงความอยุ่รอดของกิจการ
             “...หักข้าวสารสามโต่ว เนื้ออาชา.. หืม ที่นี่มีขายเนื้ออาชาด้วยสินะ” เนตรคู่ครามกระพริบปริบๆ ดีดลูกคิดหลักสิบขึ้นลงแล้วจดบันทึก ยามทำงานเขาตั้งใจและจดจ่อสมาธิเสียจนลืมไปว่ากาน้ำชานั้นเย็นชืดไปนานปล้ว
             “เสี่ยวเสิ่น เจ้าได้กินอะไรรึยัง? หลงจู้ให้เอาจานนี้มาฝากบอกว่าเจ้าควรไปพักบ้างนะ” ผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องคือผู้ช่วยในครัว เขาไม่เห็นอีกฝ่ายตลอดครึ่งวันพอมีคนไปรายงานว่าเด็กใหม่ไม่ยอมแตะอาหารเอาแต่ทำบัญชี ความโอบอ้อมอารีของหลงจู้ก็ปรากฎสั่งให้คนเอาซุปเยื่อไผ่ที่เคี่ยวร้อนๆ มาให้เขาหนึ่งชามเป็นข้ออ้างหยุดทำงาน
             “โอ้ ข้าลืมเวลาไปเลย.. หลงจู้มีน้ำใจจริงๆ ขอบคุณนะพี่ซุน”
             โม่เสวียนเงยหน้าขึ้นจากกองบัยชีส่งรอยยิ้มกระจ่าง ล่วงเข้ายามเย็นเขายกเอาชามน้ำแกงและข้าวไปนั่งกินที่ชั้นสอง ตะเกียบคนๆ ลงไปในน้ำแกงไม่นานนักก็เหลือบไปเห็นผู้กล้าจ้าวเดินเข้ามายังโต๊ะตัวเดิมกับเมื่อวานพอดี
             คงเพราะถูกชะตากับอีกฝ่ายในความตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าทำ โม่เสวียนคว้าไหสุราในห่อแล้วมุ่งตรงไปหาอีกฝ่าย “จ้าวเกอ? ท่านมาแล้วหรือ จะถือสารึไม่หากผู้น้องขอนั่งด้วยคน?”
             “หืม..?” จ้าวอู๋ซวี่เหลือบไปมองเห้นเจ้าเด็กหนุ่มหน้ามนในชุดครามคนเดียวกับเมื่อวานก็พยักหน้าให้ แม้เขายังคงวางหน้าตายหากทว่าในแววตายังแฝงความเป็นมิตรขึ้นกว่าเดิม “เอาสิ โต๊ะตัวนี้ข้าไมไ่ด้เป็นเจ้าของ อยากจะจับจองตรงไหนก็เชิญ”
             “มิผิดๆ หากแต่ผู้มาก่อนคือท่าน ได้ร่วมโต๊ะกับผู้กล้านับเป็นเกียรติ”
             โม่เสวียนนั้นรุ้งานยิ่งจัดแจงตนเองนั่งลงยังฝัง่ตรงข้าม แบ่งน้ำแกงให้เขาอีกถ้วย อีกฝ่ายคงไม่ชอบการพูดให้มากความตามประสาบุรุษเน้นทำมากว่าพูด ในหัวคิดแผนในการดึงความสนใจจากอีกฝ่ายจึงมอบสุราในมือให้แล้วชวนสนทนาในเรื่องราวทั่วไป “เย็นนี้ในโรงเตี้ยมแขกไม่ค่อยแน่น โชคดีสำหรับข้าได้หยุดพักเสียที”
             “เสิ่นตี้.. ดูลักษณะเจ้าไม่คล้ายชาวบ้านสามัญ กิริยามารยาทค่อนไปทางคุณชายสักตระกูล บ้านเจ้าขาดแคลนกำลังทรัพย์หรือ ถึงมาเป็นคนงานในดรงเตี้ยม?”
             “อยู่ว่างๆ ออกจะน่าเบื่อไปบ้างออกมาหาประสบการณ์จนได้พบเรื่องราวมากมาย” จะบอกเขาได้ยังไงเล่าว่าตนโดนขอทานปล้นตอนหลับจนทรัพย์จาง!   
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+7 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(จ้าวอู๋ซวี่ 221)
(หูดี)
+35 มอบสุรา
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
(เลื่อมใสศรัทธา)
+35 ชื่นชอบนิสัยทะเยอทะยาน
+ 20 ธาตุเกื้อหนุน (ดิน หนุน ทอง)
+5 พูดคุยรายวัน
+17
+62
+110
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
+10 ความโหดหัวดีพบคนหัวคลั่ง

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-5 18:15:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-5 18:19

-ทำงานพาร์ทไทม์-
-สานสัมพันธ์-
เซียงหยางแมน
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

            แว่วเสียงขับลำนำของนักเดินทางในโถงกว้าง โรงเตี้ยมชางลั่งถิงยามนี้ยังคงมีแขกเหรื่อแน่นขนัดเหล่าหลงจู้และเสี่ยวเอ้อร์แบกถาดอาหารต้อนรับลูกค้าด้วยไมตรี มองดูผิวเผินคล้ายว่าด้านนอกไม่มีกลุ่มโจรรึสงคามที่กำลังระอุ ความสงบสุขเช่นนี้หาได้ก็เพียงพื้นที่ใกล้นครหลวงเท่านั้น

            โม่เสวียนตื่นแต่เช้าตรู่เขายังคงนำอาภรณ์ครามตัวเก่าขึ้นมาสวมรวบผมครอบกวานผ้าเรียบๆ เบื้องหน้ากระจกทองแดงพลันปรากฎหนุ่มน้อยหน้ามนคิ้วตาประกายผู้หนึ่งขึ้นมา ปลายนิ้วเล็กขาวผ่องเอื้อมแตะลงบนเงาของตนมุมปากยกเป็นรอยยิ้มขื่นๆ

            ดูผิวเผินแทบไม่ต่างจากบุรุษ… สิ่งใดที่นางเคยเป็นล้วนถูกกดทับด้วยความคาดหวังของบิดามารดา

            เขาเก็บของลงจากชั้นรับรองเพื่อไปทำงานชำระบัญชีต่อ เป็นอีกวันที่โม่เสวียนขยันขันแข็งเด็กหนุ่มสานสัมพันธ์อันดีกับเหล่าผู้ดูแลครัวและหลงจู้ใหญ่ประจำโรงเตี้ยมด้วยการขอเรียนรู้กลเม็ดวิธีการรับรองแขก งานบริการปากพูดว่าทำด้วยใจตัวเงินนั้นเป้นเรื่องรองหากว่าแขกของท่านได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุด คราวหน้าพวกเขาย่อมคิดที่จะมายังโรงเตี้ยมของท่านในหนต่อๆ ไป

            หลักการผูกใจลูกค้าประจำเช่นนี้ โม่เสวียนครุ่นคิดว่ามันอาจใช้ทำการใหญ่ได้ในอนาคต เขาลองวาดแผนไว้ว่าตนสามารถเชื้อเชิญผู้มีความสามารถผ่านกรบริการประหนึ่งโรงเตี้ยม ให้พวกเขากินเป้นสุข นอนเป็นสุข นั่นใยมิใช่กุศโลบายอันแยบยล??

            “เกลือหนึ่งร้อยชั่ง.. ราคาสูงยิ่ง เพียงพอให้ซื้อข้าวฟ่างได้ถึงร้อยเกวียน อื้ม.. เนื้อสัตว์กลายเป้นของฟุ่มเฟือยสินะ”

            “ใบชาหนึ่งชั่ง.. พันตำลึงเชียวหรือ?? อ่า ที่นี่ต่างจากแหล่งผลิตอย่างเจียงหนาน ราคานับว่าสมเหตุสมผล”

            ระหว่างเขานั่งจังระเบียบบัญชีอยู่ในห้องเสมียนเขียนรายการที่สำคัญของโรงเตี้ยมก็พบว่าส่วนใหญ่เม็ดเงินนั้นหมดไปกับค่าขนส่งวัตถุดิบมากกว่าค่าแรงคนงานรวมกัน ยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้การมีเรือกสวนไร่นาบริหารเองดูจะเป็นทางออกที่ไม่เลว

            หรือจะลองซื้อคนด้วยใจ.. ข้อนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายสมถะหรือมีนิสัยเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ยกตัวอย่างเช่นพี่ชายจ้าว รายนั้นเมินเฉยต่อเงินทองของล้ำค่าแม้แต่งานจ้างของพ่อค้าจะจ่ายให้มากถึงร้อยจำลึงทองผลก็ออกมาอย่างที่เห็น

            ทำงานในส่วนของวันนี้เสร็จเด็กหนุ่มร่างเล็กเปลี่ยนเป้าหมายตั้งใจจะลงไปดูสักหน่อยว่าแขกขาประจำที่ชั้นสองมาถึงหรือยัง เขาเตรียมข้ามกลางวันเป็นหมูหมักซอสเปรี้ยวหวานและไก่ผัดถั่วลิสงเอาไว้แล้ว เพียงเดินขึ้นบนใดก็เห็นร่างในเสื้อคลุมสีหม่นเป็นชายหนุ่มผู้องอาจคนเดิมกำลังนั่งพาดขาไว้กับโต๊ะฟังการบรรเลงที่ด้านล่าง

            “ที่แท้จ้าวเกอมีใจนิยมในดนตรี คงไม่รังเกียจถ้าข้าจะนำกับแกล้มกับสุรามาเพิ่มอรรถรสให้ท่านด้วย” บัณฑิตหน้ามนเอ่ยทักทายเขา นำสุราดอกท้อกลิ่นหอมจรุงใจขึ้นมาอย่างไม่คิดเสียดาย ด้านข้างกันคือไก่คั่วถั่วลิสงรสเข้มข้น

            “เสิ่นตี้มาแล้วหรือ? อื่ม.. วันนี้ลงมาเร็วดี ฟังสินี่คือบทเพลงลือชื่อของเจียงหนาน ‘สาวซักผ้า’ เจ้าเป็นคนแถบนั้นคงจะคุ้นหูอยู่บ้าง” จ้าวอู๋ซวี่ยามยิ้มเส้นสายของอารมณ์บนใบหน้าดูอ่อนโยนขึ้นชวนให้สนิทชิดใกล้ เขาเชิญอีกฝ่ายลงนั่งเปิดผนึกไหสุราแล้วมืองมือขาวราวหิมะของเสิ่นตี้จิงรินใส่จอกของทั้งสองเพลินตา

            "วันนี้เป็นสุราดอกท้อทานแกล้มถั่วลิสงรสคงเข้ากันดี"

            โม่เสวียนรินสุราเสร็จก็เงี่ยหูฟังจับท่วงทำนองพบว่าเป็นจริงดังที่คุ่สนทนาบอก ริมฝีปากหยักมุมยิ้มตาม “ทุบผ้าริมน้ำ รอคอยคนในใจกลับมา ทุบหนึ่งคราคะนึงหาหนึ่งครา จากสุขสันต์ก็แฝงด้วยการเฝ้ารอทุกเช้าค่ำ หืม.. จ้าวเกอท่านมีอะไร ทำไมจ้องข้าแบบนั้น”

            “ผิวของเจ้าราวกับไม่เคยออกแดด เนียนเหมือนหยกเหอเถียนชิ้นนั้นที่ท่านแม่ข้าเก็บไว้อย่างดี”

            เพราะถูกถามกระทันหันเผลอกล่าวออกมาก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าสำหรับบุรุษแล้วการชื่นชมรูปลักษณ์อันอ่อนช้อยสำหรับบางรายยังนับว่าดูหมื่น ชายหนุ่มจึงรีบกล่าวขอโทษแล้วเก็บสายตากลับ “ข้าพูดไปเรื่อยเปื่อย เสิ่นตี้อย่าถือสา”

            ไหล่ของโม่เสวียนขยับเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องขบขัน เสียงของบัณฑิตหนุ่มกระจ่างราวกับกระดิ่งเงินชวนให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย คนชุครามยื่นมือเรียวนั้นไปตรงหน้าอีกฝ่าย

            “คิก… นึกว่าเรื่องอะไรเสียอีก จ้าวเกอท่านอยากจับดูรึไม่ว่ามือข้ากับหยกเหอเถียนอย่างไหนเนียนกว่ากัน?”

            “....!!” เป็นคำเชิญชวนนึกสนุกของเด็กหนุ่มหากแต่อีกฝ่ายก็ไม่ทันได้คิดลังเล เขารวบเอามือคู่เล็กกว่าตนถึงหนึ่งเท่าขึ้นมา สัมผัสเย็นและละเมียดละไมเกินกว่าจะเป็นมือของบุรุษนั้นชวนฉงนกว่าเดิม

            โม่เสวียนไม่ปล่อยให้สงสัยนานนักชิงอธิบายขึ้นมาก่อน “ข้าโตมาในตระกูลของบัณฑิตแต่เล็กกุมพู่กันฝึกดีดฉิน จึงบำรุงรักษาสองมือนี้อย่างดีจนชิน”

            “เป็นเพราะเหตุผลนั้นเองหรอกหรือ.. หืม” จ้าวอู๋ซวี่ยังคงไม่ปล่อยมือคู่น้อยพร้อมกับลูบไปจนถึงข้อนิ้วบริเวณหนึ่งจนพบตุ่มไตที่ผู้ฝึกดาบกระบี่รู้กันดี สายตาคู่คมเลื่อนกลับมาจดจ้องใบหน้ามนของน้องเสิ่นเสียใหม่

            “เจ้าเคยฝึกวรยุทธ์ด้วยหรือ?”

            “เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าริษยาผู้กล้าอย่างพวกท่านไม่อาจถูกปกป้องอยู่ด้านหลังตลอดไป น่าเสียดาย.. หลายปีแล้วที่เพลงกระบี่ไม่ก้าวหน้ามือกุมตำรามากกว่าอาวุธ” ตอบคำแล้วโม่เสวียนก็ถอนมือกลับมายกจอกสุราดอกท้อคาราวะคู่สนทนา “อย่าสนทนาเพียงเรื่องของผู้น้อยเลย จ้าวเกอ ท่านเล่ามาจากที่ใด? ถึงมีคำกล่าวว่าวีรบุรุษไม่ถามไถ่ที่มา ทว่าเสิ่นโหม่วผู้นี้นับถือท่านประสงค์จะสานไมตรีจากใจจริง”

            ผู้กล้าหนุ่มพิจารณารอยยิ้มและท่าทีของเด็กหน้ามนตรงหน้า พบความตรงไปตรงมาทั้งยังสง่าเปิดเผยเรื่องราวของตนต่อเขาเกิดเป็นคะแนนความนิยมที่มีแต่พุ่งสูงขึ้นไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภัยต่อตน สุราดอกท้อล่วงลงลำคอตอบรับไมตรีนี้

            “เซียงหยาง บ้านเกิดข้าอยู่เซียงหยาง.. หากมีโอกาสจะพาเจ้าไปเที่ยวสักหน”

            โม่เสวียนหัวเราะร่ายกจอกของตนขึ้นดื่มตาม “วันนี้รับปากแล้ว วันหน้าท่านอย่าบิดพลิ้วเล่า”

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+7 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(จ้าวอู๋ซวี่ 221)
(หูดี)
+35 มอบสุราดอกท้อ
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
(เลื่อมใสศรัทธา)
+35 ชื่นชอบนิสัยทะเยอทะยาน
+ 20 ธาตุเกื้อหนุน (ดิน หนุน ทอง)
+5 พูดคุยรายวัน
+17
+62
+110

+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)+ 10 ความโหดหัวดีพบคนหัวคลั่ง

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-7 23:44:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
-ทำงานพาร์ทไทม์-
แวะเวียนมาหา
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
            หลังเดินผ่านหน้าลานประลองมาแล้วหนหนึ่งไม่พบผู้ใด ดูเหมือนว่าผู้แซ่เสิ่นจะจดจำเวลานัดหมายคลาดเคลื่อนไม่ก็อีกฝ่ายเข้าใจไปในคำที่ว่า ‘ไม่เกินรุ่งสาง’ นั่นคือเวลารุ่งสางพอดิบพอดีจึงยังไม่ปรากฎกาย(ไม่พบในระบบประลอง) สำหรับผู้ที่เห็นเวลาเป็นเงินเป็นทองอย่างเขาก็ไม่คิดโทษมู่ชุ่นแต่อย่างใด

            แค่ใช้เวลาที่มีเหลืออยู่นี้ในการมาพบพี่ชายคิ้วเข้มอีกรายที่ด่านหานกู่กวนเสียเลยให้สมกับที่ตนไม่ได้แวะเวียนมาสองวันเต็มๆ

            โม่เสวียนไม่ได้มาเปล่ายังแวะไปทักทายหลงจุ้ประจำโรงเตี้ยมเพื่อบากหน้าไปของานทำ เขาคิดอย่างเรียบง่ายว่าในเมื่อมาแล้วจะค่ารถค่าอาหารย่อมใช้เงิน ดังนั้นทำงานเพิ่มหาค่าเดนิทางกลับไปด้วยในตัวถึงจะได้กำไร

            การวางแผนอันแยบยลนั้นเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อได้รับบัญชีอีกตั้งจากหลงจู้พร้อมคำกำชับ “สมุดบัญชีพวกนี้เถ้าแก่บอกไว้แล้วว่าน้องเสิ่นต้องกลับมา.. เตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ ค่อยๆ ทำล่ะไม่ต้องรีบ ฮะๆๆ”

            เยี่ยมยอด.. ของานย่อมได้งาน โม่เสวียนเรียนรุ้แล้วว่าเจ้าของโรงเตี้ยมบทจะใช้ใครตั้งใจเอาให้หลังหักเลยจริงๆ

            เขาไม่อยากเปิดห้องที่ต้องใช้เงินจ่ายจึงไปขอโต๊ะตัวในที่ยังว่างอยู่ รับสัมปาทานขนมเปี๊ยะและน้ำชาฟรีนั่งไล่เรียงบัญชีอยู่ทางด้านนั้น เขียนไป ขีดฆ่าไปก็เคี้ยวขนมเปี๊ยะแกล้มน้ำชาชั้นดี ชีวิตเกือบจะมีความสุขจนเสียงทุ้มใหญ่เอ่ยทัก

            “เจอเจ้ากี่หนก็ไม่พ้นมือกุมพู่กัน..”

            อึก.. เกือบติดคอแล้วไหมล่ะ

            “นึกว่าใครเสียอีก จ้าวเกอท่านมานั่งก่อนๆ ดูสิสุราไหนี้ข้าซ์้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ตรากตรำในลั่วหยางเชียวนะ ยกให้ท่านทั้งไหเลย” หลังทราบว่าอีกฝ่ายชมชอบสุราตนก็ไม่เคยคิดเหนียวสมบัติ มีของดีย่อมแบ่งปันกับคนตรงหน้าเสมอๆ

            “หึหึ ช่างอยู่เป็นนัก แต่ก็ขอบใจหลายวันมานี้ข้าเบื่อเหล่าขาวรสแรงพอดี”

            จ้าวอู๋ซวี่จับจองที่นั่งว่างอยู่ฝั่งตรงข้าม เฝ้ามองอีกฝ่ายทำงานยุกยิกบนหน้าสมุดบัญชีสีหน้าพลันทะมึนลงแค่เห็นตัวเลขพวกนั้นเขาก็รุ้สึกตาลายจึงเบนจุดสายตาไปมองมือคุ่ขาวราวหิมะนั้นแทน นิ้วเรียวยกป้ายลงหน้ากระดาษแต่ละคราเพลินตาอย่างบอกไม่ถูก..

            โม่เสวียนเห็นเขาเงียบเสียงก็เอ่ยถาม “ท่านได้ข่าวเรื่องกฎห้ามมิให้มีการเผยแพร่ลัทธินอกรีตในเมืองใหญ่รึไม่? คิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้หรือ”

            จ้าวอู๋ซวี่เปลี่ยนมาเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะมีคนจับได้ ตอบเสียงเรียบเรื่อยพลางกระดกไหสุรา “ความเชื่อก็คือความเชื่อ ศรัทธาของผู้คนสามารถเคลื่อนย้ายภูเขาได้ ประสาอะไรกับข้อห้ามไม่กี่ข้อ ยิ่งห้ามก็เหมือนยุยงกลายๆ นั่นล่ะ”

            “ใช่ไหมล่ะ! แต่ไหนแต่ไรมาสิ่งที่แปะป้ายคำว่า ‘ต้องห้าม’ มักมีอำนาจดึงดูดอย่างประหลาด เสมือนขนมที่ต้องแอบกิน คนไม่สนใจยอมทำตามสิแปลก”

            นายน้อยเสิ่นหยักรอยยิ้มอย่างนึกสนุก ตนจะรอดูว่ากฎไม่เป้นลายลักษณ์อักษรนี้จะอยู่ไปได้อีกนานสักแค่ไหน เมื่อทำงานเสร็จสิ้นของก็มอบให้คนแล้ว อยู่สนทนาต่อกับอีกฝ่ายสักพักก็เห้นแก่เวลาสมควรกลับจึงเอ่ยอำลา

            “ข้าไปก่อนล่ะ ไว้โอกาสหน้าค่อยแวะมาเยี่ยมท่านใหม่.. หืม มีอะไรรึ”

            สายตาคุ่คมจับจ้องใบหน้าตนไม่กระพริบ นิ่งนานก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายยื่นผ้าเช้ดหน้าให้ “แก้มเจ้าเลอะหมึกแล้ว”

            “..........” เอ่อ..
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+5 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(จ้าวอู๋ซวี่ 221)
+35 มอบสุราเบญจมาศ
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
(เลื่อมใสศรัทธา)
+35 ชื่นชอบนิสัยทะเยอทะยาน
+ 20 ธาตุเกื้อหนุน (ดิน หนุน ทอง)
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไร้ศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
+21
+60
+120

+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-จ้าวอู๋ซวี่)
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้