[เมืองลั่วหยาง] ประตูเมืองฝั่งตะวันตก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-22 23:25:07 |โหมดอ่าน

ประตูเมืองฝั่งตะวันตก
{ เมืองลั่วหยาง }








【ประตูเมืองฝั่งตะวันตก】

ประตูทิศตะวันตกของนครหลวงลั่วหยาง
ศูนย์กลางการปกครองเก้ามณฑล ทางออกสู่หานกู่กวนที่สุด
ประตูเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่มั่นคงแข็งแกร่ง
ผสมอิฐและหินภูเขาสลักลวดลายงดงาม
ท่านเจ้าเมืองคอยสั่งให้ดูแลอย่างเข้มงวดปกติมีนายด่านคอยตรวจตราเสมอ

ข่าวลือ: เมื่อคืนวัน (14 เดือนสือเยว่) ยามไห้
มีบุรุษกับสตรีชุดแดงทำบัดสีบัดเถลิงกลางโรงเตี๊ยม ทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณชน
ฟังข่าวลือได้รับ +8 EXP





เป้ยตู้เว่ย (หัวหน้ากองทหารนครบาลเหนือ): เฉา เช่า
[ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่]







โพสต์ 2021-10-17 16:01:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รับจดหมาย
ถูกเชิญร่วมงานสวมหน้ากาก
.
.

           วันใหม่มาเยือนพร้อมกับที่จิ้นอิ๋งได้จดหมายจากหลิวจื่อเค่อก่อนที่ทั้งสองสตรีจะเดินทางสู่ตัวเมืองเจียซิ่ว ภายในมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชิญไปงานเลี้ยงฮาโลวีนที่เด็กสาวรู้สึกไม่คุ้นเคยกับชื่อเอามาก ๆ ทว่าพออ่านรายละเอียดดี ๆ เด็กสาวก็รู้สึกสนใจขึ้นมาไม่น้อย แม้จะแอบกลัวกับผีสางเหนือธรรมชาติตามตำนานของวันที่ว่านั้น แต่ก็เป็นงานเลี้ยงให้เหล่าผีสางเหล่านั้นมาร่วมสนุกกัน คงไม่ตามหลอกหลอนให้คนเป็นหัวโกร๋นแทนหรอกกระมัง

           คิดได้เช่นนั้นดรุณีน้อยก็หันไปเอ่ยถามความเห็นจากสตรีแซ่เหมยไปด้วย แต่แค่ได้ยินว่าเป็นเทศกาลแนวไหนนางก็พลันส่ายหน้าปฏิเสธเสียเดี๋ยวนั้น เรียกรอยยิ้มให้ประดับดวงหน้านวลอย่างรู้ทันว่าพี่สาวเบื้องหน้าคงไม่ถูกกับเรื่องแนวนี้แน่ อ้อมแขนเล็กจึงเลื่อนโอบโยกอีกฝ่ายราวปลอบโยนทั้งเสียงหัวเราะใสอยู่ในที

           " เช่นนั้นพี่สาวซูฮวาจะไม่ไปใช่หรือไม่เจ้าคะ? " จิ้นอิ๋งเอ่ยถามระหว่างพาอีกสตรีขึ้นม้าเฮยเซ่อมาพร้อมกับไก่น้อยไป๋เซ่อที่นั่งซุกเรียบร้อยยังด้านหน้าดรุณีน้อย

           " เจ้าค่ะ… งานตำนานน่ากลัวแบบนั้นข้าขอรอฟังอิ๋งเอ๋อร์มาเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันเจ้าค่ะ.. "

           เด็กสาวแทบจะหลุดขำออกมาอีกหนหลังได้ยินคำตอบคนด้านหลัง ก่อนนางจะเปิดจดหมายอีกแผ่นขึ้นมาอ่านจนอ่านจบนางก็เร่งมองสอดส่องลงในซองจดหมายอีกหนก่อนจะพบเข้ากับปิ่นปักผมจริง ๆ ให้แววตาสีนิลฉายแววความเกรงอกเกรงใจขึ้นมา จิ้นอิ๋งหยิบขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อยก่อนจะเก็บจดหมายลงซองเช่นเดิมก่อนซุกเข้าหาสาบเสื้ออย่างระมัดระวังต่อมา
           .
           .
           ระหว่างเส้นทางที่กำลังจะออกจากเมืองลั่วหยางมาถึงประตูเมืองฝั่งตะวันตกที่ทอดไปสู่ด่านหานกู่กวน ตัวจิ้นอิ๋งก็คล้ายโดนทหารเฝ้าประตูเอ่ยรั้งตรวจเสียอย่างนั้น อาจด้วยเพราะทั้งคู่ต่างสวมผ้าคลุมปิดเอาไว้ด้วยจนเป็นเหตุให้ดูมีพิรุธก็ได้ ถึงนางจะใส่เพียงเพราะป้องกันลมหนาวยามต้นฤดูใบไม้ร่วงก็เท่านั้น จิ้นอิ๋งจึงหันไปเอ่ยบอกให้ซูฮวาพากันปลดผ้าที่คลุมหัวออกจนเผยเป็นดวงหน้าของสองสตรีที่กำลังส่งสายตาฉงนกลับหานายทหารให้เผลอชะงักค้างกันไป

           " ตามหาใครงั้นหรือเจ้าคะ? วันนี้ถึงได้ดูตรวจเข้มนักน่ะเจ้าค่ะ "

           จิ้นอิ๋งที่จับสังเกตได้พลันเอ่ยถามขึ้นมาดูใคร่รู้น้อย ๆ ทว่าสักพักทหารยามเหล่านั้นที่ราวกับพึ่งได้สติก็ค้อมขออภัยสตรีทั้งสองอย่างรู้สึกผิดที่ทำตัวสอดส่องเสียมารยาท ก่อนเอ่ยถึงว่าไม่ได้มีการตามหานักโทษหรือคนกระทำผิดอะไรให้ทั้งสองได้คลายกังวล แต่สักพักทหารสองนายนั้นก็แอบสบตากันเหมือนชั่งใจว่าจะเอ่ยบอกดีหรือไม่

           เป็นซูฮวาที่เห็นท่าทางนั้นแล้วทนไม่ไหวเนื่องจากทหารนั้นยังยืนขวางพวกนางจึงเอ่ยถามให้ปล่อยพวกนางเดินทางต่อ ด้วยเดาได้จากนิสัยเด็กน้อยของนางว่าคงไม่กล้าเอ่ยปากเป็นแน่

           " เช่นนั้นถ้าไม่มีเรื่องอะไร ขอทางให้พวกเราได้หรือไม่เจ้าคะ "

           " ขออภัยแม่นางทั้งสองอีกหนจริง ๆ ขอรับ พอดีมีข่าวลือที่กำลังถูกพูดถึงมากในเมืองลั่วหยางน่ะขอรับ ว่าเมื่อคืนวัน 14 เดือนสือเยว่ ยามไห้ มีบุรุษกับสตรีชุดแดงทำบัดสีบัดเถลิงกลางโรงเตี๊ยมน่ะขอรับ ทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณชนเลยเชียว! " ยังไม่สิ้นประโยคของทหารยามคนแรกดี หูทั้งสองของจิ้นอิ๋งก็ถูกมือของซูฮวาปิดไว้ให้เผลอกระพริบตาปริบมองแทน

           " พวกข้าอยากรู้ว่าทั้งสองเป็นผู้ใดกันแน่ ยามเห็นใครนั่งม้าซ้อนกันมาสองคนเลยอดไม่ได้ที่จะ… เอ่อ อยากรู้น่ะขอรับ ต้องขออภัยจริง ๆ "

           สตรีแซ่เหมยที่ได้ยินก็นึกกรุ่นโกรธขึ้นมาไม่น้อยกับการใช้อำนาจคนเฝ้าประตูมาสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเช่นนั้น นางปล่อยมือจากจิ้นอิ๋งก่อนและตั้งใจจะเอ่ยดุขึ้นมาที่กระทำตัวไม่เหมาะสม ทว่ายังไม่ทันที่เหมยซูฮวาจะได้เอ่ยออกไป ก็พลันมีทหารนายหนึ่งที่ลักษณะคล้ายหัวหน้าเดินมาดุสองทหารเฝ้าประตูเสียงเข้มให้แทนแล้ว จนทั้งสองทำความเคารพหน้าซีดหน้าเซียวไปหมด ก่อนจะเร่งไปประจำที่เช่นเดิมอย่างรีบร้อน

           จิ้นอิ๋งที่เห็นท่าทางเข้มงวดเช่นนั้นก็อดกลัวขึ้นมาน้อย ๆ ไม่ได้ ยามที่ตาคมของอีกบุรุษตวัดกลับมามองพวกนาง เด็กสาวจึงเผลอลอบสะดุ้งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเลยเชียว

           " ขออภัยแม่นางทั้งสองที่คนของข้ารบกวนพวกท่าน ข้าจะลงโทษพวกเขาให้เอง "

           " คือ.. ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าก็เป็นฝ่ายเอ่ยถามพวก.. เขาก่อนเองด้วย …. "

           จิ้นอิ๋งที่ได้ยินว่าจะลงโทษก็พลันเร่งเอ่ยกลับเพื่อแก้ต่างให้แก่ทหารทั้งสองนายนั้น ทว่ากลับยิ่งโดนดวงหน้าคมคร้ามดุดันของอีกบุรุษมองให้เสียงแผ่วลงเรื่อย ๆ เสียอย่างนั้น ในหัวพลันรู้สึกกลัวคนตรงหน้าอย่างประหลาด ก่อนในตอนที่กำลังจะเอ่ยลาก็ทันเห็นเหงื่อล้อมข้างใบหน้าคมทั้งที่อากาศในยามนี้กำลังเย็นสบาย ดรุณีน้อยก็เลยคาดเดาไปว่าอีกฝ่ายไม่แคล้วพึ่งไปทำงานหรือเฝ้าฝึกกลุ่มทหารมาก่อนเดินตรวจการณ์ความเรียบร้อยแน่

           เช่นนั้นแล้ว จิ้นอิ๋งจึงยังไม่ได้กระตุกบังเหียนเร่งม้าออกไปไหน กลับค้นในย่ามหยิบเอากระบอกไผ่ใส่ชาที่เตรียมไว้สำหรับเป็นเสบียงเดินทางนำมาส่งให้แก่บุคคลตรงหน้าแทน ทว่านอกจากอีกฝ่ายจะยังไม่รับไปแล้ว ยังมองพร้อมคิ้วที่นิ่วหาอย่างหวาดระแวงเสียอย่างนั้น และนั้นทำให้เด็กสาวเผลอหลุดรอยยิ้มจางออกมาให้แก่อีกบุรุษเป็นคราแรก

           " ข้ากู่จิ้นอิ๋งนะเจ้าคะ เป็นชาวเมืองลั่วหยางเช่นกัน ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ.. ชานี้ไม่ได้ใส่อะไรแปลก ๆ ลงไปแน่นอนนอกจากใบชาชั้นดีล่ะเจ้าค่ะ! " แม้จะเอ่ยไปเช่นนั้นแต่ก็คล้ายเป้ยตู้เว่ยผู้นั้นจะไม่ยอมรับของไปเสียที จนเด็กสาวต้องเอ่ยอีกประโยคกลับไปถึงเห็นสีหน้าที่อ่อนลงของอีกฝ่ายลงได้บ้าง

           " ถือว่าตอบแทนที่ท่านเป้ยตู้เว่ยช่วยปกป้องดูแลเมืองลั่วหยางด้วยแล้วกันนะเจ้าคะ โปรดรับน้ำใจจากจิ้นอิ๋งผู้นี้ด้วยเจ้าค่ะ "

           สุดท้ายหลังเอ่ยย้ำไปเช่นนั้น อีกบุรุษก็ยินยอมรับน้ำชาไปในที่สุด วึ่งเรียกรอยยิ้มของเด็กสาวให้ยิ่งวาดกว้าง ก่อนนางและผู้ติดตามซูฮวาจะค้อมลาอีกฝ่าย และพากันขี่ม้าจากไปเพื่อเดินทางต่อสู่ซีเหอต่อ



เปิดจดหมาย อ่านคำเชิญร่วมงานฮาโลวีน
.
กู่จิ้นอิ๋ง ได้รับฟังข่าวลือ

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
เหมยซูฮวา
เฉาเมิ่งเต๋อ
สถานะธาตุหลัก : +20 ความสัมพันธ์ [159] ธาตุไฟ - เกื้อหนุนเรา
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
[170] มอบ ชาต้าหงเผา ให้
สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [170] ธาตุไม้ - ข่มเรา
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง
ลักษณะนิสัยจริงใจ
-15 ความสัมพันธ์นิสัยตรงข้าม


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-24 15:44:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fenyue เมื่อ 2021-11-9 00:58

   
⌜104⌟
         
บทที่ 18
งานสกุลเฉา
ฉากที่ 5
เควส (1) งานส่งข้าวกล่องให้คุณชาย [งานประจำสัปดาห์]
                    
          กว่าจะเสร็จจากการทำอาหารเวลาก็ล่วงเข้าบ่ายแก่ ๆ ของวัน กว่าจะไปส่งถึงมือผู้ทานก็น่าจะก่อนมื้อเย็นพอดี เฟินเยว่มุ่งหน้าตรงไปยังประตูเมืองฝั่งตะวันตกเพื่อขอเข้าพบกับคุณชายเฉาเมิ่งเต๋อ นางกอดกล่องข้าวเอาไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ของในกล่องกระทบกระเทือนจนส่วนที่เป็นน้ำแกงกระฉอกหกเลอะเทอะ เด็กสาวมองขึ้นไปยังประตูเมืองสูงใหญ่พลางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เมื่อคิดว่าจะได้พบหน้ากับขุนนางมีตำแหน่งก็รู้สึกตื่นเต้นจนวางตัวไม่ถูกขึ้นมา
         
          ‘จะตื่นเต้นอะไรกัน คุณชายเมิ่งเต๋ออาจจะไม่ว่างก็ได้ อย่างไรเสียก็ต้องฝากเอาไว้ที่ทหารยามอยู่ดี..’
         
          คิดเช่นนั้นเด็กสาวก็รวบรวมความกล้าปั้นหน้ายิ้ม ไม่ว่าต่อให้มีเรื่องหนักหนาแค่ไหนขอให้เรายิ้มสู้แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง ถึงกระนั้นเมื่อมาถึงจริงนางก็ยังทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเข้าหาอย่างไร ระหว่างที่ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นั้นด้วยความหูดีเด็กสาวก็ได้ยินเสียงสนทนาของชาวบ้านละแวกนั้นที่กำลังคุยอยู่กับแขกต่างเมือง
         
          “เนี่ยท่าน รู้ไหมว่าเมื่อคืนวันที่สิบสี่ เดือนสือเยว่ ยามไห้ มีบุรุษกับสตรีชุดแดงทำบัดสีบัดเถลิงกลางโรงเตี๊ยม ทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณชนด้วยแหล่ะ ทำอะไรแบบนั้นรับไม่ได้เลยจริงจริ๊ง เนี่ยนะ.. แล้วก็ยัง ฉอด ๆๆๆๆๆ ...”
         
          เด็กสาวที่บังเอิญได้ยินเข้าก็ยิ้มแหย บางทีความหูดีของตัวเองก็ดันไปเผลอฟังเรื่องที่ไม่ได้ใคร่รู้เข้าโดยบังเอิญ เฟินเยว่ไม่ได้สงสัยต่อว่าคนผู้นั้นคือใคร เพราะอย่างไรผู้น้อยนางก็คงไม่มีวันได้ไปคบค้าสมาคมกับผู้คนมากหน้าหลายตาอยู่แล้ว เพียงแค่ฟังเอาไว้แล้วระวังกิริยาของตัวเองก็พอ แม้ว่านางคงไม่ได้ทำสิ่งเอิกเกริกอย่างคนในข่าวลือ ทว่านางก็ต้องใช้ชีวิตเดินทางร่วมกับสหายหนุ่มทั้งสอง อาจจะต้องระวังข่าวดีที่ไม่เป็นจริงอยู่บ้าง โชคดีที่สหายทั้งสองของนางเป็นสุภาพบุรุษด้วยกันทั้งคู่และไม่เคยทำสิ่งใดล่วงเกินมีแต่ตัดเตือนสาวน้อยที่ทำตัวไม่สมกับเป็นกุลสตรีเสียด้วยซ้ำ
         
          ‘นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย ต้องรีบส่งกล่องข้าวสิ...’
         
          สาวใช้สกุลเซี่ยโหวส่ายหน้าพรึบพรับดึงสติของตัวเองให้กลับมาอยู่กับงาน ไม่เอาแต่ยืนขาตายแล้วเข้าไปติดต่อกับทหารยามที่เฝ้าอยู่เบื้องหน้า
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะ ข้าซุนเฟินเยว่ สาวใช้จากจวนเซี่ยโหวแห่งเฉินหลิว นำกล่องอาหารมาส่งแก่ท่านเป้ยตู้เว่ย ไม่ทราบว่า...”
         
          “ตามข้ามาสิ”
         
          น้ำเสียงเข้มใหญ่ของบุรุษวัยฉกรรจ์ดังแทรกขึ้นที่เบื้องหลังก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยจบประโยค จากนั้นทหารยามที่เด็กสาวกำลังสนทนาด้วยก็แสดงความเคารพแก่คนผู้นั้นในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา และเมื่อเฟินเยว่ผินใบหน้ากลับไปมองนางก็พบกับบุรุษผู้หนึ่งในชุดของทหารรักษาการแต่ประดับยศสูงกว่าทหารยามทั่วไป ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายกับคนทางเฉินหลิวอยู่มากเหมือนกัน ชายผู้นั้นเดินนำขึ้นไปยังด้านบนของกำแพงเมือง
         
          “มัวแต่ยืนมองอะไร รีบตามมาสิ”
         
          “จะ.. เจ้าคะ”
         
          เฟินเยว่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่พอได้คำสั่งนางก็ตามไปอย่างงง ๆ หรือบางทีบุรุษผู้นี้อาจจะเป็นคุณชายเฉาเมิ่งเต๋อที่นางต้องการมาส่งของก็เป็นได้ แต่ว่าเขาจะให้นางตามไปทำไมนะ ไม่ใช่ว่าแค่ส่งของแล้วจะจบหรอกหรือ?
         
          สาวน้อยเดินตามเขาขึ้นไปจนถึงยอดบนสุดของกำแพงเมืองฝั่งตะวันตกซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ทำงานของชายหนุ่ม ระหว่างทางที่เดินผ่านทหารชั้นผู้น้อยก็ได้รับการแสดงความเคารพไปตลอดทาง เขาตรงไปนั่งยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งเป้ยตู้เว่ย เป็นการเฉลยโดยไม่ต้องซักถามอะไรอีก เฟินเยว่ขยับยิ้มทักทายไปอีกครั้งอย่างไรตามหน้าที่แล้วผู้น้อยอย่างนางก็ควรจะแนะนำตัวก่อน
         
          “สวัสดีเจ้าค่ะ ข้าซุนเฟินเยว่ เป็นสาวใช้จากจวนเซี่ยโหวแห่งเฉินหลิว ได้รับการไหว้วานจากท่านพ่อบ้านจางให้มาส่งกล่องข้าวให้เจ้าค่ะ”
         
          “ได้เวลามื้อเย็นพอดีเลยนะ เจ้าเอาไปวางไว้ที่โต๊ะก่อนก็แล้วกัน”
         
          พูดจบคุณชายเมิ่งเต๋อก็ผายมือไปยังโต๊ะตัวยาวกลางห้องที่ใช้สำหรับการประชุมงานและวาระอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเอกสาร นางพยายามจะไม่แตะต้องสิ่งใด ทว่าสายลมพัดพาทำเอากระดาษที่วางไว้ปลิวว่อนไปมาเกลื่อนห้อง เฟินเยว่ใช้ความรวดเร็วจากการฝึกวิชาเป็นสาวใช้ตะกรุบกระดาษมาได้หลายแผ่นก่อนที่มันจะปลิวออกไปด้านนอกหน้าต่าง
         
          “เดี๋ยวนี้เซี่ยโหวจ้างคนหน่วยก้านดีมาเป็นสาวใช้เหมือนกันนี่นา”
         
          เป้ยตู้เว่ยหนุ่มเห็นกิริยาสาวใช้ที่ดูคล้ายจะมีกำลังภายในเข้าก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก ถึงแม้ก่อนหน้านางจะอืดอาดจนต้องเรียกซ้ำครั้งสองแต่เมื่อเอาจริงก็ไม่ได้ดูเชื่องช้าอย่างที่คิดไว้ จนต้องกลับมาพินิจใบหน้าให้ดี ดวงหน้าของสาวน้อยแม้จะดูน่ารักสมวัยแต่ก็ไม่ใช่สาวงาม แถมยังมีฝ้ากระขึ้นเต็มหน้าอีก ด้วยข้อเสียภายนอกจึงทำรอดพ้นความสนใจจากบุรุษเจ้าสำราญคนนี้ไปได้ แต่ถ้าจะประทับใจคงเป็นความว่องไวของนางมากกว่า
         
          “ช่วงนี้งานเยอะ เอกสารก็แยะ อย่าได้ถือสาเลยนะสาวน้อย”
         
          ยิ่งเขากล่าวเช่นนั้นออกมาในฐานะสาวใช้จะปล่อยให้เฟินเยว่อยู่เฉยคงไม่ดี ไหน ๆ ก็จำเป็นจะต้องหยิบจับของที่ไม่อยากหยิบอยู่แล้วด้วย ไหนเลยห้องทำงานของเป้ยตู้เว่ยก็ยังมีฝุ่นจับ ไม่รู้ว่าด้วยทำงานในย่านผู้คนสัญจรผ่านไปมาบ่อยจนฝุ่นภายนอกปลิวเข้ามาเยอะหรือแค่ไม่มีใครช่วยทำความสะอาดกันแน่
         
          “ไหน ๆ แล้วข้าก็เป็นสาวใช้ของเซี่ยโหว หากว่าท่านเป้ยตู้เว่ยอนุญาต ข้าขอทำความสะอาดให้ได้หรือไม่เจ้าคะ?”
         
          เฉาเมิ่งเต๋อครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย นานแล้วเหมือนกันที่ไม่มีใครมาทำความสะอาดที่นี่อย่างจริงจัง ให้สาวใช้ที่บ้านเก่าช่วยเหลือก็น่าจะไม่มีปัญหาอันใด หากมีของชำรุดเสียหายก็ตามตัวถูก
         
          “เช่นนั้นคงต้องรบกวนด้วยแล้วแม่นาง อุปกรณ์ปัดกวาดอยู่ที่ห้องเก็บอุปกรณ์ลองถามหาทหารที่เฝ้าหน้าห้องเอาก็แล้วกัน”
         
          ชายหนุ่มตอบคำถามก่อนที่จะก้มหน้าดูรายงานอันแสนหน้าเบื่อของวันนี้ต่อ
         
          “เจ้าค่ะ” เฟินเยว่ค้อมศีรษะก่อนจะออกมาสอบถามทหารยามเฝ้าหน้าห้อง “ขอโทษนะเจ้าคะ คือว่าข้าอยากได้ไม้กวาดและผ้าขี้ริ้วพอจะหาได้จากไหนหรือเจ้าคะ?”
         
          “เดี๋ยวข้าเอามาให้ แม่นางรอสักครู่”
         
          กล่าวจบเขาก็ออกจากจุดรักษาการณ์ ไปยังห้องอุปกรณ์แล้วนำสิ่งของที่เด็กสาวต้องการมาให้
         
          “ขอบพระคุณนะเจ้าคะ”
         
          สาวใช้ยิ้มขอบคุณพร้อมทั้งค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้สนใจยศศักดิ์ ก่อนจะเข้ามาในห้องทำงานของเป้ยตู้เว่ยแล้วเริ่มจัดการทำความสะอาดทีละส่วน เริ่มจากการเก็บเอกสารที่ยุ่งเหยิงกองเอาไว้ให้เป็นที่โดยไม่ได้สักแต่จะจัดมั่วซั่ว อย่างน้อยนางก็อ่านหัวข้อก่อนโดยไม่ได้สอดส่องที่เนื้อความ แต่ก็พอจะรู้ว่าเป็นรายงานบันทึกประจำวันธรรมดา ๆ ที่ทหารลาดตระเวนเขียนเหมือนกันแทบจะทุกแผ่น เพียงแค่เรียงวันที่เอาไว้ก็พอเพื่อให้สะดวกอ่านได้ง่าย ๆ จากนั้นจึงเริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถูก
         
          ภาพของเด็กสาวที่ทำความสะอาดอย่างว่องไวแถมยังงานเนี้ยบไม่มีที่ติอยู่ในสายตาของเฉาเมิ่งเต๋อจนเกิดความสนใจเขาจึงชวนนางคุย
         
          “เจ้าทำงานที่จวนมานานแล้วหรือยัง ตอนกลับบ้านครั้งที่แล้วไม่คุ้นหน้า”
         
          “ไม่นานเลยเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งเข้าทำงานที่จวนเซี่ยโหวเมื่อตอนต้นเดือนนี้เองเจ้าค่ะ”
         
          “เช่นนั้นรึ ถ้าอย่างนั้นพอจะทราบหรือไม่ว่าคนที่บ้านเป็นอย่างไรบ้าง”
         
          “คนที่บ้านหรือเจ้าคะ?”
         
          เด็กสาวกะพริบตามองปริบ ๆ นางเป็นสาวใช้จวนเซี่ยโหว แต่ไม่รู้เรื่องของทางเฉามากเท่าไร ที่ทราบก็เพียงแต่ว่าพวกเขาเป็นญาติสนิทกัน พอเห็นคนงงเฉาเมิ่งเต๋อก็ขำออกมาเบา ๆ
         
          “จริงสิ คนมาใหม่อย่างเจ้าอาจไม่รู้ อันที่จริงข้าเคยเป็นคนสกุลเซี่ยโหวมาก่อน”
         
          “เอ๋ จริงหรือเจ้าคะ?” เฟินเยว่ทำตาโต ดูเหมือนว่าตกใจจนลืมสำรวมกิริยาไปเสียหน่อย เมื่อรู้ตัวนางจึงกลับมาทำตัวเรียบร้อยประดุจสาวใช้อีกครั้ง “เช่นนั้นคุณชายก็เป็นพี่ชายของนายท่านเหมี่ยวฉายหรือเจ้าคะ?”
         
          “ถูกครึ่งหนึ่ง เป็นพี่ชายก็จริง แต่ไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ”
         
          “เช่นนั้นเองเจ้าค่ะ”
         
          เด็กสาวพยักหน้าเบา ๆ เมื่อรับทราบ นางไม่ได้ไถ่ถามเขาต่อ ด้วยรู้ธรรมเนียมของบางบ้านที่นิยมยกบุตรชายให้กันเมื่อญาติสนิทมิตรสหายไร้ผู้สืบสกุล ไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นจะถูกหรือไม่ แต่เด็กสาวเลือกเชื่อสิ่งพื้นฐานไปก่อน
         
          “ดังนั้นคิดเสียว่าข้าเป็นนายเซี่ยโหวคนหนึ่งก็ได้ น่าจะทำให้เจ้าสบายใจมากขึ้น” ชายหนุ่มยิ้ม “แล้วเจ้าเป็นใครมาจากไหนกันเล่าแม่นาง”
         
          “ข้ามาจากอันติงเจ้าค่ะ”
         
          “อันติง? แล้วไฉนถึงไปไกลถึงเฉินหลิวได้?”
         
          เป็นอีกครั้งที่เมื่อนางเอ่ยถึงภูมิลำเนาแล้วต้องมีคนสงสัยทุกที ครั้นจะให้เล่าเรื่องก็ยาวด้วย แต่ก็คงต้องย่อให้ฟังสรุปใจความสั้น ๆ นั่นแหล่ะ
         
          “แต่เดิมครอบครัวข้ายากจน พี่ชายทั้งสองออกเดินทางมาทำงานที่ฉางอันเจ้าค่ะ คนโตเป็นทหารรักษาการ ส่วนคนรองเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีร้านหนึ่ง ทว่าพี่ชายของข้าขาดการติดต่อไปและไร้เงินจ่ายภาษีจนถูกยึดบ้าน เมื่อไม่มีบ้านแล้วข้าจึงออกตามหาเขาจากที่ต่าง ๆ เจ้าค่ะ จนตอนนี้ตามหาพวกเขาไปทำงานไปจนเก็บเงินไถ่บ้านได้แล้ว ระหว่างที่รอปรับปรุงบ้านใหม่ก็เลยหางานทำที่เฉินหลิวก็เลยได้มาทำงานที่จวนสกุลเซี่ยโหวนี่ล่ะเจ้าค่ะ”
         
          “ฟังดูเจ้าต้องผ่านอะไรมามากเลยนะ ขอให้ตามหาพี่ชายให้เจอไว ๆ ก็แล้วกัน”
         
          “ขอบพระคุณมากนะเจ้าคะ”
         
          ทั้งสองสนทนากันอีกสักครู่ส่วนมากเป็นเรื่องพื้น ๆ ถามไถ่เรื่องทางบ้านกันตามปกติ คุยมากคอก็แห้งเด็กสาวจึงชงชาผิงลี่หนี่วาให้แก่เขาเพิ่ม จนคุณชายเฉาเมิ่งเต๋อจะทานมื้อเย็นจึงได้ปล่อยตัวนางออกมาพร้อมกับกล่องข้าวเก่าที่เก็บล้างเรียบร้อย
         
          “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ ทานอาหารให้อร่อยเจ้าค่ะ”
         
          เฟินเยว่ค้อมศีรษะลาบุรุษแล้วเดินออกจากห้องทำงานเป้ยตู้เว่ย กำลังจะกลับแต่ก็ถูกนายทหารเฝ้าหน้าห้องเรียกรั้งเอาไว้เสียก่อน
         
          “ช้าก่อนแม่นางซุน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าสักครู่”
         
          “เจ้าคะ?”
         
          เด็กสาวหันกลับไปพร้อมกับเอียงคอถาม ไฉนอีกฝ่ายถึงอยากคุยกับนาง หรือจะบอกกล่าวเรื่องอุปกรณ์ทำความสะอาดกันแน่ แต่สีหน้าของชายหนุ่มดูเคร่งเครียดและกระอักกระอ่วนใจมากกว่านั้น
         
          “ข้า ฮั่ว เฉวียนเฟย เคยเป็นสหายกับซุนเฮยหลง.. เจ้าคนที่ชอบใส่หน้ากากคนนั้น เขาคือพี่ชายของเจ้าใช่หรือไม่?”
         
          “เอ๋!?” เฟินเยว่ทำตาโตอีกครั้ง นอกจากว่าเด็กสาวจะได้ยินชื่อของพี่ชายแล้วคู่สนทนายังระบุลักษณะเด่นของอีกฝ่ายได้ออกมาอย่างชัดเจน คงไม่มีอีกแล้วที่จะเป็นซุนเฮยหลงคนที่สองที่ชอบใส่หน้ากากเหมือนกัน เขาจะต้องเป็นพี่ชายของนางอย่างแน่นอน “ใช่เจ้าค่ะ คุณชายฮั่วรู้จักกับพี่ชายข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”
         
          “อ่า.. ใช่ เราเคยประจำการอยู่ที่ฉางอันด้วยกัน ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาที่ลั่วหยาง... ” นายทหารฮั่วพยักหน้ารับก่อนที่จะอยู่ในอาการนิ่งสงบ และเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เฟินเยว่ตัวชา “ข้าเสียใจด้วยนะเรื่องพี่ชายของเจ้า เขา... ..... ..... .. .. . .... ... .. . . . . ”
         
          ฮั่วเฉวียนเฟยเล่าเรื่องต่าง ๆ ออกมามากมายทว่าในหัวของเด็กสาวกลับได้ยินเพียงแค่เสียงอื้ออึง รู้สึกตัวอีกครั้งนางก็กลับมาถึงเฉินหลิวทั้งที่น้ำตาอาบเต็มใบหน้า...
         
.
.
.
                    

ลักษณะนิสัยรักสงบ
-10 ลดความเครียด

ลักษณะนิสัยขยัน
-20 ลดความเครียดเมื่อทำงานหรือทำกิจกรรมใด ๆ

ลักษณะนิสัยเห็นอกเห็นใจ
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ

อัตลักษณ์อัจฉริยะ
+30 EXP จากการโรลทำงาน

อัตลักษณ์ผิวเป็นฝ้ากระ
-20 EXP จากการโรลทำงานในช่วงกลางวัน หรือ โรลเดินทางช่วงกลางวัน (เรียลไทม์)
+15 ความเครียด เมื่อต้องทำอะไรก็ตามในช่วงเวลากลางวัน

เอฟเฟคความสัมพันธ์
มอบ ชาผิงลี่หนี่วา ให้ [170] เฉา เช่า (โจโฉ) [มาร]
-15 ความสัมพันธ์จากธาตุไม้ ข่ม ธาตุดิน
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร

-----------------------------------------
ส่ง ข้าวกล่อง [1] (เควสส่งข้าวกล่องให้คุณชาย)
ฟังข่าวลือ +8 EXP




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พยัคฆ์ตงเทียน
หยกเชื่อมสัมพันธ์
พู่กันเหวิ่นเซ่า
ถุงหอมจูอวี๋
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x32
x1
x439
x500
x73
x500
x26
x498
x500
x10
x2
x9
x1
x400
x1
x1
x5
x28
x8
x591
x228
x228
x500
x2514
x18
x14
x1
x5
x1
x2
x100
x5
x50
x100
x3
x3
x10
x2
x47
x64
x6
x9
x2
x71
x1
x24
x95
x50
x86
x150
x260
x150
x150
x46
x46
x2
x2
x6
x2
x2
x34
x4
x1
x8
x1
x2
x7
x5
x8
x7
x110
x7
x74
x45
x3
x30
x63
x74
x79
x2
x71
x68
x6
x45
x50
x160
x316
x3
x220
x48
x35
x168
x12
x10
x25
x1
x13
x6
x4
x6
โพสต์ 2021-11-12 23:40:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HuangJiuxin เมื่อ 2021-11-12 23:48



                                                                              [บันทึกวิถีมนุษย์]

                                                         บทที่1 ข้าพาโจรมาส่ง

ในยามที่ตะวันลับฟ้า ได้มีชายผู้หนึ่งกำลังเดินลากร่างของสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์.. หรืออาจจะเป็นมนุษย์ มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองฝั่งตะวันออกของเมืองลั่วหยาง

      "ถึงจะลากมาแบบนี้ก็ยังลำบากอยู่ดี"

หวงจิวซินบ่นพึมพำพร้อมเดินลากร่างของโจรที่ถูกเปลื้องผ้าเหลือแค่จุดซ่อนเร้นที่ยังคงปลอดภัยอยู่เพื่อลดความอนาจาร ถูกมัดมือมัดเท้า มัดปากและตัวด้วยเศษผ้าจากชุดตัวเอง ที่ถูกพลเมืองดีศรีแผ่นดินฮั่นนามหวงจิวซิน ฉีกเป็นชิ้นๆ เพื่อเอามามัดเป็นเชือกไว้คอยมัดและลากนั่นเอง

  ถึงแม้จะลากมาเช่นนี้จะช่วยทุ่นแรงได้อย่างมากแต่ก็เป็นการลำบากด้วยตัวของหวงจิวซินจะเคลื่อนย้ายมาด้วยตนเอง โชคยังดีที่โจรยังคงสลบไม่ได้สติแม้จะผ่านการโดนลากมาตามทางดินก็ตาม

ถึงแม้หวงจิวซินจะรู้สึกผิดนิดๆหลังจากจัดการเปลื้องผ้าของโจรด้วยเหตุสุดวิสัย แต่อย่างน้อยเขาก็ปิดจุดสงวนของบุรุษให้ผู้โดนลากอยู่ หวังว่าตื่นมาโจรผู้นี้จะไม่ถือโกรธเขามากนัก

      "นั่น.. อีกนิด"

หวงจิวซินเริ่มมองเห็นประตูเมืองลั่วยาง เขาเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะได้ไปถึงเร็วขึ้น และชายหนุ่มจะได้เป็นอิสระซะที

ใช้เวลาเพียงไม่นานหวงจิวซินก็มาถึงหน้าประตูเมืองฝั่งตะวันตกอันยิ่งใหญ่สมกับเป็นประตูเมืองหลวง

        "พวกท่าน.. ข้าเอาโจรมาส่ง.."

ในตอนนี้หวงจิวซินแทบหมดแรง การต้องลากคนตัวหนักเช่นนี้มาตลอดทางนับระยะได้หลายลี้  เขาเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่ดูจากลักษณะการแต่งกายดูแล้วคงจะเป็นทหารที่คอยดูแลประตู

        "ท่านมีอะไร มีอะไรอยากให้เราช่วยงั้นรึ"

"พวกท่าน ข้านำโจรมาส่ง ขอฝากพวกท่านช่วยรับช่วงต่อโจรผู้นี้ได้หรือไม่ มันผู้นี้คอยดักฆ่าชิงปล้นผู้คนในแถบป่าซินเจ๋อหนี่ "

แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดไปก็เป็นการคาดคะเนอยู่หลายส่วนทีเดียว แต่อย่างไรเขาก็ไม่มีข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือ

       "แล้วก็ข้าเห็นผ้าโพกสีเหลืองบนหัวของเขาด้วย แต่ข้าว่าพวกท่านน่าจะพอทราบอะไรบ้าง"

        "มีแค่คนเดียวงั้นรึ ไม่มีพวกมันคนอื่นใช่ไหม?"
  
ทหารได้ก็ถามหวงจิวซิน ดูแล้วพวกเขาน่าจะรู้อะไรบางอย่าง หวงจิวซินคิด

         "ใช่ เท่าที่ข้าลองสังเกตุดูคนที่เข้ามามีเพียงแค่เจ้านี่ ไม่เห็นพวกมันคนอื่นเลย เจ้าคนนี้เป็นสมาชิกกองโจรรึ"

  ชายหนุ่มค่อนข้างแปลกใจเมื่อได้ยินดังนั้น เขาไม่คาดคิดว่าโจรที่เขาจับมาจะเป็นสมาชิกองโจรไหนสักที่ แต่จากฝีมือการต่อสู้คงน่าจะระดับปลายแถว

       "ท่านจะว่าเช่นนั้นก็ได้"

ทหารที่รับเรื่องไม่บอกสิ่งใดเพิ่มเติม เขารับโจรไปเพื่อเอาไปดำเนินการต่อตามกระบวนการ หวงจิวซินคิดว่าเป็นเช่นนั้น

        "คงได้เวลาไปพักแล้วกระมัง"

หวงจิวซินมองผู้คนที่เดินทางเข้าเมืองลั่วหยางในยามค่ำ แม้จะไม่ได้มากมายแต่ก็ยังพอเห็นบ้างประปราย

  หวงจิวซินเดินเข้าไปยังจุดตรวจคนเข้าเมืองที่พอจะยังมีคนต่อแถวอยู่บ้างทำให้ไม่เสียเวลารอมากเท่าใดนัก

       "นี่ๆยายเฒ่าข้าได้ยินข่าวลือในเมืองมาว่าตอนเมื่อคืนวัน 14 เดือนสือเยว่ยามไห้
มีบุรุษกับสตรีชุดแดงทำบัดสีบัดเถลิงกลางโรงเตี๊ยม ทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณชน ไม่อายฟ้าไม่อายดินเลยเจ้าว่าไหม ถ้าข้าอยู่ที่นั่นนะเข้าไปเดินเทศน์สักยก"

เสียงคนแก่สองเสียงแว่วมาจากข้างหลังของหวงจิวซิน พูดคุยเสียงดังลั่นไม่เกรงใจคนที่อยู่ใกล้ๆ ราวกับจะประกาศเรื่องนี้ให้โลกรู้ก็มิปาน

        'คู่รักใจกล้าคู่นั้น คือผู้ใดกันหนอ'

หวงจิวซินคิดในใจ เขาก็ลอบคิดชื่นชมความใจกล้าของทั้งชายหญิงที่กล้าจูบกันทำต่อหน้าสาธารณะชนเช่นนั้น เขาอยากรู้เสียจริงว่าคนที่ว่าเป็นใครกันหนอ

  หลังจากรอเพียงไม่นานหวงจิวซินก็ได้ผ่านการคัดกรอง และได้เข้าสู่เมืองลั่วหยาง


                                                     ฟังข่าวลือ +8 EXP




                                                                                                                                @Watcher
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เตากำยาน
ขวานไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x20
x30
x3
x3
x1
x12
x3
x3
x3
x40
x14
x14
x4
x2
x1
x4
x6
โพสต์ 2021-11-15 15:05:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-11-15 15:31

          "ช้าก่อน แม่นางคนนั้น" เสียงทหารเฝ้าประตูด่านเอ่ยขึ้นมายามจ้าวเพ่ยยื่นหนังสือเดินทางแก่ทหารตรวจตราคนเข้าเมือง สตรีในชุดคลุมเกิดความงุนงงเล็กน้อยเมื่อนางโดนเรียกเช่นนั้นเพราะปกตินางเองสามารถเข้าออกลั่วหยางได้เป็นปกติมาตลอด

          "มีอะไรหรือเจ้าคะ" จ้าวเพ่ยกล่าวถามออกมาพลางมองผู้ติดตามของนางด้วยความสงสัยกึ่งคำถาม หนังสือเดินทางในมือของนางถูกดึงออกไปตรวจตราทั้งสายตาอย่างไม่ไว้ใจจากเหล่าทหารตรวจคนเข้าเมือง

          "เป็นคนจากที่ใด.."

          "ฮั่นจงเจ้าค่ะ.. มีเหตุอันใดหรือ" แม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่นางก็ตอบออกไปเช่นนั้น เหล่าทหารอาจจะตามตัวนางโจรแล้วคิดว่านางเป็นผู้ต้องสงสัยหรือเปล่า เรื่องนั้นก็ไม่อาจรู้ได้

          "ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเลย คงไม่ใช่นางโจรปลอมตัวมาใช่หรือไม่"

          "พ.. พูดอะไรเจ้าคะ ข้าเข้าออกนครหลวงก็บ่อย ท่านพึ่งมาที่นี่หรืออย่างไร" จ้าวเพ่ยไม่เข้าใจว่าทหารนายนั้นต้องการอะไรจากตนกันแน่น ผ้าคลุมที่นางสวมถูกกระชับแน่นด้วยความหวาดระแวงในสายตา ครั้นเอ่ยอะไรออกไปก็คงถูกมองไม่ดีเป็นแน่

          "คงเตรียมก่อการร้ายแก่คนในเมืองหรอกนะ" ทหารกล่าวทั้งมองไปยังซุนหยาง เขาเองก็ใช่คนไว้ใจใครได้ง่ายๆ เรียกว่าในยามนี้ต้องตรวจคนเข้าเมืองให้แน่นหนากว่าทุกทีที่เคยเป็น "โจรโพกผ้าเหลิองชุกชุมยิ่งนัก แม่นางคงไม่.. แอบพามันเข้าไปหรอกใช่หรือไม่"

          "นี่ผู้ติดตามของช้า หาใช่โจรโพกผ้าเหลืองไม่.." นางกล่าวอธิบายออกไป คงเป็นเพราะหน้าตาของซุนหยางทำให้เกิดความสงสัย แต่หากนางกล่าวไปเช่นนั้นก็ควรจะยอมรับและปล่อยเข้าเมืองเสียที

          "ขอตรวจค้น.."

          จ้าวเพ่ยแทบจะพ่นลมออกจมูกด้วยความเบื่อหน่าย หญิงสาวหันไปทางซุนหยางเพื่อให้ทำตามที่ทหารคนนั้นต้องการก่อนนางจะบังคับบังเหียนให้เข้าไปนังตัวนครลั่วหยางก่อน หญิงสาวลงจากหลังม้าเพื่อยืนรออีกฝ่ายไปพลาง ยิ่งโดนถ่วงเวลามากเท่าไหร่ นางยิ่งกังวลว่าปลาราดพริกที่ทำมาจะเย็นลงมากเท่านั้น

          "แม่หนู มารอผู้ใดจ๊ะ.." ยายชราเข้ามาทักทายจ้าวเพ่ย ท่าทีราวกับเป็นคนแก่ที่พร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อทำให้นางอดไม่ได้ที่จะช่วยพยุงเอาไว้

          "คนที่ข้ามาด้วย ถูกขอตรวจค้นเจ้าค่ะ.. จึงได้มารอที่นี่"

          "โฮะๆ.. ทหารที่นี่ก็เป็นเช่นนี้แหละ.." ยายแก่หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองจ้าวเพ่ย "แม่หนูหน้าตาสละสวยดีนะ.. คือสตรีคนนั้นหรือไม่.."

          "สตรี..? คนใดหรือเจ้าคะ" ความสงสัยก่อขึ้นยามเห็นยายแก่มองมาด้วยสายตาแปลกๆ หญิงสาวกระพริบตามองคุณยายยกยิ้มขึ้นมาให้นาง

          "ก็ยายได้ยินข่าวลือมาว่าตอนเมื่อคืนวัน 14 เดือนสือเยว่ยามไห้ มีบุรุษกับสตรีชุดแดงทำบัดสีบัดเถลิงกลางโรงเตี๊ยม ทั้งสองจูบกันต่อหน้าต่อตาสาธารณชน" สายตาที่จ้าวเพ่ยมองเห็นจากยายแก่กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป "ใช่แม่หนูหรือไม่"

          "ม.. ไม่ใช่เจ้าค่ะ.. ข้าไม่เคยจูบผู้ใดเลย" ยกเว้นแต่เรื่องที่นางถูกบังคับจูบจากผู้หนึ่ง หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควันเพื่อไม่ให้ถูกมองไม่ดีจากชาวบ้าน เพราะสตรีที่จูบกลางสาธาระชนไม่ใช่นางแน่นอน

          "ขออภัยแม่หนู ข้าคงเสียมารยาทไป" ยายแก่หัวเราะออกมาเล็กน้อยยามที่รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด "ยายก็ว่าจะออกจากนอกเมือง แต่ผู้คนเข้าออกมากมายกลัวว่าจะทำให้พวกเขารอนานยามที่ยายเข้าตรวจ"

          "ให้ข้าไปส่งนะเจ้าคะ.."

          "โอ๊ะ.. ไม่ต้องๆ อย่างไรยายก็จะออกไปอยู่แล้ว แม่หนูดูมีปัญหากับทหารยายเกรงใจ" ยายกล่าวทั้งมองข้ามไหล่จ้าวเพ่ยไป

          ชายที่พึ่งได้รับตรวจค้นมาปรากฏด้านหลังจ้าวเพ่ย แม้จะไม่มีอะไรมาก แต่คำว่าโจรโพกผ้าเหลืองจากที่แอบได้ยินมาเมื่อครู่ทำเอายายแก่รีบผละออกจากจ้าวเพ่ยทันที หญิงสาวมองด้วยความงุนงงก่อนจะหันกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าซุนหยางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หนังสือเดินทางของเธอถูกยื่นให้แก่เจ้าของเพื่อเก็บมันเอาไว้

          "คุยอะไรกัน"

          "ยายน่ะหรือ.. เรื่องข่าวลือที่เมืองน่ะ" นางกล่าวทั้งหันไปเพื่อจะคุยกับยายแต่กลับไม่พบใครเลย จ้าวเพ่ยขมวดคิ้วสงสัยเล็กน้อยว่ายายคนนั้นหายไปได้อย่างไรกันก่อนจะหันกลับไปมองซุนหยางอีกครั้ง

          "เรียบร้อยดีแล้ว.. ไปกันต่อเถอะ.."

          "เจ้าไม่ถูกข่มขู่อะไรใช่หรือไม่.."

          "ข้าจะถูกทำอะไร เพียงแค่ตรวจค้น.. ตรวจแค่ข้ายังดี รีบไปก่อนที่มันจะเรียกตรวจเจ้า" ซุนหยางออกสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยทั้งพาจ้าวเพ่ยขึ้นบนหลังม้าเตรียมที่จะเข้าเมืองไปยังย่านการค้า

ฟังข่าวลือ +8 EXP

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-15 22:53:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย JiTianTao เมื่อ 2021-11-15 22:54

โรลทำงานวันแรก



ตอนนี้จีเทียนเต๋านั่นกำลังนั่งทำงานของตนเองต่อจากการที่กลับมาซื้อของกินโดยที่ของกินนั้นตนเองก็ใส่ห่อผ้าเอาไว้ก่อน แล้วก็หยิบพู่กันมาเขียนต่อโดยที่ตนเองนั้นก็มีเป็นผู้ช่วยเป็นทหารยามก็ไม่ถูกจะเรียกว่าเพื่อนร่วมงานของตนเองหรือเปล่าวก็ไม่รู้เหมือนกันที่ท่านเฉานั้นส่งมาคอยช่วยเหลือตนเองเวลาที่ผู้คนนั้นจะผ่านทางเข้าออกของประตูเมืองโดยที่ตนเองนั้นก็มีหน้าที่นั่งโต๊ะในการเขียนชื่อ ที่อยู่ และเวลาเข้าออกของอีกฝ่ายที่ใช้ประตูนี้นั้นเองโดยที่ดูจะเป็นงานง่ายๆแต่ว่าตนเองนั้นต้องคอยอยู่ประจำที่ตรงนี้แทบจะตลอดเวลาเลยแทบจะไม่มีเวลาที่จะไปไหนเลย โดยที่ตนเองนั้นก็จะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อที่ตนเองนั้นจะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างน้อยก็คนที่ผ่านทางนี้นั้นไม่ให้ต้องโดนเรื่องที่เลวร้ายอย่างการโดนรีดไถ่ ของขุนนางหรือว่าของเหล่าทหารยามที่ประตูนี้เพราะว่าตนเองนั้นก็จะไม่ให้เกิดการรับสินบนหรือว่าการรีดไถ่จากทหารยามเหมือนกัน โดยที่ตนเองนั้นพึ่งจะเข้ามาในวงการเมืองเลยยังไม่รู้ว่าตำแหน่งต่างๆนั้นเป็นอย่างไรกันแต่อย่างน้อยตนเองนั้นก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

"เอาล่ะทนอีกหน่อยก็แล้วกันนะเดี่ยวงานข้าก็จะเสร็จสิ้นเสียทีเอาล่ะเดี่ยวดูก่อนนะว่าตอนนี้นั้นมีกี่คนที่มากันแล้วหืม 12คนเลยอย่างงั้นหรอเนี้ยที่ผ่านทางนี้เอาล่ะอาจจะมีเพิ่มอีกก็ได้"

พร้อมกับที่มีชาวบ้านคนหนึ่งที่ตอนนี้นั้นกำลังเดินทางเพื่อเข้ามายังประตูแห่งนี้หลังจากที่ตามทางทหารยามเข้ามายังโต๊ของตนเองเรียบร้อยแล้วนั้น

"เอาล่ะท่านลุงมีนามว่าอันใดหรือ แล้วท่านมาจากที่ไหนกันมีธุระอะไรที่เข้าเมืองกัน"

"แหะๆข้ามีนามว่า ฉือตง เป็นคนกวนจงนี้แหละ พอดีข้าจะกลับบ้านน่ะขอรับข้านั้นออกไปข้างนอกมาหลังจากที่ไปหาดูของที่เมืองอื่นมา"

"เข้าใจแล้วงั้นขอให้โชคดีในวันนี้ล่ะกันนะอย่าลืมล่ะวันพรุ่งนี้มักสวยงามเสมอลั่วอยางยินดีต้อนรับท่านกลับบ้าน"

"ขอบคุณขอรับท่าน"

พร้อมกับที่จีเทียนเต๋านั้นกำลังมองไปรอบๆบริเวณของตนเองที่ตอนนี้นั้นล้วนแล้วแต่กลายเป็นสีดำไปเกือบหมดแล้วหลังจากที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าไป

ชื่อ-แซ่
ภูมิลำเนา
เวลา
หวางจี
ซีเหอ
ยามเฉิน
ไค่หวาง
ปาสู่
ยามเฉิน
คงหลิน
ปาสู่
ยามเฉิน
จี้เฉิน
ซีเหอ
ยามเฉิน
ไท่เต่า
ซีเหอ
ยามอู่
ทงคง
กวนจง
ยามอู่
จินหลิน
ซานซี
ยามอู่
เฉินซี
กวนจง
ยามเว่ย
หานซือ
กวนจง
ยามเว่ย
หงไคว่
ซานซี
ยามเว่ย
หวยหนาน
ซานซี
ยามเว่ย
ฉือตง
กวนจง
ยามซีว์


ใช้ลักษณะนิสัยเลื่อมใสศรัทธา
+3 points เมื่อโรลทำงาน
-20 ความเครียดเมื่อโรลทำงาน
@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-11-16 21:26:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลทำงานวันที่2



"วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ข้านั้นทำงานสินะอ้า ปวดเมี่อยเหมือนกันนะเนี้ยนั่งที่โต๊ะแบบนี้เกือบทั้งวันโดยที่มีเวลายืดแข้งยืดขาเพียงไม่นานเท่าไหร่นักแบบนี้ ยังไม่รวมถึงว่าจะต้องไปหาอะไรกินอีกนะเนี้ย ดีนะที่ตอนนี้นั้นข้าได้ซื้ออาหารสำหรับตอนดึกเอาไว้แล้วไม่อย่างงั้นล่ะก็คงจะได้ต้องไปหาซื้อด้วยตัวเองหรือว่าฝากคนอื่นไปซื้อเสียแล้วล่ะนะแบบนี้"

พร้อมกับที่ตนเองนั้นมองไปยังรอบๆตัวของตนเองที่ตอนนี้นั้นมีแสงไฟจากเทียนและโคมไฟเต็มไปหมดเหมือนสว่างแบบตอนกลางวันเลยเสียด้วยซ้ำโดยที่ภายในใจของตนเองก็เข้าใจได้ว่ามันคือเมืองหลวงจึงทำให้ผู้คนที่อยู่อาศัยนั้นมีจำนวนมากรวมไปถึงเหล่าพ่อค้าที่ผ่านเข้าผ่านออกตลอด โดยที่ตนเองทำงานมานั้นก็สังเกตว่าส่วนใหญ่จะเป็นเหล่าชาวบ้านหรือว่าจะเป็นเหล่าพ่อค้าที่ใช้เส้นทางประตูนี้ส่วนใหญ่ในการที่จะเข้าออก

"เห้อ อากาศตอนนี้กลางคืนก็หนาวเหมือนกันนะเนี้ยเดี้ยวคราวหน้าข้านั่นจะต้องหาเสื้อกันหนาวบ้างแล้วล่ะถ้าแบบนี้คงจะแย่น่าดูเลยแบบนี้"

โดยที่ตนเองนั่นก็กำลังมองไปยังเหล่าทหารยามที่ตอนนี้นั้นกำลังลาดตระเวนไปรอบๆประตูพร้อมกับที่เหล่าทหารยามนั้นก็กำลังลาดตระเวนไปรอบๆพร้อมกับที่คอยตรวจดูความเรียบร้อยของประตูอย่างแน่นหนาโดยที่ตนเองนั้นก็สบายใจมาหน่อยตรงที่ทหารที่ประตูนี้นั้นไม่ได้ทำการที่จะรับสินบนหรือว่ารีดไถ่ประชาชนที่ผ่านทางหรือว่าใช้อำนาจเพื่อริบสิ่งของถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ตนเองนั้นก็สบายใจที่อย่างน้อยท่านเฉาก็ควบคุมทหารของตนเองอย่างเข้มงวดมากทีเดียวเชียว



ชื่อ-แซ่ภูมิลำเนา เวลา
หวังเหา จิงโจวเหนือ ยามเฉิน
เฟยฉี กวนจง ยามเฉิน
เฟยจง กวนจง ยามซื่อ
เฟยก้าน กวนจง ยามซื่อ
ฮวนหง จิงโจวเหนือ ยามซื่อ
เป่าปิง ปิงโจว ยามอู่
ไป๋ซือ ปาสู่ ยามอู่
เฉิงเทา กวนจง ยามเว่ย
เหาฟาง จิงโจวเหนือ ยามเว่ย
เกาจิง ปาสู่ ยามเว่ย
ไห่หลง จิงโจวใต้ ยามเซิน
คงจิน ปิงโจว ยามซีว์
เว่ยปิง จิงโจวใต้ ยามซีว์


ใช้ลักษณะนิสัยเลื่อมใสศัทธา

+3 points เมื่อโรลทำงาน


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-11-17 16:30:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          เสียงผู้คนดังเป็นระยะในยามนี้ ดูเหมือนประตูเมืองจะมีคนเข้าออกอยู่ตลอดช่วงเวลาไม่ขาดสาย จ้าวเพ่ยเองก็หนึ่งในนั้นที่จะต้องรับการตรวจคนเข้าเมืองแม้ว่านางต้องการจะออกจากเมืองก็ตาม

          "เจอทหารนายนั้นอีกแล้ว ข้าไม่ชอบเอาเสียเลย" จ้าวเพ่ยกล่าวกับซุนหยางขณะที่นางรอคนก่อนหน้านางยื่นหนังสือเดินทางแก่คตรวจตรา หญิงสาวลูบขนเสี่ยวเฮยเบาๆขณะที่มันกำลังนอนซุกอยู่ในอุ้มกอดของนางอยู่

          "แค่ยื่นหนังสือเท่านั้น ไม่นานนักหรอก.."

          แม้จะได้ยินเช่นนั้นจ้าวเพ่ยก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะไม่นานอย่างที่ซุนหยางกล่าวขึ้นมาจริงๆ หญิงสาวมองไปรอบๆประตูเมืองอย่างเบื่อหน่าย พลันสะดุดกับชายผู้หนึ่ง รูปร่างท่าทางช่างคุ้นตายิ่งนัก ดูเหมือนจะเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าเหล่าทหารพวกนี้ แต่นางเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเคยเจอกันที่ใด

          "แม่นาง.. แม่นาง.."

          "เจ้าคะ.."

          เสียงทหารเอ่ยขึ้นเมื่อถึงคิวของนาง จ้าวเพ่ยเองกลับมองชายผู้นั้นจนลืมสนใจสิ่งรอบข้างกว่าจะรู้ตัวก็ถูกเรียกกระตุ้นเสียแล้ว หญิงสาวรีบหยิบหนังสือเดินทางให้แก่มหารทันที สายตาของนางเหลือบไปมองบุรุษผู้นั้น เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกนางมองเขาก็ได้หันกลับมามองนางกลับทันที ท่าทีกระทันหันเช่นนั้นทำเอานางรีบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันที

          "มีอะไร" ซุนหยางถามจ้าวเพ่นเมื่อเห็นว่านางมองบุรุษผู้นั้นอยู่พักหนึ่ง "คนรู้จักหรือ"

          "ป.. เปล่า ข้าคงจำคนผิด"

          นางกล่าวเช่นนั้นเพราะบุรุษผู้นั้นดูเหมือนเคยเจอแต่นางก็จำไม่ได้ว่าใบหน้านั้นเคยเห็นที่ใด ก่อนจะยื่นมือรับหนังสือเดินทางจากทหารหลังจากถูกตรวจสอบเรียบร้อยดีแล้ว จ้าวเพ่ยเองก็อยากจะทักทาย แต่ก็ไม่รู้ว่าในฐานะอะไรเพราะดูเหมือนทั้งนางและผู้นั้นจะไม่รู้จักมักจี่กันเสียด้วยซ้ำ

          "อย่างนั้นเอง.. อ้อ ข้าซื้อเบ็ดตกปลามาให้เจ้าด้วย เผื่อเจ้าต้องการตกปลาบ้าง"

          "เบ็ด? เบ็ดที่ข้าเคยให้เจ้าใช้ไม่ได้แล้วหรือ"

          "มันอย่างละชนิด คิดว่าเจ้าคงจะชอบมันมากกว่าจึงนำมา"

          ทั้งสองพูดคุยระหว่างจะเดินทางกลับไปยังซีเหอ เกี่ยวกับเบ็ดตกปลา พลันลมหนาวเฉื่อยๆพัดผ่านไล้ใบหน้าให้นางรู้สึกเย็นขึ้นมาจนต้องกระชับผ้าคลุมให้แน่นเสียหน่อย

          แว่วเสียงบุรุษดังขึ้นมาจากด้านหลัง ให้สตรีงามหันไปมองเมื่อถูกเรียกหา ผ้าเช็ดหน้าลายครามโบกตามแรงลม สีสันช่างคุ้นตาคลับคล้ายว่าเป็นของนาง บุรุษผู้นั้นเก็บมันได้ตอนที่นางทำตกคงจะเป็นช่วงที่หยิบหนังสือเดินทางออกมา

          "ทำของตกเอาไว้"

          "ขอบ.. ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" นางยิ้มตามมารยาทขณะรับผ้าเช็ดนั้นผืนนั้นเอาไว้ หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่ายเล็กน้อย พอใกล้เช่นนี้นางนิ่งแน่ชัดว่าคงจะจำคนผิดเพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ความรู้สึกนั้นคงจะหลอกตัวเองเสียแล้วกระมัง "ข้าไม่รู้ตัวเลยว่าทำตกเอาไว้"

          "ข้าเห็นมันตกจากตัวแม่นางพอดี จึงรู้ว่าเป็นของแม่นาง"

          "อ๊ะ.. ท่านแอบมองข้าหรือเปล่าเจ้าคะ จึงเห็นมันตกได้พอดิบพอดีเช่นนี้" จ้าวเพ่ยกล่าวเล่นๆขณะพับผ้าเช็ดหน้าและเก็บไว้กับตัวเช่นเดิม หญิงสาวกลับเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้นไม่เล่นด้วยเสียนี่ "อย่าถือสาคำพูดข้าเลย ข้าแค่กล่าวไปอย่างนั้น"

          "ว่าแต่.. ท่านเป็นคนคุมเหล่าทหารพวกนี้หรือเจ้าคะ ดูพวกเขาเกรงกลัวท่าน" สายตามองไปยังรอบๆประตูเมืองไปด้วย นางคิดว่าบุรุษผู้นี้คงจะเป็นขุนนางแน่ๆ จากชุดและท่าทีที่สุขุมลึกเช่นนี้

          "ใช่.. เป้ยตู้เว่ย เป็นคนคุมกองทหารเทศบาลเหนือแห่งนี้"

          "อ๊ะ.. หากข้าพูดล่วงเกินอะไรท่านขออภัยนะเจ้าคะ" พอได้ยินยศนางก็รีบกล่าวขอโทษล่วงหน้าทันที เพราะจ้าวเพ่ยเองก็เป็นชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง แน่นอนว่าหากเทียบกับบรรดาศักดิ์บุรุษคนนี้เหนือกว่านางแน่นอน "ข้าไม่ได้ตั้งใจ"

          "ข้าไม่ถือสา.. แม่นางดูพูดมากเหมือนสตรีที่ข้าเคยเจอคนหนึ่งจริงๆ"

          "ข้าหรือเจ้าคะ.. ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ.." นางกล่าวทั้งหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะลูบขนแมวสีดำที่กอดอยู่ไปพลาง

          "มีแซ่ว่าอย่างไรล่ะ ข้าจะได้เรียกแม่นางถูก"

          "จ้าวเพ่ยเจ้าค่ะ.." จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งรอยยิ้ม นางพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าจะต้องออกจากที่นี่เพื่อไปยังซีเหอ ยิ่งคุยเช่นนี้ยิ่งทำให้เป้ยตู้เว่ยเสียการงานเพราะนางไปอีก "ข้าเกรงว่าคุยมากไปจะทำให้ท่านเสียงาน ข้าเองก็เร่งที่จะกลับซีเหอ ขออภัยหากต้องขัดจังหวะการคุยเท่านี้นะเจ้าคะ"

          "ข้าไม่อะไรกับแม่นางจ้าวหรอก.. เดินทางดีๆล่ะ"

          จ้าวเพ่ยจะเอ่ยคำลาจากคนที่พึ่งเจอหน้ากัน ลมหนาวพัดผ่านมาอีกระรอกทำเอานางกอดแขนเล็กน้อย เห็นบุรุษยังคงยืนอยู่ก็อยากจะสานความสัมพันธ์ในฐานะคนที่นางเข้าใจผิดว่าเคยรู้จักกันเสียหน่อย

          "อากาศเย็นลงมากแล้ว เกรงว่าท่านเป้ยตู้เว่ยจะเย็นเอา ข้ามีสุราอยู่พอจะยกให้ท่านที่ช่วยเก็บของให้ข้านะเจ้าคะ" มือสวยหยิบสุราของนางออกมาเพื่อที่จะยื่นให้แก่อีกฝ่าย "ดื่มสุราในเหมันต์ฤดูจะช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นดีนัก"

          "ข้าไม่.."

          "รับเอาไว้เถอะ.. ถือเป็นของให้ยามรู้จักกันคราแรก ไม่ต้องกลัวข้าวางยาพิษหรอกเจ้าค่ะ.."

          เป้ยตู้เว่ยเองเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยอมรับสุราจากนาง เขามองสตรีเดินไปจากประตูเมืองอย่างช้าๆพร้อมกับแมวสีดำที่อุ้มเอาไว้ ก่อนจะออกไปจ้าวเพ่ยไม่ลืมที่จะหันกลับมาเพื่อยิ้มให้แก่อีกฝ่าย และออกเดินทางไปพร้อมกับผู้ติดตามของนางต่อ



เอฟเฟคลักษณะนิสัย
ทะเยอทะยาน
-15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน [170]

เอฟเฟคอัตลักษณ์
งดงาม
+6 Point เมื่อโรลเพลย์บริหารเสน่ห์

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [170]
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อปีนักษัตรเดียวกัน

หัวดี :: หัวมาร
+10 ความโหด เมื่อเจอคนหัวมาร/คลั่ง

[170] มอบ สุราหลูโจว ให้

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-17 22:39:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย JiTianTao เมื่อ 2021-11-17 22:45

โรลทำงานรับจดหมายจากท่านอาจารย์และคุ้นหน้าคนที่เคยรู้จัก



จีเทียนเต๋าที่ตอนนี้นั้นกำลังเม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ตอนนี้นั้นใกล้จะมืดเต็มที่แล้วนั้นโดยที่รอบๆของตนเองก็เป็นเหล่าทหารที่ยืนยามกันโดยที่ต่างก็เริ่มจุดกระถางไฟกันแล้วนั้นเองเพราะว่าเนื่องจากที่ตอนนี้นั้นเริ่มจะมืดแล้ว ส่วนตัวเองนั้นกำลังตรวจสอบรายชื่อสำหรับวันนี้ที่ตนเองนั้นได้จดไป โดยที่หลังจากตรวจทานเรียบร้อยแล้วนั้น ก็มีเสียงเรียกจากข้างหลังของตนเอง

"นี้ๆพี่ชายข้ามีจดหมายที่อาจารย์ของพี่ชายนั้นฝากมาด้วยนะพี่ชาย"

"นี้เจ้าหนูหยุดอยู่ตรงนั้นก่อนเดี่ยวข้าจะไปเอาจดหมายให้ท่านสเมียนเอง"

"ก็ได้พี่ทหารนี้ก็เข้มงวดจังเลยนะถ้ายังไงช้ามาส่งจดหมายเรียบร้อยแล้วงั้นข้าไปแล้วนะ"

ก่อนที่ทหารยามนั้นจะนำจดหมายอันนั้นมามอบให้กับจีเทียนเต๋าที่ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าทำไมจะต้องทำมันให้หลายขั้นตอนแบบนี้ทั้งที่ตนเองนั้นรับจดหมายก็สิ้นเรื่องสิ้นราวแล้วแต่ว่าตนเองนั้นก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นขั้นตอนของทหารสังกัดของท่านเฉาที่จะต้องมีระเบียบขนาดนี้กันนั้นเอง โดยที่หลังจากที่ตนเองนั้นได้รับจดหมายของท่านอาจารย์เรียบร้อยแล้วนั้นก็เปิดอ่านทันทีเพราะไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ของตนเองนั้นจะมีเรื่องอะไรกัน

"อ่า....แช่บ่อน้ำร้อนอย่างนั้นหรอเนี้ย? เอาเถอะยังไงก็ได้ไปหาท่านอาจารย์ด้วยแบบนั้นมันก็คงจะไม่ค่อยแย่เสียเท่าไหร่หรอกน่ะแบบนี้"

ก่อนที่จีเทียนเต๋านั้นจะพับจดหมายใส่เข้ากระเป๋าของตนเองพร้อมกับที่มองไปยังสมุดบันทึกลงชื่อคนที่เข้าออกสำหรับวันนี้อย่างตั้งใจโดยที่วันนี้นั้นตนเองก็คุ้นตากับหญิงสาวนางหนึ่งที่ตนเองนั้นเจอระหว่างทำงานอยู่ โดยที่เหมือนอีกฝ่ายก็จะคุ้นกับตัวเองเหมือนกัน โดยที่ตอนนั้นตนเองก็อยากทักอีกฝ่ายไปว่าเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่าวแต่เนื่องจากเวลางานตนเองก็คงทำแบบนั้นไม่ได้ขืนท่านเฉารู้ตนเองคงไม่พ้นโดนตำหนิอย่างแน่นอนเลยแบบนั้น

ชื่อ-แซ่ภูมิลำเนา เวลา
ถงเหมย สานซี ยามซื่อ
ถงเผย สานซี ยามซื่อ
ถงหลง สานซี ยามซื่อ
ไค่หวาง ปาสู่ ยามอู่
ไค่ถิง ปาสู่ ยามอู่
เจียวจู กวนจง ยามเว่ย
เจียวเฟิง กวนจง ยามเว่ย
เจียวซ่าน กวนจง ยามเว่ย
เหว่ยหง กวนจง ยามเซิน
จ้าวเพ่ย เหลียงโจว ยามโหยว่
ซุนหยาง เหลียงโจว ยามโหย่ว
ฉางเหมิน กวนจง ยามโหย่ว

@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-11-18 20:32:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลทำงานอย่างตั้งใจมั้งน่ะ?



"เอาล่ะท่านลุงจะไปที่ไหนกันหรอเนี้ยถือสะพายของเต็มไปหมดเลยท่านลุงจะไปค้าขายอย่างงั้นหรอ?"

"ฮ่าๆไม่หรอกท่านข้าจะกลับบ้านที่ลั่วอยางนี้แหละพอดีไปซื้อของมาตุนเอาไว้ลั่วอยางของบางอย่างมันแพงมากเลยนะข้าก็เลยจะต้องไปซื้อที่อื่นยอมเสียเวลานิดหน่อยแต่ว่าได้ของถูกมามันก็คุ้มล่ะนะแบบนี้ที่ข้านั่นจะยอมเดินทางเสียหน่อยแหะๆช่วงนี้ก็ต้องประหยัดเงินหน่อยล่ะน่ะ"

"ออแบบนั้นเองระมัดระวังตัวด้วยนะท่านลุงเอาล่ะถ้างั้นข้าขอชื่อของท่านกับภูมิลำเนาด้วยข้าจะได้ลงบันทึกเอาไว้น่ะท่านลุงมันเป็นหน้าที่ของข้าเลยจะต้องรบกวนเวลาท่านลุงเสียหน่อย"

"ไม่ๆเลยข้าเข้าใจว่ามันเป็นกฏ ข้าชื่อว่า ไห่จ้าว บ้านอยู่ที่กวนจง น่ะท่าน"

"อืม เรียบร้อยแล้วท่านลุงสามารถที่จะไปได้แล้วขอให้เดินทางกลับบ้านดีๆน่ะท่านลุงนี้มันก็มืดค่ำแล้วกลับบ้านไปหาคนที่ท่านรักด้วยนะขอให้โชคดีอออากาศเริ่มเย็นแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะกันนะ"

"ขอบคุณท่านมากถ้างั้นข้าขอตัวก่อนน่ะถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรแล้วอย่างงั้น"

จีเทียนเต๋าที่มองอีกฝ่ายอย่างยิ้มๆก่อนที่จะส่ายหัวไปมาพร้อมกับที่คอยดูคอยฟังเสียงบอกเวลาเลิกงานของตนเองเพราะว่าวันนี้นั้นตนเองจะต้องไปหาท่านอาจารย์อีกหลังจากที่เลิกงานโดยหวังว่าตนเองนั่นจะเลิกงานไวๆเพื่อที่จะได้ไปพักผ่อนเสียทีสำหรับการที่ตนเองนั้นทำงานมาทั้งวันนั้นเอง


"ฮึบทนอีกหน่อยก็แล้วกันนะเดี่ยวก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้วข้าก็จะได้ไปพักเสียทีแบบนั้นแต่ว่าวันนี้คนที่ผ่านประตูคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่แหะเมื่อเทียบกับวันก่อนๆที่ข้านั่นมาทำเลยล่ะนะ"


ชื่อ-แซ่ ภูมิลำเนา เวลา
เย่วซิน ส่านซี ยามเฉิน
เย่วเล่อ ส่านซี ยามเฉิน
เย่วซาง ส่านซี ยามเฉิน
เหลยหง ปาสู่ยามอู่
เหลยเฮา ปาสู่ ยาอู่
เกาฝง กวนจง ยามเว่ย
เกาเฟย กวนจง ยามเว่ย
เกาหลง กวนจง ยามเว่ย
ไป๋เป่ย เหลียงโจว ยามซีว์
ไป๋ปิน เหลียงโจว ยามซีว์
ไห่จ้าว กวนจง ยามซีว์


ใช้ลักษณะนิสัยเลื่อมใสศรัทธา

+3 point เมื่อโรลทำงาน


@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้