แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-9-25 20:37
ถ่านเริ่มจะดับลงถูกก่อขึ้นอีกครั้งด้วยฟืนเพื่อจะใช้ทำอาหารในชุดสุดท้ายนี้ จ้าวเพ่ยซับเหงื่อเล็กน้อยพลางจัดเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับทำอาหารมงคลในงานแต่งทั้งสิบอย่างพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มตั้งเตารอขณะนางล้างมือเพื่อล้างคาวกลิ่นปลาให้สะอาด เพื่อเริ่มทำขนมกุยช่ายก่อนเป็นอันดับแรก
หญิงสาวเริ่มล้างผักกุยช่ายและหั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆพอให้กินได้ วางไว้ในภาชนะเตรียมไว้ก่อน หญิงสาวนำเกลือ น้ำตาลลงไปผสมกับผักกุยช่ายที่ถูกหั่นแล้ว และคลุกเคล้าให้เข้ากัน นางตั้งพักทิ้งไว้ เพื่อหันไปทำแป้งต่อไม่ให้เสียเวลาในงานทำงานของนาง
จ้าวเพ่ยเทแป้งลงในภาชนะเตรียมผสม ใส่น้ำทีละนิดขณะนวดแป้งให้เข้ากัน เมื่อเห็นว่าเริ่มจะติดมือก็ไม่ลืมที่จะเทน้ำมันลงให้พอไม่ติดกับภาชนะและมือของนาง หญิงสาวกดสันมือนวดไปเรื่อยๆจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อน ความเหนียวและนุ่มมือบ่งบอกว่าแป้งที่นางนวดไว้พร้อมใช้งานแล้ว
ขณะที่นางเริ่มแบ่งแป้งให้เป็นก้อนหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เดินเข้ามาในครัวอีกครั้ง ใบหน้าที่ดูเหนื่อยหน่ายเกิดขึ้นจากบุรุษที่มายืนมองตนเหมือนจะเร่งให้รีบทำให้เสร็จเสียที
"อะไรของเจ้าอีก"
"เจ้าจะทำงานที่หอนางโลมนี้เลยหรือไง.."
"ข้าทำงาน ก็ต้องใช้เวลา เจ้าเอาแต่นอนขี้เกียจจะรู้อะไร ที่มาหาข้ามีอะไรอีก"
จ้าวเพ่ยเอ่ยถามซุนหยางที่คอยเร่งนางจนเริ่มไม่มีสมาธิในการทำขนม หญิงสาวแบ่งแป้งเสร็จก็ใช้แป้งแห้งมาให้เป็นแป้งนวล ก่อนจะเริ่มบีบแป้งให้เป็นแผ่นบาง นำไส้ที่ทำเตรียมไว้มาตักใส่ตรงกลาง ทั้งห่อจีบโดยรอบและเมื่อมั่นใจว่าไม่มีรอยรั่วแล้วตึงวางใส่ลังถึงเตรียมนึ่งพร้อมกุ้ยช่ายชิ้นต่อๆไป
"เมื่อไหร่จะเสร็จ"
"เจ้ารอเสียหน่อยไม่ได้หรือไง" จ้าวเพ่ยหันไปพูดกับซุนหยางที่ยังไม่ยอมออกไปเสียทีด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ นางเริ่มปั้นขนมกุยช่ายต่อไปดูเหมือนยิ่งมีคนมายืนเร่งเร้าตนก็ทนไม่ได้ที่จะนิ่งเฉยได้ "ออกไปก่อนไป จะทำอะไรก็ทำ"
"จะให้ข้าทำอะไร.." อดีตโจรโพกผ้าเหลืองถามขึ้นมาเมื่อเขาถูกไล่ออกจากครัวเป็นคราที่สอง จ้าวเพ่ยหันมองซุนหยางอีกครั้งก่อนจะวางก้อนกุยช่ายลงลังถึงอีกรอบ
"เจ้าไปใช้นางโลมระหว่างรอข้า.. ข้าจะจ่ายเอง"
"เจ้าพูดเองนะ" เหมือนไล่ครั้งนี้ซุนหยางยอมไปได้แต่โดยดี หญิงสาวมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายที่เดินออกจากครัวไปก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย หญิงสาวละทิ้งความคิดเกี่ยวกับผู้ติดตามผู้นี้เพื่อหันความสนใจมาที่สิ่งที่ควรจะทำต่อ
ถึงลังเรียงรายด้วยขนมกุยช่ายถูกปิดลงเพื่อนึ่งขนมให้สุกเอาไว้ หญิงสาวปัดแป้งที่มือก่อนจะเริ่มทำส่วนที่น่าจะนานที่สุดอย่างไก่ขอทานเป็นลำดับต่อไป
ไก่ขนาดตัวกำลังพอดีถูกนำไปล้างให้สะอาดเพื่อมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดตกค้าง และนำมาพักไว้ให้แห้งเสียก่อน หญิงสาวตั้งกระทะเพื่อนำเนื้อสัตว์ลงไปผัดตามด้วยเครื่องยาจีน และเห็ดหอมใส่ลงไปผัดตามให้เกิดกลิ่นหอมขึ้นมา ก่อนจะเทเหล้าให้เกิดกลิ่นฉุนขึ้นน้ำจำนวนไม่มากถูกเทเพื่อลดกลิ่นลง ขณะเริ่มจะใส่เครื่องปรุงอื่นๆ อย่าง เกลือ ซีอิ๊วขาว ตามลงไป พอผัดจนเริ่มเข้าที่นางก็นำลงมาพักไว้
ไก่ถูกล้างเตรียไว้ ได้ถูกยกมาเพื่อยัดจองที่นางผักเข้าไปข้างในตัวไก่จนเต็ม จากนั้นนางก็เริ่มห่อไก่ด้วยใบบัวให้มิดตัวไก่ ปิดท้ายด้วยนำเชือกมามัดไม่ให้ใบบัวแตกให้ดินเข้าไปสัมผัสเนื้อไก่ได้ง่าย นางถือห่อไก่เอาไว้และวางไว้ข้างๆให้แม่ครัวอีกคนยกไปเพื่อนำไปห่อด้วยดินเหนียวและจัดการต่อจากนางที่ไม่สามารถทำต่อในส่วนนั้นได้
สภาพครัวตอนนี้เห็นแล้วนึกสงสารคนทำความสะอาดที่จะต้องมาคอยล้างสิ่งที่นางทำทิ้งเอาไว้ อุปกรณ์ทำอาหารต่างไปเริ่มจะอาบไปดเวยเศษซากการทำอาหารมาแลเวให้นางนึกคิดถึงในครั้งที่ทำเสร็จก็ควรจะล้างทำความสะอาดในส่วนที่ตัวเองก่อเอาไว้ด้วย
เรื่องนั้นค่อยมาคิดทีหลัง จ้าวเพ่ยลอบมองปูทะเลที่ควรจะทำต่อไปหากต้อวการให้เสร็จทุกอย่างได้พร้อมกัน แต่นางเลือกที่จะมองข้ามและหันไปทำไส้หมูตุ๋นเป็นลำดับต่อไป
พริกไทยและลูกผักชีถูกนำลงครกบดยาอย่างรีบร้อน หญิงสาวกดข้อมือเพื่อบดทั้งสองให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะตามด้วยกระเทียมและรากผักชีตามลำดับ ข้อมือเริ่มเมื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันครั้งแรกยิ่งทำให้นางอยากจะพักกลางคันในยามนี้เสียจริง หญิงสาวลงมือบดเครื่องทั้งหมดจนละเอียดดี ก็ตั้งหม้อ เทน้ำมันแล้วนำเครื่องที่นางบดไว้มาผัดในหม้อ ผัดจนพอส่งกลิ่นหอมก็เริ่มใส่น้ำตาลปี๊บ และน้ำสะอาดลงไปพอให้ท่วมเครื่องผัด
นางเริ่มยีน้ำตาลกับหม้อเพื่อให้ละลายได้รวดเร็วขณะที่คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดีจนเครื่องเริ่มเดือดนางจึงใส่ซีอิ๊วและเครื่องอื่นๆลงไปเป็นลำดับ กลิ่นเครื่องเทศหอมตีขึ้นมาอีกครั้งให้นางใส่น้ำลงไปจนครึ่งหม้อ รอจนน้ำเดือดก็ใส่ไส้ใหญ่หมูลงไปและตุ๋นรอเอาไว้ นางนำผักดองมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำและใส่ลงไปในหม้อตุ๋น จากนั้นก็คงจะตุ๋นทิ้งเอาไว้ได้เลย
ระหว่างนั้นคงไม่ยืนรอให้อาหารเสร็จไปเป็นอย่างๆแน่ จ้าวเพ่ยพึ่งจะเสร็จเพียงแค่สามอย่าง เหลืออาหารอีกเจ็ดชนิดที่ยังไม่ได้ลงมือทำ ก็จะใช้เวลาค่อนข้างมากเสียหน่อย
ยิ่งไปกว่านั้นมีโจทย์ยากอย่างปูทะเลที่นางไม่คิดจะแตะต้องมันเลยตั้งแต่ไปจับจ่ายซื้อของมา
เมนูต่อไปที่นางจะทำคงไม่พ้นปลากะพงนึ่งบ๊วย แต่ในยามนี้จ้าวเพ่ยเลือกที่จะนั่งพักและใช้พัดมาพัดตัวเองให้นางมีอากาศหายใจก่อนจะเป็นลมไปในครัวแห่งนี้ น้ำสะอากถูกยกขึ้นพักดื่มให้พอชื่นใจและกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา พอให้หายเหนื่อยหญิงสาวก็ลุกขึ้นไปหยิบวัตถุดิบขึ้นเตรียมจะทำอาหารชนิดต่อไป ปลากะพงทั้งตัวถูกแม่ครัวคนหนึ่งนำไปล้างและหั่นพอเห็นเนื้อและนำมาวางไว้ให้ หญิงสาวกล่าวขอบคุณเล็กน้อยขณะนำบ้วยดองมายีให้พอแตก
ปลากะพงที่ถูกเตรียมไว้ได้นำยกขึ้นเพื่อนำผักกาดขาวมารองไว้ หญิงสาวนำบ๊วยงดองมาราดบนตัวปลากระพงตามด้วยขึ้นช่าย ขิงซอย เห็ดหอมโรยขึ้นบนตัวปลา ก่อนจะยกขึ้นนึ่งด้วยน้ำ คิดว่าเป็นส่วนที่น่าจะง่ายที่สุดสำหรับนางก็คงจะต่อจากนี้แล้วล่ะ
"ข้าพักก่อนนะเจ้าคะ.." แม่ครัวเริ่มทยอยกันเปลี่ยนกะให้จ้าวเพ่ยต้องเร่งตัวเองขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวมองแม่ครัวที่หน้าใหม่มากมายก็ต้องหลบหน้าเมื่อไม่ใช่ชุดเดิมที่คอยช่วยเหลือนางก็แอบหวั่นใจหน่อยๆ
หัวใจหมูถูกนำลวกด้วยน้ำเดือดเพียงครู่ให้พอสะดุ้งความร้อนและนำมาวางเพื่อเตรียมหั่น ก่อนนางจะนำเนื้อหมูนำลวกบ้าง และนำมาเตรียมหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำทั้งเนื้อและหัวใจ ชิ้นเนื้อและหัวใจถูกหั่นลงไปในหม้อ ตามด้วยเครื่องยาจีน เห็ดหอมและอื่นๆลงไปตามด้วยน้ำแกงเพื่อต้มให้เดือด รอเคี่ยวต่อให้หัวใจพอนุ่มให้สามารถกินได้ ก็เตรียมเม็ดเก๋ากี้เอาไว้ใส่เป็นลำดับสุดท้าย
แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
ระหว่างเคี่ยวนางก็หันไปมองแม่ครัวคนอื่นเริ่มจัดเตรียมของ ความเหนื่อยทำเอาเธอเกิดง่วงนอนขึ้นมาเสียดื้อๆ ตอนนี้เหลืออาหารที่จะต้องจัดเตรียมเพียงห้าอย่าง แต่หากว่าละไปจากตอนนี้คงจะไม่เหมาะสมแน่ๆ
เหลืออีกเพียงห้าที่นางก็จะสำเร็จงานนี้ด้วยดีแล้ว จ้าวเพ่ยฮึดแรงสู้ให้กำลังใจตัวเองขณะนำตัยหมูมาหั่นเป็นชิ้นพอหนาหน่อย นางเคยได้ถูกสอนมาจากอาอี๋ว่าตับหมูเมื่อหั่นบางมากเมื่อนำไปผัดจะแข็วและไม่นุ่ม ตับหมูส่งกลิ่นคาวแบบนี้นางคงเอาไปปรุงต่อก็คงจะไม่ไหว หญิงสาวนำนมมาแช่กับตับเอาไว้เพื่อดับกลิ่นคาว เมื่อคิดว่าจะทำตับหมูผัดกระเทียมก็คงต้องรอไปก่อนเพื่อนจะทำอาหารอื่นรอระหว่างแช่ตับ
สายตาเหลือบไปมองปูทะเลที่ชักชวนให้นางทำเป็นเมนูต่อไปแต่จ้าวเพ่ยเลือกจะมองข้ามปูไปหยิบห่อหนึ่งขึ้นมาคลี่ดู เส้นหมี่ซั่วปรากฏต่อสายตานางให้เลือกจะทำในเมนูต่อไป
แครอทและผักกะหล่ำปลีที่วางอยู่ไม่ไกลยกมาหั่นเป็นขนาดพอดีคำ หญิงสาวเตรียมวัตถุดิบพอที่จะให้หยิบจับได้ง่ายมากขึ้นเนื้อสัตว์และกุ้งลวกในน้ำเดือดเพื่อไม่ให้ติดกระทะระหว่างทำ กระทะถูกตั้งเตาอีกครั้งก่อนจะใส่น้ำมันลงไปในกระทะให้พอเคลือบจากนั้นใส่เส้นหมี่ซั่วลงไป คั่วให้พอหอมเพียงครู่หนึ่งและนำมายกพักเอาไว้
ไข่ไก่ถูกตอกและนำลงกระทะทันทีตามด้วยเส้นหมี่ซั่วและเนื้อ กุ้งลวกลงไป ผัดให้ทั้งหมดเข้ากัน ตามด้วยน้ำมันงา น้ำตาล พริกไทยและตบท้ายด้วยเหล้าจีน ผักต่างๆที่ตระเตรียมนำมาใส่ลงไปจนหมด ก่อนจะผสมให้เข้ากันดี กลิ่นหอมของเครื่องปรุงรสตีขึ้นมาให้นางเร่งผัด ความร้อนรนให้นางต้องจับกระทะกระดกขึ้นเมื่อเห็นว่าไม่ทันใจกับความเร่งรีบของนางเอาเสียเลย หมี่ซั่วที่สุกแลเวถูกราดด้วยเหล้าอีกครั้งและยกขึ้นเป็นอันเสร็จ หญิงสาวนำอาหารที่เสร็จแล้วมาตั้งปิดกันความร้อนไม่ให้ระเหยออกง่ายๆ
เสร็จแล้วจึงเดินไปหยิบเห็ดหอมที่ยังคงมีเหลือเยอะจากอาหารที่ทำมา น้ำมาลงต้มให้สุกจนน้ำเดือดปุด นางก็ตักเห็ดหอมขึ้นมาสะเด็ดน้ำและนำมาใส่ถ้วยเพื่อปรุงรสต่อ ซีอิ้ว น้ำตาล และพริกไทยถูกคลุกให้เข้ากัน จากนั้นก็ตั้งกระทะและนำน้ำมันใส่ลงไปพอให้น้ำมันร้อนก็นำเห็ดหอมที่ปรุงแล้วใส่ลงทอดในน้ำมัน พอให้ฟองอากาศน้อยลงมีสีสันสวยงามก็ตักเห็ดหอมลงและปิดฝาเอาไว้เป็นอันเสร็จ
ต่อไปก็ผักเก๋าฮะไฉ่ ผักที่สื่อถึงเซียนคู่รักที่รักกันมาก หญิงสาวนำผักนั้นมาหั่นให้เป็นคำพอดี เตรียมเอาไว้ก่อนจะหันไปหยิบน้ำมันมาใส่ลงในกระทะรอให้ร้อนอีกครั้ง ก็น้ำกระเทียมลงผัดให้ส่งกลิ่นหอม ตามด้วยผักเก๋าฮะไฉ่ที่หั่นเตรียมไว้ พอเริ่มสุกก็นำน้ำแกงราดลงไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แห้งเกินไป พอได้ที่ก็ตักขึ้นมาวางให้เสร็จสมบูรณ์ กลิ่นหอมของอาหารตีขึ้นมาให้นางรู้สึกเริ่มหิวขึ้นเนืองๆ หากเสร็จงานนี้แล้วคงจะไปหาร้านอาหารสักทีหรือไม่ก็นั่งลงทำอาหารกินเองเสียตรงนี้ไปเลย
จ้าวเพ่ยยกมือที่เริ่มแดงขึ้นมาดูให้นางจมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่านางจะทำอะไรผิดพลาดไปสักอย่าง พลันนึกถึงเมนูหมี่ซั่วที่นางจับกุ้งไปก็เผลอจิ๊ปากด้วยความลืมตัว นางพยานามทำเป็นลืมๆไปก่อนจะนำตับหมูที่แช่นมทิ้งไว้ก่อนหน้านี้มาขยำเบาๆให้น้ำนมออกเป็นสีชมพูออกก่อนจะนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าจนกระทั่งน้ำที่ล้างเริ่มใสขึ้นก็เอามาตั้งพักเอาไว้
กระทะเก่าที่ผัดผักเก๋าฮะไฉ่เมื่อครู่ถูกล้างด้วยน้ำแล้วไม้ขัดทำความสะอาดจนเกิดเสียงให้คนในครัวมองนางเป็นตาเดียว หญิงสาวยกกระทะที่ล้างมาตั้งบนเตาให้น้ำระเหยออกไปจนหมดดีก็ใส่น้ำมันและกระเทียมสับลงไปผัดจนหอมขึ้นมา ก็เทตับลงไปในกระทะให้เกิดเสียงฉ่าทั่วครัว พอผัดจนตับสุกทั่วกันดีก็นำพริกไทยและน้ำตาลลงเคล้าคลุกให้เข้ากันก็ตักขึ้นไว้บนจานและโรยด้วยผักชีตั้งพักเอาไว้
ต่อไปคงจะเป็นสิ่งที่นางเลี่ยงมาตลอดในการทำอาหาร แต่สุดท้ายก็พลาดด้วยเรื่องเล็กๆอย่างกุ้ง จ้าวเพ่ยจับมือที่เริ่มออกอาการคันของนาง ก่อนจะกลั้นใจหยิบปูทะเลตัวใหญ่ขึ้นมานำลงหม้อนึ่งและปิดฝาทันที นางแอบเกาที่ฝามือเพื่อไม่ให้ใครเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจ้าวเพ่ย ก่อนจะลงมือทำน้ำจิ้มสำหรับปูนึ่งด้วยความเร่งรีบ หญิงสาววางถ้วยน้ำจิ้มปูลงก่อนจะเร่งเดินไปล้างมือและแขนด้วยน้ำสะอาดเสียทันที
อาหารทั้งสิบชนิดครบเรียบร้อยแล้ว จ้าวเพ่ยเดินกลับมายังห้องครัวก่อนจะเดินไปหาแม่ครัวคนหนึ่งที่เหมือนจะว่างจากงานอยู่
"เอาล่ะ.. ขนมกุยช่ายอยู่ในถังลึง ไส้หมูตุ๋นกำลังตุ๋นที่หม้อนั้น ปบากระพงนึ่งบ๊วยน่าจะกำลังสุกได้ที่ ซุปหัวใจหมู ปูทะเลนึ่ง" จ้าวเพ่ยบอกอาหารที่ยังคงเตรียมไว้ให้เป็นอย่างๆกับแม่ครัว นางนำอาหารปรุงสุกทั้งสามมาให้แม่ครัวไปด้วย "ไก่ขอทานคนของพวกท่านนำไปอบ.. ถามแม่ครัวที่นี่น่าจะรู้ว่าอยู่ที่ใด"
จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งดึงสายรัดชุดกี่เพ้าให้แจนเสื้อรุ่มร่ามกลับมาคลุมทั่วแขนนางอีกครั้ง แม่ครัวมองจ้าวเพ่ยเล็กน้อยก่อนจะพนักหน้ารับคำพูดของนางทุกอย่าง
"แม่นาง.. แพ้อาหารหรือ?"
"ข้าแค่จับ ไม่มีอะไรมากหรอก ประเดี๋ยวคงหาย" จ้าวเพ่ยตอบออกไปก่อนจะเร่งเดินออกจากครัว นางไม่มีเวลาแม้จะทำความสะอาดครัวแล้ว หญิงสาวเดินไปหาเสี่ยวเออร์เพื่อรับค่าจ้างในส่วนการทำอาหารนี้ด้วยตัวเองขณะมองไปรอบๆหอนางโลมเพื่อสอดส่องหาใครบางคน
"ผู้ติดตามข้าอยู่ไหน"
"เอ่อ.. กระผมจะนำไปนะขอรับ" เสี่ยวเออร์เอ่ยทั้งเดินนำจ้าวเพ่ยไปหยุดหน้าห้องหนึ่ง หญิงสาวให้เสี่ยวเออร์เรียกชายในห้องจนได้ยินเสียงตอบรับมาอย่างรำคาญ จนประตูเปิดออกมาเผยให้เห็นซุนหยางที่มีเสื้อผ้าหลุดหลุยคล้ายเร่งรีบแต่งตัวและสาวงามที่อยู่ภายในห้องก็ปกปิดร่างกายของตนด้วยผ้าผืนสีสวย
"ไปกันได้แล้ว"
"ขอเวลาอีกครู่หนึ่งไม่ได้หรือ ข้ายัง.. ไม่เสร็จ"
"ทีเจ้ายังเร่งข้าได้เลย.." จ้าวเพ่ยเอ่ยกับซุนหยางที่หน้ายังคงแดงก่ำ ใบหน้าที่เหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาทำให้นางหัวเราะขึ้นจมูกอย่างลืมตัว เมื่อซุนหยางได้สัมผัสกับความน่าหงุดหงิดเฉกเช่นที่นางโดนเร่งเมื่อครั้งที่นางอยู่ในครัว ก็พอใจแล้ว
ซุนหยางถอนหายใจขค้นมาก่อนจะปิดประตูลงโดยไม่ใยดีแก่หญิงสาวที่รออยู่ตรงหน้าตนเลยแม้แต่น้อย
"รอข้างนอก.. ข้าแล้วเสร็จเมื่อใดจะออกไปเอง" เสียงบุรุษกล่าวดังผ่านประตูให้จ้าวเพ่ยหันไปมองเสี่ยวเออร์ที่อยู่ไม่ไกลจากตน นางรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมที่จะเดินออกไปรอแต่โดยดี
ฝ่ามือเริ่มขึ้นสีแดงทั่วมือให้นางแอบเกาพอให้หายคัน หญิงสาวกัดปากตัวเองแน่นขณะที่รอให้อาหารแก้อาหารเพียงเล็กน้อยจากการสัมผัสหายไปภายในไม่กี่ยาม แต่แม้เพียงเล็กน้อยแต่นางก็รู้สึกทรมาณอยู่ดี
พอเป็นแบบนี้จุดมุ่งหมายที่จะลงไปเห็นทะเลคงจะถูกจ้าวเพ่ยพับเก็บในเร็ววันเสียกระมัง หญิงสาวที่มีทั้งอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานบวกกับความทนมาณจากอาการแพ้อาหารก็ได้แค่ปกปิดรอยแดงเอาไว้ นางหวังเพียงว่าซุนหยางจะลงมาในเร็ววันเพื่อให้ออกเดินทางต่อได้ อย่างไรก็ดีเงินจากการทำงานในครานี้กลับถูกจับจ่ายไปกับนางโลมที่ต้องรับใข้ผู้ติดตามนางไปเสียเกือบหมด จนนางเริ่มคิดถึงความคุ้มค่าที่ได้รับมา หากเลือดที่ตะไม่จ่ายค่านางบำเรอและให้ผู้ติดตามแค่รอตนมันจะไม่คุ้มค่ากว่าหรือ...
จ่ายค่าตัวสตรี รับใช้บุรุษทุกอย่าง แบบ 1 ชั่วยาม : 40 ตำลึงเงิน ให้กับ ซุนหยาง (ผู้ติดตาม)
ลักษณะนิสัย : โลเล +2 point ทุกครั้งที่เรียนรู้
ลักษณะแต่กำเนิด : แพ้อาหารทะเล +15 EXP จากการโรลทาน/แตะต้องอาหารที่แพ้ +15 ความเครียด เมื่อต้องทานอาหารที่แพ้
|