12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
เจ้าของ: Watcher

[นอกเมืองเฉินหลิว] กระท่อมสกุลกัว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2021-10-10 15:11:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ปรับความเข้าใจ
ขอโทษ
.
.

            ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามทั้งสองจึงมาถึงยังเขตนอกเมืองเฉินหลิวที่มีกระท่อมของบุรุษแซ่กัวตั้งอยู่อย่างคุ้นตา จิ้นอิ๋งที่นั่งให้แผ่นหลังแนบแผ่วยังอกอีกฝ่ายให้หายไอจากลมหนาวยามค่ำก็พลันเอนตัวกลับนั่งตรงเช่นเดิมและรอนิ่งให้อีกบุรุษนั้นลงม้าไปเสียก่อน ความเงียบล้อมกายทั้งสองจนบรรยากาศชวนเก้อกระดากขึ้นมาเพราะคนด้านหลังยังไม่ยอมลงจากม้าไปเสียที ทั้งยังจับยังบังเหี่ยนค้างจนจิ้นอิ๋งแทบไม่กล้าขยับตัว

            " ถึง.. บ้านกัวเจียแล้วนะเจ้าคะ "

            " อืม "

            อืม อะไรกันเล่า!

            จิ้นอิ๋งแทบจะร้องลั่นในใจที่สหายทำเพียงขานรับไม่ลงจากม้าให้ชวนฉงน จู่ ๆ ก็ตีหน้ามึนเสียจนเด็กสาวรับมือไม่ถูก ในตอนที่ดรุณีน้อยเริ่มจะเรียกสติความกล้ากลับมาได้ก็ตั้งใจจะเอ่ยปากให้อีกฝ่ายลงจากม้าไปได้แล้วเพื่อที่ตนจะได้เร่งเข้าเมืองเฉินหลิวหาที่พักด้วยเช่นกัน คนด้านหลังก็พลันกล่าวแทรกอย่างกับอ่านใจนางได้ขึ้นมา

            " เจ้าจะเข้าเมืองหรือ? "

            " แน่นอนสิเจ้าคะ ไม่งั้นจะให้ข้านอนที่ใดกันเล่า ..กัวเจียลงไปได้แล้วเจ้าค่ะ "

            " ถ้างั้นรอข้า ข้าจะแวะเข้าไปหาสหายแล้วเอาของให้เขาเลย "

            บุรุษแซ่กัวกล่าวเสียงอ่อนใจก่อนจะลงจากม้าและเตรียมเดินเข้ากระท่อมตนไป พลันร่างกายปะทะกับลมหนาวโดยตรงผิดกับที่ก่อนหน้ามีเด็กสาวช่วยบังให้ตลอดทาง เสียงไอก็พลันดังขึ้นให้จิ้นอิ๋งที่ได้ยินนิ่วคิ้วน้อย ๆ อย่างติดห่วง ก่อนนางจะกระตุกบังเหียนม้าให้หมุนหัวเตรียมมุ่งไปยังทิศเข้าเมือง

            " ไว้พรุ่งนี้เช้าก็ได้เจ้าค่ะ กัวเจียรีบเข้าไปพักผ่อนในบ้านเถิด " เด็กสาวกล่าวก่อนจะตั้งท่าจากไปแต่อีกบุรุษก็เร่งรุดมาคว้ายังขลุมม้าไว้จนไม่อาจเคลื่อนจากไปได้ พร้อมกันนั้นสีหน้าของสหายก็ฉายความติดห่วงไม่ต่างกันทำให้ดรุณีน้อยไม่อาจหลุดปากเอ่ยบอกให้ผละมือ

            " มืดค่ำถึงเพียงนี้แล้วข้าจะปล่อยให้อาอิ๋งเข้าไปในเมืองตัวคนเดียวได้อย่างไรเล่า.. รอข้า "

            ท่าทางติดดุและไม่ยอมของอีกฝ่ายทำให้จิ้นอิ๋งไม่กล้าจะขัดคำพูดขึ้นมา กระนั้นเด็กสาวก็อดห่วงสหายไม่ได้เช่นนั้นที่ต้องเดินทางให้โดนลมอีก ไหนจะขากลับไม่ใช่ว่ากัวเจียก็ต้องเดินทางกลับคนเดียวหรอกหรือ ทั้งยังเดินเท้าอีกต่างหาก คิดได้เช่นนั้นดรุณีน้อยก็พลันนิ่วใบหน้าหนัก ริมฝีปากเล็กถูกขบเสียซับสีพร้อมในใจที่เอ่ยขออภัยท่านพ่อท่านแม่ที่ตัวนางคงต้องขอทำเรื่องที่ไม่เข้าท่านัก ซึ่งหากทั้งสองอยู่ใกล้ตัวเด็กสาวและได้รู้คำขอจริง ๆ เข้าคงกักบริเวณนางเป็นเดือนแน่

            จิ้นอิ๋งถอนหายใจออกมาเสียเฮือกใหญ่ ท่าทางดูมุ่งมั่นไม่น้อยก่อนจะบังคับพาเฮยเซ่อมายังใต้เพิงไม้เก็บอุปกรณ์ทำสวนไม่ไกลจากตัวบ้านของอีกบุรุษ ก่อนจะลงมาผูกเชือกให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านของสหายที่ไม่ได้ปิดล็อคเนื่องจากตั้งใจจะออกมาอีกหนอยู่แล้ว

            เสียงค้นของฟังดูเร่งร้อนไม่น้อยดังขึ้นมาจากในตัวห้องนอนที่ประตูเลื่อนเปิดอ้าไว้ ทำเอาจิ้นอิ๋งที่สังเกตเห็นพลันยืนค้างยังหน้าประตูบ้านเพื่อรอสหายให้ออกมาคุยกัน ซึ่งทันทีที่เสียงในห้องนอนเงียบลงพร้อมร่างสูงของกัวเจียที่ผละเดินออกมาพร้อมตำราเล่มหนึ่ง อีกฝ่ายก็เกือบทำของในมือหล่นทันทีเมื่อเห็นดรุณีน้อยยืนอยู่ในบ้านตน สีหน้ากัวเจียค่อนข้างน่าขันไม่น้อยด้วยเพราะแสดงออกไม่ถูกระหว่างอยากหลุดขำแต่ก็อยากขึงตึงใส่อีกสตรีที่หาญกล้ากว่าที่คาดนัก

            " เจ้าจะเข้ามาทำไมอาอิ๋ง " น้ำเสียงกลั้วขำฟังอ่อนอกอ่อนใจนั้น ทำให้จิ้นอิ๋งเดาได้ไม่ยากว่าสหายหัวไวของนางคงรู้จุดประสงค์ตนแล้ว ดรุณีน้อยที่พวงแก้มพลันฝาดสีจึงเอ่ยหาด้วยน้ำเสียงที่พยายามปั้นให้ขึงขังจริงจังออกไป

            " ข้า.. ข้าจะนอนที่นี่! กัวเจียค่อยเอาของให้สหายพรุ่งนี้เช้า.. ตั่ง ข้านอนที่ตั่งได้เจ้าค่ะ! "

            สิ้นเสียงหวานจิ้นอิ๋งก็ชี้มือลงตั่งที่ตั้งยังมุมส่วนโถงกลางของกระท่อม กัวเจียที่มองตามมือเด็กสาวก็ยกตำราปิดบังรอยยิ้มที่วาดออกไม่รู้ความหมาย ก่อนจะค่อยคอยเดินเข้าหาตัวของดรุณีน้อยที่มองกลับหาทั้งแววตาไหวระริก กระนั้นร่องรอยด้านในก็สื่อชัดว่าไว้ใจตัวอีกบุรุษไม่น้อยเช่นกัน ทำให้ตำราในมือถูกเคาะเบายังหน้าผากนวลพร้อมแว่วเสียงถอนหายใจเจือขบขันของกัวเจีย

            " เจ้ามันขี้โกง.. ขี้โกงที่สุดเลยจิ้นอิ๋ง "

            จิ้นอิ๋งที่โดนตำราเคาะหน้าผากพลันยกมือปิดกั้นหน้าผากตนเอาไว้พร้อมริมฝีปากที่ยู่หาไม่พอใจ ไหนจะโดนเอ่ยดุเย้าอย่างไม่เข้าใจว่าขี้โกงอย่างไรอีกก็แทบจะนิ่วคิ้วหาเสียเดี๋ยวนั้น

            " ขี้โกงตรงไหนกันเล่า ..กัวเจียพอจะมีหมอนอีกใบหรือไม่เจ้าคะ "

            เพื่อไม่ให้เสียเวลาและบรรยากาศรอบกายทั้งคู่ดำเนินไปในทิศทางที่ไม่ถูกไม่ควร เด็กสาวก็พลันเอ่ยแทรกหาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งบุรุษแซ่กัวก็พยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะกลับเข้าห้องนอนไปวางตำราไว้พลางนำหมอนและผ้าห่มอีกชุดหนึ่งมาวางให้ยังตั่งที่ดรุณีน้อยชี้ว่าจะนอน ที่ตอนนี้จิ้นอิ๋งแทบจะสับเท้ารวดเร็วมานั่งจับจองไว้อย่างกลัวว่าเจ้าของบ้านจะมาแย่งที่นอนนางตรงนี้ไปเสียก่อน ฝั่งกัวเจียที่พอจะรู้ทันความคิดก็ได้แต่หลุดหัวเราะออกมาผะแผ่ว

            " เช่นนั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าคะ " เด็กสาวเอ่ยคล้ายตัดบทอยู่ดีพลางจัดหมอนจัดผ้าห่มเตรียมนอนและพเยิดหน้าให้คนที่ไอมาระหว่างการเดินทางได้เข้าไปพักผ่อนบ้าง

            แต่แล้วนอกจากสหายแซ่กัวตรงหน้าจะไม่ยอมเข้าห้องนอนตัวเองไป กลับทรุดนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าให้จิ้นอิ๋งแทบไถตัวลงจากตั่งมานั่งพื้นตามไปด้วยเพื่อไม่ให้อีกคนต้องมานั่งต่ำกว่าตน ทำเอาคนที่ตั้งใจกะจะเอ่ยเรื่องจริงจังอดไม่ได้ที่จะหลุดขำกับท่าทางชวนเอ็นดูนั้น ก่อนจะปั้นหน้านิ่งอย่างเก่าหลังเห็นร่องรอยแววตาใคร่รู้จากเด็กสาวเบื้องหน้าที่รอฟังว่าตนจะกล่าวอะไร

            .
            " เรื่องไฉ่เมี่ยนข้าไม่ได้ชอบนาง นางเป็นแค่สหายกับข้า ...ข้าขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าเข้าใจผิด "

            สิ้นคำกล่าวของกัวเจีย จิ้นอิ๋งที่ไม่นึกว่าคนตรงหน้าจะกล่าวเรื่องนี้ก็มีสีหน้าอ้ำอึ้งไปเล็กน้อย ในหัวคิดสับสนไปครู่หนึ่งว่าคนตรงหน้าจะมากล่าวขอโทษนางทำไม เพราะคนที่ต้องเอ่ยขอโทษจริง ๆ น่าจะเป็นสตรีไฉ่เมี่ยนที่โดนคนตรงหน้ากอดเสียมากกว่า และยิ่งพาลนึกถึงภาพนั้นจิ้นอิ๋งก็เผลอขบริมฝีปากตัวเองจนขึ้นสีก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงกึ่งดุออกไปอย่างอดไม่อยู่

            " คนที่กัวเจียควรขอโทษคือท่านไฉ่เมี่ยนมากกว่านะเจ้าคะ หากไม่ชอบไฉนถึงโอบกอดกันเช่นนั้นเล่า ..สหายเขาไม่ทำกันนะเจ้าคะ "

            " อืม.. ข้าขอโทษ ข้าจะไม่ทำแล้ว "

            คำตอบรับจริงจังจากอีกฝ่ายทำเด็กสาวโล่งใจขึ้นมาจนแม้แต่เจ้าตัวยังนึกฉงน ก่อนนางจะเลื่อนสายตาหลบต่ำด้วยไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทั้งยังพยายามหลบซ่อนความสับสนที่เกิดขึ้นเอาไว้ ทว่าร่องรอยเหล่านั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของอีกบุรุษที่เฝ้ามองปฏิกิริยาของดรุณีน้อยอยู่ก่อนหน้า รอยยิ้มนุ่มนวลพลันเผยออกก่อนกัวเจียจะค่อยผุดลุกขึ้นและกล่าวราตรีสวัสดิ์คืนหาแก่จิ้นอิ๋งก่อนเดินไปล็อคประคูหน้าบ้านให้เรียบร้อยถึงกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้เด็กสาวเป็นฝ่ายที่นอนแทบไม่หลับแทนเพราะเฝ้าครุ่นคิดเกือบค่อนคืนเกี่ยวกับเหตุผลของเรื่องที่อีกคนเอ่ยอธิบายในวันนี้

            ท่าน.. เหตุใดถึงต้องขอโทษข้าเสียจริงจังถึงเพียงนั้นกันด้วยเล่า
            ไม่เข้าใจเลย



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-11 15:38:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เทศกาลฉงหยาง
ชวนกัวเจียร่วมงานเทศกาล
.
.

          " ข้ากำลังคิดจะไปเจียงหนานพอดี งั้นเจอกันที่เขาหวงซานในวันนั้น "

          สิ้นคำตอบรับของหลิวจื่อกง อีกฝ่ายก็ค้อมตัวลาจากไปพร้อมกับเด็กสาวหวังอี้ที่หันมาส่งสายตาประกายแก่จิ้นอิ๋งราวกับจะจะรอพบกันในวันงานเทศกาลซึ่งจิ้นอิ๋งก็ยกยิ้มตอบกลับไปก่อนพยักใบหน้ากลับหนักแน่นราวกับให้สัญญา

          .
          " ...กลับกันเถิด " กัวเจียพลันเอ่ยแทรกขัดบรรยากาศ ผุดลุกเตรียมตัวออกจากร้านไปด้วยเช่นกัน ท่าทางเร่งร้อนทำเอาจิ้นอิ๋งต้องรีบคว้าย่ามของนางและลุกตามไปด้วย

          เมื่อเร่งฝีเท้าจนเดินเคียงยังสหายได้แล้วจิ้นอิ๋งก็ลอบมองเสี้ยวหน้าของอีกบุรุษที่มองตรงยังเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเรียบตึงกว่าทุกครา ทำเอาดรุณีน้อยพาลคิดไปว่าอีกคนกำลังนึกเครียดเรื่องวันงานเทศกาลไม่มีผู้อาวุโสให้ชวนไปร่วมงานหรือไม่ ดวงหน้านวลพลันฉายแววความเห็นใจบางส่วนขึ้นมา ก่อนตั้งใจว่าจะเอ่ยชวนให้สหายไปร่วมเทศกาลด้วยกัน

          ทว่าเพราะจิ้นอิ๋งต้องคอยคิดเรื่องวันเวลาที่ต้องเดินทางเสียก่อนเนื่องด้วยสถานที่นัดนั้นค่อนข้างไกลไม่น้อย เผื่อว่าหากชวนกัวเจียไปแล้วจะได้นัดแนะวันเดินทางกันทีเดียวเลย กว่าจะวางแผนในใจได้ทั้งสองก็มาถึงยังคอกม้าให้ต้องขี่ม้ากลับกระท่อมของสหายไปเสียก่อน

          คล้ายแว่วได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นจากคนที่ขึ้นม้าไปก่อนให้จิ้นอิ๋งมองฉงน แต่เพราะอยากเร่งพาอีกฝ่ายกลับบ้าน ดรุณีน้อยจึงไม่ได้เอ่ยถามและเร่งขึ้นม้าไปนั่งยังด้านหลังอีกบุรุษอย่างตอนขามาที่เข้ามาในเมือง เนื่องด้วยจะให้นั่งแบบคืนวานก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่ และกัวเจียก็ขี่ม้าเป็นเช่นกัน จิ้นอิ๋งในตอนนี้จึงเป็นฝ่ายนั่งหลังเกาะชายเสื้อข้างเอวสหายแทน

          " ไหนเจ้าว่าไม่ให้จับเอว " และก็ยังเป็นอีกหนที่คนตรงหน้าย้อนคืนคำนางมาให้จิ้นอิ๋งต้องดึงรั้งชายเสื้ออีกคนเบา ๆ สองสามครั้งราวกับจะสื่อว่าไม่ได้จับโดนเอวอีกคนอยู่

          " ก็ไม่ได้โดนเอวเสียหน่อยนี่เจ้าคะ! "

          จบคำจิ้นอิ๋งที่เอ่ยน้ำเสียงฟังรั้นเล็ก ๆ ทำบุรุษที่กระตุกบังเหียนม้าให้ออกเดินคล้ายยิ้มออกด้วยความขบขันขึ้นมา
          .
          .
          ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังกระท่อมของกัวเจีย ทั้งคู่ต่างลงมาจากม้าพร้อมกันให้อีกบุรุษเลิกคิ้วส่งหาน้อย ๆ ด้วยนึกว่าจิ้นอิ๋งจะกลับเข้าเมืองลั่วหยางไปเสียอีก เพราะก่อนหน้าที่จะได้เข้าเมืองไปเหมือนนางจะบอกอีกฝ่ายว่าจะไปเยี่ยมถานเจ๋อ ซึ่งจิ้นอิ๋งก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนผู้ติดตามจริงหากแต่มีเรื่องที่ต้องเอ่ยถามบุรุษตรงหน้าเสียก่อน เพื่อจะได้นัดแนะวันเจอกันได้ถูก

          " วันงานเทศกาลฉงหยาง ..ถ้ากัวเจียไม่มีผู้อาวุโสที่จะไปด้วย ไปร่วมงานเทศกาลที่หวงซานด้วยกันกับข้าไหมเจ้าคะ? " สิ้นคำกล่าว คล้ายห้วงหนึ่งในความคิดของเด็กสาวกำลังคาดหวังให้อีกคนตอบรับคำของนาง พร้อมในอกที่ระรัวแผ่วราวกับคอยลุ้นตามจนเจ้าตัวเผลอยกมือแตะห้ามความรู้สึกประหลาดเหล่านั้นยังเหนืออกตัวเองเบา ๆ



กู่จิ้นอิ๋ง ชวน [028] กัว เจีย ร่วมเทศกาลฉงหยาง

ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-15 19:50:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เดินทางกลับหลังเทศกาลฉงหยาง
ส่งกัวเจียยังเฉินหลิว
.
.

           บนเรือที่กำลังข้ามฟาก ไร้เสียงสนทนาใดจากจิ้นอิ๋งที่มักเอ่ยเจื้อนแจ้วไม่หยุดอย่างที่เคย ทำเอาตัวเด็กสาวที่เคยเป็นฝ่ายชวนคุยยังรู้สึกเก้อกระดาก สุดท้ายนางก็พยายามหยิบยกเรื่องมาพูด ก่อนเด็กสาวจะพลันหวนนึกถึงเรื่องของแม่นางเจิ้งที่ขอเวลาคิดทวนคำชวนอีกถึง 7 วัน ทั้งที่ก่อนหน้าจิ้นอิ๋งก็พยายามเกลี้ยกล่อม เอ่ยเหตุผลไปหมดแล้วที่เข้าหามาช่วยเหลือนางเช่นนั้น แต่ก็คล้ายยังไม่ได้รับความไว้วางใจเท่าที่ควร

           ในตอนที่ตัดสินใจได้ว่าจะเปิดปากเอ่ยถึงเรื่องที่คิดไว้ ดวงหน้าที่ผินหาก็แทบชะงักค้างไปเมื่อเห็นกัวเจียกำลังคล้องหญ้าน้ำค้างเป็นวงก่อนยื่นมาทางนาง รอยยิ้มของอีกบุรุษที่เห็นอยู่ทุกวี่วันไม่รู้ทำไมในวันนี้จิ้นอิ๋งรู้สึกเหมือนอยากให้อีกคนลดรอยยิ้มลงไปเสียเดี๋ยวนั้น

           " ข้าเก็บได้เมื่อเช้านี้น่ะ.. เลยคิดว่าหากอาอิ๋งสวมไว้น่าจะเหมาะไม่น้อย "

           " ข- ขอบคุณเจ้าค่ะ "

           เสียงหวานที่พยายามคุมให้เป็นปกติแต่ก็ดูยากเย็นไม่น้อยในยามนี้ที่ต้องใจแข็งยื่นมือหาเพื่อรับเอาแหวนจากหญ้าน้ำค้างนั้นมา เพียงถูกวางแผ่วยังกลางฝ่ามือเล็กกลับรู้สึกหนักอึ้งในความรู้สึกอย่างประหลาด ก่อนสัมผัสเบา ๆ ของนิ้วอีกบุรุษที่เอื้อมช่วยทัดปอยผมที่เคลียข้างแก้มนวลที่แดงฝาดโดยไม่รู้ตัวไปยังหลังใบหู จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้เบี่ยงหลบหนีอย่างทุกครา ได้แต่หลุบสายตามองมือที่ยังกำแหวนเอาไว้ ในหัวลืมเรื่องแม่นางเจิ้งไปเสียสิ้น

           " ถือเสียว่า.. ตอบแทนใบจูอวี๋ที่ให้ข้าเมื่อวานแล้วกัน "
           .
           .
           และเพราะเหตุการณ์บนเรือข้ามฟากนั้น ตลอดการนั่งรถม้าไปยังเฉินหลิวเพื่อส่งอีกบุรุษที่ยังอีกฝั่งของรถม้าเช่นเดิม จิ้นอิ่งจึงเอาแต่หลบสายตาอีกฝ่ายมองออกนอกหน้าต่างไม่คิดชวนคุยใด ทว่ามือข้างซ้ายที่ปรากฏแหวนจากหญ้าน้ำค้างที่นิ้วกลางของนางกลับถูกมืออีกข้างเลื่อนขยับจับเล่นไม่หยุด ดู ๆ แล้วความสนใจของนางคงไม่ใช่ทิวทัศน์นอกตัวรถแต่เป็นแหวนที่สวมอยู่นี้

           ผู้ให้ที่สังเกตุเห็นมาตลอดก็พลันลอบอมยิ้มออกมา ไม่ได้เอ่ยเรียกหาใด ๆ อย่างขาไปเจียงหนานราวกับจะให้เวลาเด็กสาวได้ทบทวนถึงเหตุผลที่ยอมรับแหวนวงนั้นจากตนไป

           .
           เพลาผันผ่านมาจนเข้ายามโหย่วทั้งคู่ก็ได้เดินทางมาถึงยังกระท่อมสกุลกัวที่เฉินหลิวแล้ว ถือว่าไม่ได้มืดค่ำมากจนเกินไปแม้จะมีแวะพักทานข้าวกับคนรถม้าระว่างทางด้วยก็ตาม ซึ่งหลังจิ้นอิ๋งเห็นว่ายังสามารถเดินทางต่อไปยังลั่วหยางได้ นางที่ลงจากรถม้ามาส่งบุรุษแซ่กัวยังหน้าบ้านเรียบร้อยแล้วจึงออกปากเอ่ยลาเพื่อขอตัวกลับไปหาผู้ติดตามทั้งสองต่อ

           " อย่างไรก็.. ขอบคุณอาเจียมากเจ้าค่ะที่ไปเทศกาลฉงหยางเป็นเพื่อนข้า แล้วก็ขอบคุณเรื่อง… แหวนนี่ด้วยเจ้าค่ะ "

           " มิเป็นไร ข้ายินดีอยู่แล้ว "

           กัวเจียตอบรับเพียงเท่านั้นก็พลันส่งยิ้มยากจะคาดเดามาให้แก่จิ้นอิ๋งว่าตอบกลับในประโยคแรกหรือหลังกันแน่ ทว่าแค่นั้นเด็กสาวก็แทบลนลานทำอะไรไม่ถูกแล้วด้วยยังรู้สึกประหลาดกับการได้แหวนในครานี้ไม่หาย นางจึงเร่งค้อมตัวเพื่อเดินกลับไปยังรถม้าแทน

           ภายในรถม้าที่เหลือเพียงจิ้นอิ๋ง มือข้างซ้ายยังสวมแหวนหญ้าน้ำค้างประดับที่ไม่รู้จะเหี่ยวแห้งไปตอนใด
           แต่ความรู้สึกยามได้รับคงยังจะค้างในใจของนางไปอีกนาน..



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-24 03:42:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด

แวะหาระบายทุกข์
.
.
.

           จากลั่วหยางถึงเฉินหลิวใช้เวลาไม่นานมากนัก เข้ายามเซินในตอนนี้เด็กสาวจึงมาเยือนถึงกระท่อมของสหายแซ่กัวแล้ว ทั้งที่ตอนก่อนหน้าที่เดินทางตัวจิ้นอิ๋งคิดว่าตัวเองจัดการความเครียดปล่อยวางตั้งแต่ช่วยบัณฑิตผู้นั้นไปได้แล้ว ทว่าในตอนนี้ที่เด็กสาวกำลังเคาะประตูกระท่อมหายังเจ้าของบ้าน ดวงหน้านวลคล้ายเกือบจะหลุดบิดเบ้ออกมาอยู่ร่อมร่อเสียอย่างนั้น กระทั่งบุรุษแซ่กัวออกมาเิปดประตูพร้อมรอยยิ้มอย่างทุกครั้งดรุณีน้อยจึงพยายามฝืนส่งรอยยิ้มกลับหาไปให้

           " ว่าอย่างไรอิ๋งเอ๋อร์ คิดจะทำการณ์ใหญ่อะไรงั้นหรือ? " น้ำเสียงคล้ายกึ่งแซวอยู่ในทีถูกเอ่ยหาเพื่อคลายบรรยากาศคิดมากของเด็กสาวที่ไม่รอดพ้นสายตาของอีกบุรุษ

           และเพราะความรู้ทันไปหมดเสียทุกอย่างนี้ทำเอาจิ้นอิ๋งคล้ายรู้สึกจะระบายสิ่งใดก็ได้ให้แก่สหายผู้รู้ใจคนนี้ แววตาโศกจึงพลันคลอหยาดน้ำรวดเร็วเสียจนกัวเจียชะงักค้างตั้งตัวไม่ทัน และในตอนที่ยังไม่รู้ว่าจะปลอบหาสตรีเบื้องหน้าที่เกือบจะหลุดร้องไห้ออกมาอย่างไร เด็กสาวก็เอนศีรษะแนบหน้าผากชิดแผ่นอกของร่างบุรุษตรงหน้าไปเสียแล้วราวกับอยากปิดบังสีหน้าของตัวนางเอง กระนั้นเสียงสะอื้นแผ่วพร้อมร่างเล็กของจิ้นอิ๋งที่สั่นน้อย ๆ ก็ไม่อาจปกปิดได้อยู่ดีว่านางกำลังหวั่นกลัวมากขนาดไหน

           กัวเจียคล้ายนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อปล่อยให้เด็กสาวได้ระบายหยาดน้ำตาออกมา ก่อนสักพักมือของอีกบุรุษจะเลื่อนลูบแผ่วยังศีรษะเล็กที่อิงซบหายังแผ่นอกของตนอย่างปลอบโยน สัมผัสเพียงแผ่วผ่าน แล้วไล้ลงตามเรือนผมอย่างอ่อนโยนเหล่านั้นคล้ายยิ่งทำให้เสียงสะอื้นของเด็กสาวยิ่งดังชัดขึ้น ทว่ามือเล็กที่เลื่อนจับกลับแผ่วยังชายเสื้อของอีกบุรุษตรงหน้าก็คล้ายเป็นสัญญาณบอกความไม่ถือสาของจิ้นอิ๋งไป

           .
           เวลาผันผ่านไปเท่าใดก็ไม่อาจทราบ แต่ทั้งสองก็คล้ายไม่ได้สนใจและได้แต่ยืนปลอบหากันอยู่เช่นนั้น จนจิ้นอิ๋งที่เริ่มรู้สึกดีขึ้นถึงยอมผละศีรษะตนออกมาทว่าก็ยังไม่เงยหน้าสบหาบุรุษแซ่กัวอยู่ดี มือเล็กยกเช็ดตามพวงแก้มฝาดสีของตนที่ประดับคราบน้ำตาทั่ว ทว่าสักพักกลับโดนอีกบุรุษเชยคางขึ้นมาเบา ๆ ก่อนช่วยสัมผัสเช็ดยังร่องรอยหยาดน้ำบนดวงหน้าราวกับดอกสาลี่ต้องหยาดฝนในยามนี้จนเด็กสาวคล้ายอยากจะหลุดร้องไห้ขึ้นมาอีกหน

           " กลัวหรือจิ้นอิ๋ง.. "

           น้ำเสียงทุ้มเอ่ยหาอ่อนโยนเพื่อปลอบกลับเด็กสาวราวกับล่วงรู้ความในใจให้นางพยักใบหน้ากลับพร้อมลมหายใจที่พยายามผ่อนเข้าออกช้า ๆ ให้ตัวเองหยุดสะอื้นไห้ออกมาไม่ต่างกัน เห็นเช่นนั้นแล้วกัวเจียก็เลื่อนมือลูบแผ่วสองข้างแก้มนุ่มที่ช่วยเช็ดคราบน้ำตาออกให้สักพักแล้วถึงได้ละมือออกไป จนเป็นดรุณีน้อยที่เกือบจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นกระพริบตาแดงช้ำสองสามครั้งก่อนเลื่อนช้อนสบหาอีกบุรุษราวกับอยากถามว่าละมือออกไปทำไมจนเรียกเสียงหัวเราะจกาอีกฝ่ายออกมาให้จิ้นอิ๋งได้สติพร้อมหลุบสายตาหลบขึ้นมา

           " หากกลัวไฉนต้องรับงานเสี่ยง "

           " ข้า.. เพียงอยากหาความยุติธรรมให้แม่นางเจิ้ง และอยากให้เหล่าเจ้าขุนมูลนายทั้งหลายได้รับรู้ว่าพวกเขาก็ควรอยู่ภายใต้กฎระเบียบอย่างเท่าเทียมเช่นกันน่ะเจ้าค่ะ..  "

           คำตอบของนางทำให้กัวเจียคล้ายปะติดปะต่อเรื่องราวได้หลายสิ่ง ก่อนจะผายมือให้จิ้นอิ๋งเข้ามาในตัวกระท่อมเสียก่อนเพื่อทำการพูดคุยให้เป็นส่วนตัวมากกว่ายืนอยู่ยังหน้าบ้านในตอนนี้

           และเมื่อตอนที่ทั้งสองได้เข้ามานั่งลงยังโต๊ะรับแขกของกระท่อมสกุลกัวแล้ว จิ้นอิ๋งก็เล่าเรื่องจดหมายที่นางต้องส่งมอบให้ผู้คุมประหารหากเกิดการประหารขึ้นมาให้แก่กัวเจียฟังทั้งหมดตามที่เคยบอกทางม้าเร็วหาอีกคนก่อนหน้า ทั้งยังกล่าวให้ฟังไปด้วยถึงการส่งจดหมายของอีกบุรุษให้แก่ท่านเจ้าเมืองจินหยางเพื่อขอความช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งกัวเจียก็ฟังเงียบ ๆ ระหว่างที่รินชาเสิร์ฟให้สตรีตรงหน้าไป จิ้นอิ๋งพลันได้กลิ่นชาหอมก็พลอยรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อยจนต้องเอ่ยขอบคุณหาอีกบุรุษ

           " ความใจอ่อนของอิ๋งเอ๋อร์นี่ก็นำความบ้าบิ่นมาด้วยจริง ๆ " กัวเจียกล่าวกลั้วขำหลังเงียบดื่มชากับเด็กสาวไปสักพัก ซึ่งจิ้นอิ๋งที่รับฟังก็เพียงก้มหน้ายอมรับอย่างไม่นึกแย้งอะไรแม้แต่น้อย

           " ข้า.. ไม่ได้เสียใจกับทางที่ข้าเลือกหรอกนะเจ้าคะ ข้าเพียงแค่กลัว… กลัวสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้ "

           " คนเราย่อมกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ อิ๋งเอ๋อร์ไม่ผิดหรอกที่นึกกลัวขึ้นมา " กัวเจียเอ่ยปลอบหา

           " แต่ว่า… ข้าก็กลัวว่าคนรอบตัวที่ข้าผูกพันจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย เรื่องนี้.. ข้ากลัวมากจริง ๆ นะเจ้าคะ "

           คำกล่าวนั้นก็ไม่ได้เหนือคาดของกัวเจียเท่าไหร่ ถึงกระนั้นมาฟังจากปากเด็กสาวตรง ๆ เช่นนี้ก็ทำเอาอีกฝ่ายหลุดหัวเราะเจือเอ็นดูออกมา ความเป็นห่วงใส่ใจผู้อื่นมากกว่าตนเองดูจะติดฝังลึกในความคิดของจิ้นอิ๋งไปเสียแล้ว เช่นนั้นจะถือว่าเป็นข้อดีก็ไม่ใช่ข้อเสียก็ไม่เชิง ตัวกัวเจียจึงต้องเอ่ยเตือนดรุณีน้อยขึ้นมาด้วย

           " ข้าและผู้ติดตามของเจ้าจะไม่เป็นอะไร… เจ้าเป็นห่วงตัวเองบ้างเถิดอิ๋งเอ๋อร์ ข้าก็กลัวไม่ต่างจากเจ้าหรอกนะ "

           แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยอย่างปกติ ทว่าเนื้อความกลับทำให้จิ้นอิ๋งรู้สึกดีใจมากจนแทบนึกอยากหลุดสะอื้นขึ้นมาอีกรอบ ยังดีที่กลั้นเก็บไว้ได้และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มส่งคืนหาแก่อีกบุรุษออกไปด้วยควาทรู้สึกท่วมท้นที่มี ก่อนนางจะค้อมหัวส่งหาเพื่อสื่อความรู้สึกนั้นออกไปอย่างจริงใจ

           " ขอบคุณ… ขอบคุณอาเจียมากจริง ๆ นะเจ้าคะ "
           .
           .
           เนื่องด้วยใกล้เวลาเย็นย่ำเข้าไปแล้ว หลังจิ้นอิ๋งเอ่ยขอบคุณหาอีกบุรุษเสร็จพร้อมให้สุราดีแก่กัวเจียไปตามสัญญาตั้งแต่วันเทศกาลฉงหยางที่เคยให้สัญญาไว้ นางก็ขอตัวเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาโรงเตี๊ยมพัก โดยในตอนที่กำลังจะเดินออกจากตัวบ้านของบุรุษแซ่กัวไป เด็กสาวก็คล้ายยืนนิ่งค้างยังหน้าประตูครู่หนึ่งราวกับอยากจะเอ่ยบางอย่าง และบุรุษแซ่หัวก็เพียงยืนรอฟังเงียบ ๆ ไม่ไกลจากจิ้นอิ๋งทำเอาเด็กสาวเริ่มรู้สึกเกรงใจขึ้นมาจนต้องรีบเอ่ยออกไป

           " พรุ่งนี้.. ข้าขอมาหาอาเจียอีกครั้งได้หรือไม่เจ้าคะ ...อยากมาขอยืมใช้ครัวเสียหน่อย "

           " มาสิ ปกติอิ๋งเอ๋อร์ก็มาไม่ขอข้าอยู่ตลอดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? "

           คำเย้าแหย่แทบเรียกวงค้อนจากเด็กสาวขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น พร้อมกับที่ริมฝีปากเล็กก็ยู่หาเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงบรรยากาศความรู้สึกของจิ้นอิ๋งในยามนี้นั้นดีขึ้นมาไม่น้อยจนคนที่เอ่ยหยอกรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นไม่ต่างกัน

           หลังเอ่ยสิ่งที่อยากบอกออกไป จิ้นอิ๋งก็คล้ายยีงยืนนิ่งที่เดิมอยู่อย่างนั้น ดวงตาสีนิลพลันเลื่อนสบสายตาของกัวเจียเอาไว้ดูยังมีเรื่องอยากจะกล่าวบอกกับอีกฝ่ายอีก กระนั้นสุดท้ายนางกลับทำเพียงค้อมตัวหาเพื่อบอกลาอีกครั้งไป ก่อนร่างเล็กจะหมุนตัวเปิดประตูไปรวดเร็วเพื่อหลบซ่อนดวงหน้าที่ระเรื่อฝาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลังความเครียดและความคิดมากเลือนหาย กลับแทนที่ด้วยความกระเทิ้นอายที่จิ้นอิ๋งพลันนึกรำคาญขึ้นมาที่ตัวเองเริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่เสียอย่างนั้น

           ยิ่งยามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ไม่รู้นางเอาความกล้าที่ไหนเอนหัวซบลงอกของอีกบุรุษไป จิ้นอิ๋งก็แทบเกือบหลุดร้องขึ้นมาในตอนขี่ม้าเฮยเซ่อเดินทางเข้าเมืองเฉินหลิวไป พร้อมกันนั้นในหัวก็ภาวนาบางสิ่งขึ้นมาไม่หยุดหย่อนด้วยความคิดกังวล

           ขออย่าให้.. อาเจียรู้ตัวในยามนี้เลย

           มิเช่นนั้นหากไม่ได้ใจตรงกันและห่างเหินในยามที่นางต้องการคนพึ่งพิงเช่นนี้ จิ้นอิ๋งคงโกรธตัวเองไปอีกนานเป็นแน่...



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
[028] มอบ สุรากานเหม่ยจือ ให้
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-10-25 23:03:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-10-25 23:05


งานผลิตบ๊วยดองส่งโรงน้ำชาอวี่เซิงเหยา
ผลิตครั้งที่ 3
.
.

          เมื่อแยกจากสตรีแซ่ซุนในย่านการค้าเรียบร้อยแล้ว จิ้นอิ๋งก็ขี่ม้าเฮยเซ่อแวะเอ่ยนัดกับคนขับรถม้าก่อนออกจากตัวเมืองมาจนถึงกระท่อมสกุลกัว และเพราะเสียงลากถุงกระสอบที่ดังจากด้านนอกทำให้เจ้าของบ้านคล้ายเปิดประตูมาดูต้นเสียง แม้จะคาดเดาไว้แล้วว่าคงเป็นเด็กสาวที่ได้เอ่ยขอมาบ้านของเขาในเมื่อวาน แต่ก็ไม่นึกว่าจะกลับมาพร้อมของมากมายเสียขนาดนี้จนสุดท้ายก็ต้องมาช่วยจิ้นอิ๋งแบกเข้ามายังห้องครัวในกระท่อมตนแทบจะล้น

          " ข้า.. น่าจะเก็บค่าเช่าครัวเสียหน่อยแล้วกระมัง " กัวเจียเอ่ยน้ำเสียงกลั้วขำขึ้นมาขณะผินสบตาเด็กสาวข้างกายที่ยิ้มแหยกลับหาอีกบุรุษกลับไป

          " เช่นนั้นให้ข้าจ่ายเงินให้ดีหรือไม่เจ้าคะ.. หรืออาเจียอยากได้อะไรหรือไม่เจ้าคะ "

          จิ้นอิ๋งเอ่ยถามเสียงแผ่วดูเกรงอกเกรงใจขึ้นมา เพราะหลังจากนี้ก็ปรากฏเสียงของคนขับรถม้าที่มาเยือนถึงพร้อมส่งของพวกไหดองที่นางได้แวะซื้อมาระหว่างทางเพื่อเตรียมนำมาใช้ดองบ๊วยไปด้วย ซึ่งกัวเจียที่ได้ยินเสียงคนรถจากด้านนอกก็นิ่วคิ้วมองเด็กสาวขึ้นมาอย่างติดฉงน

          " ยังไม่หมด? "

          " ...เจ้าค่ะ " เด็กสาวเริ่มจะหลบตาอีกบุรุษเข้าไปทุกที กระนั้นจากที่นึกว่าจะได้รับคำพูดเชิงตำหนิมา กลับได้ยินเพียงเสียงหัวเราะและคำกล่าวที่เอ่ยราวไม่ได้ถือสา

          " ถ้างั้นข้าขอค่าเช่าห้องครัวเป็นทำอาหารเที่ยงและทานกับข้าก่อนกลับก็แล้วกัน "

          ซึ่งสิ้นเงื่อนไขที่เอ่ยหา จิ้นอิ๋งที่ตั้งใจจะอยู่ทำทั้งอาหารเที่ยงและเย็นเลี้ยงอยู่แล้วหากลากยาวจนถึงยามเย็นเพราะตอนนี้เป็นกลางยามซื่อแล้ว เด็กสาวจึงพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขันไปอย่างรับปาก และหากนางลากยาวทำถึงยามเย็นนางก็จะทำอาหารเย็นเผื่อให้อีกด้วย

          .
          โดยระหว่างที่เริ่มลงมือทำบ๊วยดองอยู่นั้น บุรุษเจ้าของกระท่อมก็มานั่งเคียงช่วยนางทำไปด้วย ทำเอาคนที่เริ่มไม่บริสุทธิ์ใจกับสหายเช่นจิ้นอิ๋งเผลอนั่งหลังตรงเกร็งตัวขึ้นมาก่อนจะพยายามเพ่งสมาธิไปที่การล้างบ๊วยและนำไปดอง กว่าจะได้ยินว่าคนข้าง ๆ ได้เอ่ยชวนคุยก็เป็นตอนที่กัวเจียเอ่ยย้ำขึ้นมาครั้งที่สามที่เสียงนั้นแทบจะใกล้หูของนางจนเด็กสาวลอบสะดุ้งพลางผินสายตาหาเจ้าของเสียงโดยใบหน้าก็เคลื่อนถอยห่างลนลานไม่รู้ตัว

          " อิ๋งเอ๋อร์ตั้งใจน่าดู " กัวเจียเอ่ยทั้งรอยยิ้มกึ่งหยอกหายามเห็นสีหน้าติดตื่นของสตรีข้างกาย ซึ่งจิ้นอิ๋งก็รีบแก้ตัวเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาเสียลนลาน

          " เมื่อครู่! อาเจียพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ "

          " ข้าถาม ว่าเจ้าจะทำบ๊วยดองไปทำไมเสียเยอะแยะ " อีกบุรุษเอ่ยถามอย่างใจเย็น กระนั้นรอยยิ้มที่ส่งหาดูฉายร่องรอยความหยอกล้อหลายส่วนให้จิ้นอิ๋งต้องหลบสายตามาดองบ๊วยต่อกลบเกลื่อนร่องรอยประหม่าในแววตาของนาง

          " ก็.. งานของพ่อค้าหวังทู่ของซีเหอน่ะเจ้าค่ะ ต้องทำบ๊วยดองพันชุดไปส่งที่โรงน้ำชาอวี่เซิงเหยาที่จินหยางน่ะเจ้าค่ะ รีบ.. รีบทำกันดีกว่าเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะเสร็จช้าเสียก่อน "

          สิ้นเสียงหวานของดรุณีน้อยที่กลับมามีท่าทางตั้งอกตั้งใจเช่นเดิม กัวเจียก็ล้ายไม่ขยั้นขยออะไรต่อและช่วยเด็กสาวทำบ๊วยดองต่อไป ก่อนความเงียบจะโรยตัวกลับคืนโดยครั้งนี้จิ้นอิ๋งเป็นฝ่ายกระสับกระส่ายแทน แม้ในหัวจะพยายามสั่งให้เพ่งสมาธิหากับการตั้งใจทำบ๊วยดอง ทว่าปลายแขนเสื้อที่แตะโดนกันกับคนนั่งเคียงเป็นระยะทำเอาเด็กสาวยิ่งมีสติไปกับการแตะต้องเพียงแผ่วผ่านนั้นเสียได้ ทำเอานางนึกดุตัวเองในใจไม่หยุดจนสีหน้าแทบมุ่ยสนิท

          อีกบุรุษที่สังเกตเห็นเสี้ยวหน้านวลของจิ้นอิ๋งที่พวงแก้มเนียนฝาดระเรื่จางแต่ริมฝีปากเล็กกลับยู่เข้าหาเหมือนไม่พอใจบางสิ่งก็ราวนึกเดาความคิดออก เสียงขำเบา ๆ พลันดังขึ้นอย่างนึกเอ็นดูขึ้นมา
          .
          .
          ซึ่งหลังจากที่ดรุณีน้อยเร่งรีบทำบ๊วยดองให้เบี่ยงเบนความสนใจจากคนข้าง ๆ ออกไป ในที่สุดในปลายยามอู่นางก็ทำบ๊วยดองเสร็จสิ้นให้ผินสายตามองผลงานอย่างนึกโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย พร้อมกันนั้นก็หันไปส่งรอยยิ้มกว้างหายังบุรุษแซ่กัวอย่างรู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายมากที่มาช่วยเหลือนางในครั้งนี้

          " ขอบคุณอาเจียมากเลยนะเจ้าคะ หากข้าได้ค่าจ้างมาจะหาซื้อของมาตอบแทนแน่เจ้าค่ะ! "

          " ข้าช่วยไม่เยอะหรอก หลัก ๆ อิ๋งเอ๋อร์ทำไปเสียส่วนใหญ่มากกว่า "

          " แต่อย่างไรก็ถือว่าช่วยอยู่ดี อาเจียเตรียมรอรับของตอบแทนได้เลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็ไปล้างไม้ล้างมือเสียก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะทำอาหารเที่ยงให้ "

          ด้วยอารามดีใจที่งานเสร็จ ความสบายใจพลันมาเยือนและความเกร็งก่อนหน้าก็จางลงไม่น้อยเมื่อทั้งคู่ไม่ได้นั่งเคียงทำงานกันอย่างเมื่อครู่ จิ้นอิ๋งผุดลุกไปหยิบวัตถุดิบทำอาหารออกจากย่ามก่อนจะใช้ครัวของกัวเจียอีกหนเพื่อทำอาหารที่ตั้งใจจะทำให้ในยามเจอกันคราต่อไปได้ลองชิม และเพราะตัวเด็กสาวเป็นฝ่ายได้ลงมือทำเองจึงคิดว่าคงจะพอทานมันได้ไหว หากหั่นเจ้าปลิงทะเลผัดต้นหอมในจานนางเป็นแว่นแผ่นจนไม่เห็นรูปลักษณ์เดิม คิดได้ดังนั้นนางก็เร่งทำอาหารตามที่วางแผนเอาไว้

          ใช้เวลาราวสองเค่ออาหารสองจานก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมกับกัวเจียที่หลังล้างมือเสร็จก็มาคอยจัดเรียงไหไปไว้ด้านหน้ากระท่อมเตรียมให้เด็กสาวแบกกลับใส่รถม้าที่ถูกนัดกลับมารับอีกในยามเว่ยเสร็จพอดีเช่นกัน ทั้งสองจึงนั่งโต๊ะทานข้าวและทานอาหารร่วมกันโดยมีคนทำที่มองอีกบุรุษด้วยแววตาติดประกายขึ้นมาราวอยากรู้ความเห็น

          " รสดียิ่ง อิ๋งเอ๋อร์ทำอาหารได้ดีไม่เปลี่ยนเลย "

          และเพราะคำชมนั้นทำเอาเด็กสาวยิ้มกว้างเสียเต็มแก้ม ก่อนจะก้มลงทานอาหารของตัวเองเช่นกันที่พอหั่นปลิงทะเลจนไม่เหลือเค้าปลิงทะเลแล้ว นางก็ทานได้เยอะขึ้นมากเลยเชียว แต่ก็แลกมากับสีหน้าอยากจะหลุดขำของบุคคลตรงข้ามที่ทำเอาจิ้นอิ๋งแทบค้อนหา

          " ขำอะไรเล่าเจ้าคะ " เด็กสาวเอ่ยพร้อมริมฝีปากที่ยู่หา

          " ปลิงทะเลในจานเจ้าแทบไม่ใช่ปลิงทะเลแล้วอิ๋งเอ๋อร์ ..หากไม่ชอบแล้วไยต้องมาฝืนกินกับข้าไปด้วยเล่า ไม่ทำอย่างอื่นเสียล่ะ เสียดายเงินค่าวัตถุดิบหรืออย่างไร? "

          " ไม่ใช่เสียหน่อยเจ้าค่ะ… ข้าแค่เห็นอาเจียชอบอาหารจานนี้ข้าเลยอยากลองเปิดใจกับเมนูนี้ด้วยน่ะเจ้าค่ะ… แล้วก็มันมีสรรพคุณดีต่อร่างกายด้วยล่ะเจ้าค่ะ! ข้า ..ข้าเลยอยากทานมันให้ได้ "

          ประโยคหลังจิ้นอิ๋งคล้ายลนลานอบางอย่างขึ้นมาราวกับเร่งพูดกลบเกลื่อน พร้อมกันนั้นผินใบหน้าหลบไปขยับปากบ่นตัวเองว่าก่อนหน้ากล่าวอะไรออกไปเช่นนั้น ก่อนจะเร่งหันมาทานอาหารต่อด้วยท่าทางที่ทำราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนสุดท้ายหลังทานเสร็จนางก็ช่วยเก็บจานไปล้างให้อย่างมีน้ำใจ ทั้งที่จริงก็แค่อยากหลบไปสงบใจสักพัก

          ข้า.. คุมตัวเองได้ยากกว่าที่คิดเสียแล้วสิ หยุดลนลานเดี๋ยวนี้นะจิ้นอิ๋ง!

          .
          หลังจากนั้นที่ทำความสะอาดส่วนครัวของกระท่อมสกุลกัวเสร็จ รถม้าที่จิ้นอิ๋งจ้างไว้ก็มาถึงพอดี ทั้งสองจึงช่วยกันแบกไหดองขนขึ้นใส่ตัวรถม้านั้นจนเรียบร้อย จิ้นอิ๋งถึงไปปลดเชือกม้าเฮยเซ่อเพื่อเตรียมตัวกลับไปยังซีเหอเพื่อรวมของและเดินทางไปส่งบ๊วยดองต่อไปตามงานที่ได้รับมอบหมาย กระนั้นนางที่ลืมเอ่ยถึงเรื่องหนึ่งก็พลันเร่งกล่าวบอกแก่กัวเจียไปก่อนจะได้ค้อมลากัน

          " จริงด้วย!.. พอดีบ้านข้าที่ลั่วหยางนั้นยังไม่ได้เปิดขายทำให้ข้ายังไม่อาจไถบ้านที่ลั่วหยางได้คืน ในยามนี้ข้าจึงได้ซื้อบ้านเล็ก ๆ ที่นอกเมืองซีเหอไว้อาศัยอยู่เสียก่อน.. ยังไง หากว่าง ๆ ก็ไปเยี่ยมข้าได้ที่นั่นนะเจ้าคะ "

          " มีบ้านแล้วงั้นหรือ? ...ได้สิ หากข้าสะดวก "

          กัวเจียเอ่ยตอบทั้งรอยยิ้มทำเด็กสาวคล้ายส่งรอยยิ้มดีใจกลับหาไม่ต่างกัน ก่อนนางจะพลันค้อมตัวลาอีกบุรุษพร้อมเอ่ยคำขอบคุณย้ำหากัวเจียไปอีกหนที่ช่วยให้นางในตอนนี้สบายใจขึ้นมากอย่างที่ก่อนหน้านางไม่อาจทำได้ ซึ่งสิ้นเสียงของจิ้นอิ๋ง เด็กสาวก็เร่งขึ้นม้าและบอกคนบังคับรถม้าให้เดินทางตามนางมาได้เลย



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
[028] มอบ ปลิงทะเลผัดต้นหอม ให้
สถานะธาตุหลัก : +10 ความสัมพันธ์ [028] ธาตุดินและปีนักษัตรเหมือนกัน
ค่าชื่อเสียง : +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
12
ตั้งกระทู้ใหม่ กลับไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้