[เมืองซีเหอ] จวนเจ้าเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-11-6 15:37:01 |โหมดอ่าน

จวนเจ้าเมือง
{ เมืองซีเหอ }






【จวนเจ้าเมือง】

พื้นที่ขนาด 10 ไร่ ตัวจวนทำด้วยไม้แข็งแม้จะดูเก่าแก่
แต่ก็แข็งแรงดี มีพื้นที่สำหรับว่าความคดีและสำเร็จโทษที่
โถงพิจารณาคดีด้านหน้าจวน แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่
แต่ก็ไม่ได้ใช้สอยประโยชน์มากนัก ด้านหลังเรือนหลัก
ใช้สำหรับพบปะพูดคุยกับเหล่าขุนนางและจัดงานเลี้ยงอย่างสุขสำราญ




เจ้าเมือง: ตู่ ชวี่ปิ้ง
อุปนิสัย:
บิดาที่ปรารถนาให้ลูกเติบโตขึ้นมามีความกล้าหาญ
และสร้างชื่อเฉกเช่นวีรบุรุษฮั่วชวี่ปิ้ง อีกทั้งมีความใจกว้างและน้ำใจ
แต่กลับไม่เป็นดั่งหวัง ชวี่ปิ้งเมื่อเติบโตเขาเป็นคนสำมะเลเทเมาสำราญไปวัน ๆ
ได้ตำแหน่งมาเพราะญาติสนิทตู่จิ้นกงปลดเจ้าเมืองซื่อสัตย์คนก่อนด้วยการยัดข้อหา
และใช้อำนาจการทหารขู่เข็ญเขาจนลาออก ทำให้ตำแหน่งถูกส่งต่อมาชวี่ปิ้ง
ยิ่งทำให้เจ้าตัวเถลิงในอำนาจ เสพสุราไม่มีวันหยุด ใช้เงินภาษีฟุ่มเฟื่อย
จัดงานเลี้ยงริมสระบัวของจวน รื่นรมย์เหล่าขุนนางที่ประจบเขา








โพสต์ 2021-11-6 17:39:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          หลังจากเดินทางมาถึงจวนเจ้าเมืองซีเหอแล้ว จ้าวเพ่ยพึ่งจะเห็นว่าจวนเจ้าเมืองที่นี่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าจวนที่ใดเลย นางเองก็อยากจะอยู่ในบ้านหลังใหญ่เช่นนี้บ้างแม้จะเป็นจวนที่เป็นพื้นที่ของแผ่นดินก็ตาม ครั้นพอจะกล่าวเอ่ยอะไรออกไปมือปราบหวังผู้ลงจากม้าก่อนก็เดินมายื่นมือแก่นางเพื่อช่วยดึงมือพาลง ครั้นสองมือประสานกันตามคำตอบรับของจ้าวเพ่ย หญิงสาวก็ถูกดึงมือลงและจับเอวเอาไว้ทันทีที่ขาถึงพื้นเพื่อไม่ให้ล้มไปเสียก่อน สายตานางหันขึ้นมองมือปราบอย่างลืมตัวก่อนจะถูกทักขึ้นมาให้นางรีบผละตัวออกจากอีกฝ่ายทันที

          "ขออภัยเจ้าค่ะ.."

          "ข้าจะไปขอพบเจ้าเมือง แม่นางจะรออยู่ตรงนี้หรือไม่"

          "เจ้าค่ะ ข้าเดินทางมารู้สึกเหนื่อยๆ กลัวจะพูดอะไรให้เสียเรื่องไป" นางกล่าวขึ้นมาเพื่อให้มือปราบเดินทางเข้าไปกับหลิวอวี่เพื่อพบกับเจ้าเมืองซีเหอ

          แต่ยังไม่ทันจะได้พบเพื่อพูดคุยกับทหารยาม เจ้าเมืองเดินออกมาจากจวนพอดีคล้ายจะออกไปทำธุระก็พบกับกลุ่มของมือปราบครั้นเห็นหน้าก็นึกถึงคดีของนางเจิ้งที่มือปราบขอเลื่อนความออกไปก็จะกล่าวทักทายอย่างเย้ยหยัน แต่สายตาพลันปะกับหลิวอวี่ผู้ที่มือปราบพามาด้วยพอดีก็ทำให้เจ้าเมืองเบิกตากว้างขึ้นและรีบเข้ามาหาเพื่อต้อนรับทันที

          "สวัสดีขอรับ ท่านโหวเดินทางมาถึงที่นี่เหนื่อยๆเข้ามาพูดคุยข้างในก่อนขอรับ" คล้ายกับว่าเจ้าเมืองรู้จักเซียงเปินโหวอยู่แล้วจึงออกมาต้อนรับอย่างดี "รอช้าอยู่ใย พวกเจ้าให้ใต้เท้าเข้ามาสิ"

          เจ้าเมืองซีเหอกล่าวกับทหารและนำพาเจ้าเมืองและกลุ่มสามพี่สองมาถึงยังเรือนรองรับ แม้แต่จ้าวเพ่ยเองที่บอกว่าจะรออยู่ด้านนอกก็ถูกเชิญเข้าไปด้วย ทำให้นางไม่อยากจะปฏิเสธชายผู้นี้ที่มีท่าทีพร้อมต้อนรับทุกคนให้เสียมารยาทเสียเท่าไร

          แม่บ้านนำสุรามาเสิร์ฟแก่พวกเขาเมื่อมาถึงตัวเรือนรองรับเพื่อกล่าวพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกคนดูเหมือนจะไม่ได้ว่าอะไรมาก แต่มีเพียงจ้าวเพ่ยสตรีเพียงคนเดียวมองจอกเหล้าตรงหน้าก็รู้สึกว่านางเกิดคงามอึดอัดอีกครา เมื่อสิ่งที่ปรากฏก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่านี่มันสถานที่ที่บุรุษจะคุยกัน

          "แม่นางเป็นอะไร ไม่ชอบหรือ.."

          "ข้าไม่.."

          "เจ้าไปเอาชามาให้แม่นางสิ จะให้ข้าบอกทุกเรื่องเลยหรือไง!"

          "เจ้าค่ะ!!" แม่บ้านรีบเดินออกไปทันทีโดยไม่รีรอให้จ้าวเพ่ยเอ่ยห้าม เสียงตะคอกคนในจวนเองก็ยังได้ยินชัดเจนจนนางคิดว่าถ้ารอข้างนอกตั้งแต่แรกก็ยังจะดีกว่านี้

          "ท่านโหวมาหาข้ามีธุระอันใดหรือ"

          "ข้าได้ยินเรื่องคดีนึงที่ไม่อาจคลี่คลายได้ จึงจะมาดูสักหน่อย ท่านคงไม่ถือสาหรอกนะ"

          "ข้ามิกล้าถือสาหรอกขอรับ ท่านโหวให้เกียรติแล้ว"

          เจ้าเมืองกล่าวอย่างเอาอกเอาใจ แต่ใจจริงเขาคิดอย่างไรจะมีใครรู้ เจ้าเมืองซีเหอเองดูท่าจะเป็นคนขี้ประจบประแจงไม่น้อย เมื่อดูจากพฤติกรรมนี้แล้ว

          "น้ำชาเจ้าค่ะ"

          "ขอบคุณเจ้าค่ะ.. ท่านไม่จำเป็นต้องชงให้ข้าเลย ข้--"

          จ้าวเพ่ยรับน้ำชามาจากแม่บ้านที่อุตส่าห์ไปชงชามาให้ตนเสียใหม่ ก่อนจะยกลงวางตรงหน้าเสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขณะที่นางพูดคุยกับแม่บ้าน และเจ้าเมืองซีเหอกำลังกล่าวยกย่องเจ้าเมืองจี้โจวอยู่ จนทั้งหมดต้องหันไปมองเป็นตาเดียว

          "มีคนมาก่อนกวนหน้าจวน และจะเข้ามาให้ได้ขอรับ"

          มือปราบอีกคนสหายของมือปราบหวังเข้ามากล่าวเช่นนั้นก็ทำเอาหวังโก่วเจียงนึกขึ้นได้ว่ามีคนหนึ่งที่บอกจะจัดการพาพยานมารอที่เมืองนี้ซึ่งอาจจะเป็นคนนั้นก็ได้ ก็ได้หันไปหล่าวกับเจ้าเมืองซีเหอก่อนที่เจ้าเมืองจะสั่งการอะไรออกไป

          "อาจจะเป็นท่านผู้นั้นและพยาน ข้าขอไปดูให้นะครับ"

          "ข้าไปด้วยเจ้าค่ะ.."

          จ้าวเพ่ยเห็นมือปราบหวังออกไปนางก็ได้จังหวะที่จะออกจากจุดอึดอัดที่เรียกกันว่า 'คุยตามประสาบุรุษ' ทันที หญิงสาวพลุนพลันลุกขึ้นเพื่อจะก้าวตามมือปราบหวังให้ทันเพื่อไปยังหน้าจวนตามที่มีคนแจ้งว่ามีผู้ก่อกวน

          เมื่อเห็นใบหน้านั้นหญิงสาวก็จำได้ทั้งหมดที่เคยพบและพูดกันก่อนหน้านี้ ทั้งเซียนเหอที่เคยบอกว่าจะพาพยานมาพบที่นี่ก็ได้พาตาเฒ่าทั้งสามมาจริงๆ หญิงสาวรีบก้าวไปสมทบมือปราบหวังและเหล่าพยานที่กำลังพูดคุยกันกับเรื่องคดีความคร่าวไปอยู่

          "ท่านทำได้!!.. ขอบคุณที่ช่วยเหลือเจ้าค่ะ.. ขอบคุณตาเฒ่าทั้งสามด้วยที่ยอมมาที่นี่"

          จ้าวเพ่ยกล่าวขอบคุณออกมาด้วยความยินดีจากใจจริง นางเองก็ลืมไปเสียสนิทเรื่องพยานเพราะมัวแต่คิดเรื่องของเจ้าเมืองจี้โจว เซียนเหอเองที่ได้นำพยานมาก็ขอมือปราบเพื่อเข้าไปยังตัวจวนเพื่อพาพยานไปพบเจ้าเมืองซีเหอ ซึ่งเมื่อเห็นว่าไม่ใช่คนมาก่อกวนทหารยามก็ยอมปล่อยให้เซียนเหอและเหล่าพยานเข้ามาด้วย

          มือปราบหวังจะเข้าไปข้างในตัวจวนเพื่อเตรียมตัวแต่เห็นสาวน้อยที่ยืนอุ้มแมวข้างๆก็หะนมาหาซะก่อน เขานึกขึ้นได้ว่าจ้าวเพ่ยพูดว่าเหนื่อยก็อยากจะพานางไปพักบ้างหลังจากเดินทางมานาน

          "แม่นางไปพักก่อนเถอะ ข้าไปส่ง"

          "แล้วข้าต้องมาอีกทีหรือเจ้าคะ"

          "ก็คงเป็นเช่นนั้น แม่นางจะถูกนำตัวเป็นหนึ่งในพยาน.."

          "โถ่.." อย่างไรนางก็ไม่ได้พักดีเสียที หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าทั้งเกาหัวเสี่ยวเฮยไปพลาง "ข้าก็คิดว่าจะได้ดูอยู่ข้างนอกเช่นชาวบ้านธรรมดาซะอีก"

          "ใกล้จะเสร็จดีแล้ว.. แม่นางอดทนอีกนิด" มือปราบหวังกล่าวทั้งลูบหัวสีดำขลับของจ้าวเพ่ยเบาะ "หากเสร็จดี ข้าจะเลี้ยงอาหารอย่างที่เจ้าเคยขอเอาไว้ก็แล้วกัน"

          "เจ้าค่ะ.."ทจ้าวเพ่ยทำได้เพียงแค่ตอบรับและเดินตามือปราบหวังที่พานางไปพักผ่อนระหว่างรอเปิดความ เรื่องกล่าวเป็นหนึ่งในพยานนางกลับไม่เคยทำและไม่เคยรู้เรื่องนี้ดีเลยว่าควรต้องทำอย่างไร มือเล็กของนางยื่อไปดึงชายผ้าคลุมของมือปราบหวังเพื่อกระตุกเล็กน้อย.. "ช่วยชี้แนะข้าด้วยนะ"


เอฟเฟคลักษณะนิสัยตัวละคร
โลเล
-15 ความสัมพันธ์ กับคนที่กำลังจีบ

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [174] หวังโก่วเจียง
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไฟ เกื้อหนุน ดิน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [080] หลิวอวี้
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [081] เจียนหยง
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ธาตุไฟ
[[หัวดี >> ทั่วไป]]
none
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [012] หลิวเป้ย์
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อปีนักษัตรเดียวกัน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

- ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [015] กวน อวี่
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

-ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [016] จาง เฟย์
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุเดียวกัน
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อปีมะแมถูกโฉลกกับปีมะเมีย
[[หัวดี >> หัวคลั่ง]]
-5 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร / คลั่ง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-6 23:31:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          ถึงยามเหมาะที่จะเปิดศาลแล้ว ท่านโหวได้ขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งผู้ว่าการของเมือง เสียงโห่ร้องของมือปราบภายในศาลได้ดังขึ้นเป็นสัญญาณเปิดศาลอย่างเป็นทางการ ด้านหลังเซียงเปินโหวมีสามพี่น้องสวนท้อ หลิวเป้ย์ กวนอวี่ และจางเฟย์ ยืนด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งกับคดีในครานี้

          "เบิกตัวนักโทษเจิ้งหลัน" ท่านโหวกล่าวด้วยเสียงอันดังฟังชัดให้ได้ยินทั้งศาล เพียงไม่ดี่อึดใจแม่นางเจิเงก็ถูกพาตัวเข้ามายังในตัวศาลและให้นั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านโหวทันที

          เซียงเปินโหวเปิดอ่านบันทึกคดีของเจ้าเมืองซีเหอเกี่ยวกับคดีความของนางเพื่อใช้ในการไต่สวยในศาลให้ได้ความยุติธรรมมากที่สุด

          'นักโทษเจิ้งหลัน ฐานความผิดสี่กระทง สังหารสตรีชาวบ้านแล้วป้ายสีขุนนางว่าสตรีพวกนั้นถูกแม่ทัพตู่กงจวินย่ำยีศักดิ์ศรี ทั้งยังสังหาร แม่ทัพตู่กงจวิน วางยากองทัพทหารซีเหอ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเมือง อาจถึงขั้นเมืองแตกด้วยทหารติดพิษอัมพาตไม่สามารถป้องกันเมืองได้ และหลบหนีความผิดเป็นระยะเวลานานไม่ยอมรับการไตร่สวนแต่แรก'

          "เจ้าคือเจิ้งหลันหรือไม่.. นางโจรที่เป็นผู้สังหารแม่ทัพตู่กงจวิน"

          หลังบันทึกคดีความจบก็เอ่ยถามแม่นางเจิ้งทันที สายตามองไปยังนางผู้ไม่มีท่าทีหวาดกลัวใดๆแม้แต่น้อย ทั้งยังมีความนิ่งขรึมราวกับว่าตัวนางเองยอมรับโทษตามความผิดที่ทำเสียทุกประการ

          "ข้าเจิ้งหลัน คำนับใต้เท้า"

          "เจ้าสังหารแม่ทัพตู่กงจวินเพราะเหตุใด เจ้ามีความแค้นอะไรกับเขา"

          "เรียนใต้เท้า ข้าไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวอะไรกับแม่ทัพตู่กงจวินเจ้าค่ะ"

          "เจ้าไม่มีความแค้น แล้วเจ้าไม่รู้หรือการสังหารคร่าชีวิตผู้อื่นมีโทษตายตามเขาด้วย"

          "ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ.."

          ก่อนท่านโหวหันไปทางจ้าวเพ่ยที่คุกเข่าข้าง ๆ "แม่นางจ้าวเพ่ย เจ้าเป็นอะไรกับนางผู้นี้ และเจ้าเห็นกับตาหรือไม่ว่านางทำไปเพื่อช่วยคน"

          "เรียนใต้เท้า.. ข้าไม่ได้เห็นกับตาหรอกเจ้าค่ะ แต่เพียงได้ยินจากข่าวลือเท่านั้น" จ้าวเพ่ยกล่าวทั้งหันไปมองเจิ้งหลันช้าๆ เพราะนางเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรที่เกินกว่าการให้คำคดีความนี้เพียงเท่านั้น

          "ในเมื่อเจ้าไม่เห็นกับตาก็ยากจะเชื่อ ส่วนนางโจรเจ้าจะตอบข้าได้หรือยัง สังหารแม่ทัพตู่กงจวินเพราะอะไร"

          "เรียนใต้เท้า สตรีชาวบ้านซีเหอถูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม่ทัพตู่กงจวินย่ำยีศักศรีเจ้าค่ะ หากไม่ทำอะไรชาวบ้านก็เดือดร้อนกันไม่จบไม่สิ้น กฏหมายทำอะไรแม่ทัพตู่กงจวินไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"

          "มือปราบหวัง เจ้าเป็นผู้ดูแลคดีคนใหม่ เจ้าได้หลักฐานอะไรตามที่นางโจรกล่าวหรือนางโจรผิดหรือ"

          "เรียนใต้เท้า ข้าได้พาผู้เฒ่าชาวบ้านผู้ใกล้ชิดเหยื่อสาวในคดีของนางมาด้วยขอรับ"

          "เบิกตัวพยานผู้เฒ่าทั้งสาม" เสียงมือปราบอีกคนกล่าว พลันชายชาวบ้านสามคนเดินเข้ามาพร้อมท่าทีเกรงกลัวไม่น้อย

          "พวกท่านบอกมาเรื่องบุตรสาวและหลานสาวพวกเจ้าทีละคน มีส่วนเกี่ยวข้องยังไงกับมือปราบหวัง"

          แม้จะเกรงกลัวอิทธิพลของตู่จิ้นกงแต่ในยามนี้ตำแหน่งผู้ว่าการของเมืองเป็นถึงเซียนเปินโหว อย่างที่เจียนหยงได้กล่าวกับพวกเหล่าผู้เฒ่าว่ามีหลิวอวี้เป็นผู้ว่าการ หนึ่งในสามผู้เฒ่าหันมองสหายพยานก่อนจะเปิดกล่าวออกมาเพื่อเล่าความ

          "เรียนใต้เท้า ข้าถังกั่ว เดิมทีข้าอยู่กับลูกชายและเมียลูกชายของข้า แต่ในวันนั้นอยู่ๆท่านแม่ทัพตู่ก็บุกเข้ามาถึงที่บ้านของข้าพร้อมเหล่าทหาร กล่าวว่าถังฟูเหรินกระทำความผิดร้ายแรงต้องพาตัวไป ลูกชายข้าเองก็ถูกทำร้ายจากทหารของแม่ทัพ จนหมดลมเช่นกัน"

          "เรียนใต้เท้า ข้าคังเฉียว เป็นตาของ จางซิงเหยียน ข้าเองก็ถูกบุกเข้าบ้านและพาตัวหลานสาวไปเช่นกันขอรับ ข้าพยายามมาตามตัวถึงจวน แต่ก็ถูกกีดกันและข่มขู่จนข้าไม่กล้าเข้ามายังตัวเมืองซีเหอ ข้าไม่ได้พบกับหลานสาวข้าอีกเลย รู้ข่าวคราวอีกทีก็ได้ข่าวว่าแม่ทัพตายโดยฝีมือนางโจรนี่แหละขอรับ"

          "เรียนใต้เท้า ข้าติงฉี อาศัยอยู่กับหลานสาวที่นอกเมืองผิงหยาง หลานข้าคนนี้เป็นคนร่าเริง นางเองชอบออกเที่ยวเล่น แม่ทัพตู่กงจวินได้มาเที่ยวหานางก็บ่อย ครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้าหลานสาวก็เป็นครั้งที่แม่ทัพตู่ได้มาชวนนางให้ชมงานเทศกาลด้วยกัน ข้าเองก็เคยตามถึงจวนเช่นกันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ขอรับ แม้จะยื่นเรื่องร้องทุกข์แล้วก็ตาม"

          เมื่อนำคำให้การมาพิจารณาดูแล้ว น้ำหนักก็ไปทางว่าตู่กงจวินเป็นผู้มีควาผิดฐานฉุดหญิงสาว และคงจะเป็นคนที่สังหารเหล่าชาวบ้านตามคำให้การหลักของถังกั่วที่กล่าวว่ามีคนถูกทำร้ายยามติดตามช่วยเหลือหญิงสาวจนหมดลม

          "นั่นแสดงว่าพวกท่านรู้ว่าคนที่ฉุดบุตรสาวและหลานสาวคือแม่ทัพตู่กงจวิน แล้วพวกท่านว่าอย่างไร ที่ว่านักโทษเจิ้งหลันกล่าวหาว่าแม่ทัพตู่กงจวินเป็นผู้สังหารบุจรหลานและหลานสาวพวกท่าน"

          "เรียนใต้เท้า พวกข้าเองก็คิดว่าคำพูดของนางน่าตะเป็นจริง ขอใต้เท้าพิจารณาด้วย"

          "ข้าพอจะเข้าใจ.. จนถึงตอนนี้คงจะตัดสินได้ง่ายขึ้นมาก แม้ว่านักโทษเจิ้งหลันจะมีเจตนาดี แต่ใช่ว่าจะพ้นโทษทั้งหมดเมื่อนางเป็นผู้สังหารขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม่ทัพตู่กงจวินโดยพละการ"

          โดยยังไม่สิ้นเสียงดีอีกเสียงหนึ่งกลับดังขัดขึ้นมาจากหน้าจวน มันกลับดังลั่นมาถึงด้านให้ให้ทุกคนได้ยินโดยทั่วกันแม้แต่ชาวบ้านที่มาร่วมดูการตัดสินนี้ด้วย

          "ท่านตู่จิ้นกงมาแล้วว "

          หลิวอวี่เหงื่อไหลเล็กน้อย เขาหวั่นเกรง แม้ว่าเรื่องนี้จะมีพยานความชั่วของแม่ทัพตู่กงจวิน และเขาคิดจะลงโทษเป็นแม่นางเจิ้งแม้ไม่ต้องถึงขั้นเอาชีวิตนางตามกฎหมาย พอลดหย่อนได้  แต่อีกฝ่ายมาเช่นนี้คงยากลำบาก อีกทั้งเขาแค่เชื้อพระวงศ์ห่าง ๆ จากรัชกาลปัจจุบันและมีฐานะแค่โหว ในขณะที่อีกฝ่ายมีฐานะเป็นกงสูงกว่าเขาขั้นนึง

          ตู่จิ้นกงเดินฝ่าฝูงคนเข้ามาอย่างองอาจ ใบหน้าเชิดขึ้นราวกับมั่นใจในคดีความนี้ว่าจะลงเอยอย่างไร คนในศาลและชาวบ้านมองไปที่ตู่จิ้นกงเป็นตาเดียว ด้วยความองอาจในอำนาจบารมีทำให้คนในศาลเองก็เกรงกลัวต่อเขาไม่น้อย ตู่จิ้นกงเดินเข้ามาถึงในตัวศาลได้ไม่ทันไร เจ้าเมืองซีเหอก็ได้เร่งนำเก้าอี้มารองรับแก่ตู่จิ้นกงให้นั่ง ก่อนเขาเองจะค่อยๆถอยห่างเล็กน้อย

          สายตาของตู่จิ้นกงมองมาทางสตรีนางหนึ่งภายในศาลแม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แต่กลับทำให้นางเองก็รู้สึกหวั่นเกรงไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆจนไม่กล้าแม้จะสบตากลับคืน


        @ทุกคนผู้มาชมการพิจารณาคดีที่หน้าประตู @JiTianTao  @Jinying  @Fenyue  -- รอต่อรอบสองหลังรอบแรกจบลง อย่าเพิ่งกลับเน้อ
         - การพบปะ NPC จะพบปะหลังปิดการไตร่สวนคดีแล้ว -

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-7 00:19:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-11-7 00:23


รับฟังคำตัดสินคดีแม่นางเจิ้ง
.
.
.


           " ให้พวกเราไปกับอิ๋งเอ๋อร์ด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ "

           ซูฮวาเอ่ยขึ้นมาเป็นคำแรกในตอนที่เด็กสาวกำลังจะเดินทางเข้าเมืองไปเฝ้าฟังคำตัดสินโทษของแม่นางเจิ้ง ซึ่งเด็กสาวยามนี้ที่ได้สวมใส่ผ้าคลุมสีทึบเอาไว้ราวกับกลุ่มนักเดินทางทั่วไปก็ผินมองผู้ติดตามทั้งสองครู่หนึ่ง และด้วยคิดว่าหาย้อนรื้อคดีเช่นนี้ไม่แคล้วผลอาจจะไม่ต้องส่งยื่นจดหมายที่นางเก็บไว้ในสาปเสื้อตนตอนนี้ก็ได้ สุดท้ายจิ้นอิ๋งจึงพยักหน้ารับให้ทั้งคู่ได้มากับนาง

           " แต่พี่สาวไปกับถานเจ๋อได้หรือไม่เจ้าคะ "

           จิ้นอิ๋งเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจขึ้นมา ด้วยเพราะนางกลัวว่าจะทำให้เข้าใจว่าอีกสองคนมากับนางได้ยามเมื่อไปดูคำตัดสินและอาจเดือดร้อนตามหากเกิดกรณีดรุณีน้อยต้องเข้าไปส่งจดหมาย ซึ่งซูฮวาก็คล้ายเข้าใจจึงยอมขึ้นม้าไปกับถานเจ๋อแต่โดยดี ซึ่งกลายเป็นบุรุษอดีตโจรที่แทบตาเหลือกตาโตด้วยอารามตกใจแทนสตรีทั้งสองที่เห็นดีเห็นงามไปด้วยเสียอย่างนั้น สุดท้ายคนหน้าดุเลยได้แต่เกร็งไปทั้งตัวยามขี่ม้าเข้าเมืองโดยมีสตรีแซ่เหมยนั่งเกาะชายเสื้ออยู่ด้านหลังตน..
           .
           .
           ยามเมื่อพักม้าไว้ยังจุดพักม้าและเดินเท้าต่อมายังหน้าจวนเจ้าเมือง ยังบริเวณหน้าประตูจวนก็คล้ายมีชาวบ้านมามุงดูอย่างเนืองแน่นก่อนหน้าแล้ว จิ้นอิ๋งที่ตัวเล็กก็แทบชะเง้อมองเข้าไปไม่เห็น กระนั้นก็ได้ถานเจ๋อที่มีหน้าตาดุร้ายไม่เป็นมิตรอยู่แล้วช่วยเบิกทางอยู่กราย ๆ สุดท้ายยามนี้จิ้นอิ๋งก็สามารถมายืนยังแถวหน้าประตูที่สามารถมองเข้าไปด้านในลานตัดสินได้อย่างถนัดถนี่ และเพราะเรือนผมยาวที่ถูกปล่อยจนเคลียข้างดวงหน้านวลบางส่วน ไหนจะผ้าคลุมหัวที่ถูกสวมทับลงทำให้ยามนี้ผู้คนโดยรอบมองนางได้ไม่ถนัดตานัก

           กระนั้นเพราะยังลานตัดสินในเพลานี้นั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีที่เด็กสาวไม่คุ้นหน้ากำลังทำการอ่านบันทึกคดีและสอบปากคำแม่นางเจิ้งอยู่ ชาวบ้านทุกคนหรือแม้กระทั่งทหารยามที่เฝ้ายังหน้าประตูจึงแทบเทความสนใจไปยังบริเวณนั้นกันหมดแล้ว

           ซึ่งคล้ายเป็นช่วงที่เหล่าชาวบ้านที่มุงต่างเงียบเสียงกันโดยมิได้นัดหมาย คำกล่าวโต้ตอบกันไปมานั้นราวกับทำให้เหล่าคนฟังแทบกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้เนื้อความขาดตกหล่นจากความจริง โดยแว่วเสียงกระซิบออกความเห็นให้แก่กันไปมา แต่จิ้นอิ๋งก็ไม่ได้สนใจมากไปกว่าลานกว้างตรงหน้าที่มีแม่นางเจิ้งนั่งอยู่ ดวงตาสีนิลคล้ายมองหาด้วยความเป็นห่วงสลับเฝ้ามองยังผู้ว่าการคดีไปด้วยว่าจะตัดสินเช่นไร

           ก่อนสักพักที่ได้มีการเบิกตัวพยานเพิ่ม รอยยิ้มของนางก็พลันได้วาดออกด้วยความโล่งใจขึ้นมาไม่น้อยว่ายังไม่สิ้นชาวบ้านคนอื่นที่กล้าหาญกล่าวแก้ความผิดของแม่นางเจิ้งที่ถูกใส่ความให้ มือทั้งสองพลันยกกอบกุมบีบแน่นเข้าหากันไม่รู้ตัว ด้วยเพราะแม้นางจะโล่งใจแต่ก็หวั่นเกรงเหลือเกินว่าพยานเหล่านั้นจะมีอันตรายต่อหรือไม่

           แต่… ท่านใต้เท้าที่สอบสวนคดีคล้ายรับฟังอยู่
           ต้องไม่เป็นไร… ไม่เป็นไร..

           จิ้นอิ๋งคล้ายภาวนาให้อยู่ในใจ ก่อนจะถูกดึงให้หลีกถอยทางให้แก่บุรุษไม่คุ้นหน้าผู้หนึ่ง โดยเป็นตัวซูฮวาเองที่ดึงต้นแขนของเด็กสาวออกมา ด้วยอารามงงงวยว่าเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้น ดรุณีน้อยจึงคล้ายจะเลื่อนสายตามองหาคนผู้นั้น แต่ไม่รู้เพราะบรรยากาศน่าหวั่นเกรงของอีกฝ่ายที่แผ่ทับแก่ชาวบ้านโดยรอบรวมถึงตัวนางเองด้วยหรือไม่ จิ้นอิ๋งจึงไม่กล้าเงยมองหาคนผู้นั้นขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ในยามที่อีกบุรุษเดินผ่านจนเข้าไปยังลานศาลได้แล้วนั้น ดวงตาสีนิลถึงได้เลื่อนมองหาอย่างใคร่รู้

           ความกดดันที่รับรู้ได้เพียงแค่อีกคนนั่งมองดูการตัดสินเงียบ ๆ ทำเอาลานศาลที่คล้ายมีแนวโน้มถูกลดโทษให้แม่นางเจิ้งกลับไปเริ่มต้นที่ความผิดเดิมอีกเสียอย่างนั้น จิ้นอิ๋งที่รู้สึกไม่วางใจพลันเอ่ยกระซิบถามพี่สาวซูฮวาขึ้นมา

           " ใครหรือเจ้าคะ? "

           ซูฮวาพลันเงียบไปครู่หนึ่งกว่าจะเค้นเสียงและเอ่ยตอบกลับหาให้แก่เด็กสาวไปทั้งที่ยังมองตรงไปยังเบื้องหน้า " ท่าน.. ตู่จิ้นกงน่ะเจ้าค่ะ "

           ได้ยินเช่นนั้นจิ้นอิ๋งก็คล้ายเงียบราวกับตกตะลึงไปนางที่ไม่ได้อยู่ภูมิภาคซีเหอจึงพลันไม่เคยเห็นหน้าค่าตาผู้ครองภูมิภาคนี้ก็มิแปลก แต่แค่นามนั้นนางพอจะคุ้นหูอยู่บ้างและไม่นึกว่าอีกคนจะให้ความสนใจถึงขนาดมานั่งฟังพิจารณาคดีด้วยตัวเองเช่นนี้ อาจด้วยเพราะเป็นคนจากสกุลเดียวกันที่ถูกสังหารหรืออย่างไร ตัวดรุณีน้อยก็สุดแล้วที่จะคาดเดาความเป็นไปได้ในแง่ร้ายเหล่านั้นว่าขอให้ไม่เป็นความจริง

           ริมฝีปากเล็กพลันถูกขบจนซับสี มือเลื่อนกุมแน่นยังสาบเสื้อที่มีกระบอกจดหมายอยู่ภายใน

           ขอให้… ผลคดีเป็นไปอย่างยุติธรรมทีเถิด



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : +20 ความสัมพันธ์ [159] ธาตุไฟ - เกื้อหนุนเรา
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี
ลักษณะนิสัยใจกว้าง
+10 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-7 07:59:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลมาแอบส่องการ พิจารณาคดีที่ซีเหอ



จีเทียนเต๋าที่ตอนนี้นั้นกำลังเดินทางมาพร้อมกับฝูงชนที่ทยอยมากันเรี่อยๆเพื่อที่จะมาดูการ พิจารณาคดีที่ดังมากในเมืองซีเหอตอนนี้คดีหนึ่งเนี่องจากเหล่าชาวบ้านที่มาชุมนุนการดูนั้นค่อนข้างเยอะจีเทียนเต๋ากับพรรคพวกจึงต้องขอทางทุกคนหน่อยในการที้จะเข้ามาดูติดประตูในครั้งนี้โดย ยังดีที่มีชาวบ้านบางคนนั้นจำได้ว่าเป็นผู้เผยแผ่ศาสนา เลยหลีกทางให้บ้างเพื่อจะได้มาดูด้วยกันได้

"เจ้าว่าเรื่องราวมันจะเป็นฝั่งไหนถูกหรือว่าฝั่งไหนที่ผิดกันแน่นะแบบนี้?"

"ข้าก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะท่านเหวินหยวนข้าก็ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากนักเพียงได้ข่าวว่านางโจรนั้นโดนจับในฐานความผิดร้ายแรงมาก ในหลายคดี ซึ่งข้ากำลังคิดว่านางจะใช่คนเดียวกันกับที่พวกเราเจอบนเขากันหรือเปล่าว? นางที่ชอบร้องเพลงกับสัตว์นั้นไงดูแล้วนางก็ไม่เหมือนคนที่มีจิตใจ อำมหิตนะนางจะโหดเหี้ยมทำถึงขนาดนั้นได้เลยกันเช่นนั้นหรือ"

"ท่านอาจารย์ข้าว่าก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ จิตใจของคนเรานั้นยากแท้จะหยั่งถึงได้ดั่งที่ท่านอาจารย์สอนข้าบ่อยๆว่าคนเรานั้นรู้หน้าแต่ว่าไม่รู้ใจข้าว่ามันก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะขอรับท่านอาจารย์"

"ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่ข้าว่านางน่าจะไม่ใช่คนแบบนั้นคนเราถ้าจะมีจิตใจ อำมหิตแบบนั้นได้จะต้องมีออร่าออกมาจากทางสายตาหรือว่าท่าทางความรู้สึกต่างๆแต่ที่ข้าเจอหน้านางตอนนั้นก็ไม่เหมือนคนที่จะเป็นแบบนั้นเลยนะ....จนตอนแรกข้ายังคิดว่านางนั้นหัวได้รับการกระทบกระเทือนจนร้องเพลงกับเหล่าสัตว์ได้เลยแบบนั้น"

โดยที่ทั้งสามคนนั้นกำลังพูดคุยกันอยู่การ พิจารณาคดีก็ดำเนินต่อไปเรี่อยๆโดยเป็นตอนที่เริ่มการสอบปากคำเหล่าชาวบ้านก็เงียบกันหมดรวมถึงพวกของจีเทียนเต๋าที่ตอนนี้หูกำลังแนบกับพนังเพื่อฟังการไต่สวนในครั้งนี้ โดยที่จีเทียนเต๋านั้นก็สังเกตผู้อื่นรอบๆไปด้วยว่าจะแสดงความรู้สึกหรือว่าความคิดอะไรออกมากัน โดยเรื่องนั้นเหมือนว่าจะออกเป็นทางที่แม่นางโจรนั้นจะทำไปเพื่อเหล่าชาวบ้าน เพราะมีพยานรู้เห็นมาให้คำกล่าวว่าแม่นางโจรผู้นี้ทำเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง

"เจ้าคิดว่านางนั้นเหมาะสมกับที่จะมาเข้าศาสนาของเราหรือไม่กัน ทำเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนต่อให้รู้ว่าการช่วยเหลือผู้อื่นในครั้งนี้นั่นจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนมาให้กับตนเองกัน ข้าว่านางนั้นเหมาะสมกับศาสนาของพวกเรามากจริงๆ แต่ว่าศรัทธาไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติหรอกนะขอให้พระผู้เป็นเจ้าอวยพรให้นางด้วยแล้วกัน"

ก่อนที่จะมีเสียงว่า ท่านตู่จิ้นกงมาแล้วพวกของจีเทียนเต๋านั้นต่างก็ไม่ได้อะมีเพียงแค่จีดทียนเต๋าที่ตอนนี้กำลังกัดฟันกรอกๆอยู่ กับการที่อีกฝ่ายมาปรากฏตัวแบบนี้นั้นมันจะต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน


"ข้าว่าเรื่องนี้คงจะไม่ได้จบง่ายๆแล้วล่ะ ถ้าข้าจำไม่ผิดชื่อแม่ทัพที่ตายไปก็คล้ายๆกับชื่อของท่านตู่จิ้นกงหรือเปล่าว? อ่าพวกเรามารอดูกันดีกว่าว่าในน้ำเต้าอันนี้จะมีอะไรใส่อยู่ ข้าหวังว่านางโจรนั้นจะรอดพ้นจากโทษการประหารไปได้นะถ้าไม่เช่นนั้นล่ะก็แผ่นกินคงจะ เสียคนที่ทำเพื่อผู้อื่นแบบนี้ไปอีก"


พร้อมกับที่จีเทียนเต๋านั้นกำลังคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆของเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้หลังจากที่ตู่จิ้นกงนั้นเข้ามาร่วมวงในการ พิจารณาคดีในครั้งนี้มันคงจะไม่ใช่การพิจารณาคดีที่เรียบง่ายหรือว่าจะผลลัพท์ออกมาดีอย่างแน่นอน ต่อให้ฝ่ายนางโจรนั้นมีพยานมาด้วยแต่ก็ไม่แน่ว่าฝ่ายของแม่ทัพนั้นจะมีลูกไม้อะไรออกมาเพราะว่าจากการดูแล้วโทษของนางนั้นต่อให้มีถึง10หัวก็คงไม่พออยู่ดี ถ้าการพิจารณาครั้งนี้นั้นฝ่ายนางจะต้องได้รับโทษถึงตายจริงๆ ตนเองก็คงจะหมดหวังกับ ราชวงศ์ฮั่นแล้วล่ะตั้งแต่ที่ตนเองได้เคยติดต่อกับคนของทางการก็มีเพียงขุนนางที่ภัคดีกับแผ่นดินทำเพื่อส่วนร่วมเพียงแค่ ท่านอาจารย์ของตนเองกับท่านตูถิงโหวเพียงแค่นั้นที่เป็นคนดีแต่ผู้อื่นนั้นตนเองก็เจอกัยเรี่องแย่ๆมาตลอด จนทำให้จิตใจของจีเทียนเต๋าตอนนี้นั้นค่อนข้างซับซ้อนกับความหมายของราชวงค์ฮั่นในตอนนี้ว่ามันคือสิ่งที่ดีหรือว่าไม่ดีกันแน่?



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-11-7 10:52:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-11-7 11:02

          รอยยิ้มผุดขึ้นจากใบหน้าของตู่จิ้นกงราวกับมั่นใจในคดีความนี้ สายตามองไปยังผู้คนในศาลขณะหยิบพัดขึ้นมาโบกให้ตัวเองอย่างช้าๆ ก่อนจะกล่าวขึ้นมา

          "ข้าเพียงมาชมการพิจารณาคดี ไตร่สวนกันต่อเลย"

          เมื่อได้ยินดังนั้นก็เข้าใจว่าตู่จิ้นกงเองก็เข้ามาฟังคำให้การและคำตัดสินเช่นกัน เซียงเปินโหวจึงได้กล่าวออกคำตัดสินต่อจากเมื่อครู่นี้ทันที

          "ในฐานะข้าตัวแทนเชื้อพระวงศ์ขอประกาศ เจิ้งหลันมีความผิดที่กระทำการโดยพลการ ไม่แจ้งความผิดของแม่ทัพตู่กงจวินต่อราชสำนัก โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นไม่อาจเว้น"

          "เนรเทศไปชายแดนตลอดชีวิต รับโทษใช้แรงงานชดใช้ความผิด ส่วนตู่กงจวินกระทำการย่ำยีสาวชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและทำพวกนางถึงแก่ความตาย ถือว่ามีโทษสมควรตาย ทำผิดมโนธรรมต่อหลักขุนนางที่ดี ยึดทรัพย์สินครอบครัว ลูกเมียในจวนเนรเทศไปชายแดนรับโทษความผิด"

          "ท่านเซียงเปินโหวอุตส่าถ่อมาจากจี้โจวเพื่อตัดสินแบบเด็กอมมือแค่นี้เองหรือ" ตู่จิ้นกงโบกพัดในมือก่อนเก็บพัดและลุกขึ้น

          "แค่คำพูดพล่อย ๆ ของคนแก่สามคนนี้ ก็จะมาลบล้างคุณาความดีความชอบของพี่กงจวินของข้าหมดเลยงั้นหรือ ขุนนางหลายท่านในซีเหอและทั่วภูมิภาคนี้ต่างรู้กันดีว่า แม่ทัพตู่กงจวินเป็นคนเด็ดขาดแค่ไหน หากใครทำผิดเขาย่อมลงโทษตามความเหมาะสม ไม่แปลกที่มีคนตาย"

          "อีกทั้งแม่ทัพตู่กงจวินได้สร้างความดีจารึกไว้ในแผ่นดิน เป็นแม่ทัพแห่งภาคเหนือที่ปกป้องชายแดนตอนเหนือซีเหอจากพวกนอกด่านชงหนูมาทั้งชีวิตจนกลัวหัวหดไม่กล้ากลับมารุกราน และเขายังมีน้ำใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชาและราษฎร์ซีเหอต่างรักแม่ทัพตู่กงจวิน"

          "ในวันที่ก่อนพี่กงจวินจะสิ้นชีวิต ข้ายังได้จดหมายบ่นจากพี่กงจวินมาไม่เว้นวันว่ามีพวกสตรีชาวบ้านที่ไหนไม่รู้มาค่ายยั่วยวนไม่เว้นวัน ไล่แล้วก็ไม่ยอมไป หรือพวกนางจะเป็นหลาน ๆ ของพวกเจ้าสามคน หึย์!" ตู่จิ้นกงหันไปทางผู้เฒ่าสามคน ครั้นเมื่อโดนมองเช่นนั้นผู้เฒ่าต่างพากันก้มหน้าหวาดกลัว

          "ข้าคิดว่าคำตัดสินท่านมีบางจุดควรแก้นะ ถูกไหมเซียงเปินโหว ท่านคงไม่ลืมนะว่าท่านเป็นแค่โหว ข้าเป็นกง"

          เซียงเป็นโหวกล้ำกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำท่าจะพูด ก่อนมีเสียงคนข้างหลังเขา หลิวเป้ย์ได้กล่าวขึ้นมา "คารวะท่านตู่จิ้นกง ข้าหลิวเสวียนเต๋อ คิดว่าฐานะสูงต่ำล้วนไม่สำคัญ วันนี้มีราษฎร์มากมายมายืนเฝ้าชมการไตร่สวนคดีครั้งนี้ และผู้เฒ่าทั้งสามสีหน้าแววตาตอนพวกเขาเล่าเรื่องที่ท่านเซียงเปินโหวชักถามก็มีความจริงใจเต็มเปี่ยม"

          "เจ้าเป็นใคร บังอาจแส่เรื่องเจ้านายคุยกัน" ตู่จิ้นกงหันมองคนก้าวมาพูดแทนหลิวอวี่ที่หวาดกลัวเขา

          "ข้าน้อยหลิวเป้ย หลิวเสวียนเต๋อ เป็นคนสานรองเท้าฟางที่ร่วมกับน้องทั้งสองเพื่อเป็นทหารอาสาช่วยเหลือท่านเซียงเปินโหวปกป้องราษฎร์จากโจรโพกผ้าเหลืองขอรับ"

          "ถุยย!! แค่คนสานรองเท้าอย่าทำสะเอะรู้~~~" ตู่จิ้นกงไม่ทันพูดจบประโยค ก็มีชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าแดงถมึงก้าวออกมายืนข้าง ๆ รัศมีเข่นฆ่าแผ่ออกมาจากชายชุดเขียวผู้นี้ เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีฝีมืออยู่ ก่อนรีบพูดขึ้น

          "เอาล่ะ ข้าคิดว่าที่คุณชายเสวียนเต่อกล่าวก็ถูกต้อง ตามที่ข้าไตร่ตรองใหม่เอาตามที่เซียงเปินโหวตัดสิน ข้ามีธุระต้องขอตัวก่อน" เขาหันไปแจ้งคนก่อนเดินกลับไปที่รถม้าเพื่อกลับตำหนักอย่างหัวเสีย แต่ใบหน้าจดจำผู้เกี่ยวข้องกับนางเจิ้งไว้หมดแล้ว มือปราบหวัง จ้าวเพ่ย และนางโจรอย่าคิดว่าจะไปชายแดน ไว้กลับถึงตำหนักค่อยส่งคนไปซุ่มโจมตีขบวนนักโทษส่งไปกำแพงเมืองหมื่นลี้ แก้แค้นให้ตู่กงจวินพี่ชายของเขา

          "มีใครคัดค้านการตัดสินอีกหรือไม่" เซียงเปินโหวกล่าวขึ้นมาเพื่อรอคำคัดค้านคำตัดสินจากผู้คนในศาลและชาวบ้านภายนอกที่มาดูการตัดสินคดีเกี่ยวกับแม่นางเจิ้งในครั้งนี้

          @Jinying / @JiTianTao / @Fenyue

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-7 13:06:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-11-7 13:14


ค้านคำตัดสินคดีแม่นางเจิ้ง
.
.
.

           เมื่อได้เงียบรอฟังคำตัดสินของผู้คุมคดี อีกฝ่ายก็ได้แจ้งถึงการละโทษตายที่ทำให้เด็กสาวได้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี แม้โทษเป็นที่ได้รับยังคงหนักหนาให้นางเผลอนิ่วคิ้วด้วยความนึกห่วงอยู่ก็ตาม ด้วยเพราะแม้สตรีแซ่เจิ้งจะทำตัวตามพลการจริง หากแต่จะให้ไปแจ้งความผิดต่อทางราชการในยามนั้นคงไม่แคล้วโดนจับฆ่าปิดปากเสียก่อนหรือไม่

           ไม่ใช่นางไม่เคารพการตัดสินของท่านเซียงเปินโหวผู้นั้น เพียงแค่นางอยากรู้ว่าจะสามารถลดโทษให้แก่นางลงมาอีกได้บ้างหรือไม่ จดหมายในอกเสื้อของเด็กสาวนี้จึงคล้ายจะถูกหยิบออกมาเพื่อขอนำส่งให้พิจารณา แม้ไม่รู้เนื้อหา แต่นางขอคาดเดาไปก่อนว่าเป็นหลักฐานความผิดของแม่ทัพตู่ผู้นั้น มิเช่นนั้นทำไมสตรีในผ้าคลุมถึงเน้นย้ำให้ส่งในวันประหารเล่า ทั้งหากส่งให้ก่อนวันตัดสินคดี แม่นางเจิ้งอาจโดนพวกของสกุลตู่ฆ่าปิดปาก ถ้าถึงต้องถึงกับฆ่าแกงกันเนื้อหาคงเปิดเปลือยซึ่งความผิดทั้งหมดของอีกฝ่ายแน่

           หลังให้กำลังใจตัวเองเสร็จสิ้น และกำลังคิดว่าควรเข้าไปอย่างบริสุทธิ์ใจเปิดเผยซึ่งใบหน้าหรือหยิบหน้ากากมาสวมดี ตู่จิ้นกงพลันเอ่ยแทรกหาขึ้นมาให้นางต้องเงียบรอฟังไปเสียก่อน

           คำกล่าวที่ไม่รู้จริงเท็จมากเพียงใดเพราะนางไม่เคยอยู่ยังซีเหอมาก่อนทำให้เด็กสาวนึกลังเล กระนั้นแล้วคำกล่าวของอีกบุรุษก็แอบมีความย้อนแย้งกับคำเล่าลือของบรรดาชาวบ้านอยู่ไม่น้อย ในเรื่องการปกป้องดินแดนนั้นนางก็ไม่อยากนึกค้านสิ่งใด ด้วยเพราะยามนี้ไม่มีการบุกจากเหล่าซงหนูจริง ทว่าเรื่องการที่หญิงสาวเข้าไปยั่วยวนเองนั้น ฟังดูแล้วชวนสงสัยอยู่หลายส่วน ยิ่งยามอีกฝ่ายใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มไปยังผู้ตัดสินคดีด้วยยศที่สูงกว่าเช่นนั้น

           จิ้นอิ๋งก็คล้ายไม่อยากเชื่อถือในคำกล่าวอย่างหลังที่แก้ต่างเรื่องฉุดคร่าเหล่าสตรีแล้ว

           ก่อนในตอนที่คิดว่านางจะเข้าไปมอบจดหมายให้ในยามนี้เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้แก่ฝั่งแม่นางเจิ้งดีหรือไม่ บุรุษแปลกหน้าอีกผู้หนึ่งก็ได้ขึ้นมากล่าวโต้ตอบอย่างหาญกล้าให้เด็กสาวเผลอมองตามน้อย ๆ คำพูดแสนสุภาพขัดกับคำพูดกดข่มของตู่จิ้นกงยิ่งทำให้ดรุณีน้อยเผลอยู่ปากน้อย ๆ อย่างไม่พอใจนักกับผู้ที่มีอำนาจแต่กลับใช้มันได้อย่างไม่เหมาะสมเช่นนั้น

           ถึงอย่างนั้นคล้ายทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบอีกหนหลังตู่จิ้นกงเป็นฝ่ายถูกข่มกลับคืนบ้างจากอีกหนึ่งบุรุษร่างสูงใหญ่ที่แค่เดินมาเคียงยังบุรุษแซ่หลิวผู้นั้น อีกฝ่ายถึงกลับออกปากให้คำตัดสินเป็นไปตามท่านเซียงเปินโหวและขึ้นรถม้ากลับด้วยสีหน้าติดกรุ่นโกรธเจือความแค้นบางอย่างที่ทำเอาจิ้นอิ๋งสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก

           .
           " มีใครคัดค้านการตัดสินหรือไม่? "

           ทว่าในตอนที่ยังหาเหตุผลที่รู้สึกสังหรณืออกไปเช่นนั้นอยู่ เสียงของเซียงเปินโหวก็พลันเรียกสติของเด็กสาวขึ้นมา นางคล้ายยกมือขึ้นดูอย่างไม่มั่นใจแต่ไม่ใช่เพราะเกิดลังเล แต่พาลกลัวสีหน้าของทหารยามเฝ้าประตูที่จดจ้องนางอย่างพร้อมพรียงเสียมากกว่า และในยามนี้ดรุณีน้อยก็ไม่ได้เอาหน้ากากขึ้นสวมอย่างที่โดนบอกจากผู้ติดตามทั้งสองอีกต่างหาก ด้วยเพราะตัวจิ้นอิ๋งพาลคิดไปว่าในลานตัดสินคดีเช่นนี้ จะมาปกปิดตัวตนก็คล้ายจะโดนสงสัยมากกว่าเดิมเสียมากกว่า สู้เปิดเผยอย่างบริสุทธิ์ใจผู้ตัดสินคดีน่าจะรับฟังเสียมากกว่า

           และก็คล้ายได้ผลที่เมื่อนางไม่ได้ทำตัวปกปิดให้น่าสงสัย ทหารก็เปิดทางให้แก่จิ้นอิ๋งได้เข้าไปค้านคำตัดสินนั้น โดยมีสายตาหลายคู่จดจ้อง และเพื่อไม่ให้ผู้ติดตามทั้งสองเอ่ยรั้งเอาไว้ได้ยามเห็นว่านางไม่ได้ปิดบังหน้าตาของนาง จิ้นอิ๋งก็เร่งก้าวฉับเข้าไปภายในพร้อมกับมือที่ล้วงเอากระบอกสำริดออกมาให้เห็น กระทั่งอยู่เบื้องหน้าท่านผู้ตัดสินคดีนี้แล้ว เด็กสาวก็พลันทรุดนั่งคุกเข่าไม่ไกลจากเหล่าพยานนักพร้อมพยายามควบคุมเสียงให้นิ่งในยามเอ่ยสิ่งที่ตั้งใจออกไป

           " ข้าน้อย.. กู่จิ้นอิ๋ง มิได้มีเจตนาที่จะค้านการตัดสินใจของท่านเซียงเปินโหวเสียทีเดียวเจ้าค่ะ ข้าน้อยเพียงแค่อยากมอบจดหมายปิดผนึกนี้แก่ท่านใต้เท้าเผื่อช่วยเพิ่มพยานหลักฐานให้แก่ฝั่งแม่นางเจิ้ง... หากท่านได้อ่านพิจารณาแล้วก็สุดแต่ท่านใต้เท้าจะเห็นชอบว่าจะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินหรือไม่เจ้าค่ะ "

           สิ้นคำกล่าวราวแบ่งรับแบ่งสู้ของนางด้วยเพราะไม่ได้มีเจตนาอยากค้านคำตัดสินนั้นจริง เนื่องหากว่าด้วยตามกฏหมายก็ค่อนข้างเป็นธรรมแล้วเพียงแค่หากมีหลักฐานที่สามารถช่วยพิจารณาคดีสหายเพิ่มนางก็อยากทำก็เท่านั้น เด็กสาวพลันยื่นกระบอกใส่จดหมายประคองไว้ยังสองมือนิ่งเพื่อรอคำอนุญาตและให้ทหารยามแถวนั้นได้มารับไปส่งหาแก่ท่านเซียงเปินโหว ซึ่งตัวจิ้นอิ๋งที่ไม่รู้เนื้อหาในจดหมายก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดถึงเจ้าของจดหมายที่แท้จริงนี้ออกไป หากเนื้อหาในจดหมายจะให้ผลลัพธ์ในแง่ร้ายมากกว่าแง่ดีแก่ตัวนาง

           ตราบใดที่มันสามารถเป็นประโยชน์ต่อผลการตัดสินคดีแม่นางเจิ้งได้ นางก็จะยินยอมรับผลนั้นเอาไว้เอง..
.
.
กู่จิ้นอิ๋ง มอบ จดหมายปิดผนึก แก่ [080] หลิวอวี่



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [080] ธาตุไม้ - ข่มเรา
ค่าชื่อเสียง : +15 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนชื่อเสียงเดียวกัน
และ +30 คุณธรรมเมื่อเจอคนหัวดี

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-7 16:38:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-11-7 16:42


เรื่องราวพลิกผัน
.
.
.

           หลังจดหมายในมือถูกส่งมอบแก่ผู้พิจารณาคดี เซียงเปินโหวที่ได้เปิดจดหมายอ่านสักพักก็มีสีหน้าที่เครียดเคร่งขึ้นมาน้อย ๆ จนจิ้นอิ๋งที่แอบเลื่อนสายตามองหาพลันรู้สึกกังวลตามขึ้นมาด้วยว่ามีอะไรผิดปกติในนั้นหรือไม่ เพราะระหว่างนั้นอีกบุรุษได้ส่งสายตาคมปราบมองหานาง ก่อนสุดท้ายจดหมายฉบับนั้นจะถูกอ่านออกมาให้ได้ยินทั่วกันโดยเซียงเปินโหว

         " ถึง ท่านผู้คุมการประหาร

         รับคำสั่ง นักโทษอุกฉรรจ์เจิ้งหลันแม้มีความผิดสังหารขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่ด้วยเหตุจำเป็นช่วยเหลือคน เราขอให้ท่านมอบตัวนางแก่แม่นางน้อยตรงหน้า เพื่อให้นางมาทำงานกับเราไถ่โทษความผิด คุ้มครอง --- "

           ประโยคท้ายในจดหมายคล้ายถูกละเว้นไว้ไม่อ่านต่อจนฟังไม่อาจเข้าใจในทันที กระนั้นเซียงเปินโหวไม่ได้สนใจมากไปกว่าส่งจดหมายในมือให้เจ้าเมืองซีเหอได้ดูอยู่ครู่หนึ่งถึงเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้กับตนเช่นเดิม เหล่าคนในลานศาลต่างสบตามองหน้าเฝ้าเอ่ยกระซิบถึงเนื้อหาจดหมายอย่างใคร่รู้ รวมถึงจิ้นอิ๋งที่ตอนนี้ได้นิ่งค้างไปเล็กน้อยเพื่อเฝ้าทวนเนื้อหาที่ได้ยินซ้ำไปมา ก่อนเซียงเปินโหวจะเอ่ยเปลี่ยนคำตัดสินใหม่ที่เรียกความสนใจเด็กสาวขึ้นมา

           " สืบเนื่องจากเนื้อหาจดหมายตามที่ได้ประกาศไป ให้ยกเลิกการเนรเทศนักโทษเจิ้งหลัน และให้ติดตามแม่นางกู่จิ้นอิ๋งผู้นี้ไปทำงานชดใช้ความผิดแทน "

           สิ้นเสียงอีกบุรุษก็ได้ผายมือให้มือปราบได้ปลดเชือกมัดแก่เจิ้งหลันที่จดจ้องหายังจิ้นอิ๋งด้วยแววตาติดฉงนไม่น้อยว่าเด็กสาวไปเอาจดหมายฉบับนั้นมาจากใครกันแน่ ซึ่งในยามนี้เด็กสาวก็คล้ายสบตามองหาสหายแซ่เจิ้งด้วยแววตาไม่เข้าใจเหตุการณ์เช่นกัน ว่าเหตุใดตัวนางที่คิดว่าจะได้ช่วยเพิ่มพยานหลักฐานให้แก่อีกสตรี กลับกลายเป็นนางได้กระทำตัวไม่ต่างจากเหล่าผู้มีอำนาจที่ใช้เส้นสายมาช่วยเจิ้งหลันเสียอย่างนั้น

           ยิ่งยามเลื่อนสายตาสบมองผู้พิจารณาคดี ตัวเซียงเปินโหวไม่ได้เอ่ยกล่าวอะไรต่อทว่าแววตาที่มองหาจิ้นอิ๋งนั้นฉายแววความไม่ชอบใจหลายส่วนจนนางต้องหลุบสายตาหลบอย่างรู้สึกผิดแม้จะเป็นการกระทำผิดอย่างที่นางไม่รู้ตัวก็ตาม นอกจากนี้ตัวเซียงเปินโหวยังมองพาดพิงไปถึงสตรีแซ่จ้าวราวกับครุ่นคิดว่าสตรีผู้นั้นก็ได้ล่วงรู้ด้วยหรือไม่ว่านักโทษเจิ้งหลันผู้นี้มีคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลังจึงอยากที่จะช่วยเหลือ

           " เจ้าติดตามแม่นางผู้นี้ไปหานายที่ส่งจดหมายฉบับนี้และทำงานไถ่โทษเสีย จบการพิจารณาคดี " เซียงเปินโหวหลังเห็นว่าเจิ้งหลันถูกปลดเชือกออกหมดแล้วก็เอ่ยย้ำถึงคำสั่งอีกหน ก่อนจะเอ่ยจบปิดคดีนี้ในที่สุด
           .
           .
           " ไม่คิดว่าเจ้าจะเล่นเส้นเล่นสายเพื่อช่วยข้าเช่นนี้แม่นางกู่ " เจิ้งหลันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อขณะที่จิ้นอิ๋งได้เดินเข้ามาหาอีกฝ่ายพร้อมเฝ้าสังเกตทั่วตัวที่เต็มไปด้วยบาดแผลด้วยแววตาที่เริ่มแดงก่ำ

           " ข้า.. ข้าไม่นึกว่าเนื้อหาในจดหมายจะเป็นเช่นนั้น ข้านึกว่าจะเป็นจดหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักฐานกระทำผิดของแม่ทัพตู่ผู้นั้นต่างหากเจ้าค่ะ… ข้าเลยอยากเอามาให้ท่านเซียงเปินโหวพิจารณาเผื่อช่วยผ่อนลดโทษแม่นางเจิ้งได้ "
           .
           " สุดท้าย กลายเป็นข้าที่กระทำตัวใช้เส้นสายมาช่วยเช่นนี้ ..ข้าไม่สบายใจเลยเจ้าค่ะว่าข้าได้ช่วยเหลือแม่นางเจิ้งอย่างเหมาะสมหรือไม่ "

           น้ำเสียงจิ้นอิ๋งฟังสั่นคลอนไม่น้อยยามที่เอ่ยจบในประโยคท้าย แววตานางดูไหวระริกราวกับมีน้ำคลอก่อนจะกระพริบไล่หยาดน้ำออกไปและทำทีก้มหลุบสายตาลงค้นย่ามของตัวเองเพื่อหยิบเอาผ้ามาชุบน้ำดื่มพลางบิดจนหมาดและได้นำมาช่วยเช็ดตามร่องรอยเกรอะกรังของบาดแผลสตรีแซ่เจิ้ง คนที่ถูกเช็ดแผลอยู่พลันสบมองคนเด็กสาวด้วยแววตาอ่อนลง แต่ก็คล้ายกล่าวอะไรไม่ออกเช่นกันด้วยเพราะวิธีที่จิ้นอิ๋งได้ใช้อย่างไม่คาดคิดนี้ ดูเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่จริง ๆ

           " เช่นนั้นไม่กล่าวแก้ตัวเสียหน่อยเล่าว่าเจ้าไม่ได้รู้ถึงเนื้อหาในจดหมายจะเป็นเช่นนั้น ..ใครส่งจดหมายมาให้เจ้าก็ยังไม่รู้เหมือนกันมิใช่หรือ? "

           เจิ้งหลันเอ่ยอย่างอ่อนอกอ่อนใจแก่เด็กสาวที่เอาแต่มาเล่าความจริงต่อหน้านางเช่นนี้ ซึ่งจิ้นอิ๋งก็เพียงพยักหน้ารับแผ่วถึงเรื่องที่ตนไม่รู้จักสตรีที่ฝากจดหมายมาให้นางจริง ๆ กระนั้นเรื่องการอธิบายถึงสิ่งที่ถูกเข้าใจผิด เด็กสาวก็เอาแต่ขบริมฝีปากตัวเองแน่น ทั้งมือก็ยังเช็ดทำความสะอาดแผลให้คนตรงหน้าอย่างไม่คิดจะเดินไปกล่าวแก้ไขความเข้าใจใดให้แก่ผู้คุมคดีครานี้หรือพยานคนอื่น ๆ โดยรอบในลานศาล

           ราวกับนางที่เคยเฝ้าบอกตัวเองว่าจะยอมรับผลที่ตามมานั้น นางได้ยอมรับจริงไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ใช่เจตนาของนางเองก็ตาม

           " ไม่แก้หรอกเจ้าค่ะ… ข้าเป็นฝ่ายทึกทักเอาเองว่าเนื้อหาจดหมายเป็นแบบที่คิดและเป็นคนมอบจดหมายเองกับมือ แม้ไม่รู้ตัวอย่างไรเรื่องที่ข้าได้ใช้เส้นใช้สายก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง… คงได้แต่ต้องยอมรับมัน.. อีกอย่างข้าแอบดีใจลึก ๆ ด้วยที่ข้าสามารถช่วยแม่นางเจิ้งได้แล้วนะเจ้าคะ "

           ประโยคท้ายเด็กสาวคล้ายลงเสียงลงเฝ้ากล่าวให้แก่อีกสตรีฟังพร้อมรอยยิ้มจริงใจ มือทั้งสองเลื่อนกอบกุมมือของเจิ้งหลันเอาไว้ผะแผ่ว ส่งมอบความรู้สึกว่านางหวาดกลัวมากเพียงใดว่าสหายตรงหน้านางนี้จะต้องโทษประหารหรือต้องถูกขับไปชายแดนตลอดชีวิตอย่าไงม่อาจเยี่ยมหาได้ง่ายดาย ซึ่งเจิ้งหลันที่รับรู้ได้ก็จับมือกลับหาไป

           " แม่นางเจิ้ง.. ตามไปรับงานจากสตรีผู้นั้นกับข้าด้วยนะเจ้าคะ "

           ทั้งที่เจิ้งหลันโดนพิจารณาโทษไปแล้วว่าต้องไปทำงานตามที่จดหมายระบุ แต่คำชวนของจิ้นอิ๋งราวกับขอร้องแทนเสียอย่างนั้น ทำเอาสตรีนักโทษที่ถูกทำตัวราวกับสหายไม่เปลี่ยนแปลงหลดหัวเราะแผ่วก่อนจะพยักหน้ารับแก่จิ้นอิ๋งไปให้รอยยิ้มของนางเผยออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนในตอนที่จะได้พาตัวสตรีแซ่เจิ้งนี้ออกจากลานตัดสินคดีนี้ ดรุณีน้อยก็ได้หันไปค้อมกายขออนุญาตแก่เจ้าเมืองจี้โจวและเหล่าพยานรวมถึงคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบบริเวณไปด้วยราวกับขออภัยในบางสิ่งอยู่ในที

           " ข้ากู่จิ้นอิ๋ง ขอตัวพาแม่นางเจิ้งผู้นี้ส่งต่อแก่ผู้ที่ส่งมอบจดหมายเพื่อทำงานไถ่โทษต่อไปนะเจ้าคะ.. "
           .
           " แล้วก็ ข้าต้องขออภัยกับวิธีการที่ข้าได้ใช้ก่อนหน้านี้ไปด้วย หากทำให้รู้สึกไม่พอใจใด ข้าขอน้อมรับเอาไว้ด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริงเจ้าค่ะ… "

           จิ้นอิ๋งเอ่ยทิ้งท้ายอย่างจริงใจ แม้ปลายเสียงของนางยังติดสั่นน้อย ๆ แต่ก็ดูหนักแน่นมากพอที่จะให้รับรู้ได้ว่าเด็กสาวยอมรับทุกการตัดสินหรือความเห็นที่มีต่อนางทั้งหมด เจิ้งหลันที่เฝ้ามองอยู่ก็พลันค้อมตัวลาไปด้วยกันกับเด็กสาว ก่อนที่ทั้งสองสตรีจะพากันเดินออกจากบริเวณจวนเจ้าเมืองไป พร้อมกันนั้นจิ้นอิ๋งก็พยายามขยับปากไร้เสียงเพื่อส่งหายังผู้ติดตามทั้งสองคนที่เฝ้ามองอยู่ให้กลับบ้านกันไปก่อน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านคนอื่นที่ไม่รู้มองดรุณีน้อยในแง่ดีหรือร้ายมากแค่ไหน มอบสายตาที่ชวนอึดอัดนี้แก่ซูฮวาและถานเจ๋อไปด้วย

           จนทั้งสองได้พากันเดินมาสักพักโดยที่จิ้นอิ๋งก็พยุงอีกสตรีให้เดินไปด้วย เจิ้งหลันก็พลันเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ขึ้นมาเมื่อพบว่าเส้นทางที่ถูกพาไปไม่ใช่ที่จุดพักม้าของเมือง

           " แม่นางกู่จะพาข้าไปที่ใด "

           " แผลเต็มตัวขนาดนี้ก็ต้องพาไปซื้อยาก่อนสิเจ้าคะ.. ให้ท่านหมอได้เช็คร่างกายของแม่นางด้วย "
.
.
จบการพิจารณาคดี
เปิดให้จีบ NPC ในขณะทุกคนกำลังเก็บของ โดยเข้าไปช่วยเก็บของได้



ลักษณะแต่กำเนิดตัวหอม
+20 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย
.
สถานะธาตุหลัก : -15 ความสัมพันธ์ [144] ธาตุน้ำ - เราข่มอีกฝ่าย
ค่าชื่อเสียง : -5 ความสัมพันธ์เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
และ +10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร/หัวคลั่ง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-11-7 19:20:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-11-7 19:43

          หลังจากจบการพิจารณาคดีความแล้ว จ้าวเพ่ยเองก็งุนงงกับเนื้อหาข้อความในจดหมายของสตรีแซ่กู่นั้นเล็กน้อย และไม่คิดว่าเจิ้งหลันเองจะมีเส้นสายใหญ่โตเพื่อคอยช่วยเหลือความผิดของนาง ครั้นเมื่อถึงขั้นนี้แล้วจ้าวเพ่ยยังจะรู้สึกดีใจจากการเปลี่ยนคำตัดสินคดีกระทันหันจากเนื้อหาข้อความในจดหมายอยู่หรือเปล่า

          ความผิดที่นางเจิ้งหลันทำกลับกลายเป็นความผิดเล็กๆไปโดยทันทีโดยที่จ้าวเพ่ยไม่ได้คิดจะให้ถึงว่าลดโทษขนาดนี้จากเส้นสาย เพราะมือปราบหวังและเซียนเปิงโหวก็ได้บอกกับนางมาตลอดว่าแม้จะช่วยเหลืออย่างไรก็ต้องได้รับโทษที่แม่นางเจิ้งกระทำอยู่แล้ว

          สายตามองเห็นสองอิสตรีกำลังจะเดินออกไปขณะผู้คนภายในกำลังเก็บของ ก็ได้เร่งฝีเท้าตามไปเพื่อจะขอพูดคุยกับเจิ้งหลันเสียสักหน่อย ริมฝีปากอาบด้วยชาดสีแดงสดขบเม้มกันเล็กน้อยยามเห็นสองสตรีพูดคุยกันอย่างสนิทสนมก็พยายามจะหาจังหวะแทรกขึ้นเพื่อขอคุยด้วย

          "ขออภัยนะเจ้าคะ.. ข้าขอคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่"

          จ้าวเพ่ยเปล่งเสียงออกมาเมื่อนางเดินตามหลังสตรีทั้งสองจนเจิ้งหลันหันกลับมา แน่นอนว่าเสียงของจ้าวเพ่ย แม่นางเจิ้งย่อมจำได้ดีอยู่แล้วเสียงของสตรีผู้พามือปราบมาตามจับถึงภายในถ้ำ โน้มน้าวให้มอบตัว และสุดท้ายก็ดันมาช่วยเหลือให้พ้นโทษตาย

          "ข้าขออภัยที่ผ่านมาทำให้แม่นางลำบากนะ.."

          "เจ้ามาช่วยข้าด้วยเหตุผลอันใด.."

          "ข้าแต่ทำตามที่เคยบอก ว่าหากช่วยเหลือได้ก็จะช่วย แม้ว่าตอนนี้แม่นางเจิ้งอาจจะเกลียดข้าไปแล้ว.." จ้าวเพ่ยหยุดพูดสักเล็กน้อย ขณะก้มหน้าหยิบของในกระเป๋าขึ้นมา ห่อขนมหนึ่งถูกจับยัดใส่มือเจิ้งหลันเสียลวกๆเพื่อยัดเยียดให้นางรับมันจากเธอ "ข้าพอจะมีขนมเหลืออยู่บ้าง แม่นางเจิ้งอาจจะหิวระหว่างเดินทาง ท่านก็ด้วยนะเจ้าคะ รับไว้ถือว่าเป็นคำขอโทษจากข้าเถอะ"

          จ้าวเพ่ยเองก็ใช่ว่าจะทำให้ตัวเองถูกมองว่าลำเอียง ขนมไหมเงินอีกห่อหนึ่งถูกส่งให้กับสตรีแซ่กู่ด้วย แม้จะไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับเจิ้งหลัน แต่อย่างน้อยๆนางมาช่วยเหลือให้ลดโทษได้มากขนาดนี้ก็ควรจะขอบคุณนางด้วยอีกคน

          "แม่นางจ้าว.."

          "ข้าขอลาเจ้าค่ะ.. หากมีวาสนาคงได้พบกัน"

          เสียงเรียกของมือปราบหวังเอ่ยให้นางไปหา จ้าวเพ่ยก้มหน้าเพื่อขอลาแก่สองสตรีเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหามือปราบผู้เก็บข้าวของในส่วนของนางให้ แม้ว่านางจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่เจิ้งหลันไม่ถูกตัดสินโทษประหาร แต่นางก็ใช่ว่าจะคลายความอึดอัดใจได้อยู่ดี

          พลันเห็นสายตาเชิงติเตียนจากเซียนเปินโหวปรากฏขึ้นยามมองมาที่จ้าวเพ่ยทำให้นางเองก็เกิดความคิดไปต่างๆนาๆ ส่วนหนึ่งคงเป็นคำให้การที่นางตอบเพียงแค่ว่าได้รับมาจากข่าวลือเพียงเท่านั้น

          "ท่านเซียงเป็นโหว.. มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ" นางกล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัยเกี่ยวกับสายตาเคลือบแคลงในตัวนางเกี่ยวกับบางอย่างที่แม้แต่ตัวจ้าวเพ่ยเองก็ไม่อาจรู้ได้ นอกเสียจากว่านางจะกล่าวถามออกมา

          "แม่นางจ้าวรู้จักกับแม่นางกู๋จิ้นอิ๋งหรือ"

          กู๋จิ้นอิ๋ง.. สตรีผู้มาส่งจดหมายนั้นน่ะหรือ

          "ไม่เจ้าค่ะ.. เรื่องจดหมายข้าเองก็พึ่งจะมารู้ภายในศาลนี้เช่นกัน.." จ้าวเพ่ยตอบตามตรงเท่าที่นางรู้มา แม่นางกู๋.. จ้าวเพ่ยเองก็พึ่งจะเคยเห็นหน้าไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งสิ้น หญิงสาวกลับถูกสงสัยว่าเป็นพวกเดียวกันเสียอย่างนั้น ทำให้นางก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่อถูกเข้าใจผิดซะได้

           "หากมีอะไรที่ทำให้พวกท่านไม่พอใจเกี่ยวกับตัวข้า ขออภัยเจ้าค่ะ.." นางกล่าวออกไปทั้งเงยหน้ามองเซียงเปินโหว เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่านางกล่าวออกมาจากใจจริง หญิงสาวอยากจะให้ทุกอย่างหลังว่าความคดีจบไปด้วยดีแต่กลับไม่ใช่เช่นนั้น

          "เป็นพระคุณยิ่งที่ท่านเซียงเปินโหวและสหายของท่าน ได้เข้ามาช่วยเหลือ ข้าขอบคุณท่านมาก" โดยไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณออกไปจ้าวเพ่ยทำได้เพียงเท่านี้ นางอยากจะดูแลและกลับไปส่งเสียเหลือเกินเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณที่อุตส่าห์ยื่นมือมาช่วยนางและมือปราบหวัง

          สายตามองไปทาง เหล่าผู้เฒ่าที่มาเป็นพยานเดินมาทางนาง พวกเขาก็ใช่ว่าจะโล่งใจไปด้วยกับนางยามที่เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่บุตรสาวและหลานสาวได้แล้ว แต่เมื่อถูกเห็นหน้าจากตู่จิ้นกงไปแล้วคงจะหวาดระแวงขึ้นมาบ้างว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้

          "พวกข้าขอกลับแล้วล่ะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะแม่หนู.."

          "เจ้าค่ะ.." จ้าวเพ่ยก้มหน้าเพื่อรับคำอวยพรแต่เหล่าผู้เฒ่าที่ส่งมาให้นาง หญิงสาวนึกไปถึงคนที่ช่วยเหลืออีกคน หากขาดคนนี้ไปก็คงจะอับจนหนทางจนไม่สามารถมาถึงจุดที่คดีความเป็นไปได้ด้วยดีแน่ๆ

          เซียนเหอ

          "ข้าไม่เข้าใจ.. แม่นางรู้เพียงแค่ข่าวลือก็อยากจะช่วยเหลือนางเจิ้งแล้วหรือ ข้าเชื่อว่าต้องมีเหตุเบื้องลึกกว่านี้ ใช่หรือไม่"

          หนึ่งในสามพี่น้องสวนท้อเอ่ยขึ้นมาหลังจากจ้าวเพ่ยลาสามผู้เฒ่าแล้ว หญิงสาวหันกลับไปหาพวกเขาเมื่อได้นับสายตาอันเคลือบแคลงใจก่อขึ้นมาราวกับต้องการจะรู้ความจริงจากนางให้ได้

          "เจ้าค่ะ.. ข้าไม่อยากให้นางถูกประหาร เพราะมันจะทำให้ข้ารู้สึกผิดเพียงแค่นั้น"

          "แม่นางจะรู้สึกผิดด้วยเหตุอันใด.."

          "คนที่แจ้งเบาะแสแก่มือปราบหวังถึงที่ซ่อนของแม่นางเจิ้ง คือข้าเองเจ้าค่ะ.. ข้าพึ่งจะมารู้ทีหลังว่านางต้องโทษประหาร" จ้าวเพ่ยบีบมือตัวเองเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อพูดเช่นนี้ก็อาจจะถูกมองไม่ดีว่าเป็นสตรีขี้โลเลไปเสียแล้ว "หากเพียงสังหารแม่ทัพตู่กงจวินข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับแม่ทัพก็คิดว่านางจะได้รับโทษไม่ถึงตาย แต่ว่าข้าพึ่งมารู้ทีหลังว่านางมีคดีสังหารสตรีและโยนความผิดแก่แม่ทัพข้าก็ไม่คิดจะเชื่อคำกล่าวหานั้นเลย"

          นางกล่าวทั้งหันไปหามือปราบหวังที่มายืนอยู่ด้านหลังเล็กน้อย หญิงสาวเองเม้มปากและก้มหน้ายามถูกตบบ่าปลอบก็กล่าวลาแก่ทั้งสี่เพื่อที่จะเดินกลับออกไปจากตรงนี้

          สายตาพลันเห็นเซียนเหออยู่ไม่ไกลก็เร่งเท้าเดินเข้าไปหา หญิงสาวเดินเข้าไปทักทายชายผู้เก็บของอยู่ก็พลันยิ้มออกมาและก้มขอบคุณที่คอยช่วยเหลือให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี

          "มีอะไรหรือแม่นาง"

          "ข้ามาขอบคุณเจ้าค่ะ.. หากไม่ได้ท่านพวกข้าคงจะอับจนหนทางอย่างแท้จริง"

          "ไม่ขนาดนั้นหรอก.. แล้วจะกลับกันแล้วหรือ"

          "เจ้าค่ะ.. ข้าว่าจะออกไปแล้ว ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะเจ้าคะ" นางกล่าวทั้งลาแก่เซียนเหอ เพื่อให้อีกฝ่ายมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเอง

          ครั้นพอมองตามศาลก็รู้สึกว่าคนที่มาร่วมกันเยอะแยะก็ค่อยๆทยอยหายออกไป นึกถึงยามได้เดินทางมาด้วยกันกับคนกลุ่มมากก็คิดเหงาหน่อยๆเมื่อต้องเหลือเพียงนางและซุนหยางอีกเช่นเคย จ้าวเพ่ยหันไปยิ้มและค้องการจะกล่าวขอบคุณแก่มือปราบหวัง บุรุษที่ช่วยเหลือนางมาตลอดตั้งแต่ครั้งที่ร่วมจับแม่นางเจิ้ง แต่ทันทีที่หันไปหา นางกลับพูดไม่ออกซะได้

          ผมดำขลับปลิวโดนหน้าถูกปัดออกเล็กน้อยให้นางรู้สึกขวยเขิน จ้าวเพ่ยอยากจะพูดคุยอะไรหลายๆอย่างก็ไม่อยากจะจากลากันตรงนี้เลยแม้แต่น้อย

          "ข้า.. ยินดีที่ได้ร่วมงานกับมือปราบที่เก่งเช่นท่านนะเจ้าคะ"

          "ข้าก็ยินดีที่ได้แม่นางมาช่วยเหลือเช่นกัน"

          "หากท่านมือปราบไม่ว่าอะไร.. ข้าขอแวะเวียนไปเยี่ยมท่านที่บ้านได้หรือไม่" จ้าวเพ่ยเองก็ใช่ว่าจะไม่กลัวว่าถูกมองว่าดูไม่งามเมื่อถามไปเช่นนั้น แต่นางต้องการได้รับการตอบรับที่นางอยากให้เป็น อย่างไรก็ตามใช่ว่านางจะไปหาเพียงคนเดียวให้เป็นขี้ปากแก่ชาวบ้าน ซุนหยางผู้ติดตามของนางอย่างไรก็ต้องไปเยี่ยมเยือนด้วยเช่นกัน

          "ได้เสมอ หาก 'เพ่ยเอ๋อห์' ต้องการ"

          จ้าวเพ่ยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดจากมือปราบหวัง นางก้มขอบคุณแก่อีกฝ่ายอีกครั้งที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แม้อีกนัยหนึ่งก็คือขอบคุณที่ทำให้นางรู้สึกดีเช่นกัน

เอฟเฟคลักษณะนิสัยตัวละคร
มีตัญหา
+2 point ทุกครั้งที่จีบเพศตรงข้าม
+30 ความสัมพันธ์เมื่อเกี้ยวพาราสีอย่างมีชั้นเชิง [174]
โลเล
-15 ความสัมพันธ์ กับคนที่กำลังจีบ


เอฟเฟคความสัมพันธ์ [174] หวังโก่วเจียง
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไฟ เกื้อหนุน ดิน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [080] หลิวอวี้
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [081] เจียนหยง
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ธาตุไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

เอฟเฟคความสัมพันธ์ [012] หลิวเป้ย์
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุไม้ เกื้อหนุน ไฟ
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อปีนักษัตรเดียวกัน
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

-30 ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [015] กวน อวี่
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ไฟ
[[หัวดี >> หัวดี]]
+15 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนที่มีชื่อเสียงเดียวกัน
+30 คุณธรรมเมื่อเจอคนมีชื่อเสียงเดียวกัน

-30 ความสัมพันธ์ จากนิสัยทะเยอทะยาน
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [016] จาง เฟย์
+5 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุเดียวกัน
+20 ความสัมพันธ์ เมื่อปีมะแมถูกโฉลกกับปีมะเมีย
[[หัวดี >> หัวคลั่ง]]
-5 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร / คลั่ง
เอฟเฟคความสัมพันธ์ [144] เจิ้ง หลัน
-15 ความสัมพันธ์ เมื่อธาตุน้ำ ข่ม ธาตุไฟ
[[หัวดี >> หัวคลั่ง]]
-5 ความสัมพันธ์ เมื่อเจอคนหัวคลั่ง
+10 ความโหดเมื่อเจอคนหัวมาร / คลั่ง
-30 ความสัมพันธ์ จากนิสัย มีตัญหา
มอบ ขนมไหมเงิน แก่ [144]

มอบ ขนมไหมเงิน แก่ กู๋จิ้นอิ๋ง @Jinying
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-11-7 21:09:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเสียเวลาเปล่าวที่ซีเหอ



พร้อมกับที่ตนเองนั้นฟังการไต่สวนในครั้งนี้ไปด้วยอย่างใจจดใจจ่อต่อผลการตัดสินนี้ว่าจะมีเรื่องราวยังไงกันแน่โดยที่ตนเองนั้นก็หวังว่าเพียงโทษของแม่นางโจรนั้นจะไม่ถึงขั้นที่ร้ายแรงขนาดนี้ หลังจากที่ตนเองได้เห็นว่ามีการ พิจารณาคดีกันตั้งแต่ต้นนั้นมันก็มาถึง จุดที่แปลกประหลาดอย่างมากเมื่อมีการเรียกขานถึงผู้ที่จะมาคัดค้านในเรื่องนี้นั้น ก็ได้มีแม่นางคนหนึ่งนั้นยื่น จดหมายบางอย่างให้กับใต้เท้าของเมืองซีเหอแห่งนี้นั้นพร้อมกับที่คดีโทษนั้นต่างก็คลี่คลายอย่างง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือเช่นนี้กัน

"พวกเราไปเถอะไม่มีเหตุผลที่อะไรที่พวกเราจะอยู่ต่อ พรุ่งนี้เราจะเดินทางออกจากซีเหอกันแล้ว อยู่ต่อไปเราก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาในเมื่อเรื่องราวมันกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว"

"แต่ว่าพวกเราจะไม่เข้าไปดูโฉมหน้าหรือว่าเข้าไปดูคนข้างในศาลกันอย่างนั้นหรอครับท่านอาจารย์"

"เจ้าจะเข้าไปทำไมกันมันไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ที่พวกเรามาซีเหอคราวนี้ข้ายังคิดว่าพวกเรานั้นมาแล้วได้สิ่งใดกัน? เอาเถอะถ้าไงพวกเราก็กลับกันเถอะเดี่ยวพรุ่งนี้พวกเราจะได้รีบออกจากเมืองกันอยู่ต่อไปข้าก็ว่าไม่ได้เกิดสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเรายังไม่นับที่พวกเราไม่ได้หลับหมู่บ้านซีตี้มานานแล้ว"

พร้อมกับที่พรรคพวกของจีเทียนเต๋าก็ออกจากที่รอบนอกของบริเวณนั้นเพื่อกลับไปที่พักของพวกตนเอง


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้