[นอกเมืองหรูหนาน] ป่าเป่ยปิงเซียว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-8-13 18:16:36 |โหมดอ่าน





ป่าเป่ยปิงเซียว ♦

{ นอกเมืองหรูหนาน }










【ป่าเป่ยปิงเซียว】

นอกเมืองหรูหนานทางทิศเหนือมีป่าอุดมสมบูรณ์ทางผ่านสู่
เมืองสวี่ซางทางตอนใต้ของหรูหนาน เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์
ทั้งชนิดมีขน มีเกล็ด มีหาง แน่นอนว่านายพรานก็ชุกชุมตาม
มีสมุนไพรของป่ามาก แหล่งทำมาหากินของชาวบ้านที่จมูกดี













ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-8-13 22:45:22
[เควสสอนการดวล] ช่วยคุณยายจากน้ำมือโจร


คุณยาย
(ตั้งชื่ออิสระตามคนมาช่วย ไม่ช้ำกัน)




::.คำอธิบายเควส.::
- คำในวงเล็บ อาทิ (พ่อหนุ่ม/สาวน้อย) เลือกคำใดคำหนึ่งมาใช้ ให้เข้ากับคุณ -
- [...] สีน้ำเงิน คือ โรลคำพูดเฉพาะคนมีลักษณะนิสัยตามที่ระบุ -



.: เงื่อนไขเควส :.
- แล้วแต่ใครจะทำ ไม่ทำก็ผ่านไป -
- จบเควสออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นก่อน ~ สำหรับ Hardcor เข้าร่วมได้เลย -
- สร้างสตรอรี่ตั้งชื่อคุณยายได้อิสระ เพราะคุณช่วยคุณยายคนละคนกัน -
- เข้าร่วมได้คนละ 1 ครั้งเท่านั้น : ไม่จำกัดคน -
- ระยะเวลาทำเควส วันที่คอมมูนิตี้เปิด จนถึง 31 พฤษภาคม 2565 -



.: โรลเพลย์เปิด :.

      ( ก่อนโรลเพลย์ คุณต้องต่อสู้กับ โจรโพกผ้าเหลือง 1 คน ก่อน (เลือกคนเดียวเท่านั้น ทีมงานเปิดสำหรับคนอื่น ๆ มาลงทำเควสต่อจากคุณ
                   ในกรณีไม่ต้องรอทีมงานมาปล่อยถ้าบอทหมด )


เลือกโจรโพกผ้าเหลือง เลเวล 5 - ดวลแค่คนเดียว
- หากไม่มี lv5 ให้แจ้งมาสฯ เพื่อเปิดบอท lv5 -
* สามารถเลือกเลเวล 15 ได้ถ้าไหว หากชนะจะได้รับโจรเลเวล 15 ไป *


ขั้นตอนการประลองกับบอท
(1) เลือกเมนู ดันเจี้ยน ที่เมนูด้านบนสุด


(2) เลือกบอทให้ตรงกับเควสที่คุณทำ


สอนการใช้ระบบดวล
(1) คำอธิบายฝั่งผู้โจมตี
โจมตีปกติ - สกิลการโจมตีปรกติ จู่โจมกระหน่ำทุ่มกำลังเต็มด้วยการใช้ STR เพียงอย่างเดียว
ยั่วยุ - สร้างความปั่นหัวศัตรูให้เกิดความสับสนในขณะโจมตี ด้วยการใช้ INT มีความสามารถในการ ลดเกจพลังงานฝ่ายตรงข้าม 2 จุด
และ ลดดาเมจ 1% (ช้อนทับกันได้) โดยทุกครั้งใช้สกิลนี้ เราจะสูญเสีย 1 เกจพลังงาน
สงบนิ่ง - ตั้งมั่นใจสงบนิ่งดั่งขุนเขา ไม่สะทกสะท้านต่อแรงโจมตีอีกฝ่าย สกิลนี้จะได้รับ 2 เกจพลังงาน
โจมตีพิเศษ - ผสานพละกำลังและกำลังภายในรวมกันอย่างลึกซึ้งเพื่อสร้างความเสียหายภายนอกและภายในอย่างรุนแรง (STR+Qi)
ทำให้สร้างความเสียหายต่อฝ่ายตรงข้ามได้สองเท่า ด้วยการใช้ 6 เกจพลังงาน แต่หากสกิลล้มเหลวจะเสียแค่ 4 เกจพลังงาน
โจมตียุทธ์ - คล้ายกับโจมตีปกติ แต่จะเป็นการใช้กำลังภายในเพียงอย่างเดียว แม้ความเสียหายจะด้อยกว่าโจมตีพิเศษ
แต่หากเจอคู่ต่อสู้ที่มีกำลังภายในลึกล้ำ (Qi มากกว่า 10 เท่า) จะสร้างความเสียหายได้จำนวนมาก และ หากโจมตีสำเร็จจะบล็อคการโจมตีอีกฝ่าย
(โจมตีพิเศษ - โจมตียุทธ์ อีกฝ่าย 3 เทิร์น) โดยจะสูญเสียเกจพลังงาน 5 จุด
โดย Qi ฝ่ายโจมตีจะต้องมากกว่าฝ่ายป้องกัน 10 เท่าขึ้นไป ( พลังโจมตี = Qi * 1.6 )
นอกจากนั้นลดหลั่นตามระยะห่างของ Qi ( พลังโจมตี = Qi * 0.8 )


(2) คำอธิบายฝั่งป้องกัน
ป้องกันปกติ - ตั้งการ์ดรับด้วยความถึกทนของร่างกาย เรี่ยวแรงที่พร้อมรับแรงกระแทกไม่ว่าจะโดนกระหน่ำโจมตีหรือเจ็บปวดเพียงใด
ในฐานะผู้คุ้มกัน คุณพร้อมรับแรงกระแทกอย่างไม่ลดละ สกิลนี้จะใช้สเตตัส STR โดยปกติจะได้รับ 1 เกจพลังงานต่อให้ป้องกันล้มเหลว
แต่หากคุณป้องกันสำเร็จจะได้รับ 2 เกจพลังงานแทน โดยหากคุณป้องกันสำเร็จจะสวนกลับเล็กน้อย ( พลังโจมตี = STR * 0.5 )
ป้องกันพิเศษ - มีไหวพริบเป็นเลิศ เชื่อในสัญชาตญาณ ด้วยคุณเป็นผู้เชื่อในลางสังหรณ์เมื่อถูกศัตรูจู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง
คุณสามารถสัมผัสถึงรัศมีไอสังหารจากอีกฝ่ายได้ก่อนพริ้วตัวหลบและโต้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วจนเสมือนการหยิบยืมแรงคู่ต่อสู้สนองกลับคืนไป
การป้องกันนี้จะใช้โต้ตอบเมื่ออีกฝ่ายใช้สกิล "โจมตีพิเศษ" สกิลนี้จะใช้สเตตัส STR+INT และ Qi รองลงมา โดยเมื่อใช้สกิลจะสูญเสียเกจพลังงาน 4 จุด
หากป้องกันสำเร็จ พลังโจมตี = (STR * 0.25) + (Qi * 0.5) และสวนกลับพลังโจมตี = STR + (Qi * 2)
ป้องกันยุทธ - ยอดฝีมือเมื่อต้องปะมือกับยอดฝีมือด้วยกัน ใช้เคล็ดวิชาต่อสู้กัน อีกฝ่ายโจมตีด้วยกำลังภายในลึกล้ำ
ด้วยทักษะกำลังภายในของคุณที่มีความพริ้วไหวพร้อมหลบได้อย่างงดงาม ถ้าคุณป้องกันสำเร็จจะบล็อคการโจมตีอีกฝ่าย
(โจมตีพิเศษ - โจมตียุทธ์ อีกฝ่าย 3 เทิร์น) โดยจะสูญเสียเกจพลังงาน 5 จุด
เมื่อป้องกันสำเร็จหากฝ่ายป้องกัน Qi มากกว่าอีกฝั่ง 20% จะได้รับบล็อค x3 (ตาที่ถูกโจมตีก็ได้บล็อคด้วย)
โปรยเสน่ห์ - 'ความงามล่มเมือง' คำกล่าวนี้มีมาทุกยุคทุกสมัย ยอดนักรบมีชื่อหลายคนมักทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงาม และพลาดพลั้งบ่อย
ทำให้อีกฝ่ายเกิดอาการสตันด้วยเสน่ห์อันดึงดูดของคุณ แต่ก็ไม่เสมอไปหรอกนะ บางคนอาจมีภูมิต้านทานเสน่ห์
เมื่อใช้สกิลสำเร็จจะแย่งชิงเกจพลังงานอีกฝ่าย 2 จุด มาเป็นของเรา และหากมีเสน่ห์เหลือล้นมากกว่าถึง 4 เท่า จะทำให้อีกฝ่ายโจมตีล้มเหลว
สกิลนี้ใช้ร่วมกับสเตตัส CHA และสูญเสีย เกจพลังงาน 1 จุด
หลบหลีก - ความคล่องแคล่ว ว่องไว และ วิชาตัวเบาที่มีลมปราณลึกล้ำไหลเวียนภายในร่างกาย ดึงออกมาใช้อยา่งมีประสิทธิภาพ
เมื่อใช้สกิลนี้สามารถหลบหลีกการโจมตีอีกฝ่ายได้ ใช้ร่วมกับสเตตัส STR+Qi
ทำสมาธิ - ตั้งมั่นจิตใจให้สงบ ไม่ว่าสถานการณ์จะอันตรายแค่ไหนหรือคมดาบจ่อคออยู่ใกล้แค่เอื้อม เพิ่มเกจพลังงาน 3 จุด
และมีโอกาสสวนกลับเมื่อคุณสัมผัสถึงจิตสังหารอีกฝ่ายได้ ซึ่งมีสเตตัสมากกว่าอีกฝ่าย
( สกิลทำงานคล้ายป้องกันปกติ แต่โอกาสป้องกันสำเร็จมีแค่ 50% )
หนี - 'หนี คือ ยอดกลยุทธ์' ดั่งซุนจื่อกล่าวไว้ หากศัตรูแข็งแกร่งกว่า การถอยหนีก็มิผิด เพื่อถอยไปตั้งหลักและเตรียมพร้อมรับมือที่มั่นคง
รู้จักประมาณฝีมือตนเอง ถอยเพื่อรอโอกาส ไม่ดึงดันสู้





       - เขียนโรลอิสระออกจากหมู่บ้าน ผ่านทางป่าเป่ยปิงเซียว -

       "กรี๊ดดดดด...."
       @คุณ
       เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด
       @คุณ

        "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงสั่นเครือของยายชราที่เคราะห์ร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง

       - เขียนโรลอิสระมาจนถึงสถานที่เกิดเหตุตามอิสระ -      

       ยายชราที่ถือไม้เท้าสะพายที่บรรจุสมุนไพรด้านหลัง ตัวสั่นเครือ จนเธอถอยหลังก้าวล้มลง ตวัดไม้ด้วยความกลัว "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" ยายชราหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ
       @คุณ


      - เขียนโรลอิสระต่อสู้ - นำผลการประลองแพ้ชนะมาโรลเพลย์ โรลสู้จัดเต็มได้เลย จะใช้วรยุทธ์ ท่วงท่ายังไงตามที่คุณต้องการ -

     หากผลการประลองในระบบแพ้
      "ไอกร๊วก ฝีมือกระจอกแล้วแส่เป็นวีรบุรุษเหรอ ไสหัวไปชะ วันนี้ข้าอารมณ์ดีจะไม่ฆ่าเจ้า" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวตะโกนด่าพลางหัวเราะไล่หลังอย่างอารมณ์ดี
       @คุณ โรลเพลย์จบ ถอยหนีลุกลี้ลุกลนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
         
     หากผลการประลองในระบบชนะ
    เพิ่มเติม ท่านเลือกว่าจะทำยังไงกับโจรโพกผ้าเหลืองคนนี้ (1) ไว้ชีวิต ปล่อยไป ~ (2) สังหารโจร (ได้รับดาบx1 , ผ้ากระสอบ x8 และ 30 ตำลึงเงิน , หมั่นโถว 20 ลูก) ~
  (3) เกลี้ยมกล่อมกลับใจ (ได้รับทหารปลายแถวโจรโพกผ้าเหลือง ในฐานะขุนพล เลเวล 5 เข้าสังกัด และ แนบชื่อแซ่โจรที่คิดไว้ท้ายโพสต์ (เขาแนะนำตัวให้คุณรู้จัก) )
            * ทุกการดำเนินการจะได้รับชื่อเสียงของคุณตามทางที่เลือก และ สอดคล้องกับนิสัย สูญเสียหรือได้รับโบนัสตามนิสัย *


      "อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน
       @คุณ
       "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย
       @คุณ โรลชนะ (ปลิดชีวิตหรือปล่อยตัว แล้วแต่คุณ ทุก ๆ การกระทำได้ค่าชื่อเสียงแตกต่างกัน)
     
       @คุณ
       "(คุณชาย/แม่นาง) เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" ยายชรากล่าวถามพลางขอบคุณอีกฝ่ายที่มาช่วยผคอง
       @คุณ
       "ขอบคุณ(พ่อหนุ่ม/สาวน้อย)มากเชียวนะ ถ้าไม่ได้เธอยายคงไม่รอดวันนี้แล้ว..." ยายชรากล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเป็นยกมือเวียนศีรษะ "พอดียายกำลังเก็บสมุนไพรป่าจะนำไปขายโรงหมอในเมืองหาเงินประทังชีวิต"
       @คุณ
       "ขอบคุณหลานมากนะ ยายไม่รู้จะตอบแทนเช่นไรดี" ยายกล่าวด้วยความซาบซึ้งกินใจ น้ำตาบนใบหน้าหยดไหลลงมาด้วยความใจดีของอีกฝ่าย พลางกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง "นี่ยายให้หลานนะ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อย"
       @คุณ  โรลเพลย์จบ

       - หากเลือก หากคุณเลือกโรลอาสาไปส่งยาย ในเมือง ลำดับต่อไป ให้เขียนโรลเพลย์ที่ โรงหมอจินเหวินฉ่าย เมืองหรูหนาน อีก 1 โรล
                  ซึ่งยายจะเดินเข้าไปขายสมุนไพรและนำเงินส่วนหนึ่งมาแบ่งให้คุณ และ สมุนไพรที่ยายซื้อจากหมอบางส่วน -



รางวัลเควส(จบแค่ป่าไม่ไปส่ง): ได้รับ +300 อีแปะ  , +30 EXP , x6 เม็ดเก๋ากี้
รางวัลเควส(ไปส่งที่โรงหมอในเมือง): ได้รับ 1,000 อีแปะ , +40 EXP , x10 เครื่องยาจีน , x1 กระเป๋าใบเล็ก ,




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240
โพสต์ 2021-8-30 05:23:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangnon เมื่อ 2021-8-30 09:58



      จางหน๊งได้ขี่ม้าอาชา คู่ใจหลังออกจากหมู่บ้านของตน โดยใช้เส้นทางผ่านทางป่าเป่ยปิงเซียว เพื่อเด้นทางไปยังเป้าหมาย


       "กรี๊ดดดดด...."

      จางหน๊งได้รับรู้ถึงเสียงอะไรยางอย่างออกมาบริเวณรอบๆ เขาจึงควบอาชาไม่รีรอ จึงเคลื่อนที่ไปยังทิศเสียงที่กรีดร้องขอความช่วยเหลือทันที


       เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด

       จางหน๊งควบม้าเพื่หาลู่ทางวนเวียนอยู่แถวๆ จุดรอบที่เสียงดังขึ้นมาเรื่อยๆ

        "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงหญิงสาวดังขอความช่วยเหลือเป็นช่วง ๆ

       ทันใดนั้นจางหน๊งก็ควบม้าตาเสียงของผู้หญิงมา จนเข้าพบเจอ หญิงสาวผู้นั้นสายตามองไปยังที่เกิดเหตุการณ์ทันที

      หญิงสาวที่กำลังยืนถือมีดป้องกันตัวมือสั่น ตรงหน้ามีโจรโพกผ้าเหลืองรูปร่างกำยำ ใบหน้าน่ากลัว หญิงสาวที่ยืนจ่อมีดทางโจร "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" หญิงสาวหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ


      จางหน๊งได้ควบอาชา พร้อมทั้งหยุดม้าพร้อมทั้งลงจากม้า จึงวิ่งไปอย่างรวดเร็ว พร้อมชักดาบของตนแล้วโจมตีใส่อย่างรวดเร็วไม่ให้โจรโผกผ้าเหลืองได้ทันตั้งตัว พร้อมทั้งพุ่งอย่างรวดเร็ว
//ระบำไฟสุริยัน กระบวนท่า ไฟแปดทิศ
ฟันดาบอย่างต่อเนื่องรอบๆหลายๆทิศทางตนเองหลายครั้งเพื่อปิดช่องโหว่วและทำให้อีกฝ่ายสับสน
         
     


      "อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน

       จางหน๊งได้ทำท่า//ตั้งรับเพื่อรับการปะทะจากอีกฝ่าย พร้อมกับเปรยปากว่า
"หากเจ้ายอมจำนนแต่โดยดี จำจะได้รับการพ้นโทษ"

       "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย

       "งั้นก็ช่วยไม่ได้สินะแกเลือกทางของเจ้า"
จางหน๊งจึงใช้ กระบวนท่า สบั้นไฟเปลวเพลิง//ปัดดาบของตนเองเป็นวงกลมแนวนอนและรุนแรงเพื่อปัดการโจมตีของอีกฝ่าย พร้อมทัังฟาดฟันไปที่แขนข้างที่ถือมีดพร้อมทั้งสบั้นที่คอโจรโผกผ้าเหลืองอีกที

   จางหน๊งได้เลือกที่จะปลิดชีพชายโจรผู้นี้


       "คุณชายเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" หญิงสาววิ่งเข้ามาดูอาการอีกฝ่าย

       "ข้ามิเป็นเช่นไรหรอกขอรับ เจ้าไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วขอรับ "จางหน๊งได้เอ่ยตอบอีกฝ่ายไปย่างสุภาพบุรุษ

       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ หากไม่ได้ท่านข้าคงไม่รอดจากโจรผู้นั้นเป็นแน่...ข้..." หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเอ่อกุกกัก
"คุณชายข้าน้อยออกมาเก็บสมุนไพรทุกช่วงเวลานี้เป็นกิจวัตร นึกไม่ถึงวันนี้จะโชคร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง... ข้าอยู่โรงหมอในเมืองเจ้าค่ะ เป็นคนงานที่นั่น"

       จางหน๊งแบมือ เพื่อรับของจากอีกฝ่าย
"ข้ายินดีที่จะรับของจากท่าน แม้จะไม่มีอะไรมากแต่ข้าก็ช่วยท่านโดยมิหวังสิ่งตอบแทน"

       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ข้าน้อยชื่อฉินเพ่ยเอ๋อห์ คุณชาย ในฐานะผู้มีคุณเรียกเพ่ยเอ๋อห์ได้นะคะ" หญิงสาวกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง
ลักษณะนิสัยทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้
      

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดดำ
ตำราขงจื้อ
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x1
x1
x10
x8
x6
x3
x28
x4
x5
x1
x3
x3
x3
x15
x1
x6
x6
x70
x2
x2
x6
x9
x2
x2
x6
x7
x31
โพสต์ 2021-8-31 22:03:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
       "ข้าควรไปที่ไหนก่อนหละเนี่ย..."

       "พอออกมาจริงๆแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนดีเลย..."

       เทียนหลงกล่าวขึ้นมาในขณะที่ควบม้าสีขาวออกจากหมู่บ้านดูเหมือนหลังจากที่ได้ทาหินนั้นไปความเร็วของมันจะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย  สายตาเริ่มแหงนมองทองฟ้าอย่างไร้ทิศทาง

       "กรี๊ดดดดด...."

       "เสียงอะไรหนะ!!!" เสียงบางอย่างได้ดึงความสนใจของเทียนหลงที่กำลังเหม่อลอย ชายหนุ่มรีบควบทะยานม้าสีขาวไปยังทิศทางของต้นเสียง เพื่อดูว่ามีเหตุใดเกิดขึ้นกันแน่


       เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด

       "แม่นาง!! เกิดอันใดขึ้น??" เทียนหลงพลันกล่าวถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงหญิงงามตรงหน้า

        "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงหญิงสาวดังขอความช่วยเหลือเป็นช่วง ๆ

      หญิงสาวที่กำลังยืนถือมีดป้องกันตัวมือสั่น ตรงหน้ามีโจรโพกผ้าเหลืองรูปร่างกำยำ ใบหน้าน่ากลัว หญิงสาวที่ยืนจ่อมีดทางโจร "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" หญิงสาวหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ

       "เจ้าไอโจรโพกผ้าเหลืองตายซะ!!!" เทียนหลงพลันตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้เห็นถึงศัตรูที่เขาต้องการมากที่สุด แถมในตอนนี้มันยังต้องการจะสังหารสตรีผู้งดงามอีก เทียนหลงพลันควบม้าสีขาวใส่ร่างของโจรโพกผ้าเหลือง ขวานที่ในตอนแรกใช้เพื่อตัดไม้บัดนี้ได้จามลงเข้าที่กลางอกของโจรปลายแถวตรงหน้า

       "อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน

       "อย่าพยายามจะดีกว่า" เทียนหลงพลันกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังลงจากหลังม้า พร้อมกับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาคับแค้น

       "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย
     
       "ข้าเตือนเจ้าแล้วแท้ๆ" สิ้นเสียงกล่าวขวานในมือพลันจามลงที่กลางศีรษะของอีกฝ่ายจนสิ้นใจ ก่อนจะเริ่มเก็บของเล็กๆน้อยของอีกฝ่ายมาเผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ตน

       "คุณชาย เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" หญิงสาววิ่งเข้ามาดูอาการอีกฝ่าย

       "ข้าสบายดีแม่นาง ขอบคุณที่เป็นห่วง"

       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ หากไม่ได้ท่านข้าคงไม่รอดจากโจรผู้นั้นเป็นแน่...ข้..." หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเอ่อกุกกัก "คุณชาย ข้าน้อยออกมาเก็บสมุนไพรทุกช่วงเวลานี้เป็นกิจวัตร นึกไม่ถึงวันนี้จะโชคร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง... ข้าอยู่โรงหมอในเมืองเจ้าค่ะ เป็นคนงานที่นั่น"

       "โรงหมอในเมือง??" เทียนหลงเริ่มครุ่นคิดเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขาเองก็ไม่มีที่ไป อีกอย่างการรวมเดินทางกับหญิงงามเช่นนี้คงมิได้มีบ่อยๆ

       "เช่นนั้นข้ายินดีไปกับแม่นาง หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นข้าจะได้ช่วยเหลือแม่นางได้" เทียนหลงยิ้มออกมาหลังกล่าวจบ

       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ข้าน้อยชื่อฉินเพ่ยเอ๋อห์ คุณชาย ในฐานะผู้มีคุณเรียกเพ่ยเอ๋อห์ได้นะคะ" หญิงสาวกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง

       "ยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง เพ่ยเอ๋อห์ ข้ามีนามว่า หลง" เทียนหลงเลือกที่จะไม่บอกนามที่แท้จริงแก่หญิงที่เพิ่งพบเจอเพราะอาจเกิดปัญหาได้ในภายภาคหน้า

       เทียนหลงค่อยๆปีนขึ้นไปบนหลังมาของตน ก่อนจะเอื่อมมือข้างหนึ่งยืนไปหาหญิงสาว

      "แม่นางขึ้นมาสิ หากปล่อยให้ท่านเดินไปข้าคงรู้สึกมิสบายใจ อีกอย่าง เผื่อพวกเราจะได้สารสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นด้วย" เทียนหลงจากที่แม่นางยอมขึ้นมาอย่างเขินอายก็พลันควบมาไปตามทางโดยซักถามเส้นทางจากแม้นางที่นั่งอยู่ด้านหน้าบ้างเล็กน้อย....

มีตัณหา
+2 Point ทุกครั้งที่วางแผนดำเนินจีบเพศตรงข้าม
ทะเยอทะยาน
+2 Point จากโรลการต่อสู้




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
โพสต์ 2021-9-1 15:11:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สถานการณ์วีรบุรุษช่วยสาวงามย่อมเป็นอุดมคติของชายหนุ่มที่เหล่านารีใฝ่ฝัน ทั้งที่ยังไม่รู้เนื้อแท้ของบุรุษตรงหน้าว่าชั่วช้า ดีงามเยี่ยงใด


ห่าวอู๋ค่อยๆเดินทางจากหมู่บเานมาอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ดูแววแล้ว มันก็คงเดินต๊อกต๋อยไปเรื่อยสักพักๆ เพราะตอนนี้ มันยังคงไม่รู้จะไปแห่งหนใด


"กรี๊ดดดดด...."
     ' นั้นไง ชีวิตเราไม่อาจหาความสงบได้…' มันคิดในใจ
       เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด
       "คงต้องไปดูเสียหน่อย จะปล่อยให้หญิงสาวที่ไหนไม่รู้มาตายมิได้" ัมันกล่าวกับตน ก่อนจะเร่งรัดไปยังที่เกิดเหตุในเร็ววัน

        "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงหญิงสาวดังขอความช่วยเหลือเป็นช่วง ๆ

ชายหนุ่มรีบวิ่งไปโดยพลัน มันพลันชักดาบออกมาเตรียมต่อสู้เผื่อเกิดเหตุคาดไม่ฝัน
มันวิ่งมาสักพักก็พลันเห็น สตรีรูปงานคนนึง และ โจรโพกผ้าเหลืองหนึ่งคน

      หญิงสาวที่กำลังยืนถือมีดป้องกันตัวมือสั่น ตรงหน้ามีโจรโพกผ้าเหลืองรูปร่างกำยำ ใบหน้าน่ากลัว หญิงสาวที่ยืนจ่อมีดทางโจร "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" หญิงสาวหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ
      "ข้ามาช่วยแล้ว!" ชายหนุ่มกล่าวพลางเดินเข้ามาขวางระหว่างเจ้าโจรกับหญิงสาว

"อย่ามาแส่น่า!" เจ้าโจรตรงหน้ากล่าวอย่างอวดดี
"เจ้านั้นแหละ ถอยไปเสียดีกว่า วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีกับพวกโจรโพกผ้าเหลืองเสียด้วย" มันเดาะลิ้นพลางก้าวเท้านำดาบเข้าโรมรันกับอาวุธอีกฝั่ง
ดาบในมือของมันเต็มไปด้วยเล่ห์กลอย่างที่ผู้ใช้ดาบไม่ควรจะมี กระบวนท่าของห่าวอู๋นั้นขัดกรองมาจากสติปัญญาของมัน ที่มันใช้ดาบก็เพื่อสร้างภาพหลอกศัตรูว่ามันเป็นสายบู๊ จริงๆแล้วมันนั่นแหละสายบุ๋นตัวพ่อ ใช้กระบวนท่าพลิกแพลงมากมาย

เจ้าโจรถึงกับงงงวยเมื่อเจอเพลงดายเช่นนี้ ห่าวอู๋ฟันซ้าย มันก็จะฉวัดเฉวียนไปทางขวา แต่พอฉวัดเฉวียนไปทางขวา มันก็ไปบน ลงล่าง เป็นเช่นนี้จนเจ้าโจรแทบคลั่ง ผ่านไปสักพักฝ่ายห่าวอู๋ได้แผลเพียงแค่รอยขีดข่วน แต่เจ้าโจรกลับมีแผลทั้งตัว
สุดท้าย ชายหนุ้มใช้ด้ามดาบกระแทกมันจนกระเด็นไปกับพื้น

  อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน
    "ยอมแพ้เสียเถอะ มาเป็นโจรปล้นเขากิน เช่นนี้มิมีดีอะไรเลย" ห่าวอู๋กล่าว
       "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย
       ชายหนุ่มเตะสกัดขาอีกฝ่ายให้ลมลง แล้วนำดาบจ่อคอมัน

"ยอมรึยัง.." ห่าวอู๋กล่าว
"ย...ยอมแล้ว ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ.." เจ้าโจรขอร้องอ้อนวอน
"ปล่อยเจ้าไปก็เสียดาย… ข้าเข้าใจเหตุใดคนอย่างพวกเจ้าจึงมาเป็นโจร ความยากลำบากมักนำคนมาเป็นเช่นนี้แหละ เพราะบ้านเมืองไม่ดี โจรโพกผ้าเหลืองจึงเกิดขึ้นมา หากบ้านเมือง ปกครองด้วยดี ไฉนเลย ผู้คนจะกลายเป็นโจร มาเข้าร่วมกับข้า เลิกเป็นโจรเสีย แล้วขัาสาบาน วันข้างหน้าเจ้าจักอยู่สบายกินอิ่มนอนหลับ เสวยสุข ร่วมทุกข์ไปกับข้า "มันกล่าวชักชวนฝ่ายตรงข้ามให้กลับใจ
"....."เจ้าโจรนิ่งไปสักพักก่อนจะเอาหัวแนบพื้นแล้วกล่าว
"ซาอี้ คารวะนายท่าน!"

"ดี" ชายหนุ่มยิ้มออกมาแล้วเก็บดาบไป
     "ปลอดภัยแล้วแม่นาง"มันกล่าวกับหญิงสาวตรงหน้า
       "คุณชาย เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" หญิงสาววิ่งเข้ามาดูอาการอีกฝ่าย
      "ข้าสบายดี มีเพียงรอยแผลเล็กน้อยเท่านั้น พักสักพักก็คงหาย
       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ หากไม่ได้ท่านข้าคงไม่รอดจากโจรผู้นั้นเป็นแน่...ข้..." หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเอ่อกุกกัก "คุณชายข้าน้อยออกมาเก็บสมุนไพรทุกช่วงเวลานี้เป็นกิจวัตร นึกไม่ถึงวันนี้จะโชคร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง... ข้าอยู่โรงหมอในเมืองเจ้าค่ะ เป็นคนงานที่นั่น"
       "ท่านโชคดี ที่มาเจอข้า มิเป็นไรหรอก ข้าเพียงผ่านมาแล้วพบเห็นเลยอดใจช่วยไม่ได้เท่านั้น" มันกล่าว
       "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ข้าน้อยชื่อฉินเพ่ยเอ๋อห์ คุณชาย ในฐานะผู้มีคุณเรียกเพ่ยเอ๋อห์ได้นะคะ" หญิงสาวกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง
       "เอาเช่นนี้ดีกว่า เดี๋ยวข้าไปส่งท่านที่โรงหทอดีกว่า เกรงว่าระหว่างทางจะพบพวกโจรโพกผ้าเหลืองอีกมันกล่าว พลางคิดว่า บางทีเข้าเมืองไป อาจจะได้รางวัลเพิ่ม

"อี้ซา ถอดผ้าโผกหัวสีเหลืองนั้นซะ แล้วตามมากับข้า" มันกล่าวพลางค่อยๆคุ้มครองหญิงสาวกลับไปในเมือง

+2 point จากการโรลต่อสู้ด้วยนิสัยทะเยอะทะยาน

(โจรที่เกลี่ยกล่อมให้กลับใจ ชื่อว่า อี้ซา)








←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
อริยสัจสี่
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
เตากำยาน
ดาบใบหลิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x8
x21
x8
x17
x28
x8
x18
x18
x38
x16
x8
x8
x8
x18
x10
x4
x17
x5
x8
x21
x13
x2
x19
x12
x16
x16
x5
x2
x6
x16
x20
x15
x1
x10
x15
x1
x7
x6
x53
x1
x1
x3
x3
x3
x68
x1
x28
x5
x9
x1
x26
x11
x5
x2
โพสต์ 2021-9-3 03:11:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-9-3 03:34

เควสสอนการดวล

         วันถัดมาในช่วงเช้าตรู่หลังจิ้นอิ๋งได้พักแรมค้างคืนยังโรงเตี๊ยมของตัวหมู่บ้านเซิ่งหุน หญิงสาวก็ทำการจัดกระเป๋าให้เป็นสัดส่วนและพร้อมสรรพสำหรับเดินทางกลับคืนสู่เมืองลั่วหยางตามหาครอบครัวของนาง กระเป๋าใบโตถูกสะพายหลังก่อนกระบี่ที่นางเป็นผู้ตีจะถูกถือติดมาด้วย ระหว่างนั้นจิ้นอิ๋งก็ย้อนไปรับตัวไป๋เซ่อที่ฝากไว้ยังฟาร์มปศุสัตว์ของหมู่บ้านพลางแวะมากล่าวบอกลากับผู้ใหญ่บ้านอีกเล็กน้อย

          ทว่าก่อนเดินทางกลับได้รับม้าสีขาวปลอดตัวหนึ่งมาเพื่อใช้เดินทางหลังอีกฝ่ายเห็นว่าจะให้นางเดินเท้าข้ามเมืองก็ใช่ที่ จิ้นอิ๋งที่คิดว่าได้ให้ไม้แก่หมู่บ้านเพื่อตอบแทนจนพอสบายใจบ้างแล้ว กลับต้องมารู้สึกเกรงอกเกรงใจอีกหนที่ได้รับน้ำใจอีกหน ร่างเล็กจึงโค้งแทบจะตั้งฉากให้ทางผู้อาวุโสไปเสียแล้วพร้อมกับลั่นเอ่ยว่าตนจะต้องย้อนกลับมาตอบแทนให้อีกคราแน่

          เมื่อธุระในตัวหมู่บ้านหมดลงแล้ว จิ้นอิ๋งก็ปีนขึ้นนั่งคร่อมยังหลังม้าคู่หูตัวใหม่ที่ตั้งชื่อให้ว่า ไป๋เอ้อร์ (เจ้าขาวที่สอง) ด้วยท่าทางที่ไม่ได้คล่องแคล่วมากนักหากแต่ก็ดูไม่ทุลักทุเลเกินไป ก่อนจะจับไป๋เซ่อนั่งนิ่งยังหลังคอเจ้าม้าชิดกับตัวนางอีกทีหนึ่ง โชคดีที่จิ้นอิ๋งพอเรียนรู้การขี่ม้ามาจากผู้เป็นบิดา ในการเดินทางที่มีม้าช่วยในครานี้จึงไม่ได้ทำให้นางลำบากขึ้นอย่างที่แอบนึกหวั่น


          “ ไป๋เอ้อร์เด็กดีกว่าที่ข้าคาดไว้อีกนะเนี่ย ”

          ระหว่างทางที่ทั้งสามชีวิตมาเยือนถึงยังเขตป่าเป่ยปิงเซียวของเมืองหรูหนาน เสียงหวานพลันเอ่ยชมเชยเจ้าม้าอย่างจริงใจเมื่อสังเกตมาจนถึงเพลานี้ว่าอีกฝั่งแทบไร้การพยศใด ก่อนมือข้างหนึ่งจะผละบังเหียนมาลูบลงยังแผงคอนุ่มของเจ้าม้าตัวโตที่ส่งเสียงร้องรับดูภาคภูมิอย่างกับฟังออก เรียกเสียงหัวเราะใสจากจิ้นอิ๋งได้เป็นอย่างดี

          "กรี๊ดดดดด...."

          แต่แล้วเสียงร้องแหลมของใครบางคนก็ทำเอาทั้งม้าทั้งคนสะดุ้งโหยงจนเกือบตื่นตระหนก ดีที่ไป๋เซ่อไม่ได้ตีปีกไปอีกตัวไม่เช่นนั้นไป๋เอ้อร์คงจะยิ่งตื่นไปมากกว่านี้ จิ้นอิ๋งที่ตั้งสติได้ก่อนเร่งลูบปลอบเจ้าม้าขาวไม่หยุด

          เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด

          นางที่เริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกติเหล่านั้น หลังปลอบขวัญให้ม้าสงบลงได้แล้วจึงกระตุกแผ่วยังบังเหียนให้เคลื่อนเดินไปยังทิศทางที่มาของเสียงเมื่อครู่ด้วยความใคร่รู้

          "ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงหญิงสาวดังขอความช่วยเหลือเป็นช่วง ๆ

          และคล้ายกับเสียงเหล่านั้นเป็นตัวกระตุ้นให้จิ้นอิ๋งรับรู้ได้แล้วว่าไม่ได้หูฝาดโดนผีสางหลอกหลอนตั้งแต่ยามสายของวันเช่นนี้ มือเรียวจึงสะบัดบังเหียนเป็นสัญญาณให้ไป๋เอ้อร์พาพวกนางไปตามเสียงนั้นให้เร็วที่สุดในทันที


          หญิงสาวที่กำลังยืนถือมีดป้องกันตัวมือสั่น ตรงหน้ามีโจรโพกผ้าเหลืองรูปร่างกำยำ ใบหน้าน่ากลัว หญิงสาวที่ยืนจ่อมีดทางโจร "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" หญิงสาวหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ

          ยามเมื่อมาถึงยังบริเวณที่มาของเสียง ภาพตรงหน้าทำเอาจิ้นอิ๋งเผลอหยุดม้ามองค้างชะงักงัน ภาพในยามพรากจากครอบครัวตีย้อนในหัวขึ้นมา รู้ตัวอีกทีนางก็หุนหันลงจากม้าวางกระเป๋าชักกระบี่ไปยืนขวางโจรโพกผ้าเหลืองผู้นั้นไม่ให้เข้าใกล้สตรีแปลกหน้าอีกคนไปเสียแล้ว

          ตัวโจรผู้นั้นก็ราวกับตกใจไปเช่นเดียวกันด้วยไม่นึกจะมีหญิงสาวที่มองภายนอกดูไม่น่ามาจับกระบี่ชี้หน้าตนเช่นนี้โผล่มา คล้ายมันตะลึงงันบางสิ่งก่อนแววตาที่ดูสับสนจะเปลี่ยนคืนเป็นก้าวร้าวเช่นเดิมพลางตะเบ็งขู่หวังให้จิ้นอิ๋งหวั่นเกรง

          “ อะไรกัน! ก็แค่คุณหนูตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง สู้เป็นหรืออย่างไรถึงกล้าถือกระบี่ชี้หน้า ถาน เจ๋อ ผู้นี้น่ะ! หะ!! ”

          จิ้นอิ๋งที่ได้ยินเช่นนั้นก็เม้มปากแน่นไม่ตอบโต้ จนโจรหน้าขึงผู้นั้นยิ่งตีหน้าบูดบึ้งด้วยนึกว่านางกำลังหมางเมินคำพูดตน ทั้งที่จริงตัวนางเถียงไม่ออกต่างหากเลยไม่อยากเอ่ยไปให้ตัวจิ้นอิ๋งรู้สึกจนมุม แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากเล็กจะอ้าขยับกล่าวขอความประนีประนอมแทนประมือสู้กัน อีกฝั่งกลับพุ่งมาเสียแล้วให้ทั้งจิ้นอิ๋งและสตรีแปลกหน้าด้านหลังร้องเสียงหลง พากันวิ่งหลบด้านข้างไปอย่างอุดตะหลุด
          แต่ถึงอย่างนั้นจิ้นอิ๋งก็ไม่ได้วิ่งหนีหายไปไหน แขนเรียวข้างหนึ่งยังคอยยกกันดันให้บุคคลด้านหลังเร่งถอยออกไปยามทั้งคู่พ้นรัศมีดาบจากอีกฝั่ง แม้นางจะสู้ไม่เป็นแม้แต่กระบวนท่าเดียว แต่ภาพซ้อนทับถึงเหตุการณ์ปล้นชิงคราวก่อนทำให้จิ้นอิ๋งไม่อยากจะหนีหรือสละตัวแล้ว ในเมื่อมีกระบี่ก็ขอปกป้องผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ให้เขาต้องคอยห่วงหรือพรากจากอย่างเช่นครานั้นอีก
          ราวกับโจรผู้นั้นก็เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว จากที่บุ่มบ่ามหาคราแรกเลยกลายเป็นตั้งท่าป้องกันขึ้นมา จิ้นอิ๋งที่สังเกตท่าทางที่เปลี่ยนไปได้อาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายลองเชิงหวนนึกถึงระบำพัดเพลงหนึ่งที่ดุดันและหนักแน่นที่สุดที่ตนเคยเรียนรู้มา มือที่กอบกุมด้ามกระบี่แทบชื้อนเหงื่อแต่สุดท้ายพลันถูกกระชับแน่นก่อนท่วงท่าของนางจะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

          เรือนร่างระหงพลันเชิดหน้ามองหา แววตาดูดำดิ่งราวกำลังเตรียมการแสดงที่ไม่อาจลืมเลือนให้ เรียวแขนทั้งสองสะบัดกวัดชดช้อยหากหนักหน่วงก่อนพุ่งตรงพร้อมปลายเท้าที่ตบเดินเร็วรวดหายังเป้าหมาย ท่วงท่าแสนงามล้ำเกินกว่าจะคิดว่าเป็นการต่อสู้ เช่นนั้นราวกับว่าทำให้โจรโพกผ้าเหลืองตะลึงงันไปอีกหน ไม่ทันไรกระบี่ก็เฉือนข้างแก้มมันไปแล้ว ทั้งจิ้นอิ๋งทั้งโจรผู้นั้นแทบเบิกตาตกใจไปทั้งคู่ แต่แล้วนางไม่ทันได้เอ่ยขออภัยใดก็จำต้องสะบัดมือหมุนเหวี่ยงลำตัวหลบพร้อมก้าวเท้าตามท่วงทำนองบทเพลงร่ายรำของตนต่อเมื่ออีกฝั่งเริ่มจะเข้าโจมตีบ้าง
          แม้การร่ายรำประยุกต์กับกระบี่ของจิ้นอิ๋งจะไม่อาจทำให้โจมตีจุดสำคัญหรือทำให้บาดเจ็บได้หนักหนา แต่ก็ทำให้พอหลบการโจมตีได้อย่างทันท่วงอย่างน่าประหลาด จนห้วงความคิดหนึ่งนางพลันหวนนึกถึงคำพูดจอมยุทธ์หลิวที่บอกว่านางมีปราณและวรยุทธ์ ไม่แคล้วสิ่งที่นางคิดว่าคงมองผิดจะเป็นจริงเสียแล้ว หารู้ไม่ว่าที่อีกฝ่ายโจมตีไม่โดนเพราะเผลออดนึกเกรงใจรูปโฉมสะคราญของนางเสียมากกว่าจนพลั้งพลาดไม่กล้าโจมตีนางตรง ๆ

          เช่นนั้นแล้วการต่อสู้ของสองฝั่งจึงแสนยืดเยื้อ แม่นางที่รอการช่วยเหลือแทบจะมองตามอย่างงุนงงด้วยไม่รู้ว่าต้องหวาดหวั่นกลัวว่าสตรีแปลกหน้าที่มาเข้าช่วยจะบาดเจ็บหรือต้องรู้สึกตระการกับท่วงท่างามยามร่ายกระบี่ของนางกันแน่
          จนเหมือนเป็นฝ่ายโจรเองที่ทนไม่ไหว และเริ่มรู้สึกหน้ามืดหลังทั้งตัวแทบจะประดับบาดแผลรอยบาดมากมายที่โลหิตก็แทบไหลซึมไม่หยุด พุ่งทุ่มกำลังให้รู้ผลหาจิ้นอิ๋งที่มีรอยแผลตามช่วงแขนไม่ต่างกัน แต่เพราะกระบวนการร่ายรำของจิ้นอิ๋งมาถึงช่วงหมุนค้อมก้มเหวี่ยงแขนสะบัดยื่นพัดไปเบื้องหน้าพอดี เมื่อรวมกับแรงของบุรุษที่พุ่งหา ลิ้นปี่ของโจรหนุ่มเลยโดนกระทุ้งใส่กับปลายด้ามกระบี่ที่นางพลิกมือบิดให้โดนแทนใบมีดได้อย่างทันท่วงทีจนอีกฝ่ายเพียงแค่จุกจนทรุดหมอบกับพื้น

          "อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน

          ท่าทางราวไม่ยอมรับว่าพ่ายแพ้เช่นนั้นทำให้จิ้นอิ๋งที่บังเอิญเอาชนะมาได้รู้สึกทำอะไรไม่ถูกไปเช่นกัน ร่างเล็กที่เก็บกระบี่เข้าฝักไปแล้วพลันยืนนิ่งนึกคิดบางสิ่งสลับมองสตรีแปลกหน้าที่ยังทอดมองทั้งคู่อยู่ด้านหลังด้วยสายตาติดเป็นห่วง ก่อนนางจะตัดสินใจหันกลับมาพยายามลองเอ่ยให้ประนีประนอมแก่กัน

          “ ท่าน… รีบกลับไปทำแผลเถิด ต่างคนต่างแยกไปคนละทางดีหรือไม่เจ้าคะ? ”
      
          "ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมจิ้นอิ๋ง

          การกระทำกระทันหันเหล่านั้นทำนางเผลอลอบสะดุ้ง มือเหวี่ยงไปก่อนความคิดจนปลายกระบี่ที่เก็บเข้าฝักสะบัดปัดแรงยังปลายคางของอีกฝั่งที่พุ่งหาจนทรุดหมอบคว่ำลงพื้นไปอีกรอบด้วยความมืดที่คลุบทับทัศนีย์กระทันหันหลังโดนจู่โจมจุดอันตรายได้อย่างพอดิบพอดี

          จิ้นอิ๋งแทบจะหลุดร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นท่าทางคล้ายโจรโพกผ้าเหลืองจะสลบไป แต่พอทรุดนั่งยอง โจรหนุ่มเบื้องหน้าก็พยายามขยับใบหน้าเอียงหาให้มาจดจ้องนางได้ทั้งตาเขม็ง แต่ดูแล้วคงยังไม่หายมึนดีเลยขยับไม่ได้ให้จิ้นอิ๋งรีบเอ่ยบางสิ่งกลับหาราวเรียกสติ

          “ กลุ่มคนโพกผ้าเหลือง! พวกท่าน.. กลับมาทำตามอุดมการณ์แรกเริ่มของพวกท่านไม่ได้หรือเจ้าคะ? ” ราวกับคำพูดนั้นทำมันชะงักค้างไป ดวงตาที่จดจ้องจิ้นอิ๋งเขม็งเริ่มไหวระริก

          “ อุดมการณ์ที่อยากให้ประชาชนทั้งแผ่นดินฮั่นผาสุขกันโดยไม่โดนกดขี่.. พวกท่าน กลับมาอยู่ข้างพวกเรากันอีกหนไม่ได้หรือเจ้าคะ กลับมาเป็น.. กลุ่มคนที่ข้า กู่ จิ้นอิ๋ง เคยชื่นชมอีกหน ”

          ปลายเสียงดูสั่นเครือคล้ายกำลังร้องขออยู่ในที แววตาก็คล้ายไหววูบราวอยากจะกลั่นหยาดน้ำออกมาทุกทีเพราะหวนนึกไปถึงสิ่งที่นางสูญเสียหลังกลุ่มคนเหล่านั้นเปลี่ยนวิถีความตั้งใจ หากแต่ไม่ได้โทษพวกเขา แต่โทษที่ตัวเองไม่ลุกสู้จนได้พูดคุยต่อหน้าอย่างเช่นตอนนี้เสียมากกว่า นางสูดลมหายใจเข้าลึก ผินเงยใบหน้าไม่ให้กลั่นสิ่งใดออกมาก่อนเลื่อนมาแย้มรอยยิ้มจริงใจแก่โจรตรงหน้า

          “ หากท่านลุกไหวก็รีบไปทำแผลด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะไม่ฆ่าท่าน… และให้อภัยท่านแม้ท่านจะเปลี่ยนอุดมการณ์ไปแล้ว ท่านคงมีเหตุผล.. แต่ได้โปรดอย่าทำตัวเยี่ยงโจรอย่างที่ทางการกล่าวหาได้หรือไม่เจ้าคะ? ” นางเงียบไปครู่ก่อนผินสายตาหาอีกสตรีหนึ่งที่ยืนอยู่ไกลและกล่าวต่อ

          “ ส่วนเรื่องที่ท่านจะทำร้ายแม่นางผู้นั้นท่านต้องลองขอโทษนางเองนะเจ้าคะ ข้าให้อภัยแทนนางไม่ได้ ” จบคำจึงผุดลุกเพื่อตรงไปหาคนที่จิ้นอิ๋งได้ทำการปกป้องเอาไว้ก่อนหน้า ทิ้งให้โจรผู้นั้นนอนหมอบครุ่นคิดบางสิ่ง
      
          "แม่นางเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ" หญิงสาววิ่งเข้ามาดูอาการของจิ้นอิ๋ง

          ท่าทางห่วงใยเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มให้กลับคืนยังดวงหน้านวล พร้อมกับที่จิ้นอิ๋งส่ายหัวปฏิเสธให้คลายกังวล แม้ความจริงตอนนี้นางแทบปวดไปทั้งสองแขนที่ประดับรอยบาดเฉือนจนต้องผละมือข้างหนึ่งมากุมยังรอยแผลบาดใหญ่สุดเพื่อหยุดโลหิตที่ยังไม่หยุดไหลดีไว้

          "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ หากไม่ได้ท่านข้าคงไม่รอดจากโจรผู้นั้นเป็นแน่...ข้..." หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเอ่ยกุกกัก "แม่นาง ข้าน้อยออกมาเก็บสมุนไพรทุกช่วงเวลานี้เป็นกิจวัตร นึกไม่ถึงวันนี้จะโชคร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง... ข้าอยู่โรงหมอในเมืองเจ้าค่ะ เป็นคนงานที่นั่น"

          “ เช่นนั้นหรือ? ต่อไปท่านคงต้องออกหาสมุนไพรที่ใกล้กว่านี้หน่อยแล้วกระมัง ”

          เอ่ยน้ำเสียงเจือความขบขันบางส่วนให้กับอีกฝ่าย ราวกับตัวจิ้นอิ๋งอยากช่วยคลายบรรยากาศไม่ให้สตรีเบื้องหน้าต้องตื่นตระหนกไปมากกว่า ความเป็นพี่ใหญ่ของบ้านตระกูลกู่มาก่อนทำให้บุคลิกท่าทางนางดูพึ่งพาได้แม้จะอยู่เพียงวัยพึ่งปักปิ่น

          "ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ข้าน้อยชื่อฉินเพ่ยเอ๋อห์ แม่นางในฐานะผู้มีคุณเรียกเพ่ยเอ๋อห์ได้นะคะ" หญิงสาวกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตรก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยออกมาตอบแทนและข้าวของจำนวนหนึ่ง

          “ ข้ากู่ จิ้นอิ๋งเจ้าค่ะ ท่านก็เรียกข้าเพียงจิ้นอิ๋งได้เช่นกัน เพราะดูเหมือนเพ่ยเอ๋อห์จะได้เป็นผู้มีพระคุณของข้าเช่นกันนะเจ้าคะ.. รบกวนโรงหมอที่เพ่ยเอ๋อห์อยู่ช่วยทำแผลให้ข้าแล้ว ”

          เอ่ยกลั้วหัวเราะจนรอยยิ้มวาดผ่าน ก่อนยื่นแขนทั้งสองให้อีกฝ่ายพิจารณาโดยยังไม่รับของที่ถูกหยิบยื่นเหล่านั้นราวกับสื่อให้รู้ว่านางเพียงขอการตอบแทนเป็นทำแผลจะดีเสียกว่า ซึ่งสตรีผู้นั้นก็คล้ายผงกหัวเห็นด้วยไม่น้อยยามสำรวจรอยบาดเหล่านั้นจนทั้งคู่ตัดสินใจที่จะเข้าเมืองไปด้วยกัน โดยจิ้นอิ๋งอาสาจะพาขี่ม้าเข้าไปเอง

          แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่กับอีกสองสัตว์จะได้เข้าเมือง โจรหนุ่มก่อนหน้าที่ลุกเดินได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กลับเดินเข้ามาหาพวกนาง จิ้นอิ๋งที่สังเกตุเห็นเกือบจะเร่งห้อม้าไปเสียแล้ว ถ้าไม่เพราะโจรผู้นั้นจู่ ๆ ก็หมอบทรุดคำนับนางเสียหน้าผากแนบพื้นด้วยระยะที่ไม่ใกล้เกินไปให้ต้องหยุดรอดูการกระทำอีกฝ่ายเสียก่อน

          “ ข้าถาน เจ๋อขอคารวะท่านหญิงกู่.. ตัวข้าหลังทบทวนคำของท่านแล้วข้านึกอยากแก้ไขการกระทำของตนอีกหน ได้โปรดท่านหญิง.. กรุณาให้ตัวข้าได้ติดตามได้หรือไม่ ”

          สิ้นประโยคมันก็เอ่ยขอโทษสตรีอีกคนที่นั่งบนม้าด้านหลังของจิ้นอิ๋งไปด้วย ซึ่งหญิงสาวทั้งสองแทบจะผินสายตามองสบกันอย่างไม่รู้ว่าควรตัดสินใจเช่นใด ก่อนสุดท้ายจะเป็นฝ่ายเพ่ยเอ๋อห์ที่กล่าวออกมาก่อนว่ายังไม่ให้อภัยและขอดูการกระทำของโจรกลับใจผู้นั้นต่อไป ทำให้จิ้นอิ๋งยอมให้บุรุษอดีตโจรผู้นั้นมาเป็นผู้ติดตามเช่นกันเพื่อให้อีกสตรีได้วางใจ และจริง ๆ นางก็ไม่เคยโกรธแค้นเหล่าคนโพกผ้าเหลืองอยู่แล้ว ทั้งยินดียิ่งที่อีกฝ่ายยอมปรับตัวเช่นนี้อีกด้วย..


นามของโจรโพกผ้าเหลือง : ถาน เจ๋อ

ลักษณะนิสัยรู้จักให้อภัย
+1 Point ทุกครั้งที่โรลให้อภัยผู้อื่น
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-9-12 02:57:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ZhaoPei เมื่อ 2021-9-24 11:15

การเดินทางเข้ามาในป่าเขาเพียงตัวคนเดียวสำหรับจ้าวเพ่ยมันเป็นอะไรที่น่ากลัวอยู่แล้ว แต่หลังจากถามชาวบ้านตลอดการเดินทาง เส้นทางที่ใกล้ที่สุดสำหรับการเดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนที่อยู่ไม่ไกล ยังดีที่มีอาชาคอยช่วยทุ่นแรง ไม่อย่างนั้น จ้าวเพ่ยคงได้หลงทางกลางป่าเขานี้ได้อย่างง่ายดาย

แต่สำหรับจ้าวเพ่ยการเข้าป่าคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องยากที่ความกังวลจะเข้ามากัดกินจิตใจ

เสียงความเงียบสงบในป่ายิ่งกัดกินภายในใจของจ้าวเพ่ยให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายมากขึ้น แสงแดดสาดส่องผ่านกิ่งก้านใบไม้กระทบใบหน้าที่ประดับด้วยเครื่องประทินโฉมอ่อนๆ ใบหน้าสละสวยดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อยิ่งถูกแสงอาทิตย์ส่องหน้าโดยตรงอย่างนี้

"กรี๊ดดดดดดดด!!" เสียงกรีดร้องลั่นป่าดังก้องทั่วบริเวณปลุกจ้าวเพ่ยให้ตื่นตัวขึ้น ม้าที่หญิงสาวนั่งไพล่มาด้วยกู่ร้องรับทั้งยกเท้าคู่หน้าขึ้นจนแทบทำตกลงบนพื้นดินสีเข้มหากไม่ตั้งสติจับม้าได้ทันก่อน

เหล่าสัตว์และฝูงในป่าต่างก็แตกตื่นไม่แพ้กัน โดยไม่รู้ว่าต้นตอเสียงมาจากที่ใด กลีบใบไม้สีเขียวร่วงหล่นรอบๆจากการกระพือปีกชนของนก จ้าวเพ่ยพยายามสงบม้าที่กำลังจะเตลิดไปไกลให้กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม ขณะที่สีหน้ายังคงเผยความงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จ้าวเพ่ยก็ยังคงงุนงงต่อไป

"ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย!" เสียงสั่นเครือดังขึ้นมาแทบจะทันที จ้าวเพ่ยแทบไม่ต้องคิดอะไรมากรีบเร่งควบอาชาสีขาวให้วิ่งตามเสียงไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นคุณยายชราถือไม้เท้าสะพายตระกร้าบรรจุสมุนไพร ล้มลงต่อหน้าต่อตา แขนสั่นเทิ้มตวัดไม้ไปมาด้วยความกลัว

เบื้องหน้าของยายชราคือโจรโพกผ้าเหลืองที่กำลังจะเข้าทำร้ายยายชรา ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่รู้ตัวถึงการมาของจ้าวเพ่ย ชั่วระยะหนึ่งการตัดสินใจเพียงระยะสั้นๆให้จ้าวเพ่ยบังคับม้าพุ่งชนโจรโพกผ้าเหลืองคนนั้นทันที

"ใครวะ!!" โจรโพกผ้าเหลืองสบถขึ้นหลังจากยันตัวลุกขึ้นตั้งรับแก่สตรีที่เสียหลักบนหลังม้า จ้าวเพ่ยที่พึ่งลงจากหลังม้าหยิบมีดที่คนขายม้าให้มาป้องกันตัวขึ้นมายกขู่เพื่อเตรียมรับมือแบบตัวต่อตัว

"อย่า.. อย่าเข้ามานะ"

"แค่ถือมีดยังตัวสั่นขนาดนี้ เจ้าจะสู้อะไรข้าได้!" โจรโพกผ้าเหลืองเย้ยหยั่นกับท่าทีของจ้าวเพ่ย อีกทั้งยังใช้สายตาสำรวจร่างกายของคู่ต่อสู่ตรงหน้า "ยอมแพ้เสียเถิด ฆ่าไม่อยากทำร้ายสตรีอย่างเจ้า"

"ไม่อยากทำร้ายข้าก็วางอาวุธลงเสียสิ"

จ้าวเพ่ยตะโกนออกไป สองเท้าค่อยๆก้าวถอยเข้าหายายชราเพื่อหวังป้องกันไปในตัว โจรโพกผ้าเหลืองปิดหน้าเหลือแต่ตาอยู่ๆก็พุ่งมาหาจ้าวเพ่ยแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้หญิงสาวที่กำลังจะช่วยเหลือยายเผลอหยิบไม้เท้าที่ยาวกว่ามีดสั้นตวัดไปทันที

"โอ๊ย!!" ด้ามอาวุธเหวี่ยงโดนจ้าวเพ่ยเต็มๆให้ล้มลง เป็นจังหวะที่ไม้เท้าปัดไปมากลางอากาศกับความหวาดกลัวต่อคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างชัดเจน

"ยอมแพ้แล้วมามีความสุขกับข้าเถิด" เสียงแหบเอ่ยผ่านผ้าสีดำพอจะรู้ว่าต้องการอะไรจากตัวจ้าวเพ่ย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะทรุดนั่งกุมแขนที่ปวดช้ำจากการถูกกระแทก เสียงย่ำเท้าก้าวมาหาอย่างช้าๆโดยไม่รู้ตัวว่าจ้าวเพ่ยเองก็เตรียมตั้งรับด้วยการกำไม้เท้าของคุณยายจนถนัดมือ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับอาอี๋ที่จากไปไม่นานกลับย้อนเข้ามาเป็นฉากๆ กับสิ่งที่กลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองทำเอาไว้

"ตายซะเถอะ!" ทันทีที่โจรโพกผ้าเหลืองก้าวเข้ามาในระยะ จ้าวเพ่ยก็เหวี่ยงไม้เท้าของคุณยายทันที แต่สิ่งที่ทั้งจ้าวเพ่ยไม่ได้ตั้งใจไว้ ปลายด้ามไม้เท้ากลับโดนจุดสำคัญอย่างเหมาะเจาะราวกับรู้จุดที่ควรจะโจมตี

โดยไร้ความปราณี เมื่อเห็นโจรโพกผ้าเหลืองเสียหลัก จ้าวเพ่ยก็กระหน่ำฟาดไม้เท้าลงบนร่างอย่างไม่ยั้งมือ ความรู้สึกนึกคิดของจ้าวเพ่ยกลับออกไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมได้

"อุดมการณ์อะไรข้าไม่สน เลิกก่อความวุ่นวายเสียที! เจ้ารู้ไหมว่าเพราะพวกเจ้า ข้าต้องประสบอะไร!!" จ้าวเพ่ยตะโกนแข่งกับเสียงไม้เท้าที่เหวี่ยงโต้ลม "ข้าไร้ครอบครัว ไร้บ้าน กลายเป็นคนเร่ร่อน แล้วยามนี้เจ้าจะปล้ำข้าอีกหรือ!!"

สำหรับการพรากอาอี๋ไปจากจ้าวเพ่ย

สำหรับการก่อความวุ่นวายจนทำให้จ้าวเพ่ยไม่มีที่อยู่

สำหรับการทำจ้าวเพ่ยอยู่ตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งพิง

แม้จะเป็นผู้ชนะในการตัวต่อตัวครั้งนี้แต่จ้าวเพ่ยกลับร้องไห้ออกมาจนน้ำตาอาบเต็มหน้า ริมฝีปากอาบด้วยชาดพร่ำระบายความรู้สึกในใจขณะกระหน่ำฟาดก่อนจะอ่อนแรงลงเอง

มือที่อ่อนแรงจับโดนมีดสั้นที่จ้าวเพ่ยทิ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้ มือเรียวจับด้ามมีดยกขึ้นหวังจะปลิดชีพโจรที่นอนโอดครวญตรงหน้า ความสั่นเทิ้มทั้งภายในและภายนอกทำให้ความรู้สึกตีกันในหัวเป็นว่าเล่น

"อย่า.. อภัยให้ข้า อย่า.." โจรโพกผ้าเหลืองร้องขอชีวิตเมื่อเห็นมีดเล่มคมจ่อตรงคอ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหากมันจะทำให้เกิดแผลขึ้น

จ้าวเพ่ยต้องการแก้แค้นให้กับอาอี๋

แต่สองมือกลับสั่นเกินกว่าที่จะลงมือปลิดชีพสังหารใครสักคนได้ เสียงสะอื้นไห้ดังยิ่งขึ้นหลังจากที่เหวี่ยงมีดสั้นออกแล้วใช้มือปกปิดใบหน้าที่ร้องไห้จนดูเสียโฉม

"ข้า.. ข้าทำไม่ได้" จ้าวเพ่ยคร่ำครวญกับความรู้สึกที่ยังคงตีกันในหัว

โจรโพกผ้าเหลืองฝืนตัวเองลุกขึ้นทั้งใช้ดาบปักลงพื้นเพื่อดันตัวเองให้ลุกขึ้น ดาบเล่มคมถูกดึงขึ้นจากพื้นดิน เสียงคมดาบเหวี่ยงตวัดผ่านลมด้วยความเร็ว เรียกเสียงกรีดร้องจากหญิงสาวที่พึ่งจะตั้งตัวได้ให้ดังก้องทั่วป่า

ใบหน้าอาบน้ำตานิ่งงันขณะจับจ้องยังโจรที่จะปลิดชีพตน สองมือยังคงสั่นเทิ้มกับการนิ่งค้างราวกับรูปปั้นหิน มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระรัวที่บอกถึงการมีชีวิตอยู่ของจ้าวเพ่ย คมดาบหันออกนอกคอห่างออกไปพอควร ถูกดึงออกไปและวางลงกับพื้นเพื่อบอกว่ายอมแพ้แก่สาวตรงหน้าแล้ว

"ขอบคุณเจ้าที่ไว้ชีวิตข้า" โจรโพกผ้าเหลืองเอ่ยขึ้นขณะคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวเพ่ย "เรียกข้าว่าซุนหยาง เจ้าบอกว่าอยู่ตัวคนเดียวให้ข้าติดตามเจ้าเพื่อคอยช่วยเหลือเถิด"

จ้าวเพ่ยยังคงนิ่งงัน สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยขณะมองโจรโพกผ้าเหลืองให้ความเคารพต่อตนอย่างไม่น่าเชื่อ

"ให้โจรอย่างเจ้าติดตามข้าน่ะหรือ!"

"ข้าขออภัยหากอุดมการณ์พวกข้าทำลายเจ้า แต่ข้าไม่ใช่ผู้ที่จะไม่รู้ว่าอะไรควรมิควร"

จ้าวเพ่ยหลุบตาลงต่ำ

"แม่นาง.. แม่นางเป็นอย่างไรบ้าง" ยายชรารีบรุดเข้ามาหาจ้าวเพ่ยและหยิบไม้เท้าที่ถูกยืมไปใช้ในการต่อสู้ทันที จ้าวเพ่ยหยิบผ้าผืกเล็กมาซับน้ำตาก่อนจะช่วยพยุงตัวคุณยายให้ลุกขึ้น

"ข้าไม่เป็นอะไร ท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่"

"ขอบคุณแม่นางมากเชียวนะ หากไม่ได้ท่านยายคงไม่รอดวันนี้แล้ว"

"ข้า.. ข้าก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดไม่ต่างกันหรอกเจ้าค่ะ" จ้าวเพ่ยหลุดยิ้มขึ้นมาขณะถูกมืออันแห้งเหี่ยวลูบตามใบหน้าอย่างปลอบโยน โครงหน้ามนซุกมือหยาบกร้านอย่างลืมตัวก่อนมือคู่นั้นจะชักออกไปเพื่อยกมือเวียนศีรษะ

"พอดียายกำลังเก็บสมุนไพรป่านำไปขายโรงหมอในเมืองเพื่อหาเงินประทังชีวิต"

โรงหมอในเมืองที่จ้าวเพ่ยพยายามเลี่ยงเพื่อเดินทางเข้ามาป่านี้

"อย่างนั้นให้ข้าไปส่งเถิดเจ้าค่ะ ข้าเองก็กำลังจะเข้าเมือง" จ้าวเพ่ยโกหกคำโต เพราะไม่สามารถทิ้งยายชราที่พึ่งพบอันตรายให้อยู่เพียงลำพังในป่านี้ได้

"ขอบคุณแม่นางมาก ยายไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรดี" ยายชรากล่าวด้วยความซาบซึ้งกินใจ น้ำตาบนใบหน้าหยดไหลลงมาด้วยความใจดีของอีกฝ่าย จ้าวเพ่ยจูงม้าขาวตนเองออกจากบริเวณโดยยิ้มให้แก่ยายชราที่ยืนรออยู่

"แล้วเจ้ามีแซ่อะไร" โจรโพกผ้าเหลืองเอ่ยขึ้นขณะที่ถอดผ้าโพกหัวออก ชายเพียงคนเดียวเดินตามสองหญิงที่คุยกันด้วยเรื่องราวมากมายราวกับเป็นญาติมิตรกันมาก่อน

"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้" จ้าวเพ่ยตอบกลับมาโดยจงใจให้ซุนหยางได้ยินถึงคำตอบที่ชัดเจนของตน

"อย่างนั้นหรือ.."

ซุนหยางยกมือขึ้นลูบผม ราวกับการเดินทางเข้าเมืองมีเพียงสองหญิง และตนเป็นเพียงธาตุอากาศที่ติดตามมาเพียงเท่านั้น

(โจรโพกผ้าเหลือง : ซุนหยาง)

Side Quest Update : เควสสอนดวลการต่อสู้



ลักษณะนิสัย ทะเยอทะยาน
+2 Point จากการโรลต่อสู้(?)

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ร้อยกฎ
มุกพณาหวาซวี
ม้าเหลียง
กลยุทธ์เล่ออี้
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x7
x4
x10
x10
x13
x13
x13
x12
x11
x202
x1
x1
x1
x11
x22
x15
x30
x1
x100
x100
x9
x2
x5
x6
x8
x10
x2
โพสต์ 2021-9-28 16:39:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

คุ้มครองคณะหลวงจีนสู่หมู่บ้านซีตี้
กวนจงตะวันออก - เมืองหรูหนาน
.
.

          ช่วงยามเหม่าจิ้นอิ๋งและซูฮวาตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อขอทางโรงเตี๊ยมที่พักทำภัตตาหารถวาแก่เหล่าหลวงจีนในตอนเช้า ซึ่งเมนูอาหารตัวจิ้นอิ๋งก็ยังคิดเอาไว้ว่าเป็นของทานง่ายแต่ให้ประโยชน์มาก ซึ่งในวันนี้เป็นน้ำแกงเม็ดบัวเห็ดหูหนูขาว โดยทั้งสองสตรีต่างได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าของโรงเตี๊ยมราวกับชื่นชมแก่กลุ่มของจิ้นอิ๋งอยู่แล้วที่คอยช่วยคุ้มครองเหล่าหลวงจีนให้สามารถเดินทางไปช่วยเยียวยาจิตใจแก่ผู้คนที่หมู่บ้านซีตี้ได้

          หลังพากันถวายภัตตาหารเช้าแก่คณะหลวงจีนที่กลับมาจากออกทำวัตรยามเช้ารวมถึงเทศนาให้แก่เหล่าชาวเมืองสวี่ซางที่ย่านการค้าเสร็จสิ้น ทั้งคู่ถึงไปเรียกถานเจ๋อให้เตรียมตัวเดินทางในยามเฉินที่ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน โดยจิ้นอิ๋งนั้นเฝ้าเอ่ยถามไถ่ยังผู้ติดตามเสียเคร่งครัดว่าเดินทางไหวจริงหรือไม่ รวมถึงเรียกให้ท่านหมอช่วยตรวจดูอาการให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังฝืนตัวเอง

          " ท่านหญิงคิดว่าข้า.. ผู้น้อยจะฝืนตัวเองหรือขอรับ "

          ถานเจ๋อถามเสียงอ่อนลงยามได้ยินประโยคห่วงใยจากผู้เป็นนาย ซึ่งทำเอามันรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาเสียมากกว่า คนขี้เกียจแบบมันถ้าไม่ไหวก็จะไม่ฝืนเป็นแน่ แต่โชคร้ายที่ร่างกายของมันแข็งแรงกว่าที่คิดน่ะสิ พักวันเดียวแผลพวกนี้ก็เหมือนโดนมดกัดเท่านั้นแหละ!

          " ก็…. นั่นสินะ อย่างถานเจ๋อนี่ถ้าเหนื่อยเพียงนิดคงบอกไม่ไหวแล้วกระมัง "

          จิ้นอิ๋งที่ตอนแรกอยากปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยขึ้นมา ทำเอาซูฮวาที่ฟังทั้งคู่ตอบโต้กันจำต้องหลบใบหน้ายกมือปิดริมฝีปากที่หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ พาลนึกชื่นชมความสนิทสนมของสองนายบ่าวที่แม้คำพูดคำจาคล้ายบอกสถานะของแต่ละคน ทว่าหากดูเพียงแค่บริบทคำพูดนั้นราวกับพี่น้องก็ไม่ปาน
          .
          .
          เช่นนั้นแล้วเมื่อเห็นว่าถานเจ๋อนั้นพร้อมออกเดินทางต่อ หลังจากที่คณะหลวงจีนฉันภัตตาหารกันเรียบร้อย จิ้นอิ๋งจึงได้ไปเอ่ยลาทางเถ้าแก่โรงเตี๊ยมที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับให้ทำอาหารถวายแก่หลวงจีน ก่อนจะออกเดินทางสู่เมืองหรูหนานเป็นลำดับต่อไป ซึ่งตามเส้นทางสู่เมืองต่อไปนี้ ตัวจิ้นอิ๋งก็หวนนึกถึงการเจอถานเจ๋อขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะคอยบอกให้ซูฮวาคอยหลบอยู่ในรถม้าไว้เลย เพราะคาดว่าคงเจอเลห่าโจรโพกผ้าเหลืองดังเมื่อวานเป็นแน่

          ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่นางคาดนัก เพียงย่างกรายเข้าสู่เขตบริเวณป่าเป่ยปิงเซียวที่อยู่นอกเขตเมืองหรูหนาน ก็เห็นกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองดักรอยังด้านหน้าเส้นทางที่พวกนางต้องเคลื่อนผ่าน ถานเจ๋อที่เห็นก็แทบถอนหายใจพร้อมกันนั้นก็คว้าเอาดาบออกมาพร้อมควงขู่หมุนดาบในมือผะแผ่วราวกำลังขู่อยู่กราย ๆ ไปด้วย

          ทว่าเหล่าโจรก็หากลัวไม่ พวกมันชี้นิ้วหาถานเจ๋อก่อนลอบหัวเราะเย้ยหยัน ซึ่งทันทีที่ทั้งสองทิ้งระยะห่างได้ช่วงหนึ่ง ขบวนคณะหลวงจีนก็หยุดเท้าลงพร้อมกับที่จิ้นอิ๋งลงจะม้ามาคอยคุ้มกันรถม้าและเหล่าหลวงจีนให้อีกทอดหนึ่ง โดยมีถานเจ๋อเป็นผู้คอยปกป้องรอบนอก กระนั้นก่อนที่จะได้ลงมือสู้เพื่อให้เหล่าโจรล่าถอยดั่งเมื่อวาน โจรโพกผ้าผู้หนึ่งที่เป็นผู้นำก็เอ่ยน้ำเสียงล้อหยอกส่งหายังถานเจ๋อเสียก่อน

          " ว้าว ๆ~ นั่นถานเจ๋อนักดาบมือดีของกลุ่มเราไม่ใช่หรือนั่น.. ข้าก็นึกว่าเจ้าเลิกเป็นโจรเพราะได้นายยิ่งใหญ่ที่ไหนเสียอีก.. ที่แท้ก็แค่ตามหลังสตรีน้อยผู้นั้นเองหรอกหรือนี่ น่าขายหน้าจริง ๆ "

โจรแปลกหน้าผู้นั้นเอ่ยขึ้นก่อนผินสายตามองหาจิ้นอิ๋งที่สบตากันพอดี ก่อนจะแว่วเสียงหัวเราะชวนเอ็นดูส่งหา ถานเจ๋อพลันนึกทั้งฉิวทั้งอายขึ้นมาเมื่อรับรู้แล้วว่าโจรเบื้องหน้าเป็นใคร ก่อนจะเป็นฝ่ายลงจากม้าเพื่อเข้าจู่โจมก่อน ดาบเล่มหนายกตวัดฟาดลงกะจะฟันลงให้ขาดสะพายแล่งไปเสียแบบนั้น แต่โจรผู้นั้นก็ราวกับรู้วิถีดาบของมันเป็นอย่างดีและยกอาวุธเดียวกันขึ้นกันเอาไว้ทั้งรอยยิ้ม

          " เพ้ย! ไอ้ลูกเต่าถานเจ๋อ! ข้าเคยสอนให้เจ้าจู่โจมทื่อ ๆ แบบนี้เสียที่ไหนกันงั้นหรือ? ใช้ไม่ได้จริง ๆ! "

          โจรผู้นั้นกล่าวน้ำเสียงที่บีบให้ฟังดูทั้งผิดหวังทั้งหยอกหาราวกับคนรู้จัก ก่อนตวัดมืออกทีเดียวก็สะบัดร่างถานเจ๋อออกไปไกล มันหน้าเครียดขรึมขึ้นมาทันทีก่อนจะใจเย็นลง ซึ่งก็แว่วเสียงร้องชื่นชมจากโจรอีกฝั่ง ทำเอาจิ้นอิ๋งเริ่มมองดูนั้นไม่เข้าใจขึ้นมาว่าสรุปแล้วกลุ่มโจรเหล่านี้มาร้ายหรือมาดีกันแน่ และราวกับลูกน้องของโจรกลุ่มนี้ทันเห็นสีหน้างงงวยของเด็กสาวเข้าเสียก่อน จึงเอ่ยกลับหาน้ำเสียงดูเป็นมิตรกว่าที่คาดเสียอย่างนั้น

          " ไม่ต้องห่วงแม่นาง ถ้ามีใครชนะหัวหน้าพวกข้าได้ ปกติข้าก็จะไม่ดักปล้น ..พอดีท่านหัวหน้าชอบสู้มากน่ะ~ "

          ประโยคท้ายเอ่ยกลับหาพร้อมขยิบตาส่งให้จิ้นอิ๋งจนเด็กสาวเผลอหลุดนิ่วค้วออกมาให้โจรที่บอกจิ้นอิ๋งหัวเราอย่างชอบใจ ก่อนโจรผู้นั้นจะหันไปเชียร์การต่อสู้ระหว่างหัวหน้ากับลุกน้องเก่าอย่างถานเจ๋อต่อเสียอย่างนั้น

          และเพราะสถานการณ์ของผู้ติดตามนางที่ไม่สู้ดีนัก ด้วยไม่รู้เพราะถานเจ๋อเกรงใจอีกฝ่าย หรือเพราะโจรอีกฝั่งเคยสอนวิถีดาบให้หรือไม่ ทำให้ทั้งสองค่อนข้างสูสี ออกไปทางถานเจ๋อนั้นแพ้ทางอยู่หลายส่วนเสียด้วย บาดแผลจากเมื่อวานคล้ายปริเปิดจนผ้าดิบขาวที่พันตามแขนมีโลหิตไหลซึมออกมาให้หัวหน้าโจรที่เห็นลอบเดาะลิ้นขึ้นมาอย่างขัดใจไม่น้อย

          " เสียดายยิ่งที่เจ้าดูแพ้ทางข้าแบบนี้อาจมาจากเจ้าได้รับบาดเจ็บมาด้วยสินะถานเจ๋อ… แย่จริง งั้นข้าไม่ออมมือน่าจะดีเสียdว่า เจ้าว่าดีหรือไม่! "

          สิ้นเสียงหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองก็ไขว้แขนในท่าเก็บดาบเข้าฝักแต่ยังถือด้ามติดไว้พร้อมพุ่งรวดเร็วเข้าหาถานเจ๋อและก้มเลี่ยงหลบวิถีดาบที่ตัดมาแนวขวางของอีกบุรุษได้พอดิบดีก่อนเหวี่ยงมีดวาดออกจากตัวจนแนวดาบแทบฟันเข้าท้องของถานเจ๋อเป็นทางยาว แต่ตัวผู้ติดตามของจิ้นอิ๋งก็อาศัยแรงที่เหวี่ยงดาบไปเมื่อครู่ปล่อยตัวให้หมุนหันข้างตามไปจนหลบเลี่ยงได้พ้นเสียหวุดหวิด เรียกเสียงหัวเราะชอบใจให้ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระทบกันของเหล็กดาบที่รุนแรงจนพาลให้คนมองหวาดเสียวตามกันไปจนหมด

          โดยเฉพาะจิ้นอิ๋งที่อยากจะวูบไปให้รู้แล้วรู้รอดด้วยกลัวว่าถานเจ๋อที่เพิ่งจะหายดีจะมีบาดแผลหนักเพิ่มมาอีกแทน ในตอนที่ทั้งสองคนโจรและอดีตโจรต่างเข้าต่อสู้ชิงชัยนั้น นางจึงอดคิดไม่ได้ว่าหากเข้าไปห้ามตอนนี้จะทันหรือไม่ แต่แล้วในตอนที่ถานเจ๋อจะเป็นฝ่ายชนะ กลับเริ่มโดนรุมจากโจรคนอื่น ๆ ไปด้วยให้จิ้นอิ๋งหลุดร้องบอกว่า ไม่ยุติธรรม ขึ้นจนเสียงแทบหลงด้วยอารามตกใจ

          ในตอนที่อยากจะเข้าไปช่วยก็ต้องคอยรับมือกับโจรคนอื่นที่คอยคุมรอบนอกไปอีกจนไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าสรุปแล้วผู้ติดตามของนางเป็นตายร้ายดีอย่างไร

          " รุมแบบนั้นไม่เป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลยนะเจ้าคะ! " จิ้นอิ๋งเอ่ยน้ำเสียงกึ่งดุใส่โจรที่ขวางนางไว้อย่างไม่พึงใจนัก ซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงหลุดหัวเราะออกมาเท่านั้นระหว่างคอยรับมือวิธีกระบี่ของจิ้นอิ๋งที่ร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึงให้มันร้องว้าวออกมาหลายคำรบ

          " โห~ โดนเจ้าถานเจ๋อสอนมาเป็นแน่ ..ไม่ต้องห่วงนะแม่นาง อย่างไรถานเจ๋อก็ชนะอยู่ดีล่ะ! พวกข้าก็แค่มาประมือกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย "

          คำพูดไม่รู้ความหมายดังออกให้จิ้นอิ๋งมองฉงน ยังไม่ทันทีจะได้วาดกระบวนท่าพื้นฐานไปอีกหนึ่งท่าก็ได้ยินเสียงร้องตัดสินว่าถานเจ๋อชนะขึ้นมาให้หันมองตามไป สถานการณ์เริ่มเป็นไปแบบที่นางไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ผู้ติดตามที่ชนะนั้นตอนนี้ควรจะทำแผลใหม่ทั้งหมด ส่วนฝั่งหัวหน้าโจรและลูกน้องโจรคนอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยรุมก็ต่างมีสภาพไม่สู้ดีนัก

          สุดท้ายทั้งหมดก็ต้องพากันขนไปยังโรงหมอจินเหวินฉ่าย ไหนจะตอนที่ทำแผลเสร็จสิ้นก็ค้อมตัวขอบคุณจิ้นอิ๋งที่ให้ผู้ติดตามสู้กับพวกมันและเอ่ยบอกลาถานเจ๋อที่มีสีหน้าเหม็นเบื่อไม่น้อยขณะมองสบพลางสะบัดมือไล่ไปให้ไกล นอกจากนี้กลุ่มโจรนั้นยังไม่ลืมพนมมือขออภัยโทษจากเหล่าคณะหลวงจีนที่่วยสวดอวยพรไปหนึ่งบทคำสอนจนจิ้นอิ๋งเผลอมองตามปริบเลยเชียว

          " กลุ่มโจรเก่า… ของท่านถานเจ๋อแปลกดีนะเจ้าคะ "

          ซูฮวาที่ลงจากรถม้ามาช่วยดูแผลให้ถานเจ๋อพลันสังเกตุเห็นพวกโจรกลุ่มนั้นพอดี และน่าแปลกที่นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมากนัก ซึ่งถานเจ๋อก็เพียงไหวไหล่ผะแผ่วกลับไปเท่านั้นราวกับไม่ใส่ใจ ทว่าแววตายามแอบทอดมองตามหลังโจรกลุ่มเก่าของตนกลับฉายแววความคะนึงถึงสายหนึ่งออกมา

          " แปลกมาก.. แต่ก็ไม่ได้เลวเหมือนข้ายามอดีตหรอก เจ้าสบายใจได้ " ถานเจ๋อเอ่ยเสียงแผ่วขึ้นหลังตำหนิตัวเองในอดีตไปด้วย

          " ...แต่ตอนนี้ท่านถานเจ๋อก็ไม่ได้เลวนี่เจ้าคะ "

          ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะเป็นฝ่ายถานเจ๋อที่หลบออกมาก่อน โดยมีจิ้นอิ๋งที่แอบมองทั้งคู่พร้อมกลั้นรอยยิ้มหยอกล้อแบบเด็ก ๆ เอาไว้..


มอบ น้ำแกงเม็ดบัวเห็ดหูหนูขาว ให้ คณะหลวงจีนทั้งหมด 7 ที่
ผลประลองการต่อสู้
| 1 2 3 |

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
โพสต์ 2021-9-30 22:11:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเหวินหยวนโชร์ตบโจร



"ต้องขอบคุณท่านเหวินหยวนจริงๆนะท่านที่ช่วยต่อสู้กับพวกโจรเหล่านั่นจนพวกเราสามารถที่จะเดินทางมาถึงนอกเมืองหรูหนานได้แบบนี้ และก็เจ้าด้วยนะต้าจง"

"ฮ่าๆๆไม่ต้องเป็นกังวลไปสหายข้าเดี่ยวข้าจะดูแลความปลอดภัยของขบวนเดินทางเองขอให้เจ้ากับต้าจง นั้นดูแลแม่นางกับพระสงฆ์เหล่านั้นให้ดีก็เพียงพอแล้วล่ะนะ"

"ยังไงก็ต้องขอบคุณท่านมากจรืงที่คอยปกป้องพวกเรากันมาถึงตรงนี้ได้"

"ไม่เป็นไรหรอกสหายของข้า แต่ว่าเราควรที่จะเร่งเดินทางกันได้แล้วนะเพราะว่าตอนนี้นั้นมันช่างจะไม่ทันการเอาเสียแล้วข้าได้ยินเสียงคนควบม้ามาจำนวนหนึ่งข้าคิดว่ามันจะต้องเป็นพวกโจรโผกผ้าเหลืองอย่างแน่นอน ข้าจะไปสกัดมันเอาไว้ก่อนให้พวกท่านนั้นล่วงหน้าไปก่อนเรามีรถม้าด้วยยังไงการเดินทางก็ต้องเชื่องช้าเป็นเรื่องธรรมดาข้าจะไปกำจัดพวกโจรนั้นก่อนแล้วจะตามพวดท่านไปตามหลังเอง"

"อืมได้ยังไงก็ต้องระมัดระวังตัวด้วยนะท่านเหวินหยวน ไปพวกเราเร่งเดินหน้ากันแล้วเข้าได้แบ้ว"

ก่อนที่พวกของจีเทียนเต๋าจะรีบเร่งเดินทางกันอย่างเต็มที่ก่อนสักพักนั้นจะมีกลุ่มโจรนั้นควบม้ามาทางนี้พร้อมกับที่อาวุทนั้นเต็มมือ

"หึๆพวกโจรชั่วมาลองรับฝีมือทวนข้าดูหน่อยสิ"

พร้อมกับที่เหวินหยวนนั้นเข้าไปปะทะกับพวกโจร เพียงไม่กี่สิบเพลงพวกโจรนั้นก็แตกกระเจิงไปกันล่ะทิศคนละทางทันทีโดยที่บางคนก็ตายบางคนก็โดนทำให้บาดเจ็บหนักจนไปไหนไม่ได้ หลังจากที่ดูแล้วว่าไม่มีอะไรเหวินหยวนนั้ยก็รีบตามขบวนของจีเทียนเต๋าไปทันที








←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดไท่หมินลู่
เบ็ดตกปลา
คัมภีร์ไท่หมินลู่
ไก่ฟ้าทองแดง
หวีเซียวเฉิน
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าขาว
หน้ากากขาว
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x108
x8
x800
x800
x800
x70
x470
x100
x100
x4
x3
x3
x1
x7
x25
x860
x10
x790
x490
x200
x1
x100
x100
x100
x10
x1
x2
x1
x3
x4
x10
x920
x291
x494
x5
x388
x5
x6
x77
x100
x30
x900
x68
x1
x82
x98
x1
x96
x98
x1
x6
x2
x1000
x2
x3
x3
x3
x7
x8
x3
x100
x4
x100
x26
x24
x24
x26
x14
x600
x96
x100
x60
x100
x100
x440
x25
x2
x376
x11
x492
x9
x4
x99
x80
x79
x28
x2
x379
x75
x196
x571
x167
x100
x100
x50
x100
x100
x250
x50
x86
x13
x13
x7
x74
x6
x19
x5
x1150
x324
x17
x11
x10
x10
x490
x10
x2
x42
x62
x38
x1
x108
x35
x96
x99
x85
x505
x1
x598
x3
x3
x1
x8
x24
x404
x4
x102
x6
x24
x491
x288
x39
x90
x154
x8
x1
x10
x75
x10
x93
x500
x250
x150
x250
x550
x250
x3
x500
x242
x36
x18
x465
x1015
x164
x804
x804
x804
x804
x493
x314
x13
x36
x7
x498
x1
x10
x1
x2561
x628
x320
x260
x100
x15
x1
x6
x6
x150
x9999
x2
x7
x18
x5
x2
โพสต์ 2021-10-4 20:30:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tianzhou เมื่อ 2021-10-4 20:54

ราชสีห์จรจัด
หญิงชรา


   หลังจากที่เทียนโจวได้พักอยู่ที่กระท่อมร้างอยู่ราวๆหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเทียนโจวก็ตัดสินใจที่จะออกเดินทางออกจากกระท่อมร้างเสียที เทียนโจวควบม้าออกมาจากกระท่อมร้างเข้าสู่ป่าที่ไม่คุ้นเคย

“อีกไม่นานก็จะถึงเมืองหรูหนาน”

ปิงจวนพลันกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แตกต่างจากเทียนโจวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลยสิ”

เทียนโจวหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่สีหน้าของเทียนโจวและปิงจวนจะแปลเปลี่ยนเป็นความตกใจ

"กรี๊ดดดดด...."

“เสียงอะไรกัน?”

เทียนโจวกล่าวออกมาด้วยความสงสัย แตกต่างจากปิงจวนที่แสดงออกถึงความกังวลมากกว่า

“พวกเรารีบไปดูกันเถอะ”

เทียนโจวเมื่อได้ยินอย่างงั้นก็มิได้กล่าวอะไรต่อออกมา ทำเพียงแค่ควบม้าไปตามทิศทางของเสียงที่ได้ยินมาเท่านั้น

เสียงกรี๊ดดังลั่นป่า พลอยทำให้ฝูงสัตว์ นกในป่าแห่งนี้พลอยตกใจบินเตลิด วิ่งกันชุลนุม ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าของเสียงคือผู้ใด

“เร็วกว่านี้หน่อยสิ”

ปิงจวนพลันกล่าวออกมาพร้อมกับความลุกลี้ลุกลนกลัวว่าจะมีใครเป็นอันตราย

“เจ้าก็บอกมาเองสิ นี่เร็วสุดแล้ว”

เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมความรำคาญเล็กน้อย เพราะเขาเองก็พยายามรีบสุดเท่าที่จะทำได้แล้ว

"ใครก็ได้ช่วยที ช่วยข้าด้วยยย" เสียงสั่นเครือของยายชราที่เคราะห์ร้ายเจอโจรโพกผ้าเหลือง

หลังจากผ่านไปซักพัก ในที่สุดเทียนโจวก็ได้ควบม้ามาจนถึงยังต้นเสียงเสียที สายตาพลันมองเหตุการณ์รอบๆอย่างถี่ถ้วน พร้อมกับจ้องมองไปที่เหยื่อผู้กรีดร้องก่อนหน้านี้   

ยายชราที่ถือไม้เท้าสะพายที่บรรจุสมุนไพรด้านหลัง ตัวสั่นเครือ จนเธอถอยหลังก้าวล้มลง ตวัดไม้ด้วยความกลัว "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามานะ" ยายชราหลับตาปรื๋อตวัดมีดไปมาอย่างกลัว ๆ

“เทียนจวินรีบเข้าไปช่วยเร็วสิ”

ปิงจวนพลันร้องออกมาพร้อมกับเขย่าร่างของเทียนโจวที่อยู่ด้านหลัง พร้อมกับสีหน้าของเทียนโจวที่เปลี่ยนเป็นความหงุดหงิด

“เออๆ รู้แล้วแค่จัดการมันก็พอใช่ไหม?”

เทียนโจวกระโดดลงในขณะที่ปิงจวนนั่งมองอยู่บนหลังม้า สายตาจ้องมองไปที่โจรโพกผ้าเหลืองที่จู่ๆก็มาหางานให้ตนเพิ่ม

“เข้ามาสิไอโจรกระจอก ฝีมืออย่างแกอีกล้านปีก็ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแห่งการดูถูก โจรโพกผ้าเหลืองพลันคบฟันของตนเองด้วยความโกรธ ก่อนจะเข้ามาฟันเทียนโจวหวังจะเอาชีวิตชายผู้อวดดีคนนี้

“ตายซะเถอะ!”

คมดาบพลันฟาดฟันใส่เทียนโจวอย่างต่อเนื่อง เทียนโจวนั้นมิได้ขยับออกจากที่เดิมแต่อย่างใดเพียงหยิบทวนของตนออกมา ป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายที่สุดแสนน่าเบื่อ โดยยอมรับบาดเจ็บบางเล็กน้อย ก่อนจะถีบอีกฝ่ายจนกระเด็นไปไกล

"อ๊ากกก แก..." โจรโพกผ้าเหลืองหงุดหงิดชะเหลือเกิน ฝืนตัวเองลุกขึ้นดาบปักดิน

“ถ้าเจ้าไม่อยากศูนย์เสียแขนและขาของเจ้า ก็จงถอยไปซะดี”

เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมกับเดินไปหาอีกฝ่ายอย่างเกรงขาม

"ฝันไปเถอะไอสัส บังอาจแส่เรื่องชาวบ้านแกอย่าฝันจะรอดไปได้" โจรโพกผ้าเหลืองปลายแถวหงุดหงิดเกินจะอารมณ์ดี มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งจู่โจมอีกฝ่าย

“หมดเวลาของแกแล้ว!”

เทียนโจวพลันควงทวนเหนือศีรษะก่อนจะตัดแขนและขาของอีกฝ่าย เหลือไว้เพียงแค่ขาข้างเดียวเท่านั้น

“อ๊ากกกกกกก!!”

โจรโพกผ้าเหลืองร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะพยายามกระโดดหนีไปด้วยขาข้างเดียว

“พยายามดีแท้”

เทียนโจวหัวเราะออกมาด้วยความตลกกับการพยายามหนีของโจรตนนั้นก่อนจะหันไปมองหญิงชรา
     
“ป้าเป็นไรไหมเนี่ย?”

เทียนโจวพลันกล่าวถามพร้อมกับเดินไปหิ้วปีกหญิงชราขึ้นมา

"พ่อหนุ่มเป็นเช่นไรบ้าง" ยายชรากล่าวถามพลางขอบคุณอีกฝ่ายที่มาช่วยผคอง

“ข้าสบายดี คนอ่อนแออย่างงั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

เทียนโจวกล่าวออกมาพร้อมกับยืดอกยกยิ้มอย่างภาคภูมิ

"ขอบคุณพ่อหนุ่มมากเชียวนะ ถ้าไม่ได้เธอยายคงไม่รอดวันนี้แล้ว..." ยายชรากล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเป็นยกมือเวียนศีรษะ "พอดียายกำลังเก็บสมุนไพรป่าจะนำไปขายโรงหมอในเมืองหาเงินประทังชีวิต"

“อย่าขอบคุณข้าเลย ไปบอกคนนั้นดีกว่า”

เทียนโจวกล่าวออกมาก่อนที่จะสั่งให้ม้าของตนเดินมาใกล้ๆก่อนจะประคองร่างของปิงจวนลงมาจากม้า

"ขอบคุณหลานมากนะ ยายไม่รู้จะตอบแทนเช่นไรดี" ยายกล่าวด้วยความซาบซึ้งกินใจ น้ำตาบนใบหน้าหยดไหลลงมาด้วยความใจดีของอีกฝ่าย พลางกล่าวยิ้มด้วยความเป็นมิตร"

“ยายไม่ต้องขอบคุณหรอกคะ ว่าแต่เมืองที่ยายจะไปคือเมืองไหนหรอ”

ปิงจวนพลันกล่าวถามกับหญิงชราที่อยู่ข้างหน้า

“ยายจะไปที่เมืองหรูหนาน ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากป่านี้มากหรอกจ้ะ”

เมื่อเทียนโจวได้ยินอย่างงั้นก็พลันกล่าวแทรกการสนทนาของคนทั้งสองขึ้นมา

“งั้นก็ไปกับพวกข้าสิ ยังไงพวกข้าก็มีจุดหมายเดียวกับท่านอยู่แล้ว”

เทียนโจวพลันกล่าวออกมา พร้อมกับปิงจวนที่หันไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็นประกายที่อีกฝ่ายเสนอแนวทางดีๆก็เป็น

“เจ้ามีความคิดเข้าท่าดีนิ”

ปิงจวนพลันกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองหญิงชราผู้นั้นต่อ

“ยายขอบคุณหลานมากจริงๆ”

หญิงชราพลันยิ้มออกมาก่อนจะเดินนำทั้งสองคนไป เทียนโจวเมื่อเห็นอย่างงั้นก็พลันอุ้มปิงจวนขึ้นไปบนหลังม้าอีกครั้งก่อนจะควบมันตามหญิงชราไปยังเมืองหรูหนาน




เอฟเฟคจากตัวละคร
Points
Exp
ความสัมพันธ์
+4 จากโรลอวดเบ่ง (หยิ่งยะโส)
+7 เมื่อชนะการดวลพร้อมหยิ่งทะนง (หยิ่งยะโส)
+3 โรลต่อสู้ (ขี้โมโห)
+6 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (แข็งแกร่งดุจเซี่ยงอวี่)
+3 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (หูดี)
+3 เมื่อโรลต่อสู้พร้อมข่มขู่อีกฝ่าย (ฟันเขี้ยว)
+2 เมื่อโรลต่อสู้ระบบ (สายตายาว)
+5 จากโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (หูดี)
+15 เมื่อโรลข่มขู่อีกฝ่าย (ฟันเขี้ยว)

+15 กับคนที่ให้ความสนใจ (แข็งแกร่งดุจเซี่ยงอวี่)
+15 กับคนที่คุยด้วย (หูดี)
+5 มีธาตุทองเหมือนกัน
+20 ปีนักษัตรถูกโฉลกกัน (ชวด > ฉลู)
-20 กับคนที่สนทนาด้วย (ฟันเขี้ยว)
-10 กับคนที่มีนิสัยหนอนหนังสือ (สายตายาว)


ผลรวมของแต่ละอัน
+28
+20
+25

ปล่อยโจรไป



←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวีเซียวเฉิน
ตำราตงฟางซั่ว
ยาสมานแผลขั้นต้น
ตะเกียงซือซานเยวี่ย
ทวนสามพยัคฆ์
ม้าขาว
บทเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักร
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x1
x1
x1
x1
x45
x1
x6
x2
x5
x984
x5
x50
x30
x2
x10
x8
x2
x8
x12
x24
x2
x7
x50
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x5
x4
x6
x2
x2
x15
x40
x1
x6
x6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้