[เมืองฉางซา] จวนสกุลซุน | พยัคฆ์แห่งเจียงหนาน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-25 20:03:15 |โหมดอ่าน

จวนสกุลซุน
{ เมืองฉางซา }








【จวนสกุลซุน】

ย่านชานเมืองที่กินเนื้อที่ไปสองในห้าของเขตที่ดินอุดมสมบูรณ์
คือสถานที่ตั้งของคฤหาสน์หลังใหญ่ หมู่ตึกอาคารเรียงรายโอ่โถง
ว่ากันว่าต้นตระกูลซุนสืบเชื้อสายมาจากซุนจื่อ ผู้เขียนพิชัยสงครามสิบสามบท
ทายาทอย่างซุนเจียนก็ไม่แคล้วฝีมือ สร้างชื่อเสียงปราบโจรร้ายทั่วเจียงหนาน
จนชาวบ้านขนานนามให้เขาว่า 'พยัคฆ์แห่งเจียงหนาน' มีชื่อเสียงขจรทั่วแผ่นดิน

ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์ทำงานพาร์ทไทม์ประจำวัน
ค่าจ้าง: 200 อีแปะ - 10 EXP (รายวัน)





เจ้าบ้าน: [010] ซุน เจียน (ซุนเกี๋ยน)
[ข้อมูลส่วนตัว]







ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-9-25 20:41:12
  
.: ผู้พักอาศัยในจวน :.

กติกาการโรลเพลย์สนทนาทำความรู้จักขุนพลสัญจรผ่านมา
(1) 1 โรลเพลย์ สามารถเจอได้แค่ 1 คนเท่านั้น ยกเว้นมีระบุว่า xx นั่งกับ xx
(2) ในโรลเพลย์สร้างสถานการณ์พบเจอครั้งแรกได้อิสระ โดยไม่แหกนิสัย NPC
(3) นอกจากทำความรู้จัก พูดคุย ใน 1 โรลเพลย์สามารถมอบของขวัญให้ 1 ชิ้นเท่านั้น
(4) การชักชวนเข้ากองกำลัง บาง NPC ไม่จำเป็นต้องหัวใจเต็ม 10 ดวงเสมอไป นอกจากอยู่ที่การให้ของแล้ว การพูดคุย โรลทิ้งท้ายไว้ และ กำกับว่า "ชักชวน"
ทางทีมงานจะมาคอมเม้นท์ว่าชวนสำเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จคุณจะได้โต้วาทีกับเขา ถ้าชนะแสดงว่าเขายอมรับใช้คุณ
(5) รายการของที่ชอบ และ เกลียด ดูในระบบ NPC
* เด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี ไม่สามารถมาจีบโดยพลการ นอกจากจะทำเควสแล้วในเควสมีเจอพวกเขาถึงจีบได้ *


ความสำคัญก่อนโรลสร้างความสัมพันธ์ NPC
(1) สำคัญมาก ที่คุณจะต้องตรวจเช็ค (ลักษณะนิสัยขัดแย้งกันหรือไม่ สามารถเช็คได้จากที่นี่ คลิก)
(2) รองลงมา ตรวจเช็ต ธาตุวันเกิด และ ปีนักษตร ชงกันหรือไม่ สามารถเช็คได้ที่นี่ (คลิก)
(3) ทุก ๆ การโรลเพลย์ที่มีความขัดแย้งในด้านนิสัย และ ธาตุหรือปีนักษัตรชงกัน เนื้อหาโรลเพลย์คุณจะต้องสร้างให้สมเหตุสมผล
เมื่อความสัมพันธ์ต้องลบลงในโรลเดียวกับจีบ ที่ความสัมพันธ์เพิ่ม โดยการครีเอทสร้างสถานการณ์โรลเพลย์ไม่ถึงกับทะเลาะ ขัดแย้งกัน
แต่ให้คุณเผลอทำอะไรที่ไม่ดี หรือใช้คำพูด หรือ บางอย่างเกี่ยวกับนิสัย ตัวคาร์คุณในโรลนั้นด้วย เพื่อให้มีความเมคเช้นส์ในการลดความสัมพันธ์




- เงื่อนไขจีบ NPC -
1) ทุกครั้งที่มาเจอปฏิสัมพันธ์จะต้องโรลเพลย์ถ่ายทอดความรู้ 1 อย่างแก่ เด็กระบุชื่อ (หากสองคนก็จะ -60 EXP)
2) ทุกครั้งที่ถ่ายทอดความรู้ จะสูญเสีย -30 EXP เพื่อมอบให้แก่เด็กคนนั้น +30 EXP แทน และ คุณได้รับความสัมพันธ์โบนัสต่อเด็กคนนั้น +25 ความสัมพันธ์
3) สามารถมาเจอได้ทุกวันที่ทัศนาจรที่นี่ และ ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเจอ NPC ข้อ 1) - 2)
4) ให้ของได้วันละครั้ง แต่สามารถสอนได้ไม่จำกัด

คำเตือน:
โปรดอย่าปั่นโพสต์เกินไป เว้นความถี่ CD 1-2 ชม. ยกเว้นโรลเพลย์ยาวพอสมควรอนุญาติไม่มี CD

[070] ซุน เช่อ (ซุนเซ็ก)
โดนกักบริเวณไม่ได้ออกไปไหน อยู่ในห้องบรรพชน 7 วัน




[084] ซุน เฉวียน (ซุนกวน)




[023] อู่ฟูเหริน (ง่อฮูหยิน)(Lady Wu)
ระยะเวลามาที่นี่: ยามไห้ (21.00 - 00.30 ของทุกวัน)
พฤติกรรม: ดูแลลูกทั้งสองเตรียมส่งพวกเขาเข้านอน




←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จั่วซื่อจ้วนจ้วนจ้วน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x1
x1
x2
x12
x5
x635
x240

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-15 23:47:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-17 23:58

โรลเชคชื่อวันที่ 15 สัปดาห์ที่ 1 (3)
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลทำงาน-
สองศรีในบ้านซุน
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
            เพื่อสืบเสาะเบาะแสของบิดารวมไปถึงสรรหาข่าวกรองที่จำเป็นโม่เสวียนเลือกใช้การทำงานมาบดบังเวลาว่างในชีวิต เขาใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายสรรหาประกาศรับจ้างงานทั่วไ รวมไปถึงงานเฉาะเชิงวิชาการอย่างตระกูลที่กำลังมองหา ‘เหมินเค่อ’ หรือผู้รู้ไว้เป็นที่ปรึกษาและอาจารย์ให้บุตรหลาน

            เหนือป้ายประกาศที่มีรายละเอียดสัญญาทับทบราวภูเขา อาศัยความสามารถของเขางานธรรมดาที่ผู้ใดก็กระทำได้ย่อมไม่เข้าตา จนกระทั่งข้อความวรรคหนึ่งกระทบเข้าจิตใจ

            ‘จวนตระกูลซุนเฟ้นหาผู้มากสามารถ.. กล่อมคุณชายทั้งสองเข้านอน’
            กะไรกัน.. ลุกบ้านไหนหลับยากหรือถึงขนาดต้องการตำแหน่งเฉพาะในการกล่อมนอน อาจเพราะด้วยนึกสนุกขึ้นมาคุณชายชุดครามจึงกุมพัดจีบอาสาไปสมัครด้วยท่าทางคารมราวกับอาจารย์สำนักบัญฑิต

            “แปลกจริง.. ประกาศนี้ติดไว้หลายเดือนแล้วไม่มีผู้ใดสนใจ วันนี้มีคนมาสมัครแล้วยังรุ้สึกเหมือนท้องฟ้ามีทองคำร่วงลงมา”

            “ไร้วาสนาแม้อยู่เบื้องหน้าก็ไม่พานพบ ข้าเสิ่นตี้จิง… พึ่งเดินทางมาถึงฉางซาขอคาราวะท่านเจ้าเมือง” เขานึกไม่ถึงผู้ที่ยืนอยุ่เบื้องหน้าก็คือซุนเจียน พยัคฆแดนใต้เจ้าเมืองฉางซาที่คนเลื่องลือ  อีกฝ่ายคิ้วดกโครงหน้าดุ มีรัศมีน่าเกรงขามหากทว่านอกจากแรงกดดันตามประสานักรบแล้วสายตาที่มองมายังตนนั้นยังเจือความเป็นมิตรอยู่มาก

            “อย่าได้เข้าใจผิดไป ข้าเพียงประหลาดใจเท่านั้นที่ยังมีผู้ให้ความสนใจงานนี้.. เดืมทีก็เป้นความคิดของฟูเหริน นางว่าลูกทั้งสองช่างหลับยากนัก”

            คิดอะไรมากมาย.. ดูท่าบุรุษตรงหน้าค่อนข้างตามความคิดสตรีไม่ทัน การที่มีลุกเล็กช่วงชิงเวลาในโลกของสองเราระหว่างคู่สามีภรรยานับว่าเป็นอุปสรรคในการพลอดรัก อีกฝ่ายจะหาคนมาช่วยดูแลบ้างเป็นบางครั้งนั่นไม่แปลก

            แน่นอนว่าความคิดนี้เอ่ยออกไปไม่ได้ ตนเพียงเอ็นดูในความผูกพันของสามีภรรยา กล่าวความเชื่อที่อยู่เหนือศาสนาใดเป็นศรัทธาสากลออกมาชื่นชมสตรีของอีกฝ่ายด้วยแววแยบยล

            “หัวอกมารดาห่วงใยบุตรเหนือสิ่งอื่นใด ฟูเหรินคำนึงถึงการพักผ่อนที่เพียงพอส่งเสริมพัฒนาการและสุขภาพในระยะยาวนับว่ามองการไกล ท่านเจ้าเมืองส่งเสริมนาง เท่ากับส่งเสริมรากฐานที่ดีให้ทายาทในอนาคต”
            ศรัทธาใดไม่เท่าศรัทธาในมารดา ภรรยา และบุตรสาว.. สามสิ่งล้ำค่าแห่งบุรุษศาสนาใดก็ไม่อาจลบล้างข้อเท็จจริงนี้ได้

            “ฮ่าๆ นั่นสินะ เจ้าพูดถูกๆ นางห่วงใยลูกของเราเป็นที่สุดข้อนี้ข้ายืนยันได้อีกเสียง เอาล่ะ.. พ่อบ้าน พาคุณชายเสิ่นไปทดลองงาน จัดหาที่พักให้เขาด้วย”

            ใครบ้างไม่ทราบข้อนี้ ชมพยัคฆ์แห่งแดนใต้มิสู้ชมภรรยาของเขา อีกฝ่ายปลาบปลื้มออกใบหน้า ยิ่งฟังถ้อยคำของชายหนุ่มหน้ามดยิ่งรุ้สึกรื่นหู ก่อนจะจากกันอีกฝ่ายยังได้มอบปูทะเลนึ่งให้บอกว่าตนได้มาจากท่าเรือ เมืองฉางซาอาหารทะเลสดจริงๆ

            โม่เสวียนจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเข้าที่ เดิมทีเขายังเข้าใจว่าตนจะได้พบกับนายน้อยของจวนเจ้าเมืองเพียงอย่างเดียว ที่ไหนได้ฟูเหรินชุดแดงที่เคยเจอยังสระบัวก็ปรากฎตัวขึ้นด้วย

            “.. คุณชายเฟิ่งเมื่อครานั้น? ท่านพี่บอกว่าได้คนช่วยข้ากล่อมลูกเข้านอนแล้ว ที่แท้ก็ท่านเอง”

            “เป็นเกียรติของเสิ่นโหม่วที่ฟูเหรินจดจำคนไร้ชื่อเสียงเช่นข้าได้” บัณฑิตหนุ่มประสานมือคาราวะอีกฝ่ายได้รับคำตอบด้วยรอยยิ้มเมตาระบายเต็มหน้า โม่เสวียนรู้งานส่งมอบปูทะเลนิ่งเนื้อสดหวานให้นางอีกคน

            “ดีแล้ว.. เปรียบคนแปลกหน้าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ข้ายังนิยมผู้ที่เคยพบพานเสียมากกว่า”

            อู๋ฟูเหรินเรียกให้อีกฝ่ายติดตามไป แย่งเอางานของพ่อบ้านมานำทางไปยังเรือนพักทางก้านหลัง จากการประเมินคร่าวๆ ของสตรีผู้ทรงศักดิ์คุณชายทีดูปลอดโปร่งยิ่งสายลมผู้นี้ คล้ายจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ลึกลับชวนค้นหา นางรุ้สึกว่าเขามีดีมากกว่าที่คิด มีบางสิ่งีท่ไม่อาจมองข้าม
            ทว่า.. ก้ทำได้แค่คิดไม่อาจโพล่งถามออกไปให้เป็กนารเสียมารยาท

            “นี่คือลูกๆ ของข้าเอง.. คนโตคือเช่อร์เอ๋อห์ คนรองเฉวียนเอ๋อห์ คงอ่อนกว่าท่านไม่กี่ปีกระมั้ง?”

            ในห้องด้านในมีเด็กหนุ่มอยู่ในช่วงกำลังเจริญเติบโตผู้หนึ่งหว่างคิ้วราวพัยคฆ์น้อยมีแววคุกคามกดดันคนแต่เล็ก เมื่อได้ยินเสียงมารดาก็พุ่งมาพรวดเดียวถึงตัวพวกเขาด้วยความเร็ว เห็นคนแปลกหน้ายังไม่มีความประหม่ารึเขินอายใช้สายตาจ้องโม่เสวียนตรงๆ ใจกล้าพอตัว

            “เจ้าเป็นใคร?” เป็นเสียงเฉียบคมนัก ไม่น่าเชื่อว่าออกมาจากปากของเด็กน้อย เจ้าของชุดครามพยักหน้ารับยังไม่ทันจะแจ้งนามก็ได้ยินเสียงสอบถามดังตามหลังอีกฝ่ายมา

            “พี่ใหญ่.. หนังสือนิทานของข้าไปไหนแล้ว” เงาเล้กที่เดินตามมาเป็นเด็กน้อยวัยไม่เกินห้าหนาว ทั่วร่างห่อด้วยชุดกุ๋นขอบดูปุ้กลุกน่ารัก คงจะเป้นน้องชายของอีกฝ่ายเพราะคิ้วกรรมพันธ์ุเดียวกัน

            “ตี้จิงคาราวะคุณชายน้อยทั้งสองของท่านเจ้าเมือง ข้าแซ่เสิ่น วันนี้จะอาสามาเป็นเพื่อนเล่นของพวกท่าน”

            กล่าวจบก็เล่นกลด้วยการดึงเอากระดาษสีแดงหนึ่งปึกออกมาจากด้านในแขนเสื้อ ส่งให้เด็กทั้งสองคนละใบทำเอาซุนเช่อและซุนเฉวียนงุนงง ส่งสายตาขอคำตัดสินว่าควรทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดีโมเสวียนก็เร่งเร้าต่อ

            “มันก็แค่กระดาษน่า!”

            “ก่อนจะตัดสินสิ่งใด ต้องรอบคอบไตร่ตรองเสียก่อน” คนชุดครามส่ายหน้าเบาๆ บอกให้ทั้งสองลองคลายปมกระดาษออก หลังจากนั้นก็พบว่ากระดาษธรรมดาๆ เมื่อคลี่ออกแล้วปรากฎเรื่องราวของผีเสื้อตัวหนึ่ง การเดินทางผ่านความฝัน เมื่อฉลุลวดลายแล้วสามารถยกส่องกับแสงตะเกียงได้

            “ว้าว.. ท่านทำได้ยังไงน่ะๆ” ซุนเฉวียนน้อยพลิกเรื่องราวผีเสื้อนั้นพร้อมความกระหายใครรู้

            ฝั่งซุน เช่อแม้จะสนใจสิง่ที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน หากทว่ายังเก็บความสุขุมไว้ได้ดีเช่นเคย เขาชื่นชมงานศิลป์อยุ่เงียบๆ ทว่าเมื่อโม่เสวียนเริ่มจัดโต๊ะน้ำชานำกรรไกรออกมาแล้วพูดว่าจะสอน สองข้าไมรักดีก็ก้าวเข้าไปเตรียมพร้อมยังที่นั่งแถวหน้าโดยอัตโนมัติ

            โม่เสวียนไม่รีบไม่ร้อน รินน้ำชายื่นขนมเปี๊ยะให้ทั้งสอง จากนั้นก็เริ่มลงมือสาธิตวิธีการตัดกระดาษให้ออกมาเป็นรูปแบบที่ต้องการ

            “ซ้อนแผ่นกระดาษ พับครึ่งแล้วตัดฉลุตามลวดลายนั้นใช้เวลาเพียงไม่นานจริงๆ สำคัญที่.. ความอดทนและใจเย็น คอยบังคับมือให้หมุนไปตามแบบที่ร่างไว้”
            เด็กทั้งสองเริ่มทำตามอย่างเก้ๆ กังๆ อู้ม่านเอ็นดูจนแอบเข้าไปช่วยทัง้คู่ในยามที่เผลอตัวตัดเบี้ยว ไม่ควรปล่อยเด็กไว้ลำพังกับของมีคม ตลอดช่วงเวลาทั้งคืนนั้นพวกเขาแทบจะเล่นจนผลอยหลับไปพร้อมกัน
                       
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูนึ่ง
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกันกระดาษ
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบปูนึ่ง
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบชากงอวี้ฮวา+ขนมเปี๊ยะ
+25 ถ่ายทอดความรู้ ตัดกระดาษศิลป์
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบชากงอวี้ฮวา
+25 ถ่ายทอดความรู้ ตัดการะดาษศิลป์
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +115
+26
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
(นักวิชาการ)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวดีพบหัวมาร x4 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
x2 ความศรัทธา VIP


@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-16 23:55:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลเชคชื่อวันที่ 16 สัปดาห์ที่ 1 (4)
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลทำงาน-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
อาจารย์ยามราตรี
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

            นับเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างแท้จริงสำหรับทายาทสกุลเสิ่น…

            คืนก่อนทั้งที่เป็นการทดลองงานครั้งแรกแท้ๆ แม้การกล่อมเหล่าคุณชายซุนทั้งสองจะเป็นไปด้วยดีเรียกว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงและไม่เหลือหน้าให้เขาไปพบบิดามารดาของเด็กทั้งสองเลย ‘มากล่อมเด็ก ดันเผลอหลับไปด้วยเสียแบบนั้นใช้ได้ที่ไหน!’

            เสิ่นตี้จิงหรือก็คือโม่เสวียนสะกดกลั้นความประหม่าตลอดช่วงเช่า เมื่อเขารุ้สึกตัวก็พบว่าตนหลับอยู่ในห้องรับรองเรียบร้อย คงจะมีพ่อบ้านหรือใครสักคนที่ซุนฟูเหรินให้แบกตนมาหลับดีๆ

            มือขาวกุมผ้าห่มจนยับยู่ ครุ่นคิดหาวิธีกอบกู้ความน่าเคารพของตนกลับคืนมาหลังล้างหน้าล้างตาในยามเช้าตรู่ รับโจ้กกุ้งร้อนๆ มารองท้องแล้วก็จัดแจงชำระกายสวมอาภรณ์สีขาวขลิบกำมะหยี่ดำตรงไปยังส่วนห้องอักษรเพื่อไปขออภัยต่อเจ้าของจวน

            น่าเสียดายที่ช่วงกลางวันทั้งนายท่านและนายหญิงของจวนมักออกไปทำธุระด้านนอก เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากอยู่คอยท่า โม่เสวียนเดินไปยังหอตำราในจวนเจ้าเมืองเพื่อหาสิ่งที่น่าสนใจสักเล่มเลือกไปเลือกมาก็ได้ตำราทำอาหารแดนใต้มาเปิดอ่าน พลิกหน้าเพียงไม่นานที่ตรงประตูก็ปรากฎเงาน้อยๆ ของก้อนซาลาเปาแก้มยุ้ยสองเงาเรียงซ้อนกัน เมื่อเขาหันไปทั้งสองก็ดึงกันผลุบไปแอบหลังเสา แว่วเป็นเสียงหอบหายใจของเด็กน้อย

            มุมปากของโม่เสวียนยกขึ้นเป็นองศาขบขัน จงใจแสร้งว่าตนไม่ทันรู้เห็นการมาถึงของอีกฝ่ายพลิกหน้าตำราต่อไป ปล่อยให้เด็กๆ สนุกสนานกับการละเล่นดักซุ่มดั่งพรานน้อย เดี๋ยวก็ได้รู้กันว่าใครเป็นพรานใครเป็นเหยื่อ

            “ต้าเกอ.. ทำไมเราต้องหลบด้วยล่ะ” นี่มันบ้านพวกเราไม่ใช่หรอ..

            “ฟู่ว เกือบโดนจับได้แล้ว.. น้องเล็กอย่าเสียงดัง” ผู้ที่โตกว่าตะครุบปิดปากกระซิบข้างหูน้องร่วมสายเลือด ซุนเช่อมักหาอะไรทำแก้ว่างชวนน้องชายออกเดินสำรวจก็เจอ ‘คนแปลกหน้าเมื่อคืน’ เข้าโดยบังเอิญ อาจเพราะจวนของตนไม่ค่อยมีแขกมาพักนอกจากกำแพงรอบด้านกับสวนสวยทุกอย่างก็จืดชืดน่าเบื่อ การคงอยู่ของอีกฝ่ายจึงเป็นสิ่งแปลกใหม่ในช่วงเวลานี้ทำให้สองเด็กน้อยในวัยอยากรุ้อยากเห็นกระตือรือร้นขึ้นมา

            “จับตาดูเอาไว้ หากเจ้านี่ทำอะไรไม่ชอบมาพากลพวกเราจะได้นำไปรายงานท่านพ่อกัน!” บ่าวในจวนล้วนรับรู้คุณชายใหญ่ติดท่านพ่อของเขาเป็นที่สุด อุปนิสัยทั้งคู่คล้ายคลึงกันทั้งกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ยามทำอะไรทำจริงจังไม่ล้มเลิกกลางคันเด็ดขาด

            “จวนเราไม่มีแขกมานานแล้ว ท่านพ่อรับคนผู้นี้มา ไม่แน่ว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลัง เฉวียนเจ้าต้องช่วยข้าเฝ้าดูอย่าให้คลาดสายตาล่ะ!”

            ลูกพยัคฆ์ย่อมไม่ทิ้งลายพยัคฆ์ เพียงแต่เสือน้อยในยามนี้อยู่ในช่วงเรียนรู้จึงทำอะไรตามอำเภอใจทั้งยังแหกคอกไปบ้าง

            “เกอ.. แต่เขาดูไม่ใช่คนไม่ดีนะฮะ..”

            ฝั่งซุนเฉวียนที่ยังเด็กอยู่มากฟังพี่ชายแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่ค่อยเห็นด้วย อุนิสัยเขาอ่อนโยนกว่าคนเป็นพี่ด้วยยังอยู่ในวัยที่มารดาให้การปกป้องเลี้ยงดู คิดคำนวนก่อนทำรวมไปถึงมีความประหม่ากับสิ่งแปลกใหม่รอบด้าน เอ่ยเสียงเบา “ท่านแม่บอกว่าเขามาทำงานที่บ้านเรา เมื่อคืนก็ใจดีเล่นกับข้า.. ไม่ใช่คนไม่ดีหรอก”

            “เอ่อ.. นั่นอาจเป็นแค่เหตุผลที่อ้างขึ้นมาก็ได้! บริวารของท่านพ่อมากมายไม่มีความจำเป็นต้องรับเพิ่มสักนิด”

            ผู้เป็นพี่ชายหน้าเสียไปจังหวะหนึ่ง ไหนบ่าวบอกว่าอีกฝ่ายปรากฎตัวอย่างกระทันหัน ยิ่งฟังยิ่งลึกลับไร้ที่มาที่ไป ก่อนจะทันมีคำโต้แย้งเขากดเสียงข่มน้องชายให้เชื่อฟัง “เงียบเร็ว! เดี๋ยวเป้าหมายรู้ตัว!”
            
            ‘ทารกน้อยเอ้ย… เห็นข้าผู้นี้ตาบอดหรืออย่างไร ก้อนข้าวเหนียวสองลูกยัดข้างเสาเด่นหราขนาดนั้น เห็นตั้งนานแล้ว!!’ โม่เสวียนกลั้นขำจนไหล่สั่น ในเมื่อพวกเขาอยากเฝ่าระวังก็ทำไปเถิดตนไม่ได้รังเกียจอะไร บุรุษชุดขาวพลิกอ่านตำราพลางรับน้ำชาจากบ่าวที่นำมาส่งดูแลเขาระดับเจ้านายคนนึง จวนตระกูลซุนใจป้ำไม่หยอก

            ผ่านไปกว่าสองชั่วยาม โม่เสวียนเดินออกจากหอตำราเพียงสองหน ครั้งหนึ่งนำหมายจวี้ซินมารับสินทรัพย์สำหรับจ่ายค่าที่พัก อีกหนหนึ่งคือไปให้อาหารปลาในสวนด้านหลัง กิจวัตรของเขาว่างๆ ก็ช่วยยกช่วยขนตำราออกมาตากแดดผึ่งลม ซุนเฉวียนเห็นไม่มีสิ่งใดตื่นเต้นก็หาวแล้วหาวอีกจนหลับพิงเสาไปทั้งแบบนั้น

            ซุนเช่อที่เส้นประสาทคอยระแวดระวังมาตลอดช่วงเช้าพอตกกลางวันท้องเริ่มหัว พยาธิส่งเสียงประท้วงอยากวิ่งไปหามารดาใจแทบขาด อีกทางนึงก็ห่วงว่าเป้าหมายจะแอบทำอะไรลับหลังขณะตนไม่อยู่พอดี

            เถียงกับตัวเองไปมา ท้ายที่สุดก็สัปหงกจนหลับกองซ้อนกับน้องชายที่ด้านหน้าหอตำรา เป็นที่ขบขันระคนเอ็นดูของทั้งบ่าวไพร่ในจวนรวมถึงโม่เสวียนในยามมาพบเข้า

            “เฮ้อ.. เด็กหนอเด็ก” ร่างเพรียวยอบตัวลงแกะซุนเฉวียนที่ถูกพี่ชายตนทับอย่างทารุณอยุ่ด้านล่างจนหน้าแดงก่ำออกมาอุ้มไว้แนบอก ส่วนคุณชายใหญ่ที่วัยล่วงสิบสองหนาวตัวนั้นตัวใหญ่เกินไปเขาจึงตามให้บ่าวแรงดีอีกคนมาแบกแทน

            “อื้อ.. ท่านแม่” ซุนเฉวียนน้อยจากที่อึดอัดถูกทับอยู่เมื่อครู่พอเปลี่ยนเป้นสบายตัวแล้วก็ซุกอิงผู้ที่อุ้มตนอยู่ จากความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆจากกายของอีกฝ่ายด้วยความเดียงสาจึงเข้าใจไปว่าเป็นมารดากลับมาดูแลเขา ขยับตัวเล็กน้อยก็หลับต่ออย่างวางใจ

            “ปกติแล้วพวกเค้านอนกลางวันกันที่ไหนหรือ เจ้านำทางไปสิ” โม่เสวียนลูบแผ่นหลังเล็กกล่อมเสี่ยวซุนแผ่วเบา หันไปถามบ่าวรับใช้เพราะจะให้นายน้อยทั้งสองมานอนพิงเสาคงดูไม่เหมาะสม เด็กๆ ก็แบบนี้ ไม่เล่นก็กิน ไม่กิน ก็นอน

            เข้าช่วงขนคนไปยังศาลากลางสวน ที่ตรงนั้นมีเรือนหลังเล็กอันร่มรื่นไว้คลายร้อน ด้านในปูลาดด้วยตั่งและเบาะรองมีพร้อมกระทั่งกระถางไฟและตะเกียงน้ำมันกระดานหมาก เห็นได้ชีดว่าถูกเตรียมการณ์ไว้สำหรับเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ

            พอหาเบาะนอนวางเจ้าก้อนข้าวเหนียวน้อยลงไปกลิ้งได้แล้ว เขาหันกลับมาอีกทีบ่าวคนเดิมกลับหายไปทิ้งไว้แค่คุณชายใหญ่หลับพาดอยุ่บนตั่งอีกตัว โม่เสวียนถอนหายใจยกมือตีหน้าผากตัวเอง “อ่า..แย่แล้ว ข้าจะกลับหอตำรายังไงล่ะนี่”

            ใครใช้ให้จวนเจ้าเมืองกว้างนักเล่า.. หากเขาไม่ถามทาง เดินเองเพลินๆ อาจหลงไม่รุ้ตัว

            เมื่อหมดทางเลือกอื่นยิ่งเดินคงยิ่งหลง ตนจึงอยู่รอนายน้อยทั้งสองตื่นมาบอกทางออกจากสวนบ้านพวกเขาเอาเอง โม่เสวียนเสาะหาผ้าห่มแพรบางได้สองผืน จัดแจงห่มลงบนร่างของทั้งสองป้องกันแมลงริ้นไรมาตอมส่วนตนเองนั้นตัง้ใจจะไปนั่งชมบุปผาริมหน้าต่าง กายเป้นว่ายังไม่ทันจะลุกชายเสื้อก็ถูกมือน้อยของซุนเฉวียนดึงเอาไว้

            “ท่านแม่จะไปไหน… กอดลูกหน่อย” อาการละเมอโดยเดียงสานี้ทำให้คนที่แต่เดิมก็แสร้งทำหน้าตายไปแบบนั้นใจอ่อนขึ้นมา ตอนนี้อู๋ฟูเหรินกับท่านเจ้าเมืองคงไปใช้เวลาดีๆ ร่วมกันอาศัยว่ามีพี่เลี้ยงช่วยดูลุกๆ ของพวกเขา ตนรับงานมาแล้วอย่างไรก็ต้องดูแลเจ้าสองหน่อนี่สุดความสามารถล่ะนะ

            “หลับเสียเด็กน้อย… โม่เสวียนกลับมานั่งลงที่ข้างเตียงลูบศีรษะทุยๆ ของก้อนแป้งคนน้องอย่างเบามือ เด็กน้อยเมื่อได้รับการใส่ใจก็หยักรอยยิ้มน้อยๆเหมือนกำลังฝันดิแล้วซุกที่ข้างตักอีกฝ่ายหลับสนิท

            ทางด้านฝั่งซุนเช่อนั้นได้เพียงผ้าห่มผืนบางประกอบกับเขาเป็นคนนอนรุ้สึกตัวได้ง่าย ตอนมาถึงยังศาลาอันที่จริงเด็กหนุ่มตื่นตั้งนานแล้ว เขาไม่ยอมขยับตัวด้วยเหตุผลบางอย่าง อยากจะรู้ว่าหากปราศจากสายตาจับจ้อง ‘พี่เลี้ยงคนใหม่’ ของพวกตนจะเป็นคนเช่นไร

            อาศัยมองเงาสะท้อนบนโคมแก้วแทบไม่เชื่อสายตาว่าบุรุษยังสามารถยิ้มได้อ่อนโยนถึงเพียงนั้น น้ำเสียงที่ยามปกติจะเจือความห้าวอยู่หลายส่วนก็นุ่มละมุนลงเชื่อว่าหากใช้เสียงนี้ปลอบขวัญกระตายที่กำลังถูกศรยิง มันก็คงยอมศิโรราบใต้เงื้อมมือพรานผู้นั้นแต่โดยดี

            ซุนเช่อสับสันขึ้นมาอีกครา.. จะว่าอีกฝ่ายมีแผนการในใจยามที่พวกเขาทั้งสองไร้การป้องกันก็หาได้ทำอันตรายแม้ปลายเล็บ รึตนจะคิดมากเกินไปอย่างที่น้องเฉวียนพูดไว้กันนะ…

            เกร็งประสาทจับทุกการเคลื่อนไหวจนล้า ท้ายสุดแม้แต่คุณชายใหญ่ก็ผลอยหลับไปกับเขาด้วย

            ผ่านไปราวสองเค่อ โม่เสวียนเท้าคางจดจ้องช่อดอกมู่ตานในสวนสวย.. มู่ตานสีขาวเดิมทีเป็นบุปผาที่เสิ่นฟูเหรินมารดาของเขาโปรดปรานเป้นที่สุด หากทว่าทุกครั้งเมื่อระลึกถึงมารดา ภายในใจนอกจากความห่วงใยของครอบครัวแล้วก็ยังถ่วงหนักไปด้วยความรุ้สึกอึดอัดทรมานอีกประการหนึ่ง

            ทั้งหมดที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้.. ก็ล้วนเพื่อมารดา

            โรคทางกายสามารถใช้ยารักษาได้ ทว่าโรคทางใจ แม้แต่หมอเทวดาก็กล่าวว่าาจนปัญญา

            ล่วงเข้ายามเย็นเมื่อทัง้สองหน่อตื่นขึ้นก็ช่วยพาพี่เลี้ยงติดสวนของพวกเขาออกมาข้างนอกได้เป็นผลสำเร็จ ซุนเฉวียนยังคงวางตัวเป็นปกติด้วยเดียงสา ถึงกับตามเรียกพี่เลี้ยงคนดีว่า ‘จิงเกอ’ จากเสิ่นตี้จิง ส่วนซุนเช่อแม้จะเห็นด้วยตาก็ยังไม่อาจวางใจกับอีกฝ่ายได้เต้มร้อย กึ่งหนึ่งจึงเป็นมิตรอีกส่วนทิ้งความระแวดระวังไว้ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก

            โม่เสวียนกลับมองว่าจุดนั้นก็สมเป้นคุณชายใหญ่ซุนดี.. ผู้ที่เป็นทายาทตระกูลใหญ่ย่อมมีอัตลักษณ์ของผู้นำ โชคชะตาของวงศ์ตระกูลนั้นสำคัญยิ่ง จะรอบคอบเด็ดขาดมากสักหน่อยก็เข้าใจได้            

            เมื่อได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองและฟูเหรินกำลังจะกลับมาแล้ว โม่เสวียนรั้งเท้าด้วยความคิดแรกของวันนี้ ตนตั้งใจไปขออภัยเรื่องที่เผลอหลับระหว่างการทำงาน ‘ลำพังมาอยู่อาศัยเป็นได้แค่แขกไปมือเปล่าคงจะไม่ดีแน่..’ ตนได้ยินคนรับใช้สนทนากัน ส่วนใหญ่เหล่าเจ้านายตระกุลซุนชื่นชอบอาหารทะเล.. ดีล่ะ จะมีสิ่งไหนจริงใจไปกว่าของที่ทำขึ้นมาเอง

            “นายน้อยซุน ข้าขอยืมครัวได้รึไม่”

            “หืม.. เจ้าทำอาหารเป็นด้วยรึ หึ..ปกติแล้วบุรุษน่ะไม่–”

            “อื้อ!! ข้าก็กำลังหิวอยุ่พอดี เราไปกันเถอะ!” เป็นอีกครั้งที่ซุนเฉวียนน้อยวิ่งมาจับมือพี่เลี้ยงของเขาตัดบทแย่งซีน จูงอีกฝ่ายวิ่งลิ่วๆ ไป ปล่อยให้ผู้เป็นพี่ชายยืนกอดอกเต๊ะท่าเก้ออยู่ตรงนั้น

            “จิงเกอๆ วันนี้ท่านจะทำอะไรหรอฮะ ข้าช่วยนะ จะได้เสร็จเร็วๆ หิวแล้วล่ะ” ด้านในครัวเด็กน้อยแก้มยุ้ยสูงไม่ถึึงขอบโต๊ะเขย่งปลายเท้าเสนอความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้น

            “คงเป็นอาหารทะเลเผื่อท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าด้วย.. พ่อครัวเคี่ยวน้ำแกงไว้พอดีทำบะหมี่น้ำแล้วกัน เสี่ยวซุนล่ะ? อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”ประโยคแรกบอกอย่างไม่ปิดบัง หากทว่าเห็นใบหน้าเล็กนั้นห่อเหี่ยวลงจึงเพิ่มคำถามช่วงท้าย จุดแสงตะวันฉายบนรอยยิ้มเด็กน้อยคืนมา บะหมี่น้ำคงเค็มเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้จริงๆ

            “ฺซิ่งเหรินโต้วฟู! เอาแบบโรยซิ่งเหรินเยอะๆ”

            “ได้สิ.. เดี่ยวทำบะหมี่เสร็จเราก็ทำของหวานกันต่อดีไหม?”

            “ดีเลย! ข้าช่วยอีกแรงนะ!”

            แม้ปากเด็กบอกว่าจะช่วยแต่ตะกร้าที่วิ่งไปหยิบมีแต่ของเล็กๆ แล้วยังผักที่ไม่ได้ใช้ โม่เสวียนหัวเราะแห้ง ตนหวังอะไรกันนะคุณชายน้อยหรือจะเคยเข้าครัวมาก่อน จะบอกให้เขาไปนั่งเฉยๆ คงจะเสียความตั้งใจ เรื่องวาทะศิลป์คนแซ่เสิ่นถนัดอยู่แล้ว

            “เสี่ยวซุนๆ ทางด้านนี้แล้วเกอจัดการเอง.. เจ้าช่วยไปดูสิว่าพ่อครัวเคี่ยวน้ำเชื่อมเสร็จรึยัง อยากได้หวานขนาดไหนก็บอกเขาเติมน้ำผึ้งลงไปมากหน่อย ระวังอย่าเข้าใกล้เตาไฟมากเกินไปล่ะ”

            “ได้! ข้าชอบน้ำเชื่อมหวานๆ เดี๋ยวจัดการเอง”

            เด็กหนอ.. หลอกง่าย ขอให้โตไปสดใสแบบปัจจุบันนะลูกนะ

            โม่เสวียนพึ่งจะถกแขนเสื้อเตรียมลงมือนวดแป้งทะบะหมี่ ที่ด้านข้างก็มีเงาแบกถุงแป้งมารอท่าไว้ก่อน หันไปก็พบว่าเป็นซุนเชื่อที่แสสายตาไปทางอื่น กล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ยี่หร่ะว่า “คุณชายอย่างข้าไม่ได้จะมาช่วยเจ้าหรอก ก็แค่แค่คนในครัวขาด ประเดี๋ยวท่านพ่อท่านแม่จะรอมื้อเย็นนานจนเกินไปกระทบต่อการงาน”
            โม่เสวียนดึงชายเสื้อค้างไว้เลิกคิ้วเหม่อๆ เหตุผลอะไรของเจ้าเด็ก…

            “เข้าใจแล้ว นายน้อยซุนช่างกตัญญูนักทุกอย่างคำนึงถึงบุพการีก่อนเป็นอันดับแรก แล้ว.. เคยทำบะหมี่รึไม่?” นานอยู่กว่าจะคลำหาคำตอบในสมองจนพบ กลั่นขำจนไหล่สั่น

            “ไม่เคย ทำไม รึเรื่องแค่นี้เป็นปัญหา? ไม่เคยก็ฝึกได้ทุกอย่างมัน้ต้องมีครั้งแรกเสมอไม่ใช่รึไง”

            ดูท่ากอดอกเชิดจมูกสูงขึ้นฟ้านั้นสิ ทำราวกับว่าเขาไม่ทันสังเกตุเห็นผื่นแดงๆ บริเวณรำคอของอีกฝ่าย เกือบจะกลบเกลื่อนได้แนบเนียนอยู่แล้วเสียก็แต่โม่เสวียนนั้นช่างสังเกตมากเกินไป “แน่นอน ท่านเจ้าเมืองกล่าวว่าคุณชายเป้นผู้เรียนรู้ไว ลำพังบะหมี่น้ำไม่คนามือเป็นแน่.. ข้าจะสอนเอง”

            ร่างเพรียวขยับเริ่มจากการทำหลุมแป้งตอกไข่ลงไปแล้วเติมด้วยน้ำ สองมือขยับอย่างคล่องแคล่วนวดผสมแป้งโดยไม่จำเป็นต้องกะเพิ่มหรือใช้อุปกรณ์ช่วย ฝั่งของซุนเช่อที่พยายามทำตามอย่างเก้ๆ กังๆ น้องชายยังมาขอร่วมช่วย ขาของอีกฝ่ายสั้นกว่าขอบโต๊ะตนจึงได้แค่แบ่งแป้งจำนวนหนึ่งให้อีกฝ่ายเอาไปปั้นๆ บีบๆ เล่น

            “จุดสำคัญคืออัตราส่วนของเหลวและแป้ง เส้นของบะหมี่จะเหนียวนุ่มได้ต้องผ่านการนวดกว่าร้อยหนให้ส่วนผสมเข้ากันดี.. อ๊ะ คุณชาย ใส่แป้งเยอะไปก็จะเป็นแบบนั้น”

            “พัง! อึกแล้ว! เอาใหม่!” เส้นบะหมี่ของซุนเช่อขาดไปสามหน ใบหน้าเกลีย้งเกลายามนี้เต้มไปด้วยคราบผงแป้งแต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามอยุ่นานได้เส้นแบนๆ ปูดโป่งออกมาราวๆ สองม้วน ผู้สร้างมันขึ้นมายืนกำหมัดตกอยู่ในสภาพไม่อาจรับกับผลงานของตนเองได้

            “นับว่าทำได้ดีแล้วสำหรับหนแรก” ผู้สอนกล่าวอย่างเป็นกลางหลบสายตาไปอีกทางกลั้นหัวเราะ

            “ต้าเกอ.. เหมือนงูท้องผูกเลย” ปีศาจน้อยโดนดีดเหม่งทันทีที่พูดจบ

            “ห..เหอะ! หน้าตาสำคัญที่ไหน แค่กินได้ก็พอแล้วไหม!”  

.
.

            ที่โถงทานอาหารครอบครัวตระกูลซุนมารวมกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง บนโต๊ะยามนี้มีทั้งบะหมี่น้ำกุ้งทะเลที่โม่เสวียนอาสากอบกู้ด้วยการปรุง ‘น้ำแกง’ ที่เป็นหัวใจหลักด้วยตนเอง แน่นอนว่าเขาไม่ลืมใส่ผลงานของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนลงในชามของบิดามารดาให้ได้ปลาบปลื้มกันด้วย หลังซุนฟูเหรินทานไปได้ครึ่งคำก็มีสีหน้ายิ้มเหมือนเป็นตะคริว เลื่อนชามมีเส้นเหมือนงูเหลือมท้องผูกนั้นไปเบื้องหน้าสามี กระซิบกระซาบครุ่หนึ่งซุนเจียนก็หัวเราะอย่างชอบใจ

            “คุณชายเสิ่นพาลูกเช่อเข้าครัวไปทำบะหมี่นี้ด้วยตนเองหรือ? ฮ่าๆ ลูกพ่อยอดเยี่ยมนักสามารถรอบด้านจริงๆ”

            “ท่านพ่อชมเกินไปแล้ว ลุกเพียงอยากลองทำอะไรให้พวกท่านทานเท่านั้น” เด็กหนุ่มเก็บความภูมิอกภูมิใจด้วยรอยยิ้มมักน้อย หากเป็นคนรู้ที่มาที่ไปนั้นพากันถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            “เด็กดี ข้าซุนเจียนนับว่ามีวาสนาได้บุตรกตัญญู” กล่าวจบก็ยกชามขึ้นซนอย่างถึงอกถึงใจ โม่เสวียนกลอกตามองฟ้าไว้อาลัยขณะลอบยกนิ้วให้อีกฝ่ายว่าสมกับเป็นบิดาผู้ยิ่งใหญ่ ข้าล่ะนับถือท่านจริงๆ

            พรวดดด ไม่ทันไรเส้นก็ปลิวออกหน้าต่างไป “เอ่อ.. เมื่อครู่สำลักน่ะๆ”

            แค่ก.. อู๋ฟู่เหรินได้บะหมี่น้ำชามปกติที่โม่เสวียนทำละอายใจต่อสามีเล็กน้อยเมื่อพบแต่แรกว่าเส้นที่หนาเท่าหัวแม่โป้งนั้นลวกอย่างไรก็ไม่สุด ต่อให้สุกขอบเส้นรอบนอกก็เละเกินจะจับตัวอยู่ได้เสเปลี่ยนเรื่องก่อนบุตรชายจะรู้ทัน “คุณชายเสิ่น.. น้ำแกงกุ้งทะเลนี้ปรุงออกมาได้หอมยิ่ง ท่านใช้ไชเท้ากับอาหารทะเลแห้งต้มจนสุกแล้วกรองออก นี่เป็นวิธีปรุงแบบเจียงเยี่ยใช่ไหม? ในภายภาคหน้าลูกเช่อ ลูกเฉวียนคงได้เรียนรุ้จากท่านอีกมาก”

            “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ขอเพียงนายน้อยทั้งสองตั้งใจเรียนรู้ ไม่เกินหนึ่งเดือนพวกเขาสามารถปรุงออกมาได้ตามที่ท่านเอ่ยชม”

            “ดี! ตอนแรกข้าหาเพียงพี่เลี้ยงช่วยกล่อมเจ้าลูกลิงทั้งสองตัวนี้ ไม่นึกว่าหนเดียวได้ทั้งพี่เลี้ยงและอาจารย์ วาสนาจากฟ้าประทานผู้มากสามารถโดยแท้ ขอบคุณท่านมากคุณชายเสิ่น” ซุนเจียนรับผ้าจากภรรยามาซับปาก จากนั้นกลั้วน้ำชาล้างคอ ตนรอดมาได้ไม่มีเส้นหมี่ติดคอเป็นเคราะหรสของน้ำแกงช่วยชีวิตแท้ๆ

            “ท่านเจ้าเมืองกล่าวเกินไปแล้ว ตัวข้าเพียงบัณฑิตหาชื่อเสียงมิได้ ลำพังอยู่ในตระกูลก็ท่องลำนำถกปรัชญาไปวันๆ มาวันนี้ได้มีโอกาสสร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้าง ผู้ที่วาสนาดีควรเป็นข้าถึงจะถูก”

            ซุนเช่อเห็นอีกฝ่ายประสานมืออย่างถ่อมตัวเกิดผิดสำแดงอย่างไรไม่ทราบ สวนขึ้นมาว่า “จริงแท้แน่นอนท่านพ่อ ข้าเห็นเขาขลุกอยู่ในหอตำราทั้งวันไม่ยอมออกมาโดนแดดเลย”

            อุ๋ฟูเหรินพยักหน้าอย่างเข้าใจตัวแสบของนางคงตามรังควานพี่เลีย้งคนใหม่เป็น ประสาคนเป็นแม่รู้ทันแก้คำเสียใหม่ “วันๆ ลูกเช่อวิ่งเล่นไปทั่ว พาน้องพึงเอาอย่างคุณชายเสิ่นมานะใฝ่รู้ ร้อยศาสตร์เจนจบกว่าครึ่งล้วนอยู่ในตำรา เล่าเรียนให้มาก เจ้าอยู่ในวัยกำลังเติบใหญ่อีกไม่นานต้องสวมกวานแล้วเล่นให้น้อยลง”

            ฝั่งคุณชายผู้ถือตัวดูจะสลดลงเมื่อเจอกับคำของมารดา ตระกุลเสิ่นเข้มงวดกว่าที่นี่หลายเท่าตนเห้นว่าเขายังวัยเยาว์มีศรัทธาอยู่สิ่งหนึ่งเชื่อว่าทุกคนล้วนเคยเป้นเด็ก กล่าวช่วยเหลือสักประโยคคงไม่เป็นไร “ในเมื่อท่านเจ้าเมืองวางใจให้ข้าแนะนำสอนสั่งนายน้อยทั้งสอง.. เช่นนั้นเสิ่นโหม่วขอกล่าวสักประโยค การเล่าเรียนใฝ่รุ้นั้นไม่ผิด เฉกเช่นเดียวกันกับการที่เด็กน้อยให้ความสนใจกับการเล่นก็เป็นเพราะช่วงวัย เวลาวัยเยาว์ไม่อาจย้อนคืน ฝืนธรรมชาติมากเกินไปก็หาได้เกิดผลดี ต้องควบคู่ไปด้วยกัน”

            “อื้ม.. แนวคิดนี้คล้ายที่ข้าเคยแย้งกับท่านพ่ออยู๋หนครั้งยังเยาว์ คุณชายเชิญกล่าวต่อ” ซุนเจียนลุบเคราะพยักหน้า

            บุรุษชุดขาวเดินตรงเข้าไปหยิบยืมส้มหนึ่งผลในถาดออกมาวางลงไว้กลางฝ่ามือ

            “ขณะที่เล่นสามารถเรียนรู้ ขณะที่เรียนรู้ยังสามารถสนุกสนานไปพร้อมกันได้ ล้วนอยู่ที่ความสามารถของผู้สอนว่าจะใช้วิธีใด ยกตัวอย่างการปอกส้มผลนี้ ท่านจะจะใช้มือลอกเปลือกออกก็ไม่ผิด รึจะใช้มีดผ่าออก ให้ภรรยาของท่านเป็นคนลอกเปลือก ล้วนสามารถกระทำได้หมด ในเมื่อจุดประสงค์นั้นคือให้ได้เนื้อส้มด้านใน”

            อู่ฟูเหรินจิบน้ำชาฟังพลางจ้องที่ผลส้ม ความเชื่อที่นางได้รับจากลัทธิหยูและเต๋า คล้ายว่าไม่มีแนวคิดอย่างที่คนตรงหน้านั้นพูด แต่ในเมื่อเป็นสิง่ที่ตรงกับใจของสามี บางทีก็ไม่เสียหายถ้าจะลองตรองดูในเมื่อเป้นอนาคตของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสอง

            “กล่าวก็คือ.. ร้อยพันวิธีการบทสรุปอยู่ที่ผลลัพธิ์สุดท้าย ให้คุณชายทั้งสองเล่นอยู่ในจวนสิ่งที่พวกเขารับรู้กก็ไม่มากกว่ากำแพงสี่ด้าน หากท่านทั้งสองประสงค์ให้พวกเขากล้าแกร่ง เมื่อฝึกฝนจนมีทักษะพื้นฐานแล้ว.. ประสบการณ์จากโลกภายนอกจึงจะถือเป็นสิ่งจำเป็น คือสำนักศึกษาที่ใช้เวลาเล่าเรียนทั้งชีวิตอย่างแท้จริง”
           “อย่างนี้นี่เอง.. ความคิดของคุณชายเสิ่นแปลกใหม่ยิ่ง ข้ากับฟูเหรินจะลองนำไปพิจารณาอีกคราว” หลังส่งสายตาปรึกษากับสตรีผู้หนึ่งเดียวที่เข้าใจเข้ามากที่สุด ซุนเจียนยอมรับว่าเขาเองสนใจแนวคิดนี้ ลุกพยัคฆ์ย่อมเติบโตในป่า หาใช้ในกรง..

            ซุนเช่อเสียอีกที่สลับมองไปทางพี่เลี้ยงชุดขาวที ทางบิดามารดาทีก่อนจะก้มหน้าลงคล้ายครุ่นคิดบางสิ่ง เขาดูไม่ค่อยเป้นตัวของตนเองนัก

            ฝั่งของซุนเฉวียนน้อยดุจะมีความสุขที่สุด เพราะหลังจากโม่เสวียนทำบะหมี่เสร็จก็ไม่ลืมที่จะปรุงขนมซฺ่งเหรินโต้วฟูให้เขา เด็กน้อยตักเข้าปากคำนึง ฟังผู้ใหญ้สสนทนากันคำนึง ใครหันมาให้ก็ยิ้มแผล่รับ ดูน่ารักน่าเอ็นดู
                       
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบบะหมี่น้ำกุ้งทะเล
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกันกระดาษ
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบบะหมี่น้ำกุ้งทะเล
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบบะหมี่น้ำกุ้งทะเล
+25 ถ่ายทอดความรู้ ตัดกระดาษศิลป์
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
-5 คลั่งพบหัวดี
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +80
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบซิ่งเหรินโต้วฟู่
+25 ถ่ายทอดความรู้ การทำบะหมี่
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +115
(ไม่ต้องสืบซุนกวนคือลูกรัก♥)
+26
+65

+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x3 +90 โหด
หัวคลั่งพบหัวดี +10 คุณธรรม (เอามันออกไป๊ ป๊ายย)
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
x2 ความศรัทธา VIP


@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-17 23:58:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-19 20:25

โรลเชคชื่อวันที่ 17 สัปดาห์ที่ 1 (5)
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
-โรลทำงาน-
ลูกลิงตัวแสบหมายเลข 1

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

           “เมื่อครู่แทบไม่ได้กินเลยใช่ไหม ชามนี้เป็นพิเศษปรุงต่างจากชามอื่น. ลองดูสิว่าชอบรสแบบไหน” มือเรียวของอู่ม่านหยิบบะหมี่ตระกูลฟงออกมาจากกล่องอาหาร เห็นซุนเช่อเอาแต่จดจ่อกับการทำอาหารให้บิดามารดาได้ลองทานฝีมือตนแม้แต่กะเกียบยังไม่ยกขึ้นมาสักที

           “...จะขอบใจก็แล้วกัน” ได้กลิ่นหอมก็รู้แล้วว่าของอร่อย แม้ลึกๆ เขาจะพอใจอยู่มาก ทว่าไม่ทราบว่าด้วยเหตุใด เห็นหน้าอีกฝ่ายพอตนสบสายตาสีน้ำเงินครามแล้วก็รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก วาจาที่ใช้ออกมาจึงติดจะห้วนไปโดยปริยาย

           ภายหลังเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารร่วมกับตระกูลซุนก่อนที่อู๋ฟูเหรินจะได้ทันเก็บเด็กๆ ไปเข้าเรือนนอนนั้นคุณชายคนเล็กของบ้านกลับโพล่งขึ้นมาว่า “ท่านแม่ๆ คืนนี้ลูกขอไปนอนกับจิงเกอได้ไหมฮะ?”

            แปลกแล้ว เด็กน้อยที่เดิมทีร่ำร้องหาแต่มารดาแทบจะตัวติดนางตลอดมาวันนี้มีท่าทีเปลี่ยนไป อู๋ฟูเหรินชำเลืองมองทางคุณชายเสิ่นอย่างกึ่งไม่ตั้งใจฝ่ายนั้นก็ดูจะงุนงงเช่นกัน

            “หืม.. เฉวียนเอ๋อร์ไม่อยากนอนกับแม่แล้วหรือ?” ด้วยคำถามนี้แม้แต่เจ้าบ้านอย่างซุนเจียนเองก็ยังรั้งเท้ารอฟังคำตอบ

            “เปล่าฮะ…” ซุนเฉวียนน้อยแก้มกลมขมวดคิ้วเมื่อพบว่าการจะอธิบายสิ่งีท่เขาคิดออกมาโดยที่ให้พวกผู้ใหญ่เข้าใจเป้นเรื่องีท่ยากสำหรับเด็กห้าหนาว หันซ้ายหันขวาอยู่พักหนึ่งจึงพูดออกมาด้วยเสียงเจื้อยแจ้วตรงๆ

          “ที่ท่านแม่นอนกับลูกเพราะลูกเหงา ท่านพ่อต้องนอนคนเดียวมานานคงจะเหงาเหมือนกัน ต้าเกอโตแล้วมีห้องของตัวเอง.. ตอนนี้ถ้ามีจิงเกอนอนด้วย ท่านพ่อก็ไม่ต้องเหงาเพราะมีท่านแม่ไปอยู่เป็นเพื่อน”  
            คุณชายรองได้ยินบ่าวไพร่พูดกันว่าหลายวันมานี้ท่านแม่มัวแต่ดูเขาจนไม่มีเวลาให้ท่านพ่อ อนาคตท่านพ่ออาจพา ‘หญิงสาวคนอื่น’ เข้ามาบ้าน ถึงตอนนั้นก็จับใจความไม่ได้ศัพท์รู้แค่ว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อตัวเขากับท่านแม่แน่ๆ เอาเถอะ แค่คืนเดียวตนจะยอมแบ่งท่านแม่ให้ยืม!

            “แค่ก..” ผู้ใหญ่ทั้งสามคนในบ้านแทบจะสำลักอากาศไปพร้อมๆ กัน จะกล่าวว่าเด็กน้อยได้อย่างไร ดูแววตาเดียงสาคงจะพูดออกมาเพราะห่วงใยบิดานั่นแล

            “ลูกเฉวียนช่างห่วงใยพ่อนัก อื้มๆ” บุตรรุ้งานผู้เป็นบิดาแทบจะเก็บความปลื้มปริ่มนี้ไว้ไม่อยู่ ตลอดทั้งสัปดาห์ภรรยาตนเอาแต่เฝ้าลูกทั้งสองจนแทบลืมเขาที่เป็นสามีไปแล้ว เห็นทีคืนนี้ต้องไม่ให้เสียความตั้งใจของเด็ก…

            เห็นท่าทางพออกพอใจหมายมาดของสามีอู๋ฟูเหรินสองแก้มนวลเปลีย่นสี กลับขมวดคิ้วเอ่ยตำหนิเสียงดุอย่างไม่ค่อยเข้ากันนักออกมา มือเตรียมคว้าลูกชายคนเล็กไว้แนบอก

            “ท่านพี่นี่ล่ะก็.. เจ้ารอง ไปรบกวนคุณชายเสิ่นแบบนั้นเกรงว่าไม่เหมาะนะลูก”

            “ห้องกว้างเพียงนั้นเด็กเพียงคนเดียวไม่ถือเป็นการรบกวนๆ คืนนี้ฟูเหรินดูแลท่านเจ้าเมืองเถิด อย่าให้เสียความตั้งใจของคุณชายน้อยเลย” โม่เสวียนหยีตากล่าวอย่างอ่อนใจ ในเมื่อถูกส่งไม้ต่อมาขนาดนี้ตนจะไปขัดเรื่องดีๆ ในครอบครัวดขาได้หรือ? สองมือหยิบเอาปูนึ่งอีกถาดส่งให้สองสามีภรรยาเผื่อไปทำกับแกล้มชมจันทร์ร่ำสุราตามประสาคู่รักในคืนนี้

            ถือโอกาศสร้างศรัทธาในใจอีกฝ่ายไปเสียเลย “คนในครอบครัวมีใจห่วงใยรักใคร่ แม้แต่บุตรท่านเจ้าเมืองซุนทำเป็นตัวอย่างให้ประชาชนได้เห็น น่านับถือยิ่ง”

           “เรื่องนี้ลูกเฉวียนเอาแต่ใจ ทำให้ขายหน้าแล้วจริงๆ”

            เห็นอีกฝ่ายรับไปแล้วกล่าวอย่างรอมชอมเกรงอกเกรงใจ ซุนฟูเหรินนั้นหน้าบางสมเป็นกุลสตรีจนผู้แซ่เสิ่นเพียงยิ้มรับ “ฟูเหรินโปรดวางใจเถิด ปกติแล้วทำสิ่งใดต้องทำอย่างจริงจัง ใส่ใจทุกมิติ ในเมื่อเสิ่นโหม่วรับปากแล้วการดูแลคุณชายรองก็ถือเป็นความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน”
                       
            วาทะศิลป์เป็นหลักพิชัยยุทธ์อีกแล้ว…

            ปัดเป็นงานเป็นการไปเสียก็นับว่าฉลาดในการใช้อุบายผ่อนความหนักใจของพ่อแม่ทั้งสองลงไปได้ ซุนเฉวียนน้อยเมื่อมารดาพยักหน้าอนุญาตก็วิ่งเข้ามาจับจูงมือของพี่จิงให้ตามเขาออกไปยังเรือนพักจึงไม่มีใครทันได้สังเกตซุนเช่อ

            เด็กหนุ่มยกนิ้วโป้งถูปลายคางราวกับวางแผนการในใจ เขาแสยะยิ้มลอบไปเตรียมบางสิ่งรอรับน้องชายและพี่เลี้ยงคนใหม่

            เมื่อล่วงถึงยังเรือนพักโม่เสวียนเพียงให้คนเตรียมน้ำอุ่นสองถังอุ้มเจ้าเด็กตัวน้อยที่ถึงเขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องในจวนผู้อื่นขึ้นมาแล้วดีดเบาๆ บนหน้าผากน้อย “หนหน้า หากจะทำแบบนี้อีกต้องบอกข้าล่วงหน้านะรู้ไหม”

            ซุนเฉวียนน้อยคลำหน้าผากป้อยๆ เบ้ปาก “ข้าแค่ยากให้ท่านแม่มีเวลาพักผ่อนบ้าง…”

            ช่วยแม่เจ้า ลำบากผู้อื่นน่ะสิ!!

            “....เอาเถิด เวลาไม่ช้าแล้วอาบน้ำเตรียมเข้านอนแต่หัววัน” กล่าวยังไม่ทันจบประโยคมือน้อยก็กระตุกแขนเสื้ออีกหน “มีอันใดหรือเจ้าแก้มกลม?”

            “จิงเกอท่านเก็บซิ่งเหรินโต้วฟูไว้อีกจานใช่ไหม ขอเฉวียนเอ๋อห์ได้รึเปล่า?”

           พูดแล้วก็แลบลิ้นแผล่ เด็กน้อยเป็นพวกสายตาเหยี่ยวจับสังเกตเก่งโดยเฉาะกับของชอบรึหากเป็นสิ่งที่เขาสนใจไม่เคยปล่อยให้เล็ดรอด รู้แม้กระทั่งอีกฝ่ายแอบเก็บไว้ตรงไหนแต่ด้วยความที่มารดาสอนมาอย่างดีอยากได้อะไรต้องขอเสียก่อน

            ตกลงขอมานอนกับเขาเพราะของกินสินะ… ร่างเพรียววางเด็กน้อยลงก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

            “...เมื่อครู่เจ้ากินไม่อิ่มหรือ? เอาเถิด.. ได้อีกแค่ถ้วยเดียวนะ อย่าบอกใครล่ะ”

            ใจอ่อนกับแววตาใสๆ ที่จ้องมองมาช่างออดอ้อนนัก โม่เสวียนคิดว่าเขาฝืนต้านการโจมตีไปก็เปล่าประโยชน์อีกฝ่ายเป็นแค่เด็กอยู่ในวัยกำลังเติบโต ใช้พลังงานมาทั้งวันจะกินมากสักหน่อยก็ไม่เกิดผลเสีย มือเรียวเปิดกล่องอาหารหยิบเอของหวานที่ยังคงกลิ่นหอมเอาไว้ออกมา ปล่อยให้เด็กน้อยตักกินอย่างเอร็ดอร่อยพลางๆ ส่วนตัวเขาเห็นว่าน้ำร้อนมาแล้วได้หนึ่งอ่างใหญ่ก็เริ่มปรุงสมุนไพรอาบเช่นที่เคยทำ

            บุรุษโดยมากไม่นิยมโรยบุปผาขณะอาบน้ำ สตรีโดยมากก็ไม่ชอบสมุนไพรแช่ตัวยาบำรุงพลังกาย น้ำอาบของโม่เสวียนแตกต่างจากสองสิ่งที่กล่าวมา เขานำน้ำมันกุหลาบหยดลงไปเล็กน้อยตามด้วยใบชาขาวหนึ่งหยิบมือ กลิ่นหอมอันสดชื่นก็กำจายไปทั่วทั้งห้อง มิได้หวานเลี่ยนแต่กลับปลอดโปร่งเหมือนอย่างตัวเขา

            “หอมจัง.. กลิ่นเหมือนจิงเกอเลย” ซุนเฉวียนกินขนมจนอิ่มก็เดินลิ่วมาเกาะยังขอบอ่าง ที่ข้างแก้มมีหยดน้ำผึ้งเลอะอยู่ดูมอมแมม

            “นอกจากหอมแล้ว น้ำมันกุหลาบยังช่วยบำรุงเลือดลม เสริมความแข็งแรงของเล็บ ทำให้ผิวพรรณดีไม่แห้งกร้านอีกด้วย.. ที่ข้าใส่ใบชาขาวก็เพื่อสรรพคุณล้างพิษของมันเช่นกัน”

            ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในห้องพับแขนเสื้อขึ้น หยิบผ้าผืนละเอียดขึ้นมาชุบน้ำซับลงแก้มกลมๆ นั้นจนสะอาดเกลี้ยงเกลา แต่ละสัมผัสกะแรงอย่างพอดีทั้งยังอ่อนโยนจนเด็กน้อยยอมเชื่อฟังอยู่นิ่งๆ แม้จะโดนบีบแก้มในตอนท้ายก็ไม่ขัดขืน

            “อาบน้ำได้แล้วเด็กน้อย” ด้วยความไม่คิดมากเขาแบ่งน้ำออกมาเป็นอีกหนึ่งถังเล็ก หากใช้ถังใบสำหรับผู้ใหญ่ประเดี๋ยวเสี่ยวซุนจะจมน้ำเอาได้

            การอาบน้ำให้เด็กอาจจะเป็นหนแรกก้จริง ทว่าในอดีตคุณชายเสิ่นเคยทั้งอาบน้ำลูกม้า ช่วยบิดาทำคลอดสตรีมาแล้วคิดว่าไม่ต่างกันมากกับการล้างตัวให้ทารก สองมือจึงเคลือ่นไหวอย่างคล่องแคล่ว ใช้ใยขัดตัวลูบไปตามร่างเล็กๆ จนครบทุกซอกทุกมุม มีบ้างที่วักน้ำขึ้นล้างฟองของสมุนไพร ไม่เพียงเท่านั้นยังนำน้ำแช่เหอโส่วอูมาสระผมให้แก่เด็กน้อยบำรุงเส้นผมจนนิ่มสลวยและเงางาม

            จนแต่งตัวให้อีกฝ่ายอยุ่ในชุดนอนเรียบร้อย อุ้มไปวางไว้บนเตียงเสร็จก็ถึงคราวตนเองดึม่านลงปิดกั้นสายตาเอาไว้ “ถ้าหากรอไม่ไหวก็หลับได้เลย”

            “อื้อ!” ซุนเฉวียนนอนกลิ้งกอดหมอนอยู่บนเตียง สบายไปทั้งตัวหลังอาบน้ำ เขาสะลึมสะลือได้ที่จึงไม่ทันมองเงาร่างหลังม่านที่เมื่อปลดอาภรณ์หลวมโพรกลงไปแล้วจะมีสัดส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างปิดหูผิดตา

            เพราะคืนนี้ตนไม่ได้อยู่ในเรือนพักเพียงลำพังจึงชำระกายเปลี่ยนเสื้อไวกว่าปกติ สายลมราตรีแห่งฉางซาคล้ายจะเย็นฉ่ำกว่าทุกวันยามก้าวมาถึงข้างเตียงก็พบว่าเด็กน้อยขดตัวกึ่งกลับกึ่งตื่น ร่างสูงคลี่ผืนผ้าห่มออกช้อนอีกฝ่ายขึ้นมาให้หนุนหมอนนอนดีๆ  หลังห่มผ้าให้และเตรียมจะเข้านอนในคืนนี้ อยู่ดีๆ ผู้ที่เข้าใจว่าหลับไปแล้วก็พลิกมาซุกกอดเขาราวกับเคยชิน

            “...เสี่ยวซุน นอนดีดี” โม่เสวียนแต่เล้กจนโตเพราะตกอยู่ในสถานะประหลาดจึงไม่เคยให้ใครเข้าใกล้ชิดในระดับนี้มาก่อน มือเรียวแกะแขนน้อยยกออก แต่ไม่ถึงอึดใจเจ้าตัวเล็กก็รวบยึดแขนเขาต่างหมอนข้าง

            “เฮ้อ…” อย่าถือสาคนหลับ ท่องไว้ๆ อย่างไรอีกฝ่ายเพียงแค่เด็กน้อย คงไม่เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง

            เมื่อบรรยากาศในห้องสงัดเงียบลงเขากำลังจะเคลิ้มหลับทันใดนั้นก็มีเสียงจากหน้าต่างเหมือนโดนบางสิ่งปากระแทกอย่างแรง

            โมเสวียนเดิมทีก็นอนระวังตัวไม่รอให้มีหนที่สองก็ผุดลุกขึ้นมาสำรวจดูแล้ว เขาเห็นว่าเป็นก้อนหินก็ขมวดคิ้วเบาๆ เมื่อด้านนอกหน้าต่างเหมือนจะไม่มีใครอยู่ ยังไม่ทันคิดอ่านอะไรมากนัก เมื่อคนข้างกายลุกออกมาอย่างกระทันหัน ซุนเฉวียนน้อยที่ยังไม่ทันหลับสนิทดีก็เดินอุ้มหมอนตาปรือตามมายืนอยู่ด้านข้างพี่เลี้ยงตน

            “มีอะไรหรอฮะ? จิงเกอนอนไม่หลับหรอ?”

            “...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกเจ้ากลับไปนอนต่อเถอะ” คิดแล้วในจวนเจ้าเมืองมีเวรยามอยู่โดยรอบ คงไม่มีใครที่สิ้นคิดขนาดเข้ามาทำร้ายบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน โม่เสวียนเรียกให้เด็กน้อยกลับไปพักผ่อนจนไม่ทันได้สังเกตว่าที่ด้านหลังมีเงาดำพาดยาวลงมาจากหน้าต่าง

            ดวงตาสีเหลืองเรืองแสงในความมืดอสรพิษเลือดเย็นแล่บลิ้นยาวออกมาสัมผัสอากาศ ด้วยขนาดตัวเขื่องเท่าเสาคานจึงเลื้อยได้เงอะงะงุ่มง่าม ถึงอย่างนั้นก็สามารถข่มขวัญคนที่พบเห็นได้เป็นอย่างดี

            “น..นั่นมัน งู!! อ๊าาา” ซุนเซวียนน้อยมองเห็นก่อนใครหลังยืนตัวแข็งไปสองอึดใจก็โยนหมอนในมือทิ้งวิ่งพล่านชนข้าวชนของไปทั่วห้อง

            “เสีย่วชุน! อยุ่นิ่งๆ ก่อน มีงูที่ใดกัน.. เอ๊ะ”

            เห็นแล้ว! ตัวใหญ่มากด้วย ไม่แปลกที่เด็กจะตื่นตกใจร้องไห้จ้าขนาดนั้น โม่เสวียนสุดหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่ออสรพิษเลื้อยเข้ามาชูคอมองนางอย่างสงสัย ไมไ่ด้การ! คุณชายน้อยยังอยู่ในห้อง เขารีบคว้าผ้าห่มข้างตัวโยนไปคลุมหัวมันเอาไว้แล้วอาศัยจังหวะที่เจ้างูใหญ่ส่ายหัวไปมาอาละวาดวิ่งไปทางเด็กน้อย

            ทำไมเผลอแว่บเดียวซุนเฉวียนปีนขึ้นไปหลบบนตู้แล้วล่ะ!!

            “เสี่ยวซุนไม่เป็นไร ไม่ร้องนะ มาทางนี้เร็ว!”

            “ฮือ.. จิงเกอ ข้ากลัว!!” เด็กน้อยกลัวจนตัวสั่นน้ำตาหยดแหมะก่อนจะพบว่ยามขึ้นนั้นง่าย ยามจะลงไปก็ทำไม่ได้แล้ว  

            “เจ้าเชื่อข้าไหม? โดดลงมาได้เลยข้าจะรับเจ้าไว้เอง” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวกล่าวเพิ่มความมั่นใจ เนตรสีไพลินจดจ้องแน่วแน่หากว่าตนเผยความหวั่นไหวแม้เพียงนิดจะส่งผลถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย

            “ฮื้อ!!” ซุนเฉวียนทำใจอยุ่นาน ด้วยความสูงระดับนี้เป็นเรื่องยากสำหรับเด็กที่ยังเอาชนะความกลัวลำบาก เขาหลับตาปี๋ขณะทิ้งตัวลงมาจากบนตู้ เสียงหวีดร้องสั้นๆ ตามมาด้วยเสียงบางอย่างกระแทกดังๆ ร่างเพรียวสะท้านไปอึดใจหนึ่งทะยานกายขึ้นม้วนรับเด็กน้อยเอาไว้

            ซุนเฉวียนเคว้งอยู่กลางอากาศก่อนจะพบอ้อมแขนที่เล็กทว่าแกร่งพอจะรองรับตนเอาไว้ ไออุ่นกับกลิ่นสงบใจของอีกฝ่ายพร้อมทั้งลูบปลอบแผ่วเบา ก้อนข้าวเหนียวน้อยซุกเขาตัวสั่นราวลูกนก หลับตาปี๋เมื่อเสียงฟาดหางโผงผางของเจ้างูใหญ่อยู่ไม่ไกล

            “ข้าไม่ได้นำอาวุธติดมือมาด้วยคราวนี้ประมาทไปหน่อย เราออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ” โมเสวียนคิดอาศัยเสียงของเด็กน้อยเชื่อว่าจะบิดามารดาหรือเหล่าคนรับใช้คงได้ยินและเร่งรุดมาทางนี้ในเวลาไม่นาน เขากระซิบสั่งเด็กน้อย “เสี่ยวซุนอีกเดี๋ยวร้องดังๆ ว่ามีคนร้าย!”

            “ฮึก.. ได้.. มีคนร้าย!!!”

            ช่วยด้วยมีงูตัวเขื่องอยู่ในห้อง!! ตะโกนไปแบบนี้คนคงหนีมากกว่าวิ่งมาช่วย  

            เพียงไม่นานจวนเจ้าเมืองฉางซาก็เต้มไปด้วยคบเพลิงที่ทุกจุดขึ้นกลางดึกอย่างอึกทึกครึกโครม ทั้งซุนเจียนและภรรยาในชุดนอนรีบเร่งมาที่ด้านหน้าเรือนพักตามรายงานของบ่าวรับใช้โดยไว อู๋ฟูเหรินเมื่อพบว่าคุณชายเสิ่นกำลังนั่งอยู่ตรงชานบันไดเรือนโดยมีลูกชายคนเล้กของตนซุกอยู่บนบ่าโดยไร้รอยขีดข่วนค่อยโล่งใจ

            “ลูกเฉวียนเป็นอย่างไรบ้าง? ใครปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในจวนข้า!” เด็กน้อยพอเห็นมารดาก็ลงจากตักพี่เลี้ยงรีบวิ่งไปหา

            ทว่าก็โล่งใจได้ไม่นานนัก.. กลิ่นคาวเลือดจางๆ สายหนึ่งสำหรับซุนเจียนผู้ที่คุ้นเคยกับศึกสงครามดี เขาแค่เห็นชุดนอนสีขาวสะอาดบนร่างของคุณชายเสิ่นเกิดริ้วแดงขึ้นก็รุ้แน่ชัดว่าบาดเจ็บ ท่ามกลางความมืดเวลาที่เขารับตัวเด็กน้อยจึงไม่ทันเห็นว่ามุมของตู้มีเหลี่ยมโลหะอยู่ยามกระแทกจึงถูกบาดบริเวณต้นแขนซ้ายจนได้เลือด

            แขกบาดเจ็บในเรือนพักนับเป็นเรื่องใหญ่ ตัวเขาผู้เป็นเจ้าเมืองฉางซารู้ถึงไหนอายถึงนั่นขายหน้ายิ่งนัก “ข้าจะให้คำอธิบายเรื่องนี้ต่อคุณชายเสิ่นอย่างแน่นอน ไปตามหมอมา.. เร็ว!”

            บ่าวรับใช้ทำงานโดยไวเจ้านายเกิดโทสะจนหนวดกระดิก มีอย่างที่ไหนตนกำลังใช้เวลากับภรรยา เพียงแค่เห็นเจ้างูตัวนั้นก็คาดเดาได้ถึงผู้ลงมือเจ็ดแปดส่วน ูซนเฉวียนปวดเศียรเวียนกล้า.. ครานี้เป็นตนให้ท้ายทายาทจนเกินพอดี

            พยัคฆ์แห่งแดนใต้คำรามลั่น “เจ้าตัวดี ยังไม่รีบออกมาอีก!!”

            “ท..ท่านพ่อ ลูกผิดไปแล้ว!” หลังพุ่มไม้มีเงาของใครบางคนสะดุ้งเฮือกก่อนจะเดินคอตกออกมาคุกเข่าลงกับพื้นข้างกายบิดา เจ้างูตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่ท่านพ่อจับมาให้เมื่อหลายวันก่อน เดิมทีเขาคิดแค่แกล้งคนชายผู้นั้นกับน้องเล็กให้ตกใจเล่นนึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

            “รู้ความผิดของตนเองรึไม่? เห็นข้าผู้นี้เป็นอะไร... เจ้าขอขมาผิดคนแล้ว..”

            ซุนเช่อใบหน้าเปลี่ยนสีหนนี้เป็นครั้งแรกที่บิดาเย็นชากับเขายิ่งนัก ดูท่าเรื่องนี้คงร้ายแรงกว่าที่คิด

            คราวนี้แม้แต่ฟูเหรินที่มักจะเข้าข้างบุตรชายตนก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือต้านทานแรงโทสะสามีแล้ว นางกอดลูกคนเล็กปลอบขวัญ ท่ากลางบรรยากาศมาคุชวนกระอักกระอ่วนใจ เจ้าของนามโม่เสวียนกลับเอ่ยอย่างราบเรียบขึ้นว่า

            "หากพวกท่านทั้งสองไม่ว่าอันใด ข้าขอสนทนากับคุณชายใหญ่เป็นการส่วนตัวได้รึไม่..."
           
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูนึ่ง
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบปูนึ่ง
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบบะหมี่ตระกูลฟง
+25 ถ่ายทอดความรู้ ความห่วงใยในครอบครัว
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
+?? จากอิเว้นท์เด่กผีย์แกล้งคน
รวม +85+??
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบซิ่งเหรินโต้วฟู่
+25 ถ่ายทอดความรู้ ไม่ประมาททุกเวลาเมื่อในบ้านมีคนอย่างพี่เจ้า
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+?? อิเว้นท์เด่กนอนด้วย
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +115+??
+26
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
(นักวิชาการ)
+15% เมื่อโรลเพลย์เก็บเกี่ยวทรัพยากร หรือ เพิ่มประชากร
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x4 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
+50 ต่อวัน โรลเผยแพร่ศาสนา
x2 ความศรัทธา VIP




@Watcher
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-18 23:20:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-21 23:35

-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
-โรลทำงาน-
สั่งสอนอย่างส่งเสริม
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

           “เสี่ยวซุน.. ฟังข้านะ” น้ำเสียงอันมั่นคงตรงเข้าปลอดเด็กน้อยวัยห้าหนาวที่ยังคงเสียขวัญในอ้อมอกมารดา มือข้างที่ไมไ่ด้บาดเจ็บยกลูบศรีษะทุยที่สั่นเทาไปมา ถ้อยคำที่เอ่ยออกลบล้างความเชื่อเดิมที่เคยมี

           “ความกลัวเป็นเพียงสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง จินตนาการในหัวเป็นเพียงมายาที่หลอกให้เราไม่กล้าที่จะลงมือทำสิ่งใดต่อไป มันไม่มีตัวตน ไม่มีอยู่จริง.. เราสามารถหลีกเลี่ยงที่จะ ‘ไม่กลัว’ ได้ แต่อย่าเข้าใจผิด อันตรายนั้นคือของจริง เมื่อพบเข้ากับอันตรายจงหาวิธีหลบเลี่ยงและช่วยเหลือตนเอง”

           “การปล่อยให้ความกลัวครอบงำนั้น.. ไม่เคยเกิดประโยชน์ที่ดีแก่ใครเลย”

           “ฮึก.. ข้าไม่กลัว ไม่กลัวแล้ว” หัตถ์ที่ลูบลงเหนือกลุ่มผมสีอ่อนของเด็กน้อยนั้นอ่อนโยนยิ่ง ยามที่ปลอบขวัญขณะเดียวกันก็ให้ความเอาใจใส่ เสี่ยวเฉวียนน้อยแม้จะอ่อนวัยหากทว่าก็เฉลียวฉลาดยิ่งนัก เขาฟังเข้าใจจึงพยายามกลั้นน้ำตาเม็ดใสเอ่ยเสียงเครืออย่างสุดความสามารถเป็นที่เอ็นดูระคนเอาใจช่วยของทั้งมารดาและคนรอบกาย

           “เด็กดี ให้ขนมเป็นรางวัลนะ ค่อยๆ เคี้ยวล่ะ” โม่เสวียนนำขนมชิงถวนออกจากกล่องพร้อมชากงอี้ฮวาอีกหนึ่งกาให้ฟูเหรินแบ่งกันกับบุตรชายดื่มขับไล่ไอเย็น

           “เสิ่นเซียนเซิง(ผู้รู้แซ่เสิ่น) ข้าต้องขอโทษและขอบคุณท่านแทนบุตรชายทั้งสองด้วย เรื่องในวันนี้นับว่าได้เห็นทั้งน้ำใจและความเสียสละของท่าน วันหน้าตราบใดที่ท่านอยู่ในฉางซานานขึ้นอีกหนึ่งวันคนตระกูลซุนจะไม่ปล่อยให้ท่านถูกรังแกแม้แต่วันเดียว”

           อู๋ฟูเหรินกล่าวอย่างหนักแน่น ตนได้ฟังจากเฉวียนเอ๋อร์แล้ว ดูเหมือนบาดแผลเหนือร่างของคุณชายจะมาจากการช่วยบุตรน้อยของตนเอาไว้อย่างคับขัน มือที่รับน้ำชานั้นตบกลับลงหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ ให้คำมั่นแม้เขาจะปฎิเสธตนก็คิดจะทำตามที่พูดอยู่ดี

           ค่ำคืนแห่งความวุ่นวายคบเพลิงรอบกายทำให้จวนเจ้าเมืองยามนีสว่างสไวดุจกลางวัน เสิ่นโม่เสวียนฟังบ่าวรับใช้ของคุณชายใหญ่ที่อธิบายเจ้าเมืองฉางซาตั้งแต่ความคิด ‘กลั่นแกล้ง’ ไปจนถึงการลงมือกระทำจริงเรียกได้ว่าพยานพร้อม หลังฐานครบครัน เปลือกตางามหรุบลงต่ำ ครานี้ตนมีใจจะช่วยก็เห็นทีจะยาก

           ถึงอย่างนั้นก็ยังเข้าใจถึงสายตาวิงวอนกลายๆ ให้ช่วยออกหน้าของอู๋ฟูเหรินทางนั้นอยู่ดี เกรงว่ายามโทสะของสามีนางลุถึงจุดนึ่งกระทั่งบุตรในอุทรยังสามารถจับถลกหนังได้หากมีเหตุอันสมควร

           “ดูสิ! แม้แต่น้องชายของเจ้ายังพลอยได้รับเคราะห์ไปด้วยจะแก้ตัวอย่างไร”

           “ท่านพ่อ.. ลูกโง่เขลาเอง ทำร้ายน้องรองกับคุณชายเสิ่น…” ซุนเช่อผมเผ้าหลุดรุ่ยออกจากกวานยิ่งมายิ่งก้มใบหน้าลงต่ำ ความรู้สึกผิดระคนตกใจทำเอาขอบตาแดงก่ำไปหมด

           “เจ้าลูกไม่รักดี! วันๆ รู้จักแต่เล่นพิเรนท์ ในเมื่อข้าอบรมแล้วไม่รู้จักฟัง.. ทหารมาเอาตัวคุณชายใหญ่ไป! เจ็ดวันนี้ทบทวนความผิดห้ามมิให้ออกจากศาลบรรพชนสักครึ่งก้าว วิญญาณบรรพบุรุษจะอบรมเจ้าเอง”

           นั่นปะไร… กักบริเวณแล้วตามด้วยอดข้าวอดน้ำ ดุจะเป็นกฎบ้านที่แพร่หลายในยุคนี้ สำหรับผู้ที่เคยลิ้มลองบทลงโทษคล้ายคลึงกันมาก่อนเช่นโม่เสวียนแม้จะถูกกลั่นแกล้งจนบาดเจ็บ เขาก็ยังรู้สึกเวทนาเจ้าเด็กที่คุกเข่าแล้วเซเพราะคำของบิดาอยู่ตรงหน้าขึ้นมาอึดใจหนึ่ง
            
           “ท่านเจ้าเมืองมิจำเป็นต้องตามหมอให้วุ่นวาย…” ผู้เป็นแขกเอ่ยเบียงความสนใจ เหล่าทหารที่ก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าวตามคำสั่งของผู้เป็นนายยังหยุดชะงัก “ตัวข้า.. ก็คือหมอ”

           เขาสามารถรักษาตนเองได้โดยเฉพาะกับบาดแผลเล็กๆ พรรค์นี้ หลังเอ่ยยับยั่งตามที่ตั้งใจแล้วยังได้ส่งสายตาคู่ครามไปทวงถามสิ่งที่ตนร้องขอก่อนหน้า ทำเอาซุนเจียนนั้นจำต้องปล่อยตัวบุตรชายไปก่อนชั่วคราว เขาส่งมอบกล่องสุราแทนสินน้ำใจ “ข้าต้องขออภัยแทนบุตรชายไม่รู้ความอีกครั้ง เช่นนั้นทุกอย่างก็ทำตามประสงค์ของคุณชายเสิ่น”

           โม่เสวียนไม่กล้ารับของเปล่าๆ จึงส่งมอบปูแช่เหล้าคืนไปด้วย ทำไมตนจะไม่รู้ เสือร้ายยังไม่กินลุกตนเอง ยิ่งแสดงความเด็ดขาดดุดันต่อหน้าคนนอก ที่แท้แล้วเจ้าเมืองฉางซาคงจะรักและห่วงใยบุตรชายคนโตยิ่งนัก

           หลังได้รับการพยักหน้าแกมดุของบิดาซุนเช่อเดินคอตกตามหลังโม่เสวียนไป เมื่ออยู่ตามลำพังจากที่ก้มหน้า ได้ยินเสียงผ้าเสียดสีกันหลายหนตามด้วยเสียงดึงเงยหน้าขึ้นค่อยพบว่าบาดแผลถูกระงับเลือดแล้ว

           “เจ้าเกลียดข้าหรือ” คำนี้โม่เสวียนถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เนตรคู่ครามใสจ้องสบกลับมาตรงๆ ไม่เว้นช่องให้เขาทันตั้งตัว

           “ป..เปล่า! ไม่ใช่…”

           “ปากกล่าวว่าไม่ แล้วเพราะเหตุใดจึงให้ร้ายข้า ทำร้ายข้า หวาดระแวงในตัวข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

           เมื่อถูกถามจี้เข้าตรงประเด็นซุนเช่อเองก็ตอบไม่ถูกเช่นกัน เด็กหนุ่มทราบเพียงว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ที่บิดาส่งมาเพื่อดูแลตนและน้องช่าย นั่นหมานความว่าอย่างไร? ท่านพ่อเริ่มมีเวลาให้ตนน้อยลงหรืออีกฝ่ายมีดีอย่างไรจึงสามารถสอนสั่งอบรมพวกเขาได้?

           รึแท้จริงแล้วเหตุผลของเด็กหนุ่มสายเลือดพยัคฆ์หาได้ซับซ้อนถึงเพียงนั้น.. นับแต่วันแรกที่บุคคลตรงหน้าปรากฎตัว เขาเองยอมรับว่าเห็นอีกฝ่ายแล้วรู้สึกต่อต้านโดยไร้สาเหตุ นั่นก็ไม่ถูกอีก! คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกับคุณชายเสิ่นก็พบว่านิสัยใจคอของคนผู้นี้มิได้น่ารังเกียจ ตนก็พูดไม่ถูกว่าทำไม ที่ผ่านมาอยุ่ในฐานะที่รอบข้างหมุนรอบตนเอง การมีอยู่ของ ‘แขก’ ที่ทำอะไรก็ไม่ได้สนว่าต้องเอาอกเอาใจเขา เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยคุ้นชินนัก

           “ข้า.. ข้าก็แค่..” สมองเขาว่างเปล่า มีก็แต่ความคัยข้องในลำคอ นั่นสิ.. เป้นเพราะอะไร ทำไมเขาต้องรู้สึกว่ารอยยิ้มปลอดโปร่งของอีกฝ่ายเห็นแล้วอดไม่ได้ต้องทำอะไรสักอย่าง

           “ในเมื่อไม่เกลียด เช่นนั้นอยากสนิทกับข้าหรือ” โม่เสวียนตีกระทบต่ออีกทอดหยักรอยยิ้มซ่อนกลอุบาย

           “.......พูดบ้าอะไรน่ะ ใครจะสนเรื่องนั้นกัน!! ข้าน่ะไม่..” ปฎิเสธยังไม่ทันขาดคำก็เงียบลงไปอีก หรือว่าฝั่งนั้นจะพูดถูก? ทำไมตนถึงยิ่งฟังยิ่งร้อนรนแบบนี้ล่ะ

           “ใครใช้ให้เจ้าทำตัวน่าหมั่นใส้เองล่ะ!!” โพล่งออกไปคล้ายการพยศหนสุดท้ายก่อนจะรู้สึกว่าตนไม่ควรพูดรุนแรงขนาดนั้นยังเผลอเหลืบมองไปยังอีกฝ่าย

           “บางที.. ที่ผ่านมาคงไม่เคยมีใครอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมพอจะสอนเจ้ามาก่อนจึงไม่รู้ว่าควรปฎิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร เอาเถิด ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสาเห็นแก่ที่เจ้ายังอายุน้อยไม่เข้าใจความคิดของตนเองมากพอ” ริมฝีปากสีอ่อนยามที่ขยับใช้น้ำเสียงราวสอนสั่งเมื่อพูดแล้วยกมือข้างหนึ่งแตะลงบนบ่าของอีกฝ่าย พลางคิดว่าอายุเพียงสิบสองหนาวก็สูงขนาดนี้.. ในนาคตตนคงตามไม่ทันเป็นแน่

           “หากว่าเจ้าต้องการมิตรสหาย พึงปฎิบัติต่ออีกฝ่ายด้วยความจริงใจและเคารพนั้นไม่พอ สิ่งไหนที่เจ้าไม่ชอบให้ใครมาทำต่อตนเอง ก็อย่าได้กระทำต่อผู้อื่น..”

           ต่อให้เป็นคนเขลาเพียงไหนถูกพูดต่อหน้าแบบนี้ยังมีใจรักดีอยู่ก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่าตนพลาดไปที่จุดใด ซุนเช่อหรุบสายตาลงมองยังเรียวนิ้วขาวเหนือบ่าตน มันทั้งซีดราวกับหิมะ ได้ยินจากท่านพ่อว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บเพียงเพราะการกลั่นแกล้งอันโม่คิดหน้าคิดหลังของตน ในลำคอเอ่ยเสียงเบาออกมา

          “...ขอโทษ” กล่าวจบก็หันหน้าไปอีกทาง หากเปลี่ยนเป็นเวลาอื่นเขาสามารถตะโกนออกไปดังๆ อย่างเด็ดเดี่ยว ก็แค่คำขอโทษจะไปยากอะไร แต่พอมาเป็นอีกฝ่ายแล้ว คำเล้กน้อยแค่นี้มันหนักหนากดทับจนหายใจแทบไม่ออก

           รึจะเกลียด? แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่เวลาที่มือข้างนี้แตะลงบนไหล่.. สับสนนัก
           ราวกับเป็นชะตาที่ตนรู้สึกว่าต้องข่มอีกฝ่ายโดยสัญชาติญาณ หาใช้การนอนหมอบอย่างแสนเชื่องเช่นนี้

           “ไม่เป็นไร.. งูตัวนั้น ข้าเห็นทีแรกก็รู้แล้วว่ามันไม่มีพิษ”

           คนรู้แต่ไม่พูดเลิกคิ้วคราหนึ่ง ลำพังเด็กตัวเท่านี้คิดจะวางแผนทำร้ายให้เขาต้องลำบากยังเร้วไปสิบปี ตนเข้าใจเจตนากลั่นแกล้งแต่ไหนๆ แล้วก็ถือโอกาสสั่งสอนอีกฝ่ายให้กระจ่างในเจตนาไปเสียเลยทีเดียว “จะให้ช่วยลดหย่อนโทษของเจ้า ใช่ว่าข้าผู้นี้จะจนปัญญาไปเสียทีเดียว”

           “ก็ข้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเจ้ากับน้องรอง! ทำไมไม่มีใครเชื่อกันบ้าง!”

           ซุนเช่อที่เกือบจะสงบลงแล้วถูกถ้อยคำของอีกฝ่ายปลุกให้ไฟโทสะลุกขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งพบว่าอีกฝ่ายกำลังกอดอกยิ้มเรียบๆ จดจ้องตน ในลำคอกลับมาติดขัดอย่างประหลาด ทำไมเขาถึงรู้สึกไปเองว่าปฎิกิริยาของตนจะก้าวทางไหนล้วนอยู่ในการคาดเดาของคนตรงหน้ากันล่ะ?

           “ทำไม? รึจะพูดว่าเห็นคนตายแล้วไม่ช่วย? มีความจริงข้อหนึ่งที่เจ้าอาจมองข้ามไป.. ข้าจะอธิบายให้กระจ่างเอง”

           “ประการแรกหากคืนนี้ไม่ได้มีเพียงแผนการของเจ้าแต่ระหว่างที่เกิดเรื่องมีผู้ร้ายซ้อนแผน ประการที่สองการป้องกันหละหลวม ตัวข้าไร้อาวุธ น้องรองของเจ้ายังเล็กไม่สามารถปกป้องตนเองได้ คนที่ตายเท่ากับสองศพถึงตอนนั้นคิดปัดความรับผิดชอบอย่างไรก็ไม่พ้นตัวเจ้า เรื่องในคืนนี้ยังแค่ ‘เล่นสนุก’ หรือจะกลายเป็นตราบาปในชีวิตของใครอีกหลายคนก็ยากจะรู้”

           เด็กหนุ่มได้ยินแล้วนิ่งอึ้งไป จริงด้วย.. จุดนี้เขาไม่เคยคิดมาก่อน ตามประสาผู้เยาว์ที่มีเพียงบ้านเป็นสถานที่ปลอดภัย ถูกปกป้องจนเคยชินแล้วยังปิดหูปิดตาไม่รู้อะไร..

           “.....หนหน้าข้าจะระวังมากขึ้น ไม่สิ.. ข้าจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถปกป้องทุกคนได้!”

           บุตรพัยคฆ์กล่าวโดยคำสัตย์ เขาตั้งมั่นที่จะทำให้ได้ ทว่าในสายตาของโม่เสวียนมันเป้นแค่การแก้ไขปลายเหตุ

           “มีอุดมการณ์เป็นสิ่งที่ดี น่าเสียดายโลกนี้ไม่มีใครที่สามารถปกป้องผู้ใดได้ตลอดไป เจ้ายังต้องออกไปเผชิญโลกกว้างอาศัยเรียนรุ้จากประสบการณ์จริงอีกมาก”

           เพื่อเป็นการปลอบใจอีกฝ่ายตนจึงยกบะหมี่น้ำหนึ่งชามให้ ทายาทตระกุลเสิ่นเลื่อนสายตาไปหยุดที่เงาเบื้องหลังพุ่มไม้หยักรอยยิ้มบางเบา อย่างที่คิดจะบิดามารดาของคนตรงหน้าทั้งรักทั้งห่วงลูกจริงๆ ในเมื่ออุบายสอนเด็กลามไปถึงสอนผู้ใหญ่ของตนสัมฤทธิ์ผลโดยดี โม่เสวียนไม่มีสิ่งใดให้ต้องปิดบัง เอ่ยคำลากเอาผู้ซุ่มมองทั้งหลายให้ออกมารับรู้
           
           “เช่นนั้นโทษของคุณชายครั้งนี้เปลี่ยนเป็นออกไปเรียนรู้โลกภายนอกช่วงกลางวัน ตกเย็นกลับมาทบทวนตนเองสักครึ่งชั่วยามจนครบกำหนดเจ็ดวัน ท่านเจ้าเมือง ฟูเหริน.. พวกท่านเห็นเป็นอย่างไร”

           ซุนเจียนที่ลืมตนว่าแวะมาสังเกตการณ์มิให้เกิดการลงไม้ลงมือระหว่างเด็กหนุ่มเลือดร้อน ได้ยินคำสอนที่ดีเสียจนเขาเองพออกพอใจเผลอตอบไปว่า

           “อื้ม.. นับว่าเซียนเซิงยังคงเป็นผู้มีความคิด ให้เขาติดตามท่านไปย่อมได้ประโยชน์กว่านั่งเฝ้าโถงบรรพชน” กล่าวออกมาแล้วค่อยนึกขึ้นได้กระแอมไอกันสองคนกับภรรยา “ขออภัยๆ ข้าเพียงเดินมารับลมทางด้านนี้จะไปแล้ว”

           อู๋ฟูเหรินทางหนึ่งอุ้มบุตรชายคนเล็กระหว่างครุ่นคิดว่าช่างหาได้ยากที่บุตรคนโตจะยอมลงให้ผู้ใดนอกจากสามี อีกทางไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “เฉวียนเอ๋อร์บอกว่าเป็นห่วงจึงแวะมาดูทางนี้สักหน่อย”

           “...........” ซุนเฉวียนน้อยเลิ่กลั่กพวกผู้ใหญ่พูดเรื่องอะไรกัน ตนเกี่ยวอะไรด้วย!

           “ท่านพ่อ! ท่านแม่! พวกท่านนี่นะ” ไม่เนียนเลยสักนิดซุนเช่อจากประหม่ากลายเป็นอึกอักอีกคราว แม้ในใจจะรุ้สึกอบอุ่นกับความกลมเกลียวของครอบครัวก็ตาม

           “ตระกูลซุนช่างทำข้าเปิดหูเปิดตานัก....ฮะๆๆ” ฝั่งคนนอกอย่างโม่เสวียนไม่กลั้นหัวเราะอีกต่อไปแล้ว เงยหน้าสาดเสียงลั่นไม่ไว้หน้าผู้ใดอีก

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูแช่เหล้า
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบชากงอี้ฮวา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบบะหมี่ตระกูลฟง
+25 ถ่ายทอดความรู้ วิธีสานสัมพันธ์ไม่ให้คนเกลียดขี้หน้า
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
+90 จากอิเว้นท์อบรบบ่มเด่กผีย์
รวม +175
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบชากงอี้ฮวา+ขนมชิงถวน
+25 ถ่ายทอดความรู้ ความกลัวเป็นสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นมา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +115+??
+26
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
(นักวิชาการ)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x4 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
+50 ต่อวัน โรลเผยแพร่ศาสนา
x2 ความศรัทธา VIP

@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-19 23:36:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-22 23:24

-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
-โรลทำงาน-
ทดเวลาบาดเจ็บ
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
           เรื่องราวในคืนวานคลี่คลายลงด้วยดี อาศัยว่าแผลนี้ของบุรุษชุดครามได้มาอย่างคุ้มค่าและมีเหตุผล ยามที่กลับเข้าห้องพักเพียงลำพังค่อยมีเวลามาดูแลรักษาบาดแผลของตนเอง ภายในห้องงูตัวเขื่องถูกเก็บออกไปแล้วด้านซุนเฉวียนมารดาของเขาก็พากลับไปด้วย รอบด้านมีแต่ความเงียบสงัดโม่เสวียนจึงตั้งคันฉ่องแล้วโรยผงยาลงบาดแผลด้วยตนเอง

           การลงทุนครานี้นับว่าได้ทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจจากตระกูลซุนรวมไปถึงการอนุญาตโดยดุษณีจากท่านเจ้าเมืองฉางซาให้ตนเผยแพร่อบรมบุตรชายของพวกเขาได้ เทียบกับบาดแผลเล็กๆ คุ้มไม่รุ้กี่เท่า

           ตนยอมตกอุบายกลั่นแกล้งของเด็กหนุ่ม เพื่อหว่านเมล็ดความเชื่อใจในอนาคต ถือว่าเป็นการวางแผนในระยะยาวมิได้เสียเปรียบแต่อย่างใด

           ก้าวแรกเพื่อตั้งต้น ขแเพียงแข็งแกร่งมีฐานที่มั่นในอนาคตจึงสามารถพลิกฟ้าพลิกดินได้

           มุมปากโม่เสวียนหยักขึ้นอย่างอ่อนโยน.. ‘อุดมการณ์’ แม้คำๆ นี้ฟังแล้วฮึกเหิม ก็ไม่อาจลวงหลอกความรุ้สึกลึกๆ ได้ว่า อุปนิสัยพี่น้องตระกุลซุนค่อนข้างทำให้เขาเพลิดเพลินในหลายวันมานี้เช่นกัน อยากจะรอชมจริงๆ ว่ากล้าอ่อนลูกพยัคฆ์ที่ยังไม่หย่านมทั้งสองยามเติบใหญ่จะกลายเป็นบุคคลเช่นไร
.
.
.
           เช้าวันถัดมาอาศัยว่าแขนของพี่เลี้ยงบาดเจ็บซุนเช่อจึงเป้นฝ่ายจูงน้องเล็กมาให้อบรมแต่หัววัน เจ้าตัวมีความตั้งใจที่ดี นำเอายาสมานแผลสามสี่กระปุกที่มารดาเคยให้ไว้มาแบ่งปันเรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่าย ส่วนของซุนเฉวียนน้อยเองแม้ตามผู้ใหญ่ไม่ทันนักแต่ก็ได้ยินมาว่าจิงเกอบาดเจ็บเพราะช่วยเหลือตน เป็นคนควรรู้คุณและตอบแทนจึงยกขนมที่แอบซุกไว้หนึ่งกล่องให้ด้วยแววตาเสียดาย

           ‘เด็กพวกนี้ก็มีมุมที่น่าเอ็นดูเหมือนกันสินะ….’

           อากาศค่อนข้างดีหลังฝนตกปรอยๆ ในเจียงหนานแว่วเสียงร้องเพลงของชาวบ้านรื่นเริงใจ บุรุษชุดครามให้บ่าวตั้งโต๊ะนำเครื่องเขียนออกมาที่ศาลาในสวนท่ามกลางดอกเส่าเย่าที่กำลังผลิบาน เกิดเป็นบรรยากาสแห่งการเรียนรู้ สองเด็กนั่งเรียงกันด้านหน้ากระดาษและพู่กัน โม่เสวียนให้พวกเขาฝนหมึกฝึกสมาธิและความใจเย็น

           “น้ำหมึกที่ดีจะต้องเนียนและไร้ตะกอน.. ยามลากเส้นไม่สะดุดลงน้ำหนักได้ไม่ขาดตอน.. ฝนหหมึกมีส่วนสำคัญ หยดน้ำลงไปบนแท่นแบบนี้”

           ในศาลาร่มรื่นเสียงของจานฝนหมึกดังอย่างสม่ำเสมอเป็นทำนองต่ำชวนสงบใจ ซุนเฉวียนแม้ทำได้ดีแต่เด็กนั้นจดจ่อได้ไม่นานก็เริ่มเบื่อ ฝั่งซุนเช่อคล้ายตั้งใจมากจนเกินไปเผลอกำแท่งหมึกรุนแรงจนหักกลางสองชิ้น

           โม่เสวียนหัวเราะแผ่วเบา เห้นเขาเริ่มหงุดหงิดก็เปลี่ยนมาสอนผ่านการกุมมือไว้อีกที ท่วงท่าสง่างามดุจมหาบัณฑิตแห่งยุคบรรพกาล ลากฝนแต่ละครั้งมีรอบที่สเถียรและสม่ำเสมอ “ทั้งการชงชาและฝนหมึกล้วนเป็นศาลต์ฝึกสมาธิ ไม่อาจใจเร็วด่วนได้..”

           “แค่ทำช้าๆ ก็พอ ได้...เข้าใจแล้ว” ซุนเช่อทราบเพียงเมื่อได้กลิ่นใบชาขาวจากร่างอีกฝ่ายจากเดิมที่หงุดหงิดก็สงบลง กลับมาตั้งใจผ่านการสอนมือจับทำตามเป็นอย่างดี แม้ขั้นต่อมาจะเป็นทักษะเขียนพู่กันที่ตนไม่ใคร่ชื่นชอบนักก็ยังทำออกมาได้หลายแผ่น

           “เขียนอักษรเป็นงานอดิเรกของผู้มีปัญญา ในอดีตชนชั้นล่างไม่รุ้หนังสือ ยามมีกฎหมายถึงถูกหลอกเสียมาก แม้เจ้าไม่ชอบวิชาความรู้อื่น อย่างไรลำพังเขียนชื่อตน อ่านตำราให้ออกนั้นยังจำเป็น ชีวิตคนยืนยามเต็มที่สองร้อยปีแต่หากปรารถนาเรียนรู้มากกว่าสองร้อยปียังสามารถอาศัยตำราของชนรุ่นก่อน”
           ในคราวนี้ถือโอกาสเผยแพร่ความเชื่อใหม่อย่างศรัทธาในความรู้ ความรู้คือขุมทรัพย์ ความรุ้คือดวงตาที่ส่องสว่างไม่มืดมัว เขาจะทำให้เด็กทั้งสองพินิจทุกสิ่งรอบกายด้วยจิตของผู้ที่เจริญแล้ว

           โม่เสวียนตวัดพู่กันเป็นอักษรคำว่า ‘ฟ้า’ ‘ดิน ‘คน’ ลงบนแผ่นกระดาษให้ทัง้สองนำไปคัด เพียงสามอักษรราวหงส์ทะยานมังกรผงาด ลายอักษรของเขาถือเป็นอันดับหนึ่งในเจียงเยี่ยด้วยน้ำหนักข้อมือที่ฝึกมานับสิบปียากจะหาผู้ใดมาเทียบ
           
           “จิงเกอๆ ข้าเขียนแบบนี้ดีไหม?”

           ให้ความเอ้นดูแก่เสีย่วซุนที่ปาดไม่กี่ขีดแล้วมาขอคำชม ผู้สอนพยักหน้าชี้แนะไปตามจริง “ขีดล่างให้เพิ่มน้ำหนักอีกสักหน่อย เสี่ยวซุนมีพรสวรรค์นะ”

           “.....แบบนี้ ใช้ได้แล้วกระมั้ง!” ซุนเช่อเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า อักษรของเขาก็เหมือนตัวเขา มีความเด็จเดี่ยวและองอาจ ตวัดทุกครั้งหมึกซึมลึกถึงกระดาษ โม่เสวียนฝืนใจพอพยักหน้าได้ แต่ก็แนะเขไาปว่าเลือกใช้พู่กันให้เข้ากับลายมือจะดีขึ้น

           ยามตกเย็นร่วมทานอาหารกับตระกุลซุนเขายังไม่ลืมที่จะพาเด็กทั้งสองเข้าครัว เย็นนี้มีกุ้งทะเลหลายตะกร้า นำมาแล่และแช่ในน้ำเกลือไว้ ทักษะดารใช้มีดอันชำนาญจากการฝึกการแพทย์ยังมีผลในเรื่องทำอาหาร โม่เสวียนผสมแป้งกับไข่และพริกไททำเฟิ่งเหว่ยเซียออกมาหนึ่งจานตกเป้นของซุนเช่อไปเสียครึ่งหนึ่ง จริงที่ว่าเด็กๆ มักชอบของทอด บุรุษที่นิยมใช้แรงก็ไม่ปฎิเสธของกรอบๆ ที่เคี้ยวแล้วได้อารมร์เช่นกัน

           ฝั่งของซุนเฉวียนยังได้รับซิ่งเหรินโต้วฟู่ของโปรดไปอีกชาม เขาวานให้คนครัวทำไก้ต้มมะพร้าวเพื่อบำรุงนาบหญิงของจวน ส่วนตนไปดูลังถึงนึ่งป๔ให้กับท่านเจ้าเมืองด้วยตนเอง

           “กินข้าวที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนที่บ้าน ครอบครัวพร้อมหน้าเป็นเรื่องที่ดี” อู๋ฟูเหรินครั้นได้เห็นสำรับอันอุดมบนโต๊ะแล้วทราบที่มาที่ไปยังอดยิ้มออกมาไมไ่ด้ นางตักน้ำแกงไก่แบ่งให้บุตรกับสามีก่อนจะเริ่มทานส่วนของตนเอง

           “ฟูเหรินพูดถูก.. ยามนี้บ้านเมืองไม่สงบ ครอบครัวของเรายังอยู่พร้อมหน้านับว่าฟ้าเมตตา” ซุนเจียนยื่นมือไปกุมภรรยาและบุตรลาย บีบเบาๆ ให้กำลังใจบ่งบอกว่าาำหรับเขาแล้วไม่มีสิ่งใดสำคัญเป้นยอดดวงใจไปมากกว่าครอบครัว

           “นี่ คิดอะไรอยู่ทำไมไม่รีบกินล่ะ?” มีแต่ของชอบพวกเราเลยไม่ถูกใจเจ้านี่รึเปล่า

           ด้านโม่เสวียนที่มองภาพนั้นจนเหม่อก็ถูกสะกิดถามโดยคุณชายใหญ่ทำให้เขาเผลอตอบออกไปอย่างไม่คิดสิ่งใดมาก “ข้ากำลังนึกถึงท่านพ่อน่ะ.. นานแล้วไม่ได้ส่งคราว ไม่รุ้ว่าหลังแยกกันที่ลั่วหยางยังปลอดภัยอยุ่ที่ใด”

          “หืม.. บิดาของคุณชายเสิ่นมิได้อยุ่ที่เจียงเยี่ยหรือ?” อู่ฟูเหรินเอ่ยถาม

           โม่เสวียนส่ายหน้า “พลัดหลงกันได้หนึ่งเดือนเศษ ครานั้นเดินทางลงใต้พบเจอโจรโพกผ้าเหลืองเข้า ท่านพ่อให้ข้าหนีไปอีกทาง ตอนนี้ยังไม่ทราบเป็นตายร้ายดี”

           “...โอ้ ท่านคงเป็นห่วงบิดาไม่น้อย มีเรื่องใดที่พวกเราพอจะช่วยได้รึไม่?”

           เจ้าเมืองเป็นผู้ถามไถ่ด้วยตนเองคราวนี้ก็ง่ายขึ้นมาสำหรับบุรุษชุดคราม “อันที่จริง.. หากคนของท่านเจ้าเมืองทราบข่าวคราวของท่านพ่อข้า..”

           "คุณชายมีใจกตัญญู อาศัยที่ท่านช่วยเบ่งเบาดูแลเจ้าลุกลิงทั้งสอง.. ไม่ต้องห่วง ข้าจะลองให้คนช่วยสืบดูอีกที”

           “เช่นนั้นเสิ่นโหม่วได้แต่ขอบคุณในนำใจขแงท่านเจ้าเมืองแล้ว” โม่เสวียนหยักรอยยิ้มรับ บรรยากาศพร้อมหน้าครอบครัว.. ตนก็คิดถึงอยู่บ้างจริงๆ

♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูนึ่ง
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบไก่ต้มมะพร้าว
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบกุ้งหางหงส์(ส้ม)
+25 ถ่ายทอดความรู้ จับมาคัดพู่กัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบซิ่งเหรินโต้วฟู
+25 ถ่ายทอดความรู้ ฝึกคัดพู่กัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +115
+26
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
(นักวิชาการ)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x3 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
+50 ต่อวัน โรลเผยแพร่ศาสนา
x2 ความศรัทธา VIP



@Watcher


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-20 23:26:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-23 06:12

โรลเชคชื่อวันที่ 20 สัปดาห์ที่ 2
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
-โรลทำงาน-
ทดสอบความสามารถ
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

           เป็นอีกคืนที่ซุนเฉวียนน้อยกอดหมอนเดินมายังเรือนพักของเขา โม่เสวียนในยามกลางดึกเพียงเลิกคิ้วขึ้นคล้ายจพถามบ่าวรับใช้ที่มาด้วยกันว่ามันเรื่องกะไรก็ได้ความว่า ‘คุณชายน้อยมารดาเรียบร้อยเพื่อมาอาศัยเรือนพี่เสิ่น ใก้มารดาได้อยู่กับบิดา’

           ในเมื่อเป็นความเห็นชอบของผู้ใหญ่ในจวนตนก็ไม่มีทางเลือกอื่น เปิดประตูให้เจ้าเด็กแก้มกลมมาแบ่งที่นอนตามใจ คราวนี้ดีว่าอาบน้ำชำระกายเรียบร้อย เขาจัดแจงที่นอนด้านข้างเว้นไว้สำหรับอีกฝ่าย ทว่าพอตกกลางคืนก็ไม่ทราบเสี่ยวซุนเป็นอะไรชอบข้ามเส้นมากอดแขนตนอยู่เรื่อง.. เด็กหนอเด็ก

           แปลงร่างเป้นหมอนข้างจวบจนเช้า ครัน้ลุกมาก็จัดแจงให้เจ้าตัวเล้กล้างหน้าแปรงฟันเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น

           ส่วนท้ายของจวนเจ้าเมืองมีลานกว้างที่ในยามศึกสงครามใช้สำหรับเรียกรวมพลทหารในคราวฉุกเฉิน ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงเป็นสนามเพาะมีทั้งเป้าธนุและยกพื้นสำหรับการประลอง วันนี้ท่านเจ้าเมืองซุนเจียนมิได้ออกไปทำธุระด้านนอก ยามที่แวะเวียนมาพบว่าเสิ่นตี้จิงกำลังสอนประเภทและชนิดต่างๆ ของอาวุธอยู่พอดีจึงเกิดความคิดว่า ‘ศึกษาจากตำรามิสู้ทดสอบด้วยตนเอง’

           ดังนั้นทั้งสี่จึงย้ายกันมาที่ลานกว้างด้านข้างของลานมีคลังยุทโธปกรณืขนาดย่อมๆ พลทหารได้รับคำสัง่จากเจ้าเมืองก็รีบเปิดคลังแสงให้ทั้งทายาทและผู้เป็นอาจารย์เข้าไปหยิบเลือก

           ซุนเช่อเริ่มเติบใหญ่ แต่เล็กเขาก็ติดตามบิดาไปฝึกซ้อมล่อสัตว์รึแม้แต่ประลองกับเหล่าทหารบ่อยครั้ง คุ้นชินดีแล้วหยิบทั้งทวนและดาบออกมาโดยไม่ลังเล ส่วนของซุนเฉวียนน้อยยังเร็วเกินไปที่จะจับอาวุธจริงโม่เสวียนเลือกเอาดาบไม้มาให้เขาใช้ฝึกแรงแขนฟันหุ่นฟางเล่น

           ฝั่งท่านเจ้าเมืองคิดจะทดสอบอาจารย์ของเล่าบุตรชายจึงเชิญเขาไปบนลานประลอง
                        
           “มายืดเส้นยืดสายกันสักหน คุณชายเสิ่น เจ้าถนัดอาวุธชนิดใด?”

           “ผู้แซ่เสิ่นถือเอาเกาทันฑ์เป็นเอกศาสตรา หากทว่าก็ยังพอใช้กระบี่ได้บ้าง”  โม่เสวียนกล่าวไปตามตรงหากทว่ายังคงอำพรางสิง่ที่ตนถนัดที่สุดรองลงมาอย่างจี๋และง้าว ไม่ถือว่าเป็นเล่ห์ุบายการเด็บไพ่ตายไว้ท้ายสุดเป็หนนึ่งในกลยุทธ์อำพราง

           “ดี! เช่นนั้นประลองยุทธกันสักครา”

           “น้อมรับคำชี้แนะท่านเจ้าเมือง”

           เมื่อการประลองเริ่มขึ้นเด็กทั้งสองย้ายมานั่งติดขอบสนาม โม่เสวียนเลือกจี๋ติดปลายเสี้ยวสามารถรั้งต้านคมทวนได้ แรงแขนของตนนั้นไม่อาจเทียบเท่าเจ้าเมืองฉางซาหากทว่าเรื่องของการพลิกแพลงตั้งรับ อาศัยข้อมือที่ยืดหยุ่นจากการฝึกคัดอักษรวาดภาพ แม้ไม่ชนะในสิบกระบวนท่าหากทว่าไม่แพ้เช่นกัน

           ซูนเจียนดุดันมีเรี่ยวแรงดั่งพยัคฆ์พอเจอเข้ากับโม่เสวียนผู้เป็นดั่งสายน้ำคลื่นทะเลพลิกแพลงได้ร้อนพันออกจะเพลินมืออยุ่บ้าง บางครายังเผลอลงแรงด้วยอาการติดลมไม่ทันนึกว่าประลองกันเอาสนุก ลึกๆ แล้วมีใจอยากทดสอบจึงต่อตีไม่ออมแรงห้าในสิบ

           “ขุนพลใช้ศาสตราสร้างชื่อทำศึก บัณฑิตนิยมพู่กันสร้างลาภยศ ส่วนตัวข้าคิดเพียงว่ามีเพียงพละกำลังไม่อาจครองใจคน อาศัยแค่ปัญญาด้อยวาสนาไม่อาจทำการใหญ่ ทั้งศาสตร์และศิลป์ย่อมต้องควบคู่กัน”

           อาศัยจังหวะนี้แผยแพร่ความคิดปลูกฝังความเชื่อใหม่ๆ แก่คนบ้านซุน โอกาสรอบตัวมีก็ใช้

           ซุนเช่อคอยกุมบ่าน้องชายปากร้องว่าดี ไม่รุ้ว่าเขาเชียร์บิดารึอาจารย์ ได้ยินเสียงคมอาวุธฟาดฟันเด็กหนุ่มเลือดร้อนยิ่งตื่นเต้นเป็นธรรมดา ตนไม่นึกว่าบันฑิตหน้ามนอย่างอีกฝ่ายจะสามาารถรับมือกระบวนท่าของบิดาผู้เป็นกั่งเทพเคารพได้นานเพียงนี้ ปกตอแล้วอาศัยไม่ถึงสิบกระบวนท่าเหล่าขุนพลในสังกัดล้วนลงไปกอง

           “ท่านเจ้าเมืองออมมือให้ข้าแล้ว”

           กว่าแปดสิบกระบวนเพลงในที่สุด โม่เสวียนอาศัยการพลิกแพลงและความลิ่นไหลเอาชนะอีกฝ่ายมาได้โดยที่ตนเองก็หอบไม่แพ้กัน ซุนเจียนในสภาพลิ้มรสความพายแพ้กลับระบายรอยยิ้มบนใบหน้าเดินเข้ามาตบบ่าคุณชายเสิ่นจนตัวแทบปลิว

           “ฮ่าๆ ไม่เลว นับว่าบุตรชายข้าได้อาจารย์มากฝีมือ อาช่อ อาเฉวียน ทเจ้าทั้งสองติดตามเรียนรู้จากคุณชายเสิ่นเอาไว้ ในวันหน้าย่อมเกิดประโยชน์อนันต์!”

           “ขอรับท่านพ่อ!!” สองเด็กรับปากอย่างพร้อมเพรียงวิ่งขึ้นไปรับหน้าบิดา ร้องขอประลองด้วยอย่างขยันขันแข็ง การฝึกยุทธนี้เลยไปจนถึงช่วงเย็น เหล่าบุรุษใช้แรงจนหิวโซเดือดร้อนคุณหญิงอู่จนต้องมาตามตัว

           “ท่านพี่นี่อย่างไรกัน มัวแต่ประลองไม่ยอมไปกินข้าวกินปลา มาๆ ข้าเตรียมกล่องข้าวเอาไว้ ทานเสียที่นี่รองท้องกันก่อน”

           “ฟ้าช่างเมตตาส่งฟูเหรินมาได้ทันเวลา!” โม่เสวียนซับเหงื่ออย่างนใจ ตนคร่ำครวญเนื่องด้วยปกติหาได้ออกแรงติดต่อกันนานถึงเพียงนี้ พวกเสือตระกูลซุนเป็นปีศาจ! เรื่องออกแรงไว้ใจได้ แต่ละรายเคี่ยวกรำเขาเสียแขนล้าไปหมด

           “โถ่.. เด็กๆ มานี่เลย ให้คุณชายเสิ่นได้พักบ้าง!” ไม่อย่างนั้นแม่จะโกรธแล้วนะ..

           แว่วเสียงคิดคักอยู่ในลาน ทั้งซุนเจียนซุนเฉวียนรับเอาของว่างส่วนของเขาไป ฝั่งโม่เสวียนนำกล่องขนมมาไว้เป้นเสบียงก็ยกให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กุ้งหางหงส์ให้น้องเล้กเฉวียนที่เรียกร้องจะกินตั้งแต่เห็นพี่ชายได้ทาน ปูแช่สุราของท่านเจ้าเมือง บะหมี่ตระกุลฟงของซุนเช่อและกล่องขนมห้าสีที่ถูกปากคุณหญิงซุน ส่วนตนอาศัยซดน้ำแกงชามโตที่ฟูเหรินเคี่ยว้ิงกับมือเพื่อเติมพลัง.. อึกหนึ่งสดชื่นนับว่ารอดตายไปได้อีกวัน

ประลองซุนเจียน https://rotk.xyz/plugin.php?id=dzs_npccomrade:fight&aid=632
ประลองซุนเช่อ https://rotk.xyz/plugin.php?id=dzs_npccomrade:fight&aid=633
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦


(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูแช่สุรา
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+20 ประลองในระบบ
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบกล่องขนมห้าสี
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +85
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบบะหมี่ตระกูลฟง
+25 ถ่ายทอดความรู้ การต่อสู้ระยะประชิด
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+10 คลั่งพบหัวมาร
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+20 ประลองในระบบ
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +105
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบกุ้งหางหงส์
+25 ถ่ายทอดความรู้ การต่อสู้ระยะประชิด
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+10 คลั่งพบหัวมาร
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
+?? อิเว้นท์เด่กมานอน
รวม +115+??
+26
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
(นักวิชาการ)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x3 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
+50 ต่อวัน โรลเผยแพร่ศาสนา
x2 ความศรัทธา VIP





@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-21 23:38:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-26 14:46

โรลเชคชื่อวันที่ 21 สัปดาห์ที่ 2
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลเผยแพร่ลัทธิ-
-โรลทำงาน-
น้ำแกงหนึ่งถ้วย
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

           ยามเช้าตรู่เสียงฝนทิ้งช่วงนอกหน้าต่าง บริเวณเรือนพักของแขกอันร่มรื่นมีสองลมหายใจที่ยังคงหลับไหล เสียงวิหคขับขานโผออกจากรังทิ้ายสุดก็สามารถทำให้แพขนตางามขยับ เมื่อบ่าวรับใช้เรียกเสียงเบาโม่เสวียนพลิกกายลงจากเตียงเป็นคนแรก หันไปมองทางด้านข้างคือเจ้าก้อนแป้งน้อยที่มายึดเตียงเขาเป็นคืนที่สองราวกับไม่เข็ด

           “เสี่ยวซุน ถ้าตื่นสายซิ่งเหรินโต้วฟูของเจ้าจะหมดเอานะ”

           เป็นคำผลุกที่ได้ผลชะงัดนัก ซุนเฉวียนแม้จะง่วงแต่ของโปรดดันมีอำนาจเหนือกว่า มือเล็กคืบคลานออจากใต้ผ้าห่มขึ้นมารอล้างหน้าล้างตาและป้วนปากกับจิงเกอของเขา ผ่านไปเพียงไม่กี่เค่อ ทั้งสองก็มาอยู่ในชุดลำลองเตรียมไปรับอาหารเช้าร่วมกับทุกคนที่โถงกลาง

           ระหว่างทางเดินระเบียงเด็กน้อยสังเกตเห็นว่าวันนี้พี่เลี้ยงตนแต่งตัวรัดกุมเป็นพิเศษกระทั่งชายแขนเสื้อยังพันเก็บเสียแน่น ดูแปลกตาอย่างมาก

           “จิงเกอๆ วันนี้เราจะทำอะไรกันหรอฮะ”

           “...อื้ม… วันนี้อากาศดีเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนร่างกาย” พวกเขาเดินมาถึงห้อโถงก็พบว่าทุกคนย้ายไปทานอาหารที่ศาลารับลม ช่วยไม่ได้ ต้องเดินวกกลับไปอีกทางออกกำลังกายหน่อยก็ดีจะได้ทานข้าวเพิ่มอีกสักชาม

          “ทำไมเราต้องฝึกฝนร่างกายด้วยล่ะฮะ?”

           “สุขภาพที่ดีมาพร้อมร่างกายที่ไร้โรคภัย ร่างกายที่ไร้โรคภัยมาจากการเอาใจใส่บำรุงรักษา หมั่นออกกำลังกาย ชีวิตจะได้ยินยาว” โม่เสวียนยกยิ้มวางมือลูบแก้มกลมๆ ของอีกฝ่ายส่งให้ไปนั่งกับมารดา “อีกหนึ่งหัวใจของผู้มีอายุยืนคือรู้จักเลือกกินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตนเอง”

           “ใช่แล้วเฉวียนเอ๋อห์ คุณชายเสิ่นพูดถูกต้อง… จะกินแต่ขนมจนอิ่มแล้วไม่ยอมกินข้ามไม่ได้นะลูก”

           อู๋ฟูเหรินจัดเตรียมอาหารช่วงเช้าจนเสร็จสมบูรณ์พาตัวลูกคนเล็กมานั่งลงที่ด้านข้างเพราะขาที่สั้นจนปีนขึ้นเก้าอี้เองลำบาก ฝั่งของซุนเจียนที่มาพร้อมบุตรชายคนโตเข้าไปนั่งที่ของตนเอง บนโต๊ะมีทั้งน้ำแกงสามอย่างเครื่องเคียงสี่อย่าง อาหารจานหลักนั้นเรียบง่ายเป็นเป็ดผัดยอดคะน้า สามชั้นน้ำแดงคงสำหรับเด็กๆ ส่วนพวกผู้ใหญ่นิยมอาหารรสอ่อนในยามเช้าเพื่อเป็นพลังงานสำหรับการทำกิจกรรมทั้งวัน

           “คนเลือกกินมีแต่เด็กเท่านั้นล่ะท่านแม่” ชุนเช่อรับตะเกียบจากบริวารยังไม่วายกระทบน้องชายไปหนึ่งประโยค อายุก็ห้าหนาวแล้วร้องแต่จะกินจนม เขาหรี่ตาไปยังพี่เลี้ยงีท่เอะอะก็ตามใจอีกฝ่ายน้องตนจะได้เสียคนหมด

           เกิดโตเป็นหนุ่มแล้วฟันผุหมดปากยามยิ้มแย้มต่อหน้าสาวๆ คงไม่น่ามองแน่…

           “ข้าเปล่าเลือกกินนะ.. แต่ผักมันขมนี่” ซุนเฉวียนน้อยมุ่ยหน้าก้มลงพิจารณาผักใบเขียวในจาน ช่วงที่เขากำลังหดหู่จนบิดาคิดจะปลอบสักประโยคว่าไม่เป็นไรตอนเด็กๆ ข้าก็ไม่ชอบกินผักเหมือนเจ้านั่นล่ะ ก็มีมือคู่เรียวอันปราณีตคุ้นตายกถ้วยน้ำแกงมาให้

           “ยาดีมักขมปากแต่ให้คุณอนันต์มาแต่ไร เสี่ยวซุนน้อยยังเล็กมีอีกหลายสิ่งยังไม่เคยได้ลิ้มลอง เชื่อว่าเมื่อเติบใหญ่มากประสบการณ์ของที่ชอบและชังก็เพิ่มขึ้นมาก ประสาอันใดกับผักไม่กี่ชนิด.. มาเถิดลองดื่มดู”

น้ำแกงห้าสี
https://i.imgur.com/wsceL3E.png
'อู่เป่าทัง' น้ำแกงถือเป็นต้นธารแห่งความสุขในชีวิตประจำวันของชาวฮั่นทุกเพศทุกวัยยามที่ร่างกายของคนเราเจ็บป่วยความอยากอาหารนั้นก็ลดลง เหล่าแพทย์ทุ่มเทเป็นอย่างมากเพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเห็นถึงความสำคัญของอาหารที่ทำง่าย ทานง่ายและได้สารอาหารอย่างครบครัน พวกเขาจึงสรรหาวัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่นนำมาตุ๋นรวมกัน ทั้งเนื้อสัตว์ ผลไม้ ผักต่างๆ มีสีสันครบทั้งห้าสีสื่อถึงอาหารห้าหมู่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ระมัดระวังเรื่องอาการแพ้เป็นอย่างดี นำลูกแพร์หรือผลผิงกั่วมาฝานรวมกับหัวไชเท้าแครอตเพื่อให้ได้ความหวานจากผัก อาจเติม ผักกาดขาว ใส่เห็ดหูหนูเพิ่มคุณประโยชน์เสริมเส้นเอ็น เนื้อสัตว์ใช้โครงไก่ซี่โครงหมู่เป็นวัตถุดิบใส่ในภาชนะเติมน้ำสะอาดเครื่องเทศอย่าง เก๋ากี้ พุทราอบแห้งแล้วยกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟแรงต้มให้เดือดไม่ใช้เครื่องปรุงอื่นๆ นอกจากเกลือเพียงเล็กน้อยด้วยเป็นอาหารสุขภาพ ใช้ไฟอ่อนตุ๋นต่อไป ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้น้ำแกงที่เข้มข้น เพราะการตุ๋นเป็นเวลานานจะทำให้สารอาหารและรสชาติในวัตถุดิบซึมออกมาอยู่ในน้ำแกง หมั่นช้อนฟองออกจนได้น้ำแกงสีทองอร่ามใสจับตา นิยมกรองเอาแต่น้ำให้รสหวานกลมกล่อมสดชื่น ด้วยในการตุ๋นได้ขจัดทั้งกลิ่นคาวและรสขมออกไปจนหมดจึงดื่มง่ายคล่องคอเป็นอาหารที่เหมาะแก่ผู้บาดเจ็บที่กำลังฟักฟื้นรวมถึงถูกอกถูกใจเด็กที่เบื่ออาหารไม่ค่อยทานผัก

          “ฮะ จิงเกอ หื้ม.. นี่อะไรทำไมหวานจัง” พอซดของในถ้วยไปได้หนึ่งคำก็ได้กลิ่นหอมหวานติดปลายลิ้นชวนให้เด็กน้อยฉงนใจ เขายกขึ้นดื่มอึกๆ พบว่ามันมีรสอร่อยเกินคาดไม่ทันไรก็หมดแล้วจึงส่งสายตาเชิงขออีกชาม

           “อร่อยไหม? ที่เจ้าดื่มลงไปเมื่อครู่ก็ผักทั้งนั้นล่ะ” เฮ้นดูสีหน้างุนงงระคนไม่เชื่อของอรกฝ่าย บุรุษชุดครามส่ายหัวยิ้มๆ ลงมือทานขนมจีบปูของตนเองต่อ ทำไม่สนใจสายตาอยากรุ้อยากเห็นของซุนเช่อ

           “นี่! ให้น้องรองกินอะไรน่ะ” มีของดีทำไมไม่ยอมแบ่งข้าบ้าง! เด็กโตขมวดคิ้วยุ่ง

           “น้ำแกงถ้วยนั้นคนครัวบอกว่าคุณชายเสิ่นเคี่ยวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนข้าจึงให้คนยกมาด้วย แท้จริงคือสิ่งใดหรือ?”

           เห็นอู่ฟูเหรินให้ความสนใจหากทว่าตอนนี้ยังติดเคี้ยวอาหารไม่สะดวกตอบ ตนเกิดแผนเลี่ยงความสนใจจึงยกกล่องขนมห้าสีมามอบให้อีกฝ่ายทานเล่นไปก่อน ฝั่งของซุนเซ่อได้รับขนมเปี๊ยะพร้อมกับเสี่ยวซุนที่ถือชิงถวนไว้ในมือ

           “ท่านเจ้าเมืองทานปูก่อนกำลังร้อนๆ” หลบทุกสายตาของบ้านซุนด้วยอาหาร แผนเสร็จสมบูรณ์ โน่น รอไปจนกว่าเขาจะเคี้ยวเสร็จนั่นล่ะ

           เวลาผ่านไปไม่นานเมื่อผู้แซ่เสิ่นอิ่มจนออกมานั่งรับลมย่อยอาหารภายในศาลาก็ได้เรียนรู้ว่าจวนเจ้าเมืองแห่งนี้กว้างเสียสุดสายตา เขาได้แต่คิดในใจว่าคราวศึกสงครามคงจัดสรรกำลังคนไปเฝ้ารักาาการณ์ลำบากแน่ๆ

           “เมื่อครู่ฟูเหรินถามถึงข้ายังไม่สะดวกตอบ อันที่จริงของในถ้วนนั้นเป็นเพียงน้ำแกงห้าสี ปรุงขึ้นด้วยสูตรของคนที่บ้านข้า”

           อู๋ซื่อมือหนึ่งลูบหัวบุตรชายคนเล็กนั่งอยู่ด้านข้างสามีพยักหน้ารับ “น้ำแกงห้าสี? ตอนได้ยินครั้งแรกยังเข้าใจว่าเป็นน้ำแกงที่มีห้าสีจริงๆ เสียอีก เท่าที่เห็นเหมือนจะมีแค่สีเดียวทำไมจึงเรียกว่าห้าสีเล่า?”

           “นั่นเป็นเพราะวัตถุดิบที่ใช้ เนื้อสัตว์ ผลไม้ ผัก สมุนไพร รวมไปถึงของแห้งรวมเป็นห้าสีพอดี น้ำแกงนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อผู้ป่วยที่กำลังขาดสารอาหาร ต้องการบุำรุงอย่างเร่งด่วน หรือไม่ค่อยทานผักโดยเฉพาะ” โม่เสวียนอธิบายพลางยกเอาถ้วยเล้กตักแบ่งน้ำแกงที่เหลือในโถขึ้นมาส่งให้กับนายหญิงซุน นางสิ่งต่อให้ผู้เป็นสามีได้ลองทาน ดูเหมือนสีหน้าจะสดชื่นขึ้นมาทันตา

           “รูปลักษณ์ภายนอกเรียบง่าย ดื่มได้สะดวกแม้แต่คนที่กำลังหมดสติ ทำจากวัตถุดิบที่หาได้ทั่วไปก็คือหัวใจหลัก ยามนั้นข้ากับท่านพ่อคิดหาวิธีแก้ไขอาการขาดสารอาหารของผู้ป่วยติดเตียง นึกเห็นใจพวกเขาที่ยากจะลุกขึ้นมาทานอย่างคนปกติ ทดลองอยู่หลายหนจึงออกมาเป็นน้ำแกงนี้ขึ้นมา”

           “ไม่เพียงครบถ้วนทั้งสารอาหารยังย่อยง่ายเป็นผลดีต่อร่างกาย เหมือนกับสิ่งสำคัญที่เราไม่อาจตัดสินเพียงภายนอก” ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เผยแพร่ความเชื่อไปด้วยในการอธิบายเสียเลย

           “เป็นคำกล่าวที่ลึกซึ้ง มองผิวเผินคือน้ำแกงหนึ่งถ้วยดูธรรมดาทั่วไป ตกไปอยู่ในมือของผู้นิยมสีสันอันฉูดฉาดย่อมไม่เห็นค่า อยู่ในมือคนที่รู้จักใช้จึงกลายเป็นสิง่ที่สามารถต่อลมหายใจคน” อู๋ฟูเหรินหยักรอยยิ้มยกน้ำชาขึ้นจิบ นางไม่ค่อยแสดงความเห็นกับเรื่องภายนอกแต่เอียนเอีงไปทางสนใจใคร่รู้เรื่องที่อาจเกิดประโยชน์แก่ครอบครัว

           “ข้านึกชื่นชมในความเมตตาบิดาของคุณชายนัก เขากับท่านคิดอ่านได้รอบคอบแม้แต่จุดเล็กๆ ที่ส่งผลอันน่าอัศจรรย์ ลูกเฉวียนนับว่าได้รับผลดีไปด้วย”

           ใช่แล้ว.. บุตรชายทั้งสองยังมีคนเล็กที่ไม่ใคร่ยอมทานผักนัก ตนทุ่มเทสรรหารายการอาหารมากมายมาทั้งล่อทั้งลวงเด็กน้อย พอได้พบน้ำแกงถ้วยเล็กที่ไม่เพียงมีมประโยชนืต่อการณ์นี้ ยังสามารถใช้บำรุงคนเฒ่าคนแก่ที่ฟันฟางร่วงหลุดแล้ว

           “น้ำแกงนี้ทำไม่ยากเพียงแต่ต้องใส่ใจบางขั้นตอน หากฟูเหรินสนใจบ่ายวันนี้ข้าสามารถบอกวิธีแก่ท่านได้”โม่เสวียนกล่าวอย่างใจกว้าง ในเมื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตนนั้นไม่หวงวิชาความรู้

           “จะเป็นการรบกวนเวลาของคุณชายรึไม่?” นางเป็นสตรีจะห้เอ่ยปากออกมาตรงๆ ว่าสนใจใคร่รู้ก็ออกจะกระดากปากจึงลอบหยิกแขนสามีให้ออกหน้า

           “ที่แท้น้ำแกงรสกลมกล่อมนี้ก็มีที่มาจากใจของแพทย์ที่ห่วงใยผู้ป่วย ข้าทราบเพียงตระกูลของท่านมีชื่อเรื่องการรักษา ไม่คิดว่าคุณชายเองก็เป็นหนึ่งในผู้มีความสามารถด้านนี้ด้วย หากคุณชายไม่รังเกียจช่วยชี้แนะฟูเหรินของข้าสักคราเถิด” เจ้าเมืองฉางซาผู้รู้งานเอ่ยพลางพยักหน้าลูบเครา เขาต้องมองคนเบื้องหน้าใหม่เสียแล้ว ไม่เพียงมีความสามาถด้านวิชาการ งานต่อสู้ปกป้องตนเองก็ทำได้ ถึงตอนนี้ยังทำให้เขาประหลาดใจที่อีกฝ่ายรุ้วิชาแพทย์ ความสามารถในระดับนี้ชวนให้คนปรารถนาจะคบค้าโดยแแท้

           โม่เสวียนกุมพัดจีบขึ้นมาบดบังรอยยิ้มรุ้ทันพ่อบ้านใจกล้าเอ่ยรับปาก

           “สอนไปก็เป็นประโยชน์ต่อศิษย์น้อยทั้งสองของข้า ไม่นับว่ายังทุนแรงไปได้มากมีคนช่วยปรุงน้ำแกงระหว่างที่ข้าสอนพวกเขา. .จะเอาที่ใดมารังเกียจเล่า ฟูเหรินนัดมหมายเวลาที่สะดวกแจ้งกับข้าได้เลย”
           ซุนเฉวียนน้อยยิ้มแย้มเริงร่า ประกอบกับซุนเช่อเองที่แอบไปตักน้ำแกงยกซดแล้วยังเห็นด้วย พวกตนจะมีของอร่อยดื่มทุกวันนี่เป็นเรื่องที่ดียิ่ง ดงันั้นเหตุการณ์น้ำแกงผักห้าสีจึงดำเนินไปด้วยประการนี้
.
.
.
           ตกช่วงบ่ายคล้อยหลังย่อยอาหารกันได้ที่ เหล่าเด็กๆ ติดตามคุณชายเสิ่นออกมายืดเส้นยืดสาย เจ้าเมืองฉางซาเองก็ตามมาชี้แนะกระบวนยุทธ์ให้แก่ผู้เป็นอาจารย์อย่างเขาเพื่อบริหารไปในตัว คราวนี้สองฝั่งเลือกใช้เพลงหมัดปราศจากอาวุธหัวใจสำคัญของวิชาหมัดฝ่ามือคือ ‘รวดเร็ว พลิกแพลง พลิ้วไหว’ ด้านของคนชุดครามที่เด่นในเรื่องความคล่องตัวจึงเหนือกว่าอยู่หนึ่งช่วงตัว

           “พวกเจ้าหมั่นเรียนรุ้จากคุณชายเสิ่น ตั้งแต่เกิดมาจนกรำศึกนับไม่ถ้วนสามารถกล่าวได้ว่า ผู้ที่รวดเร็วเทียบเท่าเขาในเจียงหนานมีไม่มาก!”

           ซุนเจียนเอ่ยชมเมื่อเป็นอีกครั้งที่เขาพ่ายแพ้ กระบวนท่าต่อกระบวนท่ามองผิวเผินทั้งคู่อาจสูสีกัน หากทว่ายามที่อีกฝ่ายสามารถโจมตีเข้าจุดตายอย่างพิศดารนั้นก่อนจะถึงตัวหมัดกลับถูกถอนกลับ เห็นได้ชัดว่าเจตนาออมมือกับบุคคลที่กล้าแกร่งแต่รู้จักลงเวทีมีแต่ทำให้คนรอบข้างให้การนับถือ

           ตกยามบ่ายแก่ๆ โม่เสวียนอาศัยที่บริเวณใต้ต้นไหว ซุนเช่อขอประลองฝีมือกับเขาอีกหนราวกับติดลมจากการเห็นบิดาปราชัย เด็กหนุ่มเรี่ยวแรงเยอะการโจมตีดุดันเถรตรงไม่ค่อยพลิกแพลงดูออกง่าย มีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมดล้วนถูกคุณชายที่โตกว่ามองออกได้ง่าย ไม่ทันไรก็ถูกสลัดลงเวที “ใจร้อน วู่วาม ขาดความยั้งคิดไม่อาจทำการณ์ใหญ่ พิจารณาอีกสักชั่วยามเถิดว่าเมื่อครุ่พลาดที่จุดใด” เขาให้ซุนเช่อยืนในท่านั่งม้า เป็นท่าพื้นฐานของการฝึกยุทธ์สร้างความอดทนไปกลางแดด

           ก่อนจะให้บ่าวหาธนูคันเล็กมาช่วยฝึกแรงแขนให้กับเด็กน้อยเสี่ยวซุน

           “จิงเกอ.. ทำไมพี่ใหญ่ได้ฝึกดาบทวน แต่พอมาถึงคราวข้ากลับเป็นธนูเล่า”

           บุรุษใบหน้ามนกุมมือเล็กง้างศรแล้วยกยิ้มเมตตา “เจ้าเห็นว่าธนูนั้นไม่ดีหรือ?”

           “มัน.. ไม่ค่อยดูห้าวหาญสักเท่าไร”

           โม่เสวียนเปลี่ยนมาเป็นเท้าคางถามด้วยสายตากระจ่างใส “ห้าวหาญ? ใยต้องใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้คนอื่นดูด้วยเล่า เสี่ยวซุน..ต้าซุน พวกเจ้ารู้รึไม่ว่าในศึกสงครามศาสตราใดที่เอาชีวิตทหารได้มากที่สุด”

           “...ทวนกระมั้ง? ทหารสองฝ่ายกรำศึกขุนศึกกล้านิยมทวน” ซุนเช่อตะโกนกลับมาในท่านั่งม้าที่ทำเอาเขาเมื่อยขบไปหมด คุณชายหน้ามนจะทำอะไรอีก

           “..เกาทัณฑ์ต่างหาก” กล่าวจบมือเรียวคว้าคันศรจากบ่าวรับใช้ด้านข้างหลับตาแล้วยิงโค้งลงเฉียดปลายจมูกของซุนเช่อไปปักตรงที่ลำต้นไหว

          “ในการศึกสงครามรึแม้แต่สมรภูมิกองโจร อาจขาดทหารม้า อาจไร้ทหารทวน แต่ไม่อาจขาดมือธนูโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฝ่ายป้องกันเมือง เจ้าจะใช้ดาบทวนโจมตีผ่านกำแพงสูงได้อย่างไร? ศาสตราในมือข้ามีอีกชื่อว่า ‘มัจจุราชไร้เสียง’ เมื่อจู่โจมยากที่จะป้องกัน บ่อยครั้งไม่สามารถระบุตัวผู้ที่ใช้กว่าจะรู้เหยื่อก็ถูกปลิดชีพไปแล้ว”
           “ยังมองว่าธนูเป็นอาวุธธรรมดาที่ไร้ความจำเป็นอยู่ไหม?”

           ถ้าตอบว่าใช่.. ข้าจะไล่ให้พวกเจ้าไปคัดชื่อขุนพลเก่งกล้าทั้งหลายในประวัติศาสตร์ที่สุดท้ายก็ตายใต้คมศร!!

ประลอง ซุนเช่อ https://rotk.xyz/plugin.php?id=dzs_npccomrade:fight&aid=634
ประลอง ซุนจียน
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
+2 Point จากโรลการต่อสู้ประลองกับขุนพล -เลื่อมใสศรัทธา
+2 Point จากโรลการต่อสู้ -ทะเยอทะยาน
+5 Point จากการโรลต่อสู้ -อัจฉริยะ
+3 Point ทุกครัั้งที่โรลต่อสู้ผ่านระบบ -หูดี
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบทวนสามง่าม (ม่วง)
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+20 ประลองในระบบ
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +75
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบกล่องขนมห้าสี
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +90
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบขนมเปี๊ยะ
+25 ถ่ายทอดความรู้ อย่าเลือกกินนะเด่ก
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+20 ประลองในระบบ
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +105
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบชาดอกไม้+ชิงถวน
+25 ถ่ายทอดความรู้ อย่าเลือกกินนะเด่ก
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
+?? อิเว้นท์เด่กมานอน
รวม +120+??
+38
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x3 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
+15x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
+50 ต่อวัน โรลเผยแพร่ศาสนา
x2 ความศรัทธา VIP


@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1

6

กระทู้

256

ตอบกลับ

3 หมื่น

เครดิต

ขุนพลเหล็ก/นักเจรจา

เครดิต
31604

นักบริหารผู้ควบคุมดูแลผู้กล้าผู้น่าเคารพนับถือสถาปนิกใบอนุญาตเข้าเมือง(เสิ่น)นักวิชาการนักวางแผน

STR
200+117
INT
203+72
POL
203+18
LEA
200+0
CHA
200+5
VIT
200+66
หลิว ซีเยี่ยน
เลเวล 1
คุณธรรม
9464
ความชั่ว
8467
ความโหด
23181
โพสต์ 2022-6-22 23:45:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-6-27 00:36

โรลเชคชื่อวันที่ 22 สัปดาห์ที่ 2
-โรลสานสัมพันธ์-
-โรลทำงาน-
รื่นเริงในครัว
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦

            คล้ายว่าเรือนพักรับรองของเสิ่นเซียนเซิงจะกลายเป้นห้องนอนสำรองของซุนเฉวีวยนน้อยไปเสียแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เจ้าก้อนข้าวเหนียวน้อยมาเกาะหนึบติดกับแขนเขาเห็นตนเป็นหมอนข้างหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ บุรุาชุดครามยกนิ้วจิ้มแก้มขาวๆ ของอีกฝ่ายเพื่อปลุกเรียก วันนี้เขามีนัดหมายต้องสอนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ รับงานไว้แล้วจะผิดคำพูดไมไ่ด้

            “เฮ้อ.. นี่ตกลงข้ามาเป็นคนกล่อมเด็กหรืออาจารย์สอนเหมายกบ้านเจ้ากันแน่”

            “ฮื้อ… ขอนอนต่ออีกหน่อยน้า…” เจ้าเด็กไม่ยอมลุก งอแงเป็นพิเศษแล้วยังปีนขึ้นมาซุกบนตักเขา โม่เสวียนปวดเศียรเวียนกล้า เรียกให้บ่าวด้านนอกมาช่วยจับคุรชายน้อยของพวกเขาอาบน้ำแต่งตัว

            ตารางของวันนี้แน่นหนาแต่เช้า คุณชายเสิ่นเรียนรู้แล้วว่าอย่าได้เผลอตกปากรับคำเรื่องแรกเป็นอันขาดหากได้รับการไหว้วานไปแล้วหนหนึ่ง มันจะต้องมีหนสอง หนสาม และหนสี่ตามมา!! คนตระกูลซุนน่ากลัวเกินไปแล้วพวกเขาไม่ให้แม้วันหยุดพักผ่อนกับตนเลย

            ระหวา่งทานอาหารโม่เสวียนที่จดจำได้ว่าอีกฝ่ายชื่นชอบปูทะเลแต่ฟูเหรินไม่ค่อยนิยมสุรา ตนจึงได้แช่เอาไว้หนึ่งโถใหญ่สำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เขาให้สาวใช้รินชากงอี้ฮวาแบบใหม่ที่พึ่งนำออกมาจำหน่ายแก้่ฟูเหรินโดยไม่ลืมกำชับเวลานัดหมาย

           “ช่วงบ่ายเมื่อท่านว่างจากธุระจัดการในจวนแล้ว ค่อยไปพบกันที่ครัว พวกวัตถุดิบคงต้องวานให้พ่อบ้านช่วยจัดเตรียม..”

            “เรื่องนั้นคุณชายเสิ่นไม่ต้องเป็นกังวล ข้าสั่งความเฉินผีเอาไว้แล้วเขาจะสรรหาทุกสิ่งจนพร้อมได้ทันเวลาแน่” อู๋ฟูเหรินคลี่รอยยิ้มยาม นางเองก็คาดหวังเช่นกันว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีการสอนอย่างไร

            “อื้มๆ หาได้ยากจริงๆ บุรุษมีตระกูลเช่นคุณชายนอกจากรุ้วิชาแพทย์ยังไม่เป็นรองด้านงานครัว ผู้ที่อบรมท่านมาช่างมองการไกลนัก” ท่านเจ้าเมืองได้ปูลแช่สุราไปอารมณ์ดียิ่ง ยิ้มเจรจาจนใบหน้าเหี้ยมหาญลดความข่มขวัญลง

            “อันที่จริงตอนแรกข้าเองก็สงสัยเรื่องนี้ คุณชายเสิ่นเป็นผู้สืบทอดของตระกูล เรื่องศาสตร์และศิลป์นั้นเข้าจได้ แต่งานอย่างการครัวปกติจะเป็นหน้าที่ของสตรี.. ข้า ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิดเพียงแต่คิดว่ามันแปลก”

            “แปลก..เช่นนั้นรึ”

            โม่เสวียนถือโอกาสนี้ปรับความเข้าใจกับทั้งคู่เสียใหม่ ถือว่าสร้างความศรัทธาไปในทิศทางเดียวกันเชื่อมั่นในสิ่งที่เกิดประโยชน์จริง ช่างแม่งหน้าตาศักดิ์ศรีที่พกจนตัวตายก็ไม่ได้อะไรนอกจากน้ำลายคน

            “ผู้คนกินข้าววันละสามมื้ออนาคตไม่แน่ว่าสุขสบายมีพ่อครัวคอยหุงหาครบทั้งสามเวลา สถานการณ์บ้านเมืองในยามนี้ท่านพินิจดูเถิดผู้ที่ยังกินอิ่มนอนอุ่นได้มีสักกี่หัวเมือง.. หากไม่เรียนรู้เอาไว้จะหญิงชายเด็ก รึผู้ชรา ข้าเกรงว่าถึงคราวจวนตัวแล้วมานั่งนึกเสียดายภายหลังนั้นเปล่าประโยชน์”

            เจียงหนานโดยมากสุขสงบศึกสงครามสำหรับพวกเขามีแค่โจรสลัดและโจรภูเขาแทบไม่เคยลิ้มรสการเผาบ้านเผาเมือง เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ก็ทำให้ผู้คนเกิดความประมาทเช่นนี้เขาเข้าใจได้

            “ข้าเพียงถามเพราะความสงสัย มิได้มีเจตนาจะดูแคลนท่าน.. ซ้ำยังนับถือคุณชายที่มักแสวงหาความรู้รอบด้านอยู่เสมอๆ ได้มีท่านเป็นแบบอย่างให้ลูกเช่อลูกเฉวียนอีกแรง”

            ซุนฟูเหรินประคองถ้วยชาขึ้นจิบยกรอยยิ้มหวาน นางกระตุ้นได้ถูกทางอย่างน้อยอีกฝ่ายก็รับไม้ต่อได้อย่างดิบดีในการวางแผนให้บุตรชายทั้งสองเข้าครัวไปด้วยกันในวันนี้

            “เสิ่นโหม่วเพียงคนว่างงานสรรหาศาสตร์ศิลป์ทำไปเรื่อย อาศัยว่าได้หยิบจับอะไรให้ทำฆ่าเวลา ฟูเหรินชื่นชมเกินไป มิกล้ารับๆ”

            ถ้อยคำของโม่เสวียนคือความเป็นจริงในปัจจุบัน สภาพนี้แม้แต่ซุนเจียนเองก็โต้แย้งไม่ออก กลับเห็นว่าถูกควรแล้ว “คำของคุณชายกล่าวได้ดียิ่ง ยามรบทัพจับศึกหน่วยพลาธิการล้วนเป็นบุรุษหยาบกระด้าง ที่ใส่ใจให้มากคือความสะอาดและรอบคอบในการเตรียมเสบียง เรียนรู้ไว้วันนี้เกิดประโยชน์ในวันหน้าจริงๆ”

            ยามผู้ใหญ่สนทนากกันซุนเฉวียนน้อยเคี้ยวขนมของเขาไปนั่งสัปหงกมีเพียงซุนเช่อที่ฟังนัยยะออก เด็กน้อยที่เริ่มโตเคยได้ติดตามบิดาไปยังแนวหน้ามาแล้วจะมากน้อยรุ้จักเรื่องศึกสงคราม นัยน์ตาพยัคฆ์น้อยจดจ้องอาจารย์ของเขาไม่วาง มีทัง้ความสนใจ ใคร่รู้ ราวกับกำลังมองกล่องปริศนาแทบรอไม่ไหวที่จะแก้กลไกของมันออกเพื่อดูว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยุ่กี่อย่างกันแน่

            หลังรับอาหารเช้าร่วมกับซุนเจียน ซุนฟูเหริน ต้าซุนและเสี่ยวซุนก็ยังไม่รีบไปวิ่งเล่นเหมือนอย่างเก่า พวกเขาติดตามอาจารย์มายังลานกว้างเพื่อฝึกฝนการยิงธนู “แบบนั้นล่ะ.. ขึ้นสายให้สุด เวลาที่เล็งให้ผ่อนคลายไว้ คะเนทิศทางจากแรงลม…”

            “จิงเกอๆ พวกเราจะรู้ได้ยังไงฮะว่าลมพัดไปทางไหน.. มองไม่เห็นสักหน่อย”

            “โถ่.. แล้วเจ้ารู้อะไรบ้างล่ะ ของแบบนี้ต้องใช้ประสาทสัมผัสสิ” ซุนเช่อหัวเราะร่วนโดยไม่ทันนึกว่าตัวเขามีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้อยู่แล้ว สอนหนึ่งพัฒนาไปถึงสิบไม่จำเป็นต้องชี้แนะมากนัก ต่างกับซุนเฉวียนที่สทองดูจะไปทาวิชาการเรียนรู้บทความมากกว่าสัปประยุทธ์

            “ผิวเผินคงเข้าใจยากสำหรับเจ้าล่ะสิ แต่ว่า มันก็มีอยู่นะ.. วิธีที่จะเห็น ‘ลม’ น่ะ”

            ประโยคนี้เรียกเอาความงุนงงจากรอบด้าน ไม่เว้นแม้แต่ซุนเจียนเองที่ตามพวกเด็กๆ มายังลานกว้างตามความเคยชิน เจ้าเมืองฉางซาหยุดยืนเพื่อรอชมว่าเสิ่นเซียนเซิงมีสิ่งใดมาทำให้พวกเขาประหลาดใจอีกกันนะ ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายเก็บกลีบดอกไหวที่ร่วงหล่นลงบนพื้นลงมาหนึ่งกำมือก็พอจะเข้าใจได้ลางๆ ลูบเคราพยักหน้าอย่างเห้นด้วยกับอีกฝ่าย

            โม่เสวียนรวบกลีบบุปผาที่บางเบาเหล่านั้นไว้ด้านหน้าเด็กทั้งสองจากนั้นสะบัดออกจนกลีบไหวล่องลอยในอากาศ บางส่วนพัดกระจายไปตามทิศทางของลมราวกำลังร่ายระบำ ซุนเฉวียนถูกความงดงามนั้นทำให้ลืมหายใจไปชั่วครู่ จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายพยายามแสดงให้ตนเห็นสิ่งใด

            “ลม! กลีบดอกไม้พัดไปตามลม!”

            “แล้วถ้าหากแถวนั้นไม่มีดอกไม้ใบไม้ รึเกิดอยู่กลางทะเลทรายขึ้นมาล่ะ..” ไม่สนเจ้ารองที่เหมือนเด็กซื่อ ซุนเช่อถามต่อจะสูบความรุ้อีกฝ่ายมาให้หมด!

            “เส้นผมเจ้าไง.. เลี้ยงไว้บนหัวเฉยๆ รอหงอกเสียเปล่า เอามาใช้ประดยชน์ได้อีกหลายอย่าง”

            “น..นี่!!” ซุนเช่อเปลี่ยนมายืนชี้หน้า ไม่ยงไม่ยิงมันแล้วธนูทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดีแต่กับน้องรองคนเดียวทำกับเขาเหมือนบุตรภรรยาน้อย!

            “ฮะๆๆ เอาเถิดลูกเช่อ คุณชายเสิ่นชี้แนะแล้ว เจ้าต้องหัดสังเกตรอบกายว่ามีสิ่งใดสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง เหมือนเวลาที่เทียนไขดับเรายังสามารถอาศัยแสงจันทร์นำทาง” ผู้เป้นบิดาลูบหัวบุตรชายรัก ไม่ง่ายเลยที่จะสอนทายาทให้ออกมาอย่างถูกทาง รักมากเกินไปก็เผลอตามใจ ห่างเหินเกินพอดีกลับเป็นเย็นชา

            อุบายล่อให้ผู้เป้นพ่ออกมาสัง่สอนเด็กหัวรั้นด้วยตนเองของโม่เสวียนนั้นสำเร็จเสร็จสิ้น เขาไม่ปล่อยให้เวลาสูญไปโดยเปล่าประดยชน์ ชวนให้เจ้าเมืองมาช่วยฝึกสอนเด็กทัง้สองยิงธนูด้วยกัน

            ไปๆ มาๆ กลายเป้นงานประลองขนาดย่อมๆ พวกเขาให้บ่าวตั้งหุ่นฟางกลางน้ำโดยใช้ทุ่นลอย เป้าเคลื่อนที่เช่นนี้ใช้วัดว่าใครยิงได้แม่นสุด สามดอกแรกเจ้าเมืองฉางซาต่อไปก่อน อีกสองดอกกลับเป็นของซุนเช่อที่ส่งรอยยิ้มเยาะไปทางอาจารย์หน้ามน

            ซุนเฉวียนน้อยพยายามจนเบื่อก็ยิงไม่เข้าเป้าเสียทีจนมานั่งให้กำลังใจอยุ่ขอบสนาม

            โม่เสวียนหลับตาลงเพื่อรวบรวมสมาธิ ทุ่นฟุ่นฟางทั้งสามล่องลอยตามแรงปะทะจนห่างออกจากฝั่งไปไกล เขาเลือกที่จะหลับตาลงฟังเสียงกระเพื่อมของน้ำเพื่อจับตำแหน่ง จากนั้นขึงสายธนูรวดเดียวแล้วยิงออกโดยไม่เล็ง เข้าเป้าทั้งสาม! ทั้งที่ยังหลับตาอยุ่แบบนี้แปลว่าผลแพ้ชนะออกมาแน่ชัดแล้ว

            “ฟู่ว… จำเอาไว้ทั้งสอง เกาทัณฑ์ในที่ลับ.. ยากจะป้องกัน บทเรียนในวันนี้เพียงเพื่อเตือนใจพวกเจ้า อย่าได้ประมาทเป็นอันขาดต่แให้เติบใหญ่จนแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวข้าในวันนี้ ทำสิ่งใดต้องรอบคอบเข้าไว้”
.
.
            ยามบ่ายแก่ด้านในครัวมีหนึ่งร่างบ่างของดรุณีนายหญิงจวนยืนอยู่หน้าเขียง กำลังทึ่งกับวิชาใช้มีดของผู้สอนวิชาครัวในวันนี้ มือขาวคู่นั้นไม่น่าเชื่อว่าเคยรักษาคนมาก่อน เขาใช้ปังตอเพียงอันเดียวทั้งฝานและสับหัวไชเท้า แครอท รวมไปถึงหั่นผิงกั่วและลูกแพร์จนเป้นท่อนเท่ากัน

            “ขอถามคุณชาย ทำไมเราต้องหั่นด้วย.. ต้มลงไปทั้งลูกไม่ได้หรือ?”

            “ทำได้.. ทว่าข้าไม่ทำ เปลืองของผลไม้และผักบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อน หากต้องการให้คุณค่าทางอาหารซึมซาบออกมาจากที่ใช้เวลาตุ๋นสองชั่วยามก้จะกลายเป้นสี่ชั่วยาม สิ้นเปลืองเวลาโดยใช่เหตุ” เขานำผักลงล้างและตามด้วยลอกเปลือกของผักกาดขาวออก วางเรียงทุกอบ่างลงก้นหม้อโดยนำใบผักกาดขาวรองไว้

            “โคร่งไก่นี้ต้องต้มให้เดือดก่อนรอบหนึ่งหรือ?” อู๋ฟูเหรินพับชายแขนเสื้อเพื่อเข้าไปช่วยล้างเนื้อสัตส์อีกแรง ยามที่ลงครัวนางปลดเครื่องประดับรุ่มร่ามออกดูทะมัดทะแมงขึ้นมากอีกทัง้ยังไมไ่ด้ลดทอนความงามลงเลย

            “ใช่แล้ว… เพื่อดับคาวเลือด ผู้ป่วยบางคนมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อกลิ่นคาวจึงทานได้น้อย”

            “ให้ทำอย่างไรกับโครงกระดูกหมูหรือ ใส่ลงไปทั้งท่อนได้ไหม?”

           “ต้องสับเป็นท่อนก่อน เราต้องการตุ๋นจนไขกระดูกออกมาผสมให้รสที่กลมกล่อมและสัมผัสที่คล่องคอ”

            ทั้อสองง่วนอยุ่ในครัวรอจนช่วงเย็นเจ้าสองหน่อของบ้านซุนถึงได้ดื่มน้ำแกงห้าสีชามใหญ่สมใจอีกครา

ประลองซุนเจียน
https://rotk.xyz/plugin.php?id=dzs_npccomrade:fight&aid=642
https://rotk.xyz/dzs_npccomrade-fight.html?aid=642
ประลองปัญญาอู๋ฟูเหริน
https://rotk.xyz/plugin.php?id=dzs_npccomrade:fight&aid=654
♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦
(เลื่อมใสศรัทธา)
+3 Point จากการโรลทำงาน
(ทะเยอทะยาน)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้
+2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด)
+5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย
+5 Point จากการโรลเรียนรู้
(หูดี)
+2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย
(เห็นอกเห็นใจ)
-2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ
(นักวิชาการ)
+4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้
(นักวางแผน)
+5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
+2 Point จากโรลการต่อสู้ประลองกับขุนพล -เลื่อมใสศรัทธา
+2 Point จากโรลการต่อสู้ -ทะเยอทะยาน
+5 Point จากการโรลต่อสู้ -อัจฉริยะ
+3 Point ทุกครัั้งที่โรลต่อสู้ผ่านระบบ -หูดี
+2 Point จากการโรลการทูต (เห็นอกเห็นใจ)
+5 Point จากการโรลทางการทูต (อัจฉริยะ)
+2 Point ทุกครั้งที่โรลการทูต (หูดี)
(เห็นอกเห็นใจ)
+20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ
(อัจฉริยะ)
+30 EXP จากการโรลทำงาน
(หูดี)
+5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
+10 EXP จากการทำงานพาร์ทไทม์
(ซุน เจียน 010)
+35 มอบปูแช่เหล้า
+15 ความสัมพันธ์คนที่มีนิสัยเดียวกัน
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+20 ประลองในระบบ
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +100
++++
(อู๋ฟูเหริน 023)
+35 มอบชากงอี้ฮวา
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+?? อิเว้นท์สอนทิศทางลม
+20 ประลองปัญญา
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +110+??
+++++
(ซุน เช่อ 070)
+35 มอบน้ำแกงห้าสี
+25 ถ่ายทอดความรู้ สอนทิศทางลม
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
-15 ธาตุข่มกัน ไม้ ข่ม ดิน
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+10 ความเชื่อเดียวกัน (ไม่นับถือศาสนา)
+5 พูดคุยรายวัน
รวม +90
+++++
(ซุน เฉวียน  084)
+35 มอบน้ำแกงห้าสี
+25 ถ่ายทอดความรู้ วิชางานครัว
(หูดี)
+15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย  
+20 ธาตุดินหนุนทอง
+15 หัวเดียวกัน (มาร)
+5 นักษัตรเดียวกัน
+5 พูดคุยรายวัน
+?? อิเว้นท์เด่กมานอน
รวม +120+??
+47
+65
-20 สูญเสียความเครียดเมื่อโรลทำงาน (เลื่อมใส)
-20 ความเครียดจากการโรลกินไม่อั้น (ชอบกิน)
+25 ความเครียดจากการมอบของล้ำค่า (ทะเยอทะยาน)
+20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี)
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย
+10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัว
สัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ
หัวคลั่งพบหัวมาร x3 +120 โหด
x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ,ซุนเจียน)
+10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา)
+25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
+15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา
x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต
x2 ความศรัทธา VIP

@Watcher

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกาทัณฑ์พิชิตมังกร
ม้าฮั่นเสีย
ชุดเซิ่งชางจวิน
มุกเสวียนอู่
เสินหนงเปิ่นเฉาจิง
ตลับผงชาด
กลยุทธ์เล่ออี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x20
x1000
x2
x4
x1
x200
x80
x2
x2
x53
x10
x5
x1
x5
x1
x28
x70
x3
x3
x3
x5
x15
x30
x8
x2
x6
x30
x62
x101
x101
x20
x444
x50
x40
x50
x1200
x9
x30
x3
x2
x1
x104
x92
x6
x350
x12
x2
x300
x60
x60
x4
x1
x3
x2
x1
x22
x1
x980
x19
x26
x1
x14
x18
x2
x2
x5
x5
x11
x10
x230
x44
x1
x4
x2
x16
x2
x2
x10
x8
x22
x48
x6
x150
x190
x270
x300
x530
x90
x50
x50
x50
x50
x1319
x100
x450
x100
x400
x140
x3
x10
x1
x11
x100
x60
x113
x130
x30
x8
x7
x4
x12
x20
x16
x27
x26
x1150
x200
x100
x1
x1
x1280
x12
x160
x18
x120
x25
x230
x10
x10
x18
x13
x10
x9
x30
x6
x12
x10
x20
x35
x18
x8
x129
x20
x10
x4
x118
x30
x19
x5
x23
x39
x8
x7
x25
x15
x53
x217
x5
x14
x96
x3
x82
x5
x22
x7
x10
x11
x829
x7
x27
x1
x3
x11
x14
x196
x694
x129
x7
x143
x484
x22
x1
x4
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้