แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuMan เมื่อ 2022-7-11 22:31
[ปลดสหายร่วมเป็นร่วมตาย อู่ฟูเหริน] -โรลทำอาหารเลี้ยงชาวบ้าน 3/4- โรลเชคชื่อวันที่ 28 สัปดาห์ที่ 3 -โรลแลกเปลี่ยนความเชื่อ- คดีข้าวสารที่หายไป ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ หมื่นคิดพันคาดก็ไม่อาจล่วงรู้อนาคต..
ท่ามกลางความมืดมิด โม่เสวียนมีสีหน้าเคร่งเครียดเหงื่อเม็ดใสไหลข้างขมับ.. มือเรียวกุมป้องเสียงของผู้ที่หลบอยู่ในร่องไม้เดียวกับตนไว้แน่น “กลัวรึไม่? เวลานี้อย่าได้ส่งเสียงเด็ดขาด..” มิเช่นนั้นพวกเราจะตายกันหมด
ริมฝีปากที่ถูกเขาผนึกอยู่นั้นยอมรับแต่โดยดี รอจนอีกฝ่ายพยักหน้าแล้วค่อยปล่อยอกยามที่แสงจันทร์สั่นไหวเมื่อนั้นจึงพบว่าคนข้างๆ มิใช่ใครอื่น อาภรร์อย่างสตรีชนชั้นคุณนางโครงหน้างามซีดขาวอยู่หลายส่วนตอนนี้ได้แต่หลบซ่อนอยุ่ในร่องหินพร้อมกับอีกฝ่ายราวกับหนู สายตาของทั้งสองจับจ้องไปยังจุดเดียวกันที่กลางลาน
คบไฟสุกสว่างบุรษในชุดหนังสัตว์ท่าทางดุร้ายนับสิบกำลังรวมตัวล้อมบางสิ่ง
เหล่าชายหน้าโฉดยืนล้อมอยู่นั้นคือรถขนเสบียง ข้าวสารจำนวนหมื่นโต่วที่พวกเขาสั่งมาจากจิงโจวนั่นเอง เดิมทีมันสมควรมีคนงานลากไปถึงยังจวนเจ้าเมืองฉางซาก่อนย่ำรุ่ง โม่เสวียนปรุงอาหารติดต่อกันเป้นวันีท่สาม รอแล้วรอเล่าวัตถุดิบที่สั่งไว้แทบจะครบแล้ว หากไม่ติดที่ว่าพวกเขารู้สึกแปลกใจว่าทำไมข่าวจากพ่อค้าข้าวยังไม่มาส่งเสียทีจนออกมาตรวจสอบกันเองแล้วล่ะก็..
มีหวังของที่สั่งหายไปอย่างไร้ร่องรอยจับมือใครดมไม่ได้!
“เป็นอย่างที่ลูกพี่บอกจริงๆ สเบียงเยอะขนาดนี้พวกเราเอาไปโก่งราคาต้องรวยแน่ๆ”
“ฮึๆ พูดแล้วจะหาว่าโม้ ข่าวของข้าน่ะไวสุดในฉางซา เฮ้ย ไปดูต้นทางดีๆสิ รีบขนย้ายก่อนจะมีคนมาเห็น”
หรุบสายตามองศพของนายหน้าค้าข้าวแล้วก็ถอนหายใจ อุตส่าห์กำชับแล้วกำชับอีกว่าใช้เส้นทางที่ระบุเพื่อความปลอดภัย หมอนั่นคงทำตามใจประมาทเพระาเห้นเป้นระยะทางสั้นๆ ก่อนเข้าเมือง โม่เสวียนกลัดกลุ้มว่าตนไม่น่ารับปากให้นายหญิงซุนตามมาด้วยเลย คราวนี้พวกเขาไม่มีทั้งผู้คุ้มกันรึองค์รักษ์
“ของเหล่านั้นต้องนำไปช่วยเหลือชาวบ้าน.. คุณชายพวกเราควรทำอย่างไรกันดี จะปล่อยให้พวกเขาเอาไปทั้งแบบนี้ไมไ่ด้นะ!”
ไม่สำคัญที่ว่าเงินทุนเป็นของใคร แต่ในเมื่อจุดประสงค์พวกเขาทนลำบากปรุงอาหารมาหลายวันด้วยจิตใจที่หวังช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรื่องอะไรจะยอมให้โจรถ่อยมาชุบมือเปิบ อู๋ฟูเหรินเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงใช้คาวามคิแม้ขณะที่พวกนั้นเตรียมเคลื่อนเกวียนก็ร้อนใจ
“มัวอยู่เฉยเช่นนี้ไม่ดีแน่.. ต่อให้กำลังน้อยกว่าข้าก็จะลองเผชิญหน้าดูสักตั้ง!”
โม่เสวียนรั้งตัวอีกฝ่ายไว้ให้กลับมาใต้ร่มเงาไม้พรางตัว แปลกใจอยู่บ้างที่นายหญิงของจวนเจ้าเมืองที่ปกติอ่อนหวานวางตัวไว้ราศียามมุทะลุก็บ้าบิ่นใจกล้าไม่เบา มีลุกเป้นเสือแม่ก็ต้องไม่พ้นนางเสือนี่เอง
“ปล่อย!! ห้ามข้าทำไม!”
“ใจร้อนอาจเสียการณ์ พวกนั้นมีอาวุธครบมือยิ่งต้องระวังให้มาก”
“มัวแต่กลัว ระวังหน้าหลัง สุดท้ายก็ไม่ลงมือทำสิ่งใดเลย นั่นไม่แย่ยิ่งกว่าหรือ?”
โม่เสวียนเลิกคิ้วคราหนึ่งเรื่องฝีปากถากถางนี่อุ๋ฟูเหรินดูจะติดอันดับในฉางซา เขาผ่อนลมหายใจลงมองคบไฟที่เริ่มไกลออกไปแล้วกระซิบแผนการที่ตนคิดได้ ผู้ฟังมีสีหน้าที่หลากหลายหลังฟังจบ “เคยได้ยินมาบ้างว่าป่าแถบนี้มีสิง่นั้นอยู่... แต่จะได้ผลจริงหรือ?”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ อยู่กับว่าครานี้ท่านเชื่อข้าไหม? คอยตามพวกนั้นไป ข้าวสารจำนวนมากเดินทางได้ไม่นานต้องหยุดพักแน่”
ทั้งสองลอบติดตามเหล่าโจรขโมยข้าวในป่าใหญ่ระหว่างนั้นโม่เสวียนขอฉีกชายอาภรณ์ฟูเหรินมาแถบหนึ่ง มอบมันให้ลุกแมวดำสัตวืเลีย้งของเขา “จำทางกลับจวนได้ใช่ไหม? ที่ๆ มีปลาทูให้เจ้ากินไม่อั้น.. นั่นล่ะ หาคนให้ปลาทูเจ้าเอาผ้านี่ไปส่งให้เขา”
ผ้าแถบที่ขาดวิ่นคือสัญญาณขอความช่วยเหลือ ลูกแมวนั้นอาจพูดมไ่ได้ แต่ความจำและความเร็วไม่เป็นสองรองใครแน่ ซุนเช่อและจวี้ซินเองยังเคยมาเล่นกับมันเอาปลาทูให้บ่อยๆ เห้นแถบผ้านี้คงเข้าใจเองว่าต้องทำสิ่งใดต่อ
ทั้งสองลอบติดตามขบวนขนข้าวสารไปข่างๆ จนในที่สุดพวกมันก็หยุดพัก โม่เสวียนทบทวนแผนการณ์อีกหนก่อนจะเริ่มลงมือ ‘สร้าง’ สถานการณ์ หนึง่ในพวกมันกำลังก่อไฟแล้วมานั่งพักที่ใต้ต้นไม้ก็ต้องพบว่า อยู่ดีๆ มีของเหลวสีเข้มเหนอะหนะตกลงบนหน้า พอใช้นิ้วป้ายมาดูปรากฎว่าเป้นกลิ่นคาวคลุ้ง
“เลือด? ทำไมถึงมีเลือด… เหวอ!!” ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ทำสิ่งใด โม่เสวียนโยนกระดูกจำนวนมากลงมาจากด้านบน ของเหล่านี้ก็คือกระดูกหมูส่วนที่เหลือจากการทำน้ำแกง ผสมกับเลือดสัตว์ไปผูกแขวนบนต้นไม้ และป้ายเครื่องในอวัยวะไปจนทั่วลาน แม้จะงานหยาบไปบ้างแต่ค่ำคืนเดือดมืดแบบนี้อาศัยแค่แสงจากคบไฟก็พอจะหลอกตาคนได้
เมื่อนั้นเองที่เสียงเย็นยะเยือกดังก้องไปทั่วทั้งลาน
“พวกเจ้าบังอาจทำเรื่องชั่วช้าในที่ของข้า… ตาย… ตาย”
ฟังดูไม่เหมือนมนุษยื นั่นเพราะอู๋ฟูเหรินต่อเขาสั่ต์ผ่านโพรงหินเสียงจึงก้องสะท้อนไปมาและดูแปลกแปร่งสร้างความหลอนขึ้นไปอีก ยิ่งนางได้เห็นว่าโจรกระจอกหน้าซีดตัวสั่น ที่ขวัญอ่อนหน่อยก้ลงไปพนมมือทำให้ยิ่งเข้าถึงบทบาท
“คนบาปหยาบช้าเอ๋ย หมดเวลาของพวกแกแล้ว… จงทิง้ชีวิตไว้ที่นี่”
สร้างบรรยากาศต่อดม่เสวียนใช้กรงเล็บโซ่ตวัดกระชากหนึ่งในลูกสมุนเข้ามาในพุ่มไม้ด้วยความเร็ว เสียงหวีดร้องลั่นป่าพร้อมกับเลือดที่เจิ่งนองตามมาลบล้างความกล้าของพวกมันลงไปอีก
อันที่จริง.. แค่เลือดสัตว์ ส่วนโจรเคราะห์ร้ายโดนจี้จุดรวมประสาทให้เจ้บที่สุดจนร้องหามารดาก่อนจะสลบไป
“บ้าจริง ข้าลืมไปได้ยังไง ป่าแห่งนี้มีเรื่องเล่า… ผี! ผีหลอก!! ผีจ้าวป่าแน่ๆ”
“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น! ผีงั้นหรอ ตลก! โลกนี้ไม่มีหรอกสวะที่เรียกว่าผ.. อ๊ากก!!”
“ใคร!! มันผู้ใดกล้าลบหลู่ข้า!! อยากลิ้มรสความหายนะงั้นรึ…. ตาย ตาย ตาย!!”
กรงเล็บทำงานอีกครั้งลากมันเข้าโพรงหิน ส่วนอู๋ฟูเหรินที่อินกับบทยิ่งฮึกเหิม บังเอิญมีลมกรรโชกผ่านสร้างความสมจริงเพิ่มขึ้นไปอีก โม่เสวียนฉีกยิ้มแห้งในเงามืด ดีแล้วที่โจรพวกนี้ดุท่าจะไม่ค่อยมีสมองอาศัยอุบายตื้นๆ ก็ยังพอควบคุมได้ พวกที่กลัวจนตัวสั่นลุกไม่ขึ้นลงไปสวมมนต์ขอขมา ส่วนที่จิตแข็งก็โดนเขาเก็บเรียงตัว
ผู้ก่อการทั้งสองหันมาสบตากัน ไม่มีทั้งกองทัพหรือองคืรักษ์ติดตามไม่นึกว่าพวกเขาจะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ อาศัยความร่วมแรงร่วมใจเช่นนี้ ในชีวิตตัง้แต่เติบโตจนเป้นแม่คนอู่ฟูเหรินไม่เคยพบช่วงเวลาเฉียดความเป็นความตายเช่นนี้มาก่อน พลางคิดว่า.. โชคดีนักที่คนเผชิญหน้าอันตรายกับนางคือคุณชายเสิ่น
ไม่นานนักตัดรายที่วิ่งหนีไปก็เหลือโจรไร้ทางสุ้แค่ไม่กี่คน..
“คุณชาย!! ท่านปลอดภัยรึไม่”
“ท่านแม่!! ใครกล้าทำร้ายแม่ข้า!!”
เหมือนตำรวจที่มักมาตอนจบในที่สุดเจ้าแมวดำก็ทำหน้าีท่ของมันได้เป้นอย่างดี ซุนเช่อนำทหารมาพร้อมกับจวี้ซินผู้ติดตามของนาง พวกเขาปูพรมออกตามหาร่องรอยที่โม่เสวียนทำทิ้งไว้จนมาเจอพวกโจรที่สิ้นสภาพจับตัวไปลงโทษ ด้านของอู๋ฟูเหรินกลับมาเป็นนายหญิงผู้สง่าอีกหนแล้วเดินขึ้นรถม้าไป ยังไม่ลืมส่งยิ้มให้ ‘สหาย’ คนที่างยอมรับ
“นี่.. ระหว่างที่พวกข้ายังไม่มาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” ซุนเช่อเค้นถามมารดาไม่ได้จึงเอามาลงกับพี่เลี้ยงหน้ามนแทน
“หืม… เคยได้ยินรึเปล่าว่าสตรีล้วนมีความลับน่ะ เจ้าดูไม่ใช่พวดสู่รุ้ เลิกขุดคุ้ยเถอะ” กำกวมใส่คือคำตอบ
“แต่เจ้าไม่ใช่สตรีสักหน่อย อย่ามาหาเหตุปิดบังน่า บอกข้ามา!”
คุณชายเสิ่นคลี่พัดจีบหยักรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ่ยคำสอนเปลีย่นความเชื่ออีกฝ่ายเสียใหม่
“ความสงสัยนั้นฆ่าแมว… บอกเจ้าไว้อย่างนะนายน้อยซุน.. จงอย่าได้ทรยศหักหลังสตรี ไม่อย่างนั้น โลกจะถล่มลงมาทับเจ้า ฮ่าๆๆๆ”
ปล่อยเจ้าหนุ่มยืนงงระคนอึดอัดใจไป ส่วนตัวเขาก็กลับเข้าเมืองไปพร้มอสัง่คนนำข้าวสารไปยังจวนเจ้าเมืองทำงานต่อ ทำงาน ทำงาน! มอบ exp จากโรลทั้งหมดให้ อู๋ฟูเหริน ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ • ♦ | | | | (เลื่อมใสศรัทธา) +3 Point จากการโรลทำงาน (ทะเยอทะยาน) +2 Point ทุกครั้งที่โรลเรียนรู้ +2 Point ทุกครั้งที่โรลใช้กลอุบาย
(ฉลาด) +5 Point จากการโรลใช้แผนการและกลอุบาย +5 Point จากการโรลเรียนรู้ (หูดี) +2 Point จากการโรลใช้แผนการหรือกลอุบาย(เห็นอกเห็นใจ) -2 Point เมื่อใช้อุบายแผนการ(นักวิชาการ) +4 Point เมื่อโรลเพลย์เรียนรู้(นักวางแผน) +5 Point เมื่อโรลเพลย์วางแผน ดำเนินกลอุบาย
| (เห็นอกเห็นใจ) +20 EXP ทุกครั้งที่โรลเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือผู้อื่น หรือ ทำงานช่วยเหลือ(หูดี) +5 EXP จากการโรลสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
|
++++ (อู๋ฟูเหริน 023) +?? ปลดสหายร่วมเป็นตาย(หูดี) +15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย +20 ธาตุหนุนกัน ทอง หนุน ดิน +15 หัวเดียวกัน (มาร) +5 พูดคุยรายวัน
รวม +55+??
++++++ (จวี้ ซิน H-002) (หูดี) +15 ความสัมพันธ์กับคนที่คุยด้วย (เลื่อมใสศรัทธา) + 10 มาร พบ คลั่ง +5 พูดคุยรายวันรวม +30 | +26 | +25 | | | (ทะเยอทะยาน) +20% มีโอกาสต้านทานแผนการที่ไม่เป็นมิตรต่อคุณ (หูดี) +10% โอกาสสำเร็จของแผนการแง่ร้าย +10% โอกาสสำเร็จของแผนการส่วนตัวสัตว์เลี้ยง เปิดใช้งานแมวดำ หัวมารพบหัวมาร x2 +60 โหด หัวมารพบหัวคลั่ง x1 +30 โหด | | x2.5 ทุกครั้งที่คุยแลกเปลี่ยนศาสนากับคนศาสนาเดียวกัน (ไร้ศาสนา-ซุนเช่อ) +10 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ
(เลื่อมใสศรัทธา) +25 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิ +15 ความศรัทธา ทุกครั้งที่โรลเผยแพร่ลัทธิหรือ โรลเกี่ยวกับศาสนา x2 ความศรัทธา ซินแสนอกรีต x2 ความศรัทธา VIP
|
@Watcher
|