[เมืองเฉินหลิว] บ่อนเฉาเหอจวิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2021-8-16 23:52:18 |โหมดอ่าน





 

บ่อนเฉาเหอจวิน
{ เมืองเฉินหลิว }








【บ่อนโจวทงฉือ】
ตั้งอยู่ถนนตะวันตกอย่างโดดเด่นกระแทกตาว่านี่คือบ่อน
เสมือน้องการเย้ยทางการว่าอยากมาก็มาเลย ที่นี่มีครบทั้งอบายมุข
สถานที่แสวงโชคอโคจรของเหล่าผู้ลากมากดี หอสูงตกแต่งปราณีต
ราวกับสำนักโคมเขียวมาเปิดให้บริการเองก็ไม่ปาน พนักงานขยัน
บริการถูกใจทั้งท่านชายและท่านหญิง ระวังเงินจะสูญไม่รุ้ตัว



ข่าวลือ: ได้ยินว่าที่โรงเตี๊ยมอี้เถาในลั่วหยาง คนจ้างงานอาจเป็นคนใหญ่คนโตเชียวนะ
ฟังข่าวลือได้ 8 EXP


ทุกท่านสามารถมาโรลเพลย์ทำงานพาร์ทไทม์ประจำวัน
ค่าจ้าง: 300 อีแปะ - 5 EXP (รายวัน)




เถ้าแก่เฉา ปิน
เฉาปินเป็นหลานชายของเฉาเจี๋ย 1 ใน 10 ขันทีที่มีอำนาจ
ด้วยบารมีของอาทำให้เฉาปินใช้อำนาจบาตรใหญ่
เปิดบ่อนท้าทายกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว
ให้กู้ยืมนอกระบบอีกสารพัด ไม่มีผู้ใดในเฉินหลิว
กล้ามาจับกุม อีกทั้งเฉาปินมีความทะเยอทะยานไม่ต่างกับอา
เขายังมีธุรกิจมืดอีกนับไมถ่้วน และฆ่าเป็นฆ่าไม่เคยปราณี
มีความโหดเหี้ยมอย่างที่สุด




โพสต์ 2021-9-4 20:11:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jinying เมื่อ 2021-9-4 21:06

เควสส่งก้อนสำริดสู่เฉินหลิว
(ส่งสำริดแก่บ่อนเฉาเหอจวิน)

          เพราะฝนตกระหว่างทางทำให้ตัวจิ้นอิ๋งหลังได้เข้าเมืองจำต้องหาโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อนก่อนส่งสำริดในวันรุ่งขึ้นแทนเพื่อให้นางและตัวผู้ติดตามได้อาบน้ำพักผ่อนกันไม่ให้เป็นหวัดกันไปเสียก่อน ในคืนนั้นจิ้นอิ๋งเฝ้ามองยังร่มคันหนึ่งอยู่เกือบค่อนคืน นึกถึงคำพูดของเจ้าของมันไม่หยุดสลับกับนึกถึงคำกล่าวของบิดาขึ้นมา

          ‘ จิ้นอิ๋งของพ่อจิตใจดีเป็นเรื่องที่ดี แต่ข้างนอกยังมีคนอีกหลายประเภทนักลูกเอ๋ย.. ตัวพ่อคาดหวังแค่ให้เจ้าระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ ’

          ในเพลานั้นตัวจิ้นอิ๋งยังเยาว์วัยนัก ไม่อาจเข้าใจเรื่องการระมัดระวังตัวของผู้เป็นบิดาแม้แต่น้อย ไม่นึกว่าจะมีวันที่โดนบอกทวนความทรงจำของนางให้หวนคืนอีกหน เพียงแต่คนที่เอ่ยทักกลับไม่ใช่ผู้เป็นบิดาเช่นดังเมื่อก่อน หยาดน้ำใสไหลออกยังดวงตาโศกจนต้องรีบปาดออกไม่ให้จมดิ่งคืนสู่ความคะนึงถึง และหวนคืนมาทบทวนกับสิ่งที่โดนบุรุษผู้นั้นพูดเตือนตนอีกหน

          ‘ ระมัดระวังตัวงั้นหรือ.. ข้าควรวางตัวกับบุรุษเพศให้ดีกว่านี้งั้นสิ ’

          เสียงถอนหายใจแว่วผ่าน เพราะตัวนางนั้นหวนนึกถึงคนในครอบครัวอีก โดยที่ตัวจิ้นอิ๋งคุยปร๋อกับบุรุษและทำตัวเสมอภาคได้อย่างไม่กระดากอายมากนั้นล้วนแล้วแต่ได้รับผลจากการดูแลน้องชายของนางทั้งสิ้น ในยามนั้นนางยังไม่ถูกเข้าใจอะไรผิดด้วยเพราะจิ้นเล่อก็คือน้องชาย และมักจะตามติดนางเสมอเวลาพบพานกับบุรุษแปลกหน้าอื่น ในยามนี้ไม่มีจิ้นเล่อคอยเคียงกาย กลายเป็นโดนเข้าใจผิดไปเสียได้ ไหนเลยจะเรื่องพักม้าที่จิ้นอิ๋งก็พอจะรู้ตัวว่ากำลังโดนผู้ติดตามกำเริบอยู่ชัดเจน แต่ก็เป็นเพราะตัวนางที่ใจอ่อนเกินไปด้วยนั่นแล

          ถึงอย่างนั้นเหตุใดบุรุษเจ้าของร่มถึงมองออกไปเสียทั้งหมดได้ในทันทีกัน

          “ กัวฟ่งเสี้ยว.. งั้นหรือ ”

          ทวนชื่อบุรุษเจ้าของร่มในมือผะแผ่ว ก่อนจะวางร่มลงยังโต๊ะข้างเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด


          ในยามเช้าวันใหม่ ตัวจิ้นอิ๋งออกมาจากโรงเตี๋ยมและมารวมตัวกับผู้ติดตามถานเจ๋อยังคอกฝากม้า นางส่งเบี้ยหวัดประจำวันให้ตามปกติและให้เพิ่มเล็กน้อยในส่วนที่ช่วยฝากสำริดไว้กับอีกฝ่ายแล้วสำริดทั้งหมดที่มียังอยู่ครบถ้วน

          “ แวะทานข้าวก่อนแล้วกันค่อยเดินทางไปส่งที่บ่อนเฉาเหอจวิน ”

          เอ่ยกับถานเจ๋อระหว่างเอาอาหารให้แก่ไป๋เซ่อและม้าอีกสองเรียบร้อย โดยระหว่างทางที่หาร้านอาหารนั่งทานตัวจิ้นอิ๋งก็คอยสอบถามถึงการพบเห็นครอบครัวของตนไปด้วย แต่ผ่านมากี่ร้านก็ไม่มีใครคุ้นเคยถึงลักษณะคนที่นางตามหา สุดท้ายจิ้นอิ๋งจึงจำต้องยอมรับว่าครอบครัวของนางไม่ได้ย้อนผ่านทางมายังเมืองเฉินหลิวแต่อย่างใด ในหัวเลยพลอยนึกไปถึงสถานที่ที่ครอบครัวน่าจะหนีไปคาดว่าคงเป็นในส่วนของเขตเหลียงโจวแล้ว

          และเพราะใบหน้าเศร้าซึมของนางที่แสดงออกในยามจูงม้าเฮยเซ่อที่แบกกระเป๋าสำริดตรงไปยังบ่อน ทำให้ถานเจ๋อที่สังเกตเห็นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความกังวลตามขึ้นมา

          “ ท่านหญิงต้องเจอครอบครัวแน่ อย่าเศร้าไปเลย ”

          จิ้นอิ๋งที่ได้ยินประโยคดูมั่นใจจากปากของอดีตโจรโพกผ้าเหลืองเช่นนั้นก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อยากเอ่ยแซวบางอย่างกลับหาแต่ก็พาลนึกถึงเรื่องที่โดนดุให้เพียงผงกหัวรับแก่ถานเจ๋อกลับไปเท่านั้น


          ทั้งคู่เดินอีกไม่นานก็มาถึงยังบ่อนเฉาเหอจวินที่ตั้งเด่นยังถนนทิศตะวันตกให้จิ้นอิ๋งแทบทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่งที่สถานที่ประเภทนี้วางตั้งอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย และดูเหมือนชาวเมืองก็คุ้นชินเสียจนไม่ได้มีท่าทางประหลาดใจใดให้นางต้องพยายามหลิ่วตาตามพวกเขาและเดินเข้าไปคุยกับคนงานของสถานที่เหล่านั้นเพื่อแจ้งจุดประสงค์การมาเยือน

          “ สวัสดีเจ้าค่ะ ข้ากู่จิ้นอิ๋ง ได้รับมอบแท่งสำริด 100 แท่งจากพ่อค้าหวังให้มาส่งยังบ่อนเฉาเหอจวิน ต้องส่งไว้ที่ไหนหรือเจ้าคะ? ”

          พนักงานที่คุมเฝ้ายังส่วนทางเข้าของบ่อนได้ยินเช่นนั้นก็ผงกหัวรับแข็งขัน ก่อนต้อนรับจิ้นอิ๋งให้เข้าไปยังส่วนอาคารด้านในที่มีเถ้าแก่เฉาอยู่เพื่อแจ้งถึงของที่สั่งได้มาถึงแล้ว ตัวเฉาปินทันทีที่เห็นของก็เดินหน้าเคร่งเข้ามาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน เมื่อพบว่าของทั้งหมดอยู่ครบไม่ขาดใด ๆ ถึงได้ยกยิ้มยินดีต้อนรับแก่จิ้นอิ๋งที่แทบจะส่งรอยยิ้มแห้งกลับไปให้หลังเห็นความระแวดระวังก่อนหน้าของอีกฝ่าย

          “ เสียมารยาทแล้ว ข้าเฉาปิน เป็นเจ้าของบ่อนเฉาเหอจวินแห่งนี้ อย่างไรก็ขอบใจแม่นางมากที่อุตส่าห์แบกสำริดทั้งร้อยนี่มาส่งได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน มิเช่นนั้นต้องแย่แน่ ๆ ”

          แม้คำพูดจะฟังแล้วไร้ความคุกคามใด แต่รูปประโยคในตอนท้ายที่ไม่ระบุถึงว่าใครกันที่จะต้องแย่หากของไม่ครบนั้นทำจิ้นอิ๋งเผลอเม้มปากด้วยความประหม่าเพียงชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจริงใจกลับไปให้ ราวกับจะแสดงให้เห็นว่าตนไม่ใช่คนที่บุรุษตรงหน้านี้ต้องคอยระมัดระวังอยู่เป็นแน่

          “ เช่นนั้นแล้วสำริดทั้ง 100 แท่งนี่ให้ข้าจัดการส่งไว้ที่ไหนหรือเจ้าคะ ”

          จิ้นอิ๋งไม่ได้เอ่ยชวนคุยอะไรเพิ่มมากมาย เพียงแต่ถามถึงสถานที่วางส่งยังถุงที่ประกอบด้วยสำริดที่ถานเจ๋อคอยช่วยแบกอยู่เหล่านั้นว่าควรเอาไปวางไว้ที่ไหน เพื่อผู้ติดตามของนางจะได้คลายความหนักของของที่กำลังขนอยู่รวมถึงตัวนางจะได้รีบออกจากสถานที่แห่งนี้ตามคำเตือนของพ่อค้าหวังที่บอกกล่าวนางตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบงานให้แก่นาง ซึ่งเฉาปินที่ได้ยินก็เพียงยกยิ้มพรายแก่หญิงสาวราวกับรับรู้ความเร่งร้อนของนาง ก่อนจะยกมือกวักเรียกคนของตนให้มารับของจากถานเจ๋อ ส่วนตัวมันก็เดินตรงเข้าหาจิ้นอิ๋งลดระยะห่างทั้งคู่จนนางเผลอถอยออกก้าวหนึ่ง

          “ ข้าให้ลูกน้องรับของไปหมดแล้ว เจ้าเสร็จงานของเจ้าแล้วล่ะแม่นาง… จะว่าไปเจ้าอุตส่าห์มาเยือนยังบ่อนชื่อดังของเฉินหลิว สนใจอยู่เล่นที่นี่สักหน่อยดีหรือไม่? ” เถ้าแก่เฉาเอ่ยขึ้นอย่างเย้าหยอกระหว่างที่ค่อยคอยขยับเดินหาจิ้นอิ๋งอย่างไม่ลดละ

          “ ข้า.. ไม่สันทัดที่แบบนี้เท่าไหร่ ยังไงถ้า.. ถ้าเอาของครบแล้วข้าขอตัวนะเจ้าคะ ”

          สิ้นคำปฏิเสธของจิ้นอิ๋งที่พยายามรักษามาดและสุภาพไว้เต็มที่ นางก็รีบค้อมตัวลาหาโดยมีถานเจ๋อเริ่มเคลื่อนตัวมายืนข้างนายหญิงของมันและโค้งตัวลาไปด้วย โดยที่เฉาปินก็ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไรเพียงยิ่งเผยรอยยิ้มกว้างที่ดูร้ายกาจและผายมือส่งให้นางและผู้ติดตามออกไปเท่านั้น ซึ่งถานเจ๋อก็แทบเดินมาบังตัวจิ้นอิ๋งไว้หลังรับรู้ได้ถึงสายตาคมที่จดจ้องมองมาไม่วางตาของบุรุษเบื้องหลังที่ตอนนี้กำลังหลุดหัวเราะขบขันบางสิ่งราวกับพึงใจที่ล้อหยอกสัตว์ขี้ตื่นตัวน้อยได้สำเร็จ


          หลังทั้งคู่ออกมาจากตัวบ่อนได้และเดินกลับคืนยังม้าทั้งสองที่ผูกไว้พร้อมกับไก่ตัวน้อยที่แทบเดินต่อกแต่กมาหาหญิงสาวนายของมัน จิ้นอิ๋งก็แทบหลุดใบหน้าผวาที่ปิดกลั้นเอาไว้ก่อนหน้ามาเสียสิ้นในตอนที่คว้าเอาตัวไป๋เซ่อได้พลางซบหน้าหาไม่ให้ผู้ติดตามของนางได้เห็น

          “ ไหวหรือไม่ท่านหญิง ”

          ถานเจ๋อเอ่ยถามอย่างติดห่วงขึ้นมา ซึ่งจิ้นอิ๋งก็เพียงพยักหน้ากลับไปทั้งที่หน้ายังซุกอกของเจ้าไก่ไป๋เซ่อไว้อยู่ ผ่านไปครู่หนึ่งนางถึงเงยใบหน้าที่พยายามส่งยิ้มกลับให้ผู้ถามได้สบายใจ ก่อนจะบอกให้พากันขึ้นม้าและออกเดินทางกลับสู่เมืองลั่วหยางต่อไป ในใจจิ้นอิ๋งก็อดที่จะทดเอาไว้ไม่ได้ว่าคราต่อไปจะไม่แวะเวียนส่งของยังที่แห่งนี้อีกแน่


←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บทเพลงเฟิ่งฉิวหวง
ถุงหอมจูอวี๋
กระบี่
พู่หยกเลือดหงส์
กลยุทธ์เล่ออี้
ม้าเหลียง
หน้ากากขาว
เกราะเกล็ดมังกร
ผ้าคลุมไท่หลง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x3
x5
x2
x2
x1
x2
x2
x2
x1
x1
x27
x2
x38
x40
x50
x50
x40
x40
x50
x3
x22
x19
x31
x10
x50
x5
x5
x5
x1
x12
x1
x2
x5
x2
x9
x1
x8
x6
x6
x1
x3
x2
x2
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

อย่าลืมเข้าสู่ระบบนะจ๊ะ เข้าสู่ระบบตอนนี้ หรือ ลงทะเบียนตอนนี้

เว็บไซต์นี้ มีการใช้คุกกี้ 🍪 เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน (เรียนรู้เพิ่มเติม)

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้